หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Motoring | Test Drive
 

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2555 16:51 น.
       มาตามสัญญาสำหรับ “แคปติวา” เครื่องยนต์ ดีเซล 2.0 ลิตร โดยเชฟโรเลตเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามสเต็ปขั้นหลังจากส่งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินกวาดยอดขายไปก่อนหน้า (เปิดตัวเดือนมิถุนายน 2554)

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       อย่างที่ผู้เขียนเคยบอก เมื่อครั้งลองขับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ของ “แคปติวา” เพราะทั้งหน้าตา ออปชัน และระบบขับเคลื่อนถูกปรับปรุงใหม่ ฉันใดฉันนั้นเมื่อเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เชฟโรเลตก็จัดการพัฒนาขึ้นใหม่ในหลายๆจุด
       
       ...ว่ากันด้วยเรื่องเครื่องยนต์ดีเซล VCDi กันก่อน แม้จะอิงบล็อก 4 สูบ 2.0 ลิตรเดิม แต่คราวนี้วิศวกรจีเอ็มหันมาใช้เทคโนโลยีแคมชาฟต์คู่ในการควบคุมวาล์วไอดี-ไอเสีย หรือDOHC แทนแบบ SOHC เดิม พร้อมเปลี่ยนฝาสูบใหม่ให้สอดรับกัน
       
       นอกจากนี้ยังใช้ท่อไอดี 2 ท่อต่อหนึ่งสูบ (เดิมไอดี 1 ท่อต่อหนึ่งสูบ) โดยช่วงที่ผู้ขับต้องการกำลังเต็มที่ ไอดี 2 ท่อจะเปิดให้อากาศเข้าพร้อมๆ กัน แต่ในช่วงไม่ต้องการกำลังหรืออยู่ในรอบเดินเบา ระบบจะเปิดไอดีเพียง1ท่อ ให้อากาศไหลคลุกเคล้ากับปริมาณน้ำมันอย่างเหมาะสม เพื่อการเผาไหม้สมบูรณ์สูงสุด ส่งผลให้เครื่องยนต์ VCDiดีเซลคอมอนเรลใหม่ ระเบิดพลังทันใจตามการขับขี่ในทุกสภาวะ (ช้า, เร่ง, เร็ว) พร้อมการประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       โดยให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (รุ่นเดิม 150แรงม้า)ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตรที่ 1,750 - 2,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (เดิม 5 สปีด)
       
       ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแบ่งการขายเป็น 3 รุ่นย่อย คือ LSX ขับเคลื่อนล้อหน้า ราคา 1.395 ล้านบาท และ LT 1.620 ล้านบาท และรุ่นท็อป LTZ 1.684 ล้านบาท ซึ่งสองรุ่นหลังเป็น AWD เคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา
       
       ทั้งนี้ ผู้เขียนได้ลองขับรุ่น LT ซึ่งจัดออปชันมาให้ตามสมควร ไล่ตั้งแต่ ชุดเบาะหนัง ขณะที่ด้านคนขับปรับระดับด้วยไฟฟ้า รวมถึงเบรกมือไฟฟ้า เครื่องเล่นวิทยุ ซีดี เอ็มพี 3 ช่องต่ออุปกรณ์ภายนอก AUX (ไม่มีช่องต่อUSB) พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ลำโพงรวม 8 ตัว ด้านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันฝังปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มปรับระดับแรงลมแอร์ และครูสคอนโทรล
       
       ขณะที่ ความปลอดภัย มั่นใจได้กับดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรก (HBA) ระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ (EBD) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ (ARP) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (Hill Start Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) และระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติ (Self-Levelizer)
       
       โดยออปชันที่รุ่น LT ขาดไปจากรุ่นท็อป LTZ ซึ่งราคาแพงกว่า 64,000 บาท มีเพียงกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ช่องต่อ USB รวมถึงระบบนำทาง Navigator (จริงๆ ต้องจ่ายค่าซอฟต์แวร์เพิ่มอีก 15,000 บาท) พร้อมหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว (LT ใช้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ประกบยาง 235/55 R18)
       
