จตุคามรามเทพตอนพิเศษชุด กู้ชาติความยาว 2 ตอนจบ
ตอนแรก |
|
เมื่อจตุคามรามเทพกู้ชาติ
หลังว่างเว้นการจัดสร้างดวงตราสุริยันจันทรามาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่สร้างรุ่นแรกในปี พ.ศ.2530
หลังจากปล่อยให้ขบวนการปั่นราคา ขบวนการต้มตุ๋นทำจนดวงตราสุริยันจันทรารุ่นแรกจากองค์ละ 49 บาทกลายเป็นองค์ละนับล้านบาท จนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในจตุคามรามเทพไม่สามารถหามาใช้ได้ และหลายคนสงสัยว่า ทำไมถึงไม่สร้างรุ่นสองขึ้นมาเสียที
ในที่สุดในปี พ.ศ.2548 จตุคามรามเทพก็มีคำสั่งและอนุญาตให้ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุลสร้างรุ่นสองที่เปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ตามตำรับวิชาการสร้างของชาวทะเลใต้ทุกประการ กระทั่งสามารถกล่าวได้ว่า ไม่แพ้รุ่นแรกเลยทีเดียว
คำถามแรกที่เกิดขึ้นก็คือ ระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมาถึงว่างเว้นการสร้างไปเสียอย่างนั้น?
คำตอบคือ จตุคามรามเทพไม่อนุญาตให้สร้าง
 |
|
 |
|
|
|
| ดวงตราสุริยัน รุ่น 2 สีดำ |
|
ดวงตราสุริยัน รุ่น2 สีขาว |
จากนั้นคำถามที่สองที่ตามมาคือ แล้วทำไมถึงอนุญาตให้สร้างรุ่นสองในปี พ.ศ.2548?
คำตอบคือ เนื่องจากประเทศไทยกำลังย่างเข้าสู่ปีที่พิเศษสุดในปี พ.ศ.2549 เนื่องเพราะเป็นปีเฉลิมฉลอง 60 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำรายได้ที่ได้จากการจำหน่ายมารวบรวมสร้าง พระนาคปรกทองคำ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขณะเดียวกันก็ต้องการให้ประชาชนที่ไม่มีโอกาสได้รับรุ่นแรกเนื่องจากราคาแพงเกินจริง มีสิทธิ์ได้รับรุ่นสองติดตัวเพื่อป้องกันภัยพิบัติต่างๆ กับเขาบ้าง โดยในการสร้างในครั้งที่สองนี้ จตุคามรามเทพอนุญาตให้จัดสร้างมากถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยทั้งประเทศหรือประมาณ 3 ล้านองค์ แต่สุดท้ายแล้วสร้างขึ้นจริงเพียงแค่หลักแสนเท่านั้น
ทั้งนี้ หลังจากจัดสร้างเสร็จเรียบร้อย ได้นำจตุคามรามเทพรุ่นกู้ชาติไปประกอบพิธีปลุกเสก ณ เสาหลักชัย เหนือยอดเขาบ้านศิลา อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 เวลา 11.09 น. ตรงกับ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา จุลศักราช 1367
ส่วนที่มีการเรียกขานว่า รุ่นกู้ชาติ เนื่องจากจตุคามรามเทพได้สั่งให้นำวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าว พร้อมทั้งผ้ายันต์มามอบให้กับ สนธิ ลิ้มทองกุล ตั้งแต่วันแรกที่มีการชุมนุมใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า 4 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2549 เพื่อช่วยกู้ชาติและขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย โดยได้มีการแจกจ่ายดวงตราสุริยันจันทราและผ้ายันต์ให้กับแกนนำและประชาชนผู้รักชาติทั้งหลายเพื่อคุ้มครองไม่ให้เกิดภยันตรายใดๆ
และแน่นอนว่า จตุคามรามเทพก็ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ให้ปรากฏทั้งในการชุมนุมครั้งแรกที่ลานพระบรมรูปทรงม้า รวมทั้งที่ท้องสนามหลวงและตลอดการชุมนุมที่ยืดเยื้อและยาวนานครั้งต่อๆ มาอีกด้วย
สำหรับดวงตราสุริยันจันทรารุ่น 2 หรือรุ่นกู้ชาตินั้น ดำเนินการจัดสร้าง 2 พิมพ์ด้วยกันคือพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก โดยพิมพ์ใหญ่แบ่งออกเป็น 2 สีคือสีขาวและสีดำ ส่วนพิมพ์เล็กก็มี 2 สีเช่นกัน โดยแบ่งออกเป็นสีแดงและสีขาว
 |
|
 |
|
|
|
| ดวงตราสุริยันจันทรา รุ่น 2 สีแดง จัดสร้างเป็นพิเศษให้กับผู้ใกล้ชิด |
