หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภูมิภาค | ภาคเหนือ
 

“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2555 21:36 น.
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - “เฉลิม” มอบนโยบายตำรวจภูธรภาค 5 ชี้พื้นที่ภาคเหนือจุดสำคัญยาเสพติดทะลักกว่า 87% วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมแรงร่วมใจทำงาน แนะประสานทุกฝ่ายจัดโซนปราบปรามพร้อมดึงคนรับการบำบัด เผยประสาน สธ.เร่งตรวจสอบหมอ-เภสัชแอบค้าสารตั้งต้นแล้ว พร้อมระบุแผนส่งตำรวจประจำการ ตปท.หาข่าวยาเสพติด-ประสานเพื่อนบ้านทั้งจีน-อาเซียน
       
       วันนี้ (10 มี.ค. 2555) ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) เดินทางมามอบนโยบายในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วม
       
       ก่อนเริ่มการประชุมมอบนโยบาย ร.ต.อ.ดร.เฉลิม ได้รับมอบช่อดอกไม้ที่ตัวแทนกลุ่มนายดาบตำรวจที่มีอายุ 53 ปีขึ้นไปในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำมามอบให้เพื่อแสดงความขอบคุณ
       
       หลังจากที่รัฐบาลเตรียมที่จะปรับเลื่อนยศดาบตำรวจกลุ่มนี้ให้ขึ้นเป็น ร.ต.อ. ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 งบกลาง สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศดาบตำรวจ ที่มีอายุ 53 ปีขึ้นไปเพื่อเลื่อนตำแหน่งและเลื่อนยศ แบบเลื่อนไหลเป็นชั้นสัญญาบัตรถึงยศร้อยตำรวจเอก เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา
       
       ร.ต.อ.ดร.เฉลิมได้กล่าวกับตัวแทนกลุ่มนายดาบตำรวจว่า การที่ตนผลักดันให้เกิดนโยบายนี้ขึ้น เพราะเข้าใจว่าตำรวจนั้นทำงานหนัก ได้เงินเดือนไม่มาก แต่ต้องการมีเกียรติยศให้แก่วงศ์ตระกูล
       
       สำหรับการทำพิธีเลื่อนยศให้กับตำรวจชั้นประทวนยศดาบตำรวจที่เข้าข่ายตามแผนงานดังกล่าว จำนวน 26,200 คนจากทั่วประเทศนั้น จะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยตนได้เรียนเชิญนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้มาเป็นประธานในพิธีแล้ว รวมทั้งจะให้ดาบตำรวจทุกคนสามารถนำครอบครัวไปร่วมงานได้อีกด้วย
       
       ด้านการประชุมมอบนโยบายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 รองนายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศพส.ได้กล่าวว่า ขณะนี้การแก้ปัญหายาเสพติดนั้นถือเป็นสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทกคนทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ช่วยตน งานนี้จะไม่มีทางสำเร็จได้ เนื่องจากภาคเหนือเป็นพื้นที่สำคัญที่ยาเสพติดไหลทะลักเข้าสู่ประเทศ ดังนั้น การป้องปันและปราบปรามจึงต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายอย่างจริงจังโดยไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว
       
       ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับฝ่ายปกครองในแต่ละพื้นที่และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันให้มากๆ จากนั้นให้วางแผนกำหนดพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบให้ชัดเจน หากทำได้เชื่อว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้ยาเสพติดหลุดเข้ามาในประเทศได้ ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการนำผู้ที่ติดยาเสพติดมาเข้ารับการบำบัดรักษาด้วย
       
       ร.ต.อ.ดร.เฉลิมกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่า การดำเนินการด้านการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลในขณะนี้ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการตั้ง ศพส.ขึ้นเพื่อรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวโดยตรง
       
       จากการพิจารณาผลการดำเนินงานแล้วก็พบว่าในรอบ 6-7 เดือนที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในเขตภาคเหนือถือเป็นพื้นที่สำคัญ เนื่องจากเป็นจุดที่ยาเสพติดถูกนำเข้ามาในประเทศถึง 87% ดังนั้น จึงเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญ และทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่องและจริงจังในการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดสามารถเข้ามาในประเทศได้
       
       สำหรับกรณีที่มีการตรวจพบว่า มีแพทย์และเภสัชกรในโรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่ภาคเหนือทำการสั่งซื้อยาแก้หวัดที่มีส่วนประกอบของสารซูโดอีเฟรดีน แล้วลักลอบจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดว่า เรื่องดังกล่าวได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการเข้าไปตรวจสอบถึงการเคลื่อนย้ายของยาเหล่านี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
       
       ตำรวจจะช่วยให้ข้อมูลต่างๆ ในส่วนที่จำเป็น ซึ่งตามปกติการซื้อขายและขนย้ายยาเหล่านี้จะมีการบันทึกจำนวนและที่มาที่ไปอยู่แล้ว หากพบว่ามีความผิดปกติและไม่สามารถชี้แจงได้ ก็ถือว่าเข้าข่ายต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในเรื่องยาเสพติด
       
       ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.ดร.เฉลิมได้เปิดเผยว่ามีแนวคิดที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปประจำการในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน เพื่อทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือระดับนานาชาติในเรื่องดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศพส.ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปประจำการในต่างประเทศเพื่อหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับยาเสพติด ในลักษณะเดียวกับที่ต่างประเทศส่งเจ้าหน้าที่ตรวจเข้ามาประสานงานกับตำรวจไทย


     
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
     
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
ร.ต.อ.ดร.เฉลิม รับมอบช่อดอกไม้จากตัวแทนกลุ่มนายดาบตำรวจที่มีอายุ 53 ปีขึ้นไป ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
     
“เฉลิม” ชี้ภาคเหนือพื้นที่สำคัญ วอนตำรวจร่วมแรงร่วมใจปราบยาเสพติด
     
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ออกหมายจับ 5 ทรชนอุตรดิตถ์ ข่มขืนเด็ก 12 มาราธอน 4 ปีจนท้อง
พบ ร.ร. “ครูธวัชชัย” เหยื่อน้ำป่าถล่มเชียงรายพังด้วย โชคดี นร.ร่วม 50 ชีวิตปลอดภัย
ชาวบ้านผวาพบลูกจระเข้ในบึงสีไฟ เชื่อยังมีตัวพ่อ-ตัวแม่อีกแน่
แม่ร้องทหารช่วยค้นโอเกะพรานกระต่ายหาลูกสาว เจอเถ้าแก่ตั้งวงเล่นไพ่คาตา
ดอยอินทนนท์สั่งห้ามลง “น้ำตกแม่กลาง” หลังฝนหนักหวั่นอันตราย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยาเสพติดเป็นอบายมุข เราต้องเป็นแบบอย่างแก่เยาวชน งดยาเสพติด ยาบ้า เหล้า บุหรี่ เป็นส่ิงไม่ดี
เข้าจัย ...กรูไม่ได้เมารู้ไหม ..รังสิมา...กรูเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน กรูไม่เมา...อ๊วก...
ไม่ได้เมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014