       ...กลับมาที่ความรู้สึกหลังการขับขี่ ประการแรกเมื่อผู้เขียนเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารพบว่าการเก็บเสียงเครื่องยนต์และเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดีพอสมควร ตลอดจนพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เบาะนั่งสบาย คนตัวใหญ่ไม่อึดอัด และที่เพิ่งสังเกตเห็นคือการหันมาใช้เบรกมือไฟฟ้า ที่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกแล้ว ยังทำให้เกิดช่องใส่ของขนาดใหญ่และลึกมากบริเวณคอนโซลกลาง หรือถ้าผู้ขับขี่ไม่ใช่เจ้าของรถตัวจริง อาจไม่มีทางรู้เลยว่ามีช่องใส่ของอยู่ตรงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความคุ้นชิน แถมยังมีที่วางแก้วน้ำวางทับอยู่ด้านบนอีกต่างหาก
       
       ส่วนอารมณ์การขับขี่ ต้องบอกว่าต่างจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ชัดเจน โดยเฉพาะอาการหน่วงดึง และเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณณ์ ยืนภายนอกจะรู้ทันทีว่านี่คือรถดีเซล (ถ้าไม่ได้ดูสัญลักษณ์ VCDi ด้านหลัง) แต่กระนั้นก็ดังแบบสุภาพ ต่างจากปิกอัพรุ่นเก่าที่เราคุนเคย
       
       ขณะที่การตอบสนองของเครื่องยนต์ดูกระตือรือร้น ออกตัวกระฉับกระเฉง พละกำลังมาตั้งแต่รอบต่ำ 1,600-1,700 รอบ ส่งผลให้การขับขี่คล่องตัว แม้ต้องการเร่งแซงในย่านความเร็วต่ำ

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       เหนืออื่นใดเครื่องยนต์ดีเซลที่พัฒนาใหม่ยังรู้สึกเดินเรียบและนุ่มนวลกว่าตัวเก่า การขับขี่ในเมืองอัตราเร่งดี ออกนอกเมืองขับสบาย และด้วยม้าที่เพิ่มขึ้นเป็น 163 ตัว ถูกจัดการลงสู่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ส่งกำลังไหลได้ต่อเนื่อง ขณะที่ความเร็ว 120 กม./ชม.ที่เกียร์สูงสุด รอบจะอยู่แถว 2,100 รอบ
       
       ส่วนช่วงล่างที่ยึดโครงสร้างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และหลังเป็นมัลติลิงก์ 4 จุดยึด การรองรับแข็งกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซินเล็กน้อย ช่วงผ่านเนินหลังเต่า และทางขุรขระมีดีดเด้งนิดๆ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยอมรับในการเป็นรถแบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติด้วย (Active on Demand จะกระจายกำลังสู่ล้อคู่หน้าและหลังแบบแปรผันตามสภาพการขับขี่)
       
       แต่กระนั้นก็ช่วยให้การขับขี่มั่นใจ ช่วงความเร็ว 120-140 กม./ชม. ตัวรถยังทรงตัวนิ่ง เกาะถนนในโค้งหนึบแน่น บวกกับการเซ็ทน้ำหนักพวงมาลัยและทดสั่งงานกำลังพอดี ส่งผลให้เอสยูวีคันโตควบคุมเชื่องมือ ผ่านฉลุยทุกสภาพถนน
       
       ด้านการเบรกต้องยกให้เป็นอารมณ์ของรถยนต์เชฟโรเลต กล่าวคือทุกโมเดลยุคใหม่จะให้ความรู้สึก (ช่วงแรก) แป้นเบรกแข็งๆ ทื่อๆ ต้องใช้พลังหรือเยียบลึกถึงจะได้ดั่งใจ แต่ถ้าขับไปนานๆแล้วปรับความรู้สึกของการกดแป้นกับระยะเบรกได้สักพักจะเริ่มคุ้นชินและรับรู้ว่า เบรกตอบสนองได้นุ่มนวล ยิ่งช่วงขับรถติดตามกันไป ไม่รู้สึกว่าหน้าจิก จนหัวโยกหัวคลอน
       