|
ดวงตราจันทรา รุ่น 2 สีขาวและสีน้ำตาล (2รูป) |
ในการชุมนุมใหญ่ครั้งแรกของสนธิ ลิ้มทองกุลเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 ที่ลานพระราชวังดุสิตหรือลานพระบรมรูปทรงม้า นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่จตุคามรามเทพได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องบ้านเมืองให้พ้นจากระบอบทักษิณที่ปกครองบ้านเมืองอย่างไร้ธรรมาภิบาลด้วยระบบเศรษฐกิจทุนนิยมสุดโต่ง จนนำพาประเทศชาติไปสู่กับดักแห่งความเลวร้าย และไม่ใส่ใจที่จะสนองกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภาคการปฏิบัติและถึงมือประชาชน
เมื่อทราบข่าวว่าสนธิ ลิ้มทองกุลประกาศจัดชุมนุมใหญ่กู้ชาติครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จตุคามรามเทพได้มอบหมายให้พล.ต.ท.สรรเพชญนำดวงตราสุริยันจันทรารุ่นกู้ชาติมามอบให้เป็นจำนวนมากเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้รักชาติเพื่อปกป้องภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากผู้นำที่บ้าอำนาจ
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ จตุคามรามเทพยังได้มีคำสั่งให้นำดวงตราสุริยันจันทรารุ่นกู้ชาติ 4 ลูกไปวางที่สี่มุมด้านล่างของเวทีลานพระบรมรูปทรงม้า และอีก 1 ลูกไปวางที่ด้านล่างตรงกลางเวทีเพื่อช่วยการชุมนุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ไม่ให้เกิดความรุนแรง
ด้วยอิทธิฤทธิ์ของจตุคามรามเทพปรากฏว่า ตั้งแต่เริ่มชุมนุมจนประกาศสลายชุมนุมในตอนเช้าของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น
นอกจากนั้น จตุคามรามเทพยังได้จัดสร้าง ธงพญาชิงชัย ให้กับสนธิ ลิ้มทองกุลเป็นธงชัยในการต่อสู้เพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ โดยให้สนธินำขึ้นไปโบกบนเวทีกู้ชาติก่อนที่จะดำเนินกิจการใดๆ
ทั้งนี้ สาเหตุที่สร้างธงพญาชิงชัยขึ้นมาก็เพราะพญาชิงชัยเป็นพระราชโอรสองค์สำคัญของจตุคามรามเทพ และเป็นนักรบหรือทหารเอกผู้มีฝีมืออันเอกอุ ไม่ว่าจะยกทัพไปรบที่ไหนเป็นต้องได้รับชัยชนะทุกครั้ง ขณะเดียวกันพญาชิงชัยยังเป็นแม่ทัพที่สามารถครองใจนักรบเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ดังนั้น เมื่อมีธงพญาชิงชัยอยู่บนเวทีจะทำให้การกู้ชาติประสบความสำเร็จและสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาร่วมต่อสู้อีกด้วย
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า ณ วินาทีที่สนธิ ลิ้มทองกุลโบกธงพญาชิงชัยได้ปรากฏลมพัดขึ้นบริเวณเวทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความอัศจรรย์ให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เสมือนหนึ่งจตุคามรามเทพรับรู้ถึงสิ่งที่สนธิกำลังกระทำการณ์ใหญ่เพื่อบ้านเมือง
และนับจากนั้นเป็นต้นมาประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างก็เริ่มทยอยเดินทางและหลั่งไหลมาร่วมในเวทีกู้ชาติมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งสามารถกล่าวได้ว่าเป็นจำนวนเรือนแสนเลยทีเดียว
 |
|
| ดวงตราสุริยันจันทรา รุ่น 2 สีแดง จัดสร้างเป็นพิเศษให้กับผู้ใกล้ชิด |
| |
 |
|
| การชุมนุมกู้ชาติบริเวณลานพระราชวังดุสิต 4 กุมภาพันธ์ 2549 |
นอกจากนี้ จตุคามรามเทพยังได้สั่งให้สร้างพระนาคปรก 7 เศียรไปมอบให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเพื่อให้มหาบุรุษชาวเมือง 12 นักษัตรผู้นี้เป็นอีกหนึ่งพลังที่จะปกปักรักษาบ้านเมืองให้รอดพ้นจากชะตากรรมที่เลวร้ายภายใต้ระบอบทักษิณอีกด้วย
