หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภูมิภาค | ภาคเหนือ
 

อปท.5 อ.ชายแดนตาก ดันตั้ง “จว.77-มหานคร” เสนอ “3 พล.อ.-สนช.” หลังดันมา 5 ปีแต่ไม่คืบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 พฤษภาคม 2550 17:35 น.
อปท.5 อ.ชายแดนตาก ดันตั้ง “จว.77-มหานคร” เสนอ “3 พล.อ.-สนช.” หลังดันมา 5 ปีแต่ไม่คืบ
       ตาก - กลุ่มผู้นำท้องถิ่น 5 อำเภอชายแดนตากเดินหน้าขอตั้ง “จังหวัด 77 - มหานครแม่สอด” ไม่หยุด ทำเรื่องเสนอทั้ง “พล.อ.เปรม-สุรยุทธ์-สนธิ” รวมถึง สนช.หลังขับเคลื่อนมา 5 ปีเต็ม แต่ไม่สำเร็จ พร้อมยกเหตุผล “ผู้ว่าฯแม่สอด” ยุครัชกาลที่ 7 - การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนหนุน
       

       
       หลังจากพยายามผลักดันให้ยกฐานะ “อ.แม่สอด หรือเมืองฉอด” เป็นจังหวัดที่ 77 ของไทย อย่างต่อเนื่องตลอดระยะ 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ประกอบด้วย อ.แม่สอด พบพระ แม่ระมาด ท่าสองยาง และอุ้มผาง โดยเฉพาะนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ หรือ นายกฝอ นายกเทศมนตรีเมืองแม่สอด ที่พยายามขับเคลื่อนแนวคิดนี้อย่างเต็มที่ ทั้งการเสนอรัฐบาล-ครม.ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียง มติ ครม.19 ตุลาคม 2547 ที่กำหนดให้ อ.แม่สอด เป็นส่วนหนึ่งใน “เขตเศรษฐกิจชายแดน” ที่จนถึงวันนี้ก็ยังเป็นเพียง “โครงการ” เท่านั้น
       
       ล่าสุดนายเทอดเกียรติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2549 หลังจากเกิดการปฏิรูปการปกครองโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่เปลี่ยนมาเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และได้รัฐบาลใหม่มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 242 คน
       
       ทำให้ฝ่ายบริหารเทศบาลเมืองแม่สอด ก็ได้เดินเรื่องการผลักดันตั้งจังหวัดแม่สอดต่อ ด้วยการทำหนังสือถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช.ตลอดจนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้พิจารณาตั้งจังหวัดแม่สอด ยกฐานะแม่สอดเป็นจังหวัดที่ 77
       

       เขาบอกว่า ปัจจุบันอำเภอชายแดนฝั่งตะวันตกของจังหวัดตากหลายอำเภอ ได้แยกตั้งกิ่งอำเภอใหม่ 3 แห่ง เพื่อรองรับการผลักดันและยกฐานะ จังหวัดแม่สอด คือ 1.จัดตั้งกิ่งอำเภอรวมราษฎร์คีรี แยกจาก อ.พบพระ 2.จัดตั้งกิ่งอำเภอพะวอ-ด่านแม่ละเมา แยกจากอำเภอแม่สอด และ 3.จัดตั้งกิ่งอำเภอมงคลคีรี เขตร์ แยกจากอำเภอท่าสองยาง ทั้งหมดผ่านความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ และสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตาก และฝ่ายปกครองจังหวัดตากได้ทำหนังสือแจ้งถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อประกาศการตั้ง 3 กิ่งอำเภอแห่งใหม่แล้ว ซึ่งก็จะทำให้อำเภอชายแดนฝั่งตะวันตกของตาก มี 5 อำเภอ 3 กิ่งอำเภอ รวมเป็น 8 อำเภอ เข้าหลักเกณฑ์การตั้งจังหวัดใหม่ โดยมีศูนย์กลางจังหวัดใหม่ที่ 77 ที่อำเภอแม่สอด
       
       ขณะที่นายพนัส ทัศนียานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตาก กล่าวถึงกรณีที่ นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่สอด ซึ่งเป็นแกนนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท.5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก (อ.แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ-ท่าสองยาง-และ อ.อุ้มผาง) ได้ทำเรื่องและข้อมูลรวมทั้งหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอยกฐานะจังหวัดแม่สอด เป็นจังหวัดที่ 77 ว่า
       