       สำหรับอัตราบริโภคน้ำมันจากการขับทางไกลใช้ความเร็ว 120-140 กม./ชม. และผ่านรถติดหนักในเมือง หน้าจออัจฉริยะแสดงผลไว้ประมาณ 9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 11 กม./ลิตร (อย่าลืมว่าเป็น AWD)

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       รวบรัดตัดความ... แคปติวา เครื่องยนต์ดีเซล เข้ามาเป็นทางเลือกในตลาด ทำให้คนไทยไม่ต้องจำเจอยู่กับพีพีวี เพียงอย่างเดียว และที่ผ่านมารุ่นเครื่องยนต์ดีเซลก็สร้างความแตกต่างพร้อมทำยอดขายให้เชฟโรเลตได้มากพอสมควร ส่วนรุ่นใหม่ไมเนอร์เชนจ์ยังพัฒนาขุมพลังและเกียร์ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งชั่วโมงนี้ต้องยกให้เป็นเอสยูวีดีที่สุด (ไม่นับแบรนด์หรู) ในแง่ของสมรรถนะการขับขี่ ความอเนกประสงค์ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัย

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลองขี่ “Monster 1200S” อสูรอารมณ์ร้อน
ลองขี่ฮอนด้า “650Series” คุมง่าย นุ่มนวล คล่องตัว
เอสสปอร์ต อีกนิดเกือบหล่อ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ นี่แหละ… สปอร์ตเอสยูวี
สัมผัสแรก “ยามาฮ่า ทริซิตี้” สอบผ่านความสนุก
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 124 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 111 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 13 คน
10 %
ความคิดเห็นที่ 26 +119 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องน่าคิดสำหรับคนไทยใจใหญ่แต่รายได้ไม่ใหญ่...

คนคนหนึ่งทำงานที่เมืองไทยรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน รถ SUV ที่เมืองไทยคันละประมาณ 1.6 ล้านบาท ถ้าอยากซื้อรถ SUV ต้องใช้รายได้ 80 เดือนเต็มๆโดยไม่มีสิทธิใช้เงินนั้นเพื่อสิ่งอื่นเลยแม้แต่บาทเดียว!

แต่ถ้าคนคนเดียวกันนั้น ทำงานเดียวกันเป๊ะ ความรับผิดชอบเท่ากัน แต่ทำในประเทศอเมริกา จะมีรายได้เดือนละประมาณ 2 แสนกว่าบาท(เมื่อเทียบเป็นเงินไทย) และถ้าต้องการซื้อรถคันเดียวกันนี้ จะซื้อได้ในราคาประมาณ 700,000 บาท(เจ็ดแสนบาท) ใช้เงินเดือนประมาณ 3 เดือนก็ซื้อรถคันนี้โดยไม่ต้องผ่อนเลยซักบาทเดียวได้ทันที

ถ้าลองหลับตาแล้วนึกถึงความเป็นอยู่ของประชากร ๒ ประเทศนี้คงต่างกันมากพอสมควร หรือจะลองเปรียบเทียบไทยกับประเทศประชาธิปไตยอื่น(ที่เจริญแล้ว)ดูก็ได้(สำหรับผู้ที่สงสัยว่าทำไมต้องเทียบกับเมกา)

ข้อความนี้ต้องการให้ข้อคิดสำหรับพี่ไทยใจใหญ่แต่รายได้ไม่ใหญ่ตาม ส่วนคนอื่นๆก็ไม่เกี่ยว
ลงด้วยนะ พูดเรื่องจริง Thanks จ้ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +86 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนตัดสินใจซื้อฟอร์จูนเนอร์ไม่รู้คิดยังไง..ตอนนี้ขับๆไปรู้สึกหนักๆหัว...เหมือนมีอะไรงอกออกมา....เทียบกับแคปติวาน้ะ
อยากย้อนเวลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +44 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันก่อนขับฝ่าฝนหนักมาก แต่แทบช๊อกเมื่อวิ่งสวนมากับรถที่เปิดไฟซีนอน เพราะ มองไม่เห็นเลย แตกต่างจากไฟธรรมดา กลับมองเห็นชัดเจนกว่ามาก