ขณะที่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนขบวนการเคลื่อนไหวใหม่กลายเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่แกนนำประกอบไปด้วยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง สนธิ ลิ้มทองกุล พิภพ ธงไชย สมศักดิ์ โกศัยสุขและสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จตุคามรามเทพก็เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของภาคประชาชนในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหมือนเช่นเคย
กล่าวคือในขณะที่จัดตั้งเวทีใหญ่ที่ท้องสนามหลวง 11 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2549 ได้มีการฝังจตุคามรามเทพรุ่นกู้ชาติเอาไว้ 5 ลูกที่บริเวณเวทีเหมือนเมื่อครั้งการชุมเดี่ยวของสนธิ ลิ้มทองกุลที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดย 1 ลูกฝังไว้ที่ใต้ดินด้านล่างของ 4 มุมเวทีและอีก 1 ลูกฝังไว้ที่ด้านล่างบริเวณกลางเวที ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของสาธารณชนแล้วว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียวและมีประชาชนเข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก
แต่ที่ต้องจดจารึกเอาไว้โดยมิอาจเพิกเฉยได้อีกประการหนึ่งน่าจะเป็น เหล่านักรบศรีวิชัย ที่เดินทางเข้ามาร่วมกู้ชาติอย่างพร้อมเพรียงเพื่อให้ความปลอดภัยกับบรรดาแกนนำและผู้ชุมนุมทุกคนโดยมิได้มุ่งหวังค่าจ้างหรือผลตอบแทนแม้แต่เพียงบาทเดียว
หรือแม้กระทั่งในวันที่ แก๊งมอเตอร์ไซด์ จากคลองเตยยกขบวนมาสร้างความวุ่นวายที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการอันเป็นที่ทำงานของสนธิ ลิ้มทองกุลและที่ประชุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เหล่านักรบศรีวิชัยก็รวมพลกันมาช่วยปกป้องอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่สำคัญคือ เหล่านักรบศรีวิชัยเหล่านี้มารวมตัวกันโดยที่มิได้นัดหมาย แต่พร้อมใจกันมาเหมือนกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางอย่างดลจิตดลใจ ซึ่งแน่นอนว่า คงหนีไม่พ้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนให้ความเคารพสูงสุด นั่นคือองค์จตุคามรามเทพ
สุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรก็ต้องพ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเมื่อเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายนปีพ.ศ.2549 โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติที่มีพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลินเป็นประธาน
จากเหตุการณ์และเรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวมาแล้วข้างต้น จึงสามารถสรุปได้ว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีแห่งการกู้ชาติของสนธิ ลิ้มทองกุล พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนทุกหมู่มีจตุคามรามเทพให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด
หรือกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า จตุคามรามเทพคือพลังสำคัญในการช่วยกู้ชาติ ให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง
 |
|
สนธิ ลิ้มทองกุล ขณะโบกธงพญาชิงชัยบนเวทีกู้ชาติ
4 กุมภาพันธ์ 2549 |
โปรดติดตามอ่านตอนจบ สนธิ ลิ้มทองกุล กับจตุคามรามเทพ ฉบับวันจันทร์ที่ 23 เมษายนนี้
หมายเหตุ-เนื้อหาและภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ www.manager.co.th ผู้ที่นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดตามกฎหมาย |
|
| |