       ที่จริงแล้วเมื่อ 75 ปีก่อน เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้หลวงสมัครสรรพการ (ช่วง ทัศนียานนท์) ซึ่งเป็นคุณปู่ มาเป็นพระสมัครสรรพการ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการอำเภอแม่สอด ถือศักดินา 800 ไร่ทำราชการตำแหน่งผู้ว่าราชการ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2474

       
       สมัยนั้นอังกฤษปกครองพม่า และ อ.แม่สอด เป็นอำเภอเอก - เป็นอำเภอพิเศษ ที่ต้องได้รับการยกฐานะเทียบเท่าจังหวัด เพราะมีชายแดนติดต่อกับพม่า และต้องมีการเจรจาระหว่างประเทศ ผู้ที่เป็นเจ้าเมืองต้องมีฐานะเทียบเท่าผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าแผ่นดิน - รัฐบาลไทย เพื่อเจรจากับต่างประเทศ
       
       ขณะนั้นจังหวัดตาก ต้องมีผู้ว่าราชการ 2 ท่าน คือ พระสมัครสโมสร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และพระสมัครสรรพการ(ช่วง ทัศนียานนท์) เป็นผู้ว่าราชการอำเภอแม่สอด(เทียบเท่าผู้ว่าราชการจังหวัด) เนื่องจากอังกฤษที่ปกครองพม่า แจ้งต่อรัฐบาลไทยว่า การเจรจาระหว่างประเทศในเรื่องต่างๆ ต้องให้ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น ประกอบกับสมัยนั้นการเดินทางไป-มา ระหว่าง อ.แม่สอด กับ จังหวัดตาก เป็นไปด้วยความลำบาก ข้าราชการจะเดินทางไป-มา ไม่สะดวก รัฐบาลไทยโดยเสนาบดี กระทรวงมหาดไทยขณะนั้นจึงได้นำเรื่องทูลเสนอพระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ 7) เพื่อทูลเกล้าฯให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งผู้ว่าราชการอำเภอ แม่สอด
       
       ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,อดีต ส.ว.ตาก ซึ่งเป็นหลานชายของพระสมัครสรรพการ (ช่วง ทัศนียานนท์ ผู้ว่าราชการอำเภอแม่สอด คนแรก) กล่าวต่อว่า สมัยนั้นมีอำเภอเอก ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับอำเภอแม่สอด อยู่ 4-5 อำเภอ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาล ที่ 7) ต้องโปรดเกล้าฯแต่งตั้งผู้ว่าราชการอำเภอซึ่งถือฐานันดร บรรดาศักดิ์เทียบเท่าผู้ว่าราชการจังหวัด เช่น อ.สะเดา จ.สงขลา ที่ติดต่อกับประเทศที่เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ,อ.อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี ประเทศที่เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส รวมทั้ง อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่ต้องติดต่อกับพม่าประเทศที่ช่วงนั้นตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
       
       นายพนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า แม่สอดขณะนั้นมีฐานะเทียบเท่าจังหวัด ตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ว่าราชการอำเภอแม่สอด สามารถนำไปเป็นเหตุผลอ้างอิงและหลักฐานสำคัญ เพื่อประกอบการขอยกฐานะให้เป็นจังหวัดแม่สอดได้เป็นอย่างดี
       

       ขอเป็น"มหานคร"นำร่องจังหวัดที่ 77
       
       นายเทอดเกียรติ บอกอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะที่การผลักดันให้ยกฐานะแม่สอด เป็นจังหวัดที่ 77 ยังไม่มีความคืบหน้า ตั้งแต่ปีนี้ (2550) ทางเทศบาลฯแม่สอด ก็มีแผนที่จะผลักดันให้มีการประกาศให้แม่สอดเป็นเขตปกครองพิเศษในรูปแบบ "มหานคร" เหมือนกรุงเทพฯ - พัทยา เป็นมหานครชายแดนตะวันตก โดยจะนำ มติ ครม.ที่ประกาศให้แม่สอด เป็นศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจชายแดน รวมถึงนโยบายการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมชายแดนแม่สอด มาเป็นข้อหารือกับรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการให้แม่สอดเป็นมหานครฝั่งตะวันตก ปกครองในรูปแบบเขตปกครองพิเศษ มีเขตเศรษฐกิจชายแดน-เขตนิคมอุตสาหกรรม-เมืองการค้าชายแดน-ศูนย์กลางการค้าอัญมณีแห่งเอเชีย เป็นปัจจัยเอื้อหนุน
       

