หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภูมิภาค | ภาคใต้
ภาคใต้ เที่ยวท่องล่องใต้
ประติมากรรมล้ำค่าใน “ถ้ำภูผาเพชร”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 สิงหาคม 2555 15:32 น.
       ประติมากรรมอันล้ำค่าในถ้ำภูผาเพชร เป็นความงดงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา เสมือนเพชรเม็ดงามที่เจียระไนแล้ว เชยชมความสวยงามด้วยจินตนาการ เป็นมหาวิทยาลัยธรรมชาติที่ศึกษาได้ไม่จบสิ้น เป็นมรดกแผ่นดินที่เลื่องลือไปทั่วโลก

        
       ชื่อเดิมของถ้ำภูผาเพชร คือ “ถ้ำลอด ถ้ำยาว หรือถ้ำเพชร” เนื่องจากถ้ำมีความยาว ลักษณะคดเคี้ยว แบ่งเป็นหลายตอน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย เมื่อกระทบกับแสงไฟ ผนังถ้ำมีประกายแวววาวเหมือนเพชร จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำเพชรก่อน ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า “ถ้ำภูผาเพชร”
       
       เมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว ถ้ำภูผาเพชรถือเป็นแหล่งพักพิงของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบหลักฐานกระดูกมนุษย์โบราณส่วนกะโหลกศีรษะ เศษภาชนะดินเผาเคลือบลายเชือกทาบ และกระดูกสัตว์ เปลือกหอย บรรจุในภาชนะดินเผา สันนิษฐานว่า มนุษย์สมัยก่อนน่าจะใช้ประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนที่ถ้ำแห่งนี้จะถูกกาลเวลากลืนหายไป กระทั่งปี พ.ศ.2534 ประวัติศาสตร์ของถ้ำภูผาเพชรได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง โดยการค้นพบของพระธุดงค์นามว่า “หลวงตาแผลง” ก่อนที่สำนักงานโบราณคดีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 10 ร่วมกับราษฎรในพื้นที่จะทำการสำรวจถ้ำ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

จุดพักเหนื่อยหน้าปากถ้ำ
        
       ถ้ำภูผาเพชร ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ม.9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ ก่อนจะเข้าถ้ำก็ต้องฟิตร่างกายกันหน่อย เพราะระยะทางกว่าจะถึงปากถ้ำเราต้องเดินขึ้นบันไดไต่เขาจำนวน 342 ขั้น ก็ไม่เบาเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับผู้สูงอายุ หรือใครที่หมดแรง ก็จะมีจุดที่พักให้ระหว่างทาง และเมื่อขึ้นไปถึงบริเวณปากถ้าก็จะมีไกด์นำทางเพื่อจะพาเราเข้าไปในถ้ำ โดยครั้งนี้ “เที่ยวท่องล่องใต้” มีนายจำเนียร หนูชุม ไกด์รุ่นเก๋า เป็นคนนำทาง กระซิบมาว่า เป็นมัคคุเทศก์มาตั้งแต่ถ้ำเริ่มเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าสำรวจถ้ำครั้งแรกด้วย

ปากทางเข้าถ้ำ
        
       ก่อนเข้าไปในถ้ำ ลุงจำเนียรก็เล่าประวัติที่มาของถ้ำให้เราได้ฟังคร่าวๆ ว่า ถ้ำแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 50 ไร่ คือ ในส่วนที่เราจะเข้าไปชมได้ ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นอันดับ 4 ของโลก ถ้ำภูผาเพชรถูกค้นพบโดยพระธุดงค์ ซึ่งท่านนั่งสมาธิเห็นในนิมิต เมื่อปี พ.ศ.2534 แต่ช่องทางแรกที่ค้นพบนั้นเข้าไปค่อนข้างลำบาก เมื่อปี 2540 จึงมีการเปิดเจาะช่องทางใหม่ คือ ช่องทางปัจจุบันซึ่งเป็นทางแคบๆ ที่ต้องลอดเข้าไป
       
       ก่อนเข้าถ้ำ ลุงจำเนียร และไกด์ทุกคนต้องขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยว 4 ข้อคือ
       1ไม่ส่งเสียงดัง 2.ไม่สูบบุหรี่ 3.ไม่ทิ้งขยะ และ 4.ห้ามจับหินงอกหินย้อย เพราะจำทำให้หินตาย และจะไม่งอกใหม่อีกเลย

ลุงจำเนียร ซึ่งเป็นไกด์กำลังชี้แจงขอความร่วมมือก่อนเข้าถ้ำ
        
       เมื่อรับทราบข้อตกลงขอความร่วมมือกันแล้ว เราก็มุดปากถ้ำเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมชาติกันเลย ซึ่งต่อไปนี้ จะพบกับประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา และเราต้องมีจินตนาการเป็นของตัวเอง เราก็จะสามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่ในถ้ำได้อย่างเพลิดเพลิน และสนุก พร้อมกับต้องตะลึงกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา
       
       ภายในถ้ำเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ หรือ 20,000 ตารางวานั้น จะแบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อยประมาณ 20 ห้อง ชื่อเรียกต่างกันออกไป เช่น ห้องปะการัง มีหินงอกหินย้อยคล้ายปะการังในทะเล ห้องเห็ด เต็มไปด้วยรูปดอกเห็ดขนาดต่างๆ ห้องม่านเพชร ลักษณะคล้ายผ้าม่านแขวนเป็นหลืบซ้อนกัน