ไฟตัดหมอก ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไฟหน้าจ้เกินไป รถสวนทางมารำคาญมากๆ ถ้าตาถั่วหรือ บอดสี ควรนั่งแท็กซี่ตอนกลางคืนจะดีที่สุด
ไฟซีนอน จะตายโหง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้ โตโยต้า น่ะ
มันชนะ ทุกแบรนด์ เพราะ เรื่องบริการแหละ
เพราะ มันก็สะดวก หาอะไหล่ง่ายจิง
หลายคนอาจจะไม่ใช่ปัญหา
แต่คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถ ถือว่า หนักอกอยู่เหมือนกัน
โตโยต้า เลยสบายทั้งๆที่ ทำรถ ออกมาสเปคต่ำ
กว่า รายอื่น
ช่วงล่างไม่ต้องพูดถึง
แต่มันอาศัยได้เครื่องทนนี่แหละ
เศร้่านะ.. ที่เห็นรถดีๆ หลายแบรนด์โดน
ลอบสังหารไปทีละราย
นิสสัน.. มิตซู..
และเจ้าอื่นๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +29 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตัวนี้น่าคบเพราะไม่ได้เอาพื้นฐานกระบะมาใช้เหมือนยี่ห้อT
sale
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 45 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภายในใหญ่กว้างดี ปรับเบาะ ซั่มกันมันไปเลย ไม่ต้องเสียค่าโรงแรม
dirt_davil
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 44 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมรถเมืองไทยแพง เมืองนอกถูกกว่า

คำตอบเบื้องต้นของคำถามนี้ก็คือ เป็นเรื่องของการจัดเก็บภาษี ที่ำทำให้ราคาของรถมันต่างกัน
แต่ถ้าคำตอบเชิงลึกลงไปอีกก็คือ
ที่อเมริกาหรือญี่ปุ่น จะเก็บภาษีที่ตัวรถในตอนซื้อน้อย แต่จะไปเก็บในตอนใช้งานหรือภาษีประจำปีและมีกฏข้อบังคับต่าง ๆ
ให้มีค่าใช้จ่ายรายปีสูง ๆ
ในขณะที่บ้านเราจะเก็บภาษีที่ตัวรถขณะซื้อนี่หนัก ๆ ไปเลย แต่ไปเก็บภาษีรายปีขณะที่เราใช้งานอยู่น้อยครับ
รวมทั้งกฏข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อเก็บค่าใช้จ่ายในรายปีก็ไม่สูงด้วย

เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองโดยภาพรวมของค่าใช้จ่ายในการมีรถและใช้รถ 1 คันในเชิงแบบ Long Term
นั่นก็คือ ราคาค่าตัวรถ + ค่าใช้จ่าย, ภาษีรายปีแล้ว ผมคิดว่า ที่อเมริกา ญี่ปุ่น และ ไทย คงไม่ต่างกันมาก
เผลอ ๆ บ้านเราอาจถูกกว่าด้วยซ้ำ

ส่วนคนที่เอาเรื่องของข้าวแพง ประกันแพงมาพูด ก็เพื่อเป็นการปลอบใจว่า อยู่บ้านเราก็มีข้อดี มีของที่ถูกเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าอยู่อเมริกาแล้วมันจะดี มันจะถูกไปเสียหมด

ส่วนประเด็นเรื่อง ราคาข้าวของ กับค่าแรงนั้น ถ้าจะเทียบค่าแรงกันจริง ๆ ผมคิดว่าเราควรจะเทียบ
ความสามารถ ศักย์ภาพ ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัยของคนในชาตินั้นด้วยครับ
ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าคนประเทศนึงโดยรวมทำงานขยันขันแข็ง มีวินัย กับคนในอีกประเทศนึง ทำงานเหลาะแหละ
ค่อนข้างขี้เกียจ อู้ได้เป็นอู้ ไม่ค่อยดิ้นรนไขว่คว้าพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง แล้วมันควรจะมี
ค่าตอบแทนที่เท่ากันเหรอครับ