       นายกเทศมนตรีเมืองแม่สอด กล่าวว่า ตนเองและผู้บริหารเทศบาลเมืองแม่สอด จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ใกล้เคียง 2 เทศบาล 2 อบต. คือ เทศบาลเมืองแม่สอดและเทศบาลตำบลท่าสายลวด รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แม่ปะ และ อบต.ท่าสายลวด เสนอยุบรวมเป็น "มหานครแม่สอด" ซึ่งจะเป็นเมืองพิเศษฝั่งตะวันตกชายแดนไทย-พม่า ซึ่งการผลักดันแม่สอดเป็นมหานครฝั่งตะวันตก จะสามารถจัดเก็บภาษีรายได้ มาพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่
       
       เขาบอกว่า เทศบาลเมืองแม่สอดและ อปท.ใกล้เคียงทั้ง 4 แห่ง เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูงและมีพื้นที่ติดต่อกัน หากยุบรวมได้ก็จะ มีพื้นที่และประชากร พอเพียงที่จะผลักดันให้แม่สอดเป็นมหานครฝั่งตะวันตกได้ สำหรับรูปแบบมหานครแม่สอดนั้น จะเป็นมหานครลักษณะพิเศษ ซึ่งจะนำกฎหมาย ระเบียบที่ใช้กับกรุงเทพมหานคร-นครสุวรรณภูมิ-เมืองพัทยา มาบังคับใช้
       
       ทั้งนี้ ด้วยการรวมกฎหมายการปกครองท้องถิ่น ทั้ง 3 รูปแบบ มาปรับใช้เป็นร่าง พ.ร.บ.มหานครแม่สอด มีตำแหน่งผู้ว่าฯมหานครแม่สอด,รองผู้ว่าฯ,ทีมที่ปรึกษา,เลขานุการ,ทีมงานโฆษก ฯลฯ รวมทั้งสมาชิก ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งอาจจะมีจำนวน 30-36 คน ประธานสภาและรองประธานสภา รวมทั้งทีมงาน สำหรับตำแหน่งปลัดเมืองนครแม่สอดนั้น อาจจะมีการจ้างผู้มีความรู้ความสามารถมาเป็นปลัดเหมือนปลัดเมืองพัทยา หรือเป็นข้าราชการระดับเทียบเท่า ปลัด กทม.หรือ ระดับ 10 - 11 ฯลฯ เป็นต้น
       
       นายเทอดเกียรติ กล่าวต่อว่า การผลักดันแม่สอด เป็นมหานครพิเศษฝั่งตะวันตก จะดำเนินการควบคู่กับการยกฐานะเป็นจังหวัดแม่สอด โดยขณะนี้จะเน้นการผลักดันเป็นมหานครก่อน เนื่องจากสามารถดำเนินการได้ หาก อปท.ในพื้นที่ สามารถตกลงทำความเข้าใจร่วมกับประชาชนผ่านเวทีประชาคมได้ก็จะเร่งดำเนินการทันที
       

       ด้านนายชุมพร พลรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า การผลักดันให้แม่สอด เป็น "มหานคร" นั้น ได้มีการหารือกันเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ลงในรายละเอียด ซึ่งหากจะทำก็ต้องศึกษาถึงรายละเอียดข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าไม่น่าจะทำได้ในเวลาสั้น ๆ อย่างไรก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับแรงผลักดันของประชาชนในพื้นที่ด้วย

ข่าวล่าสุด ในหมวด
การเมืองท้องถิ่นเชียงใหม่ร้อน มือมืดวางลูกปืนเอ็ม 16 ขู่หน้าบ้าน
กปปส.รดน้ำขอพรพ่อขุน เตรียมพร้อมก่อนตบเท้าเข้ากรุง
แดงเชียงใหม่แจ้งจับ “สุเทพ” หมิ่นสถาบัน-ล้ม ปชต. ลั่นพร้อมยึดศาลากลางหากยึดอำนาจ
ตร.พิษณุโลกเข้ากรุงขอผลผ่าศพเด็กจมน้ำตายมีเงื่อนงำ ก่อนรื้อคดีใหม่
บิ๊ก ปชป.เรียงหน้ายัน ปม “รบ.ปู-กปปส.” ไม่เคลียร์ไม่ลงเลือกตั้ง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
20 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
80 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014