มีสะพานไม้ให้เดินชมภายในถ้ำได้อย่างสะดวก
        
       ห้องโถงใหญ่ซึ่งอยู่ประมาณกลางถ้ำ รูปทรงหินที่มองเห็นตามจินตนาการจะประกอบด้วย หัวพญานาคซึ่งต้องส่องไฟไปแล้วเราจะเห็นที่เงามีลักษณะคล้ายกับหัวพญานาค ถัดมาทางขวามือ คือ พระพุทธรูป ฝั่งซ้าย คือ พระฤาษี โดมศิลาเพชร และเจ้าแม่กวนอิม รวมถึงอ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำหยดลงมาตลอดทั้งปีจากเพดานถ้ำ
       
       นอกจากนี้ ก็จะมีห้องพญานาคเห็นหินงอกต่อตัวกันคล้ายงูใหญ่ หรือพญานาค ส่วนห้องลานแสงมรกตจะมีสีเขียว ส่องแสงระยิบระยับคล้ายสีของมรกต ล้วนเป็นการรังสรรค์ของธรรมชาติโดยแท้

ก่อนจะลงสู่ห้องโถงใหญ่ มีหัวพญานาคปะการัง ซึ่งต้องใช้ไฟส่องจึงจะเห็นเงาเป็นหัวพญานาค
       

"พระพุทธรูป"
       

"เจ้าแม่กวนอิม"
       

อ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะมีน้ำหยดลงมาจากเพดานถ้ำตลอดทั้งปี
       

โดมศิลาเพชร
        
       **ขอไว้สำหรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่กำลังจะเข้าไปชมประติมากรรมที่งดงามในถ้าภูผาเพชร ว่า “ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย” เพราะมีคนไปจับหินงอกหินย้อยกันเยอะมาก จนปัจจุบัน หินที่เคยสวยงามตายไปเยอะแล้ว เพราะน้ำมือมนุษย์**

       

       

       

       

ห้องเพชร จะมีแสงเพชรระยิบระยับแวววาว
       

สะพานไม้สร้างเมื่อปี พ.ศ.2548
       

       

ห้องสายน้ำเพชร
       

ลานคอนเสิร์ต มีลักษณะเป็นชั้นๆ คล้ายเวทีคอนเสิร์ต
       

ลานแสงมรกต
       

        
       สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองสตูล ไปตามถนนสายสตูล-หาดใหญ่ ถึงสามแยกนิคมควนกาหลง เลี้ยวซ้ายผ่านที่ว่าการอำเภอควนกาหลง ถึงสามแยกผัง 1 ต.อุใดเจริญ เลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอมะนัง ถึงสี่แยกบ้านผังปาล์ม 1 เลี้ยวซ้ายตรงไป 1 กม. ถึงสี่แยกบ้านไทรทองแล้วเลี้ยวขวา เข้าไปยังถ้ำภูผาเพชร พอถึงแยกบ้านปากคอกตรงไปถึงโรงเรียนบ้านป่าพน จากนั้น เลี้ยวซ้ายตรงไปอีก 8 กม.ก็จะถึงถ้ำภูผาเพชร เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 30 บาท

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“สามคลอง สองเมือง” ชุมชนวิถีพุทธ ตลาดริมน้ำคลองแดน
“ศาลหลักเมืองตรัง” มีตำนานเล่าขานกว่า 2 ศตวรรษ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมจิตใจ
อนุสาวรีย์ขนาดจิ๋วที่สุดในโลกอยู่ที่เมืองตรัง
ร้อน ร้อน หลบร้อนมารับลมทะเลที่เกาะไข่ใน จ.พังงา
“หนานสวรรค์” อ่างน้ำใสแช่ชุ่มใจ สวรรค์ในพงไพรช่วงหน้าร้อน
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
เสียงปืนสนั่นป่าเทือกบรรทัด! อดีตขุนโจรเรียกค่าไถ่ใต้นำชาวบ้านปะทะขบวนการมอดไม้
รักเชียงใหม่ 51 ยกขบวนให้กำลังใจ “ปลอด” ขู่เอ็นจีโอห้ามป่วนประชุมน้ำโลก-ไม่เชื่อระดมกำลังนับพันต้าน
ร้อง “นกแอร์” ทำชุ่ย! นักเขียนไทยไปทำสารคดีที่ปีนังถูกลอยแพ
เขิน! ป้ายศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ชื่อภาษาอังกฤษผิด
2 นักศึกษาซิ่งกระบะแหกโค้งชน 10 ล้อดับอนาถที่เพชร
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 11987 คน จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปมาที่เดียว เหมือนได้ไปเที่ยว ถ้ำพระยานคร+ถ้ำไทร+ถ้ำแก้ว ที่สามร้อยยอดแบบ 3 in 1 สวยมากครับ
หงส์ดรุณ (hongdarun2009 สมาชิก)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันจะดีมากเลย ถ้าไม่มีมนุษย์เข้าไป
อะนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลุงแกไม่เล่าหรือว่า...เมื่อก่อนเป็นที่พักของสหายเหมือนกัน
ปชต.ครึ่งใบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หินงอกหินย้อยไม่ได้ตาย เพราะไม่ได้มีชีวิตอย่างปะการัง แต่เสียหายได้ถ้าไปจับต้อง
ชาวกรุง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสริมครับ เวลาถ่ายรูปก็ห้ามใช้แฟรชด้วยครับ ดูจากวีดีโอ ใช้กันถ้วนหน้าเลย
...
 
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สวยงามมาก และน่าเที่ยว
แต่ไกลเหลือเกืน
น่าจะมีจัดทัวร์นำเที่ยว เป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่เกินไป (ควบคุมดูแลง่าย ประมาณสัก20คน)
ก่อนเดินทางต้องอบรมแนะนำกันก่อน
พี่ไทยเราเนี่ย น่ารัก ใจดี เสียอย่างเดยว ไม่มีระเบียบ
ชอบเที่ยว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน้าถำ มีเหล็กแข็ง ขายด้วย พวกเงาะใช้ทำยา
a
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013