จากประสบการณ์ของตัวเองที่ทำงานกับคนต่างชาติมาพอสมควร ก็พอเข้าใจแล้วว่า ทำไมบางประเทศ
ถึงพัฒนาไปได้ไกล บางประเทศถึงย่ำอยู่กับที่ ไปได้ไม่ค่อยถึงไหน และมันก็ไม่ใช่เพราะรัฐบาลแย่อย่างเดียวด้วย
ส่วนที่สำคัญกว่านั่นก็คือ ภาพรวมของคุณภาพของประชาชนในประเทศนั้นด้วยแหละครับ
Nocomment
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปี2008อยากได้SUVสักคันไปดูมาทั่วสรุปที่CRV(Nisssan,Fordไม่สวย,Captivaแพงสุด,ส่วนToyotaเป็นรถกระบะมาดัดแปลง)อีก2เดือนน้องเห็นว่าSUVใช้ดีไปออกCaptiva ดีเซล ใช้มาถึงวันนี้ 70,000กว่าโล ทั้ง2คัน ขับก็ไม่เร็วเกิน130 CRVมีอาการที่เกียเริ่มไม่นุ่มและเครื่องสั่นบ้าง ส่วนCaptiva มีเรื่องให้เข้าอู่เป็นระยะ ครั้งหลังสุดจอดในอู่0เป็นเดือน เครื่องพังโดยไม่รู้สาเหตุ แม่เจ้า!!!!
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปญอ.จริงๆทำไมต้องมีพวกที่อ้างรถดัดแปลงแต่Toyota ตลอดว่ะ mitsu ford isuzu ก็ดัดแปลง แถมข้างหลังยกชุดแหนบจากกระบะมาอีกตะหาก fortuner มันยังเปลี่ยนเป็นชุดคอยสปริงมาให้มั่ง,,เรื่องความบาง วัสดุ ก็พอกับ pjs นั่นแหละ แต่ด้อยกว่ายี่ห้ออื่นก็ตรง เบรกและการทรงตัว เพราะตัวถังค่อนข้างสูงและมีปํญหาในรุ่นแรกๆ เรื่องนี่คนที่ใช่ก็มาปรับแต่งรถตัวเองกันอยู่แล้ว...พวกโลกแคบและหูเบาเท่านั้นแหละที่ออกมาด่ากัน
fortuner 2.7vvt-i 4WD fulltime
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 36 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การตลาดของรถยี่ปุ่นชื่อดัง เน้นศูนย์บริการเยอะ เพราะเน้นขายอะไหล่ เนื่องจากต้องการลดสเปกในแต่ละรุ่นให้ต้นทุนต่ำที่สุด และเกิดกำไรในการขายสูง โดยให้โฆษณาบ่อยๆ และให้ลูกค้ามองเรื่องการบริการหลังการขาย และอะไหล่หาง่าย แต่เบื้องหลังคือเป็นการหารายได้เพิ่มกับรถในแต่ละรุ่นอย่างต่อเนื่อง ให้ซ่อมทีละรายการ โดยตั้งสเปควัสดุตามอายุการใช้งานให้จำเป็นต้องเปลี่ยน นี่คือความต้องการขาย

แต่รถของยุโรป หรืออเมริกา ที่ำกำลังทำกระแส ปรับดีไซน์ใหม่ จะเน้นเรื่องของโครงสร้างและความปลอดภัย ความเป็นมาตรฐานสูงและเป็นสากล ซึ่งจะขายในราคาเท่ากัน แต่ให้คุณภาพของวัสดุดีกว่า จะไม่เน้นศูนย์บริการ ไม่เน้นขายอะไหล่ เพราะวิศวกรและผู้ออกแบบของเขาต้องการเน้นให้ผู้ใช้รถ สามารถใช้รถได้นาน ไม่ต้องเสียเงินเรื่องค่าซ่อม หรือวิ่งเข้ารับบริการตามศูนย์บริการบ่อย เพราะเขามั่นใจว่าการบริการหลังการขายไม่ใช่เป้าหมายในการขาย เพราะรถของเขาค่อนข้างมีปัญหาน้อย จึงไม่ค่อยมีศูนย์บริการไว้เพื่อซ่อม/เปลี่ยนอะไหล่

ดังนั้น จะซื้อรถ คุณจะซื้อเพื่อไว้ซ่อมบ่อยเพราะศูนย์เยอะ หรือคุณจะซื้อรถที่มีคุณภาพแต่ไม่ง้อศูนย์บริการเพราะแทบไม่ต้องซ่อมล่ะ ?

ผม คือ 1 เสียงที่ใช้รถค่ายญี่ปุ่น ไม่ใช่ี sale ของค่ายใด แต่เป็นผู้ใช้รถ บอกได้คำเดียวว่าทุกวันนี้ เข้าศูนย์บริการ เข้าอู่ หลังจากออกรถมาไม่เกิน 4 เดือน ก็ต้องเสียเงินแล้วไปหลายพัน เพราะอะไหล่หาง่าย หาศูนย์ง่ายไง ช่วงล่าง เสียงก๊อกแก็ก เต็มไปหมด เซ็งมาก!
แต่เพื่อนผมที่ซื้อรถของค่ายยุโรป/อเมริกา พร้อมๆ กันกับผม คุณเชื่อไหมว่าผมถามเคยเข้าศูนย์บ้างไหม ?แล้วซ่อมไปบ้างหรือยัง? เขาตอบว่า ผมไม่เคยเอารถเข้าซ่อมเลย! นอกจากเช็คระยะ และช่วงล่างเปะ! แม้ว่าอะไหล่จะแพงกว่า หาศูนย์ยาก แต่เขาไม่เคยต้องเสียเงินค่าซ่อมมากเท่าผม

สรุป รถมันคนละมาตรฐานกัน มาตรฐานฝรั่ง กับมาตรฐานเอเชีย

รถจะดีไม่ดี ตัวชี้วัด บางครั้งก็คือศูนย์บริการครับ ถ้าศูนย์บริการเยอะ โดยอ้างว่าเพื่อความสะดวก และให้บริการได้เร็วเป็นมาตรฐานการขาย ผมว่าไม่ใช่ เขาบังคับคุณทางอ้อมว่า ภายในกี่เดือนคุณต้องเข้าศูนย์เพื่อใช้บริการของเขามากกว่าครับ ไม่เชื่อคุณไปลองดูที่ศูนย์ของพวกเขาสิ ว่าศูนย์รถญี่ปุ่น คนเข้าแทบทุกวัน เพราะรถสเปคต่ำ ขายราคาสูง แต่ศูนย์ของยุโรป/เมกา คนเข้าน้อย เพราะรถสเปคสูง ราคาสูง แต่เน้นใช้นานๆ ครับ
ลองให้คิดกันเล่นๆ ดูครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงของคุณ ค.ห. 36 ครับ ผมเองใช้รถญี่ปุ่นมือสองอายุ 15 ปี ระยะเวลาใช้งาน 4 ปี ค่าใช้จ่ายเรื่องการซ่อมปีละหมื่นบาท โดยเฉลี่ย

แต่พอมาใช้รถยุโรปมือสอง ตอนนี้ 2 ปีแล้ว ยังปกติอยู่เลย จ่ายแค่ค่าสึกหรอตามระยะทาง ที่สำคัญภาพลักษณ์ดีกว่ารถญี่ปุ่นมือหนึ่งเสียอีก งง จริงๆ รถญี่ปุ่นมือหนึ่งระดับกลาง ซื้อรถยุโรปมือ 2 คันนี้ ได้ 2 คัน แถมตังเติมน้ำมันได้เป็นปี ที่เปลี่ยนไม่ใช่เพราะฐานะดีขึ้นอย่างเดียว แต่ผมไม่ได้อยู่แค่ 2 คนอีกแล้ว เจ้าตัวเล็กชีวิตที่ 3 ทำให้ผมต้องตัดสินใจหาสิ่งที่ปลอดภัยให้เค้าครับ แต่ค่าใช้จ่ายที่ลดลง และภาพลักษณ์เป็นผลพลอยได้ ครับ แต่ถ้าวันหน้า มีเหตุการณ์ หรือสิ่งที่ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายกับรถคันนี้มากกว่าปีละหมื่น ก็ยินดีครับ เพราะชีวิต ไม่สามารถระบุเป็นมูลค่าได้
ไม่ใช่เซลล์ครับ แค่มนุษย์เงินเดือนเคยจน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วรถฝรั่งที่เอาพื้นมาจากมาสด้า มิตซู โตต้าล่ะครับ
เห็นชมว่าดี
 
ความคิดเห็นที่ 34 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปาเจโร่เครื่องเบนซิลดีกว่าครับราคาถูกกว่ามาก เอาไปติดแก็สยิ่งประหยัดมากครับคุ้มกว่ากันเยอะครับ
peter
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Suv ทั้งหลาย ช่วยใช้ไฟเดิม ๆ น๊ะครับ
ไม่ต้องเปิดตัดหมอก ไม่ต้องเปลี่ยนซีนอล
ทุกวันนี้รถสูงกว่าเค้า ขับตามหลังเค้าแล้วมันแยงตา
เห็นใจคนขับคนซีดานหน่อย ไฟเดิม ๆ ก็แย่อยู่แล้ว

ใช้รถไรก็ใช้เหอะ ตามความชอบและกำลังเงิน
ฟังคอมเมนต์บ้าง แต่เอาความชอบเป็นหลัก
ซื้อแล้วไม่ชอบภายหลัง จะติดอยู่ในหัวตลอดน๊ะ
ขอความกรุณา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มาก!!!
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะใช้ไฟรัยไม่สำคัญ อย่าปรับให้มันสูงกว่าที่กฎหมายของ กรมการขนส่งกำหนดเป็นใช้ได้ ส่วนใหญ่ บ.เข้าตั้งมาให้พอดีแล้ว แต่พี่ไทยชอบมือซน ตั้งใหม่ ล่อซะสูงปรี๊ดเลยมันก็เลยไปแทงตาชาวบ้านเขา เสร็จแล้วบทสรุป ก็ถูกชาวบ้านเขาด่าและสาบแช่งเข้าสให้(ไม่เป็นมงคลเอาซะเลยทำรัยให้เขาสาบแช่งอยู่ไดแล้วชีวิตนี้มันจะหาความเจริญได้งัย จิงมะ พี่น้อง)
คนเมืองชล
 
ความคิดเห็นที่ 30 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กิมจิพาวเวอร์
โคเรียนเมด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเงินเดือน 1.2แสน แต่ขับกระบะ ครับ
เก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความพอเพียง ไม่ใช่ตระหนี่ถี่เหนียวเกินไป
แต่ควรใช้เงินอย่างพอประมาณ และไม่ฟุ้มเฟ้อเกินไป
ผมเคยรู้จักหมอรพ.เอกชนท่านหนึ่ง เงินเดือน 2.5 แสน
ไม่มีรถใช้ เดินทางไปใหนมาใหนด้วยรถไฟฟ้า และแท็กซี่
ผมว่าจะเงินเดือนมากหรือน้อยก็ ใช้จ่าย ลงทุน และเก็บออม
ให้มันพองามละกันครับอย่าลืมแบ่งปันไปทำบุญกันบ้างนะครับ
นาย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วยังไงล่ะครับ?

ถ้าจะอวดตัวว่าประหยัด ผมก็ยังไม่เห็นคุณประหยัดอะไรเลย

ปู่เหลียว รายได้เดือนละเป็นสิบ หรือเป็นร้อยล้าน ยังขี่จักรยานอยู่เลย
??
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้อกกี้ เฟลเลอร์ ไปไหน เดิน
รวยจริง
 
ความคิดเห็นที่ 27 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รุ่นราคาล้านเจ็ด ซื้อจ้าวแห่งผืนป่าดีกว่า
subie
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +118 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องน่าคิดสำหรับคนไทยใจใหญ่แต่รายได้ไม่ใหญ่...

คนคนหนึ่งทำงานที่เมืองไทยรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน รถ SUV ที่เมืองไทยคันละประมาณ 1.6 ล้านบาท ถ้าอยากซื้อรถ SUV ต้องใช้รายได้ 80 เดือนเต็มๆโดยไม่มีสิทธิใช้เงินนั้นเพื่อสิ่งอื่นเลยแม้แต่บาทเดียว!

แต่ถ้าคนคนเดียวกันนั้น ทำงานเดียวกันเป๊ะ ความรับผิดชอบเท่ากัน แต่ทำในประเทศอเมริกา จะมีรายได้เดือนละประมาณ 2 แสนกว่าบาท(เมื่อเทียบเป็นเงินไทย) และถ้าต้องการซื้อรถคันเดียวกันนี้ จะซื้อได้ในราคาประมาณ 700,000 บาท(เจ็ดแสนบาท) ใช้เงินเดือนประมาณ 3 เดือนก็ซื้อรถคันนี้โดยไม่ต้องผ่อนเลยซักบาทเดียวได้ทันที

ถ้าลองหลับตาแล้วนึกถึงความเป็นอยู่ของประชากร ๒ ประเทศนี้คงต่างกันมากพอสมควร หรือจะลองเปรียบเทียบไทยกับประเทศประชาธิปไตยอื่น(ที่เจริญแล้ว)ดูก็ได้(สำหรับผู้ที่สงสัยว่าทำไมต้องเทียบกับเมกา)

ข้อความนี้ต้องการให้ข้อคิดสำหรับพี่ไทยใจใหญ่แต่รายได้ไม่ใหญ่ตาม ส่วนคนอื่นๆก็ไม่เกี่ยว
ลงด้วยนะ พูดเรื่องจริง Thanks จ้ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วงานที่อเมริกาที่คุณว่านะมันหาง่ายไหมครับ คุณต้องแข่งกับคนอเมริกาแล้วยังคนจ่ายชาติอื่นอีก แล้วค่าครองชีพบ้างอย่างก็แพงนะครับ เช่นการไปหาหมอ มีไหมครับหาหมอฟันเสีย 500 บาทเหมือนเมืองไทย มีไหมครับที่ จ่าย 5,000 บาท/เดือน ก็สามารถผ่อนคอนโดได้ แค่ค่าเช่าที่นั้นก็หลักหมื่นขึ้นแล้วครับ ถ้าคุณอยู่ที่นั้นเลยใช้ชีวิตอย่างคนที่นั้น เงินแสนอยู่ไม่สบายนะครับ แต่ละประเทศก็มีขอดีขอเสียครับ
ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ค่าภาษี ค่าที่จอด ค่าซ่อม ค่าภาษีสินทรัพย์ ค่าตั๋ว แพงกว่าบ้านเราแน่นอน
ผมอยู่เชสพีสเบย์
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งง แล้วทำไมคุณๆอยู่เมกาไม่กลับมาอยู่เมืองไทยล่ะ ก็เมกาลำบากเหลือเกินตามที่กล่าวมา เมืองไทยมีแต่รอยยิ้ม ใช้ภาษาไทย ค่าหาหมอก็ถูก แล้วอยู่ที่เมกาทำไม.. ไม่เข้าใจ ตอนนี้ยังอยู่รึเปล่าเนี่ย
ผ่านมา งง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาพูดเปรียบเทียบ ตัวรถ
.
แคมรี่ 7 แสนบาท
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้านเืมืองเขาปั๊มเงินเองได้เป็นแบ๊งค์กงเต็กเลย
นี่แหละข้อเสียเปรียบสมัยสงครามโลกที่ฝ่ายโชเวียดกับอเมริกาต่างไม่ไว้ใจเงินของอีกฝ่ายเพราะต่างปั๊มเงินกันเองได้แต่คนที่ชนะจะได้ปั