หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภูมิภาค | ภาคใต้
 

“สุรยุทธ์” ซื้อใจมุสลิมใต้เอ่ยขอโทษต่อเหตุรุนแรง “กรือเซะ-ตากใบ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
2 พฤศจิกายน 2549 14:06 น.

“สุรยุทธ์” ซื้อใจมุสลิมใต้เอ่ยขอโทษต่อเหตุรุนแรง “กรือเซะ-ตากใบ”

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สุรยุทธ์” ซื้อใจมุสลิมใต้เอ่ยขอโทษต่อเหตุรุนแรง “กรือเซะ-ตากใบ”

ปัตตานี – “สุรยุทธ์ จุลานนท์” พร้อมคณะร่วมงานเลี้ยงฉลองวันอิดิ้ลฟิตตรีกับพี่น้องมุสลิม ข้าราชการ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เอ่ยคำ “ขอโทษพี่น้องมุสลิม” กลางที่ประชุมต่อเหตุรุนแรงกรณี “กรือเซะ-ตากใบ” ที่สรุปว่า รัฐทำเกินกว่าเหตุจริง พร้อมเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นช่วยแก้ปัญหาไฟใต้ โดยจะมีการตั้งดาโต๊ะยุติธรรมเพื่อให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายชารีอะฮ์ และรับพิจารณาการบังคับใช้ พ.ร.บ.กฎหมายอิสลามทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีประชากรมุสลิมอาศัยกว่า 30 จังหวัด
       
       วันนี้ (2 พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ, นายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาที่โรงแรม ซี.เอส.จ.ปัตตานี เพื่อร่วมเลี้ยงฉลองวันอิดิ้ลฟิตตรี ของชาวมุสลิม 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมพบปะข้าราชการ ผู้นำศาสนา องค์กรปกครองท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 2,000 คน
       
       โดยก่อนจะรับประทานอาหารกลางวัน นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อที่ประชุมและแนะนำ นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศอ.บต.ต่อที่ประชุม พร้อมยืนยันว่า ได้เข้ามารับตำแหน่งด้วยความสมัครใจ ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะไม่ได้มีการบังคับให้ทำงาน และกล่าวถึงโครงสร้าง ศอ.บต.ที่เน้นกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก
        
       โดยจะเพิ่มดาโต๊ะยุติธรรมเพื่อให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายชารีอะฮ์ (กฎหมายอิสลาม) ที่บางส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้นำศาสนาในพื้นที่ซึ่งมีความชำนาญ และสามารถในเรื่องกฎหมายสูง จึงเหมาะสมที่จะดำเนินต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยต้องมีการปรับปรุงให้เกิดความยุติธรรม ที่ผ่านมามีประชาชนทั่วประเทศสูญหายโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมพอสมควร
       
       ทั้งนี้ ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งญาติผู้เสียชีวิตเหตุการณ์กรือเซะ ญาติผู้สูญหายได้เรียกร้องยุติธรรมการเยียวยาช่วยเหลือ รวมถึงตัวแทนญาติผู้ต้องหาคดีตากใบ โดยเฉพาะภรรยาของ 2 ครูที่ถูกจับคดีเจไอที่ประเทศกัมพูชา คือ นางฟารีดะ มะดิง อายุ 40 ปี ภรรยาของนายมูหะหมัดยาลาลุดีน มะดิง และนางอาเอเซาะ ฮาจีเจะมิง อายุ 31 ปี ภรรยาของนายอับดุลอาซิ เจะมิง ได้ยื่นจดหมายเรียกร้องความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมตรีด้วย เนื่องจากศาลชั้นต้นประเทศกัมพูชายกฟ้องคดีดังกล่าว แต่ทางการได้พยายามยัดเยียดข้อหาพยายามก่อวินาศกรรมสถานทูตออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกา
       
       นางอาเอเซาะ เปิดเผยว่า สามีไปเป็นครูที่โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามใน จ.กันดาร ประเทศกัมพูชาได้ 3 ปี และนำครอบครัวไปอยู่ด้วย ส่วนตนถือโอกาสเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่นั่น และสามีถูกจับในคดีเจไอดังกล่าวเมื่อปี 2546 และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีข้อหาพยายามก่อวินาศกรรม จึงขอความร่วมมือนายกรัฐมนตรีประสานให้ความช่วยเหลือสามีด้วย เพื่อให้ครอบครัวกลับมาอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งหนึ่ง
       
       ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ โดยในส่วนของ นายสุริยา ปันจอร์ คณะกรรมการกลางประจำจังหวัดสตูล ได้เสนอเรื่องการบังคับใช้ พ.ร.บ.กฎหมายอิสลามที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการมรดก การแต่ง หย่าร้าง ซึ่งในประเทศไทยใช้ตามกฎหมายอิสลามใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนอีกกว่า 30 จังหวัดยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ ทำให้พี่น้องมุสลิมขาดสิทธิเหล่านั้น
       
       นายสุริยา กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลายหน่วยงานที่เข้ามาศึกษาสรุปเหมือนกันว่า รัฐทำเกินกว่าเหตุ จึงน่าจะมีการรับผิดชอบจากรัฐบาล และที่น่าทำยิ่งกว่าอื่นใดโดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณ คือ กล่าวคำว่าขอโทษ
       
       หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นตอบคำถามดังกล่าวและกล่าวคำขอโทษต่อพี่น้องมุสลิมและข้าราชการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนามรัฐบาลปัจจุบันและรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้คนที่อยู่ในที่ประชุมต่างปรบมือ พร้อมเปิดใจว่าที่ผ่านมาตนได้พยายามลดการแก้ไขปัญหาการใช้กำลังในพื้นที่ได้ ทำให้รัฐบาลชุดก่อนมองว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ให้ความร่วมมือ รวมถึงอีกหลายๆ คนที่คัดค้านรัฐบาลชุดก่อนด้วยเช่นกัน
       
       นายกขอโทษ ปชช.รัฐบาลที่แล้วทำเกินกว่าเหตุ
       
       
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวคำขอโทษประชาชนในกรณีปัญหาเหตุการณ์คดีตากใบที่มีความเห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาทำเกินกว่าเหตุและพิดพลาดเชิงนโยบายว่า....
       
       “คดีตากใบอยู่ระหว่างการดำเนินการทั้งทางเพ่งและอาญาสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคงจะต้องมีการสอบสวนต่อไป ผมมองทั้งสองด้าน ผมไม่ได้มองด้านเดียวแต่มองโดยรวม ส่วนที่จะให้ผมขอโทษ ผมขอโทษแทนรัฐบาลที่แล้วและขอโทษแทนรัฐบาลนี้ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นความผิดส่วนใหญ่ของรัฐ ซึ่งต้องช่วยกันแก้ไขต่อไป
       
       วันนี้ผมมาในฐานะที่จะยื่นมือออกไป และบอกว่าผมเป็นคนผิด ผมมาขอโทษ ในฐานะที่เป็น ผู้บัญชาการทหารบกในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ผมได้พยายามคัดค้านแต่ไม่เป็นผลซึ่งถือว่าเป็นความผิดของผมส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถจัดการได้ ผมได้พยายามคัดค้านให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรับบาลที่แล้ว แต่ไม่เป็นผล มีหลายคนช่วยกันคัดค้านไม่ใช่ผมคนเดียว ท่านคงจะทราบว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลที่ผ่านมา”


ข่าวล่าสุด ในหมวด
ศอ.บต.ตั้ง “หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ” เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ หวังช่วยยกระดับชีวิตคนพื้นที่
โจรใต้ยิงผู้ใหญ่บ้าน อ.จะแนะ ดับอีก 1 ส่วน ชรบ.บาดเจ็บสาหัส
พม่าขับจยย.ปาดหน้ารถตู้ทำเสียหลักพลิกคว่ำที่พังงา นักท่องเที่ยวเจ็บหลายราย
นายทุนไถป่าพรุเมืองลุงเหี้ยนเกือบ 1 พันไร่ ชาวบ้านงง!! ที่สาธารณะออกเอกสารสิทธิ์ได้อย่างไร?
ชมรมคนรักในหลวงเมืองคอนมอบเสื้อตราสัญลักษณ์ พร้อมเรียนรู้ ศก.พอเพียง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 145 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 133 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 12 คน
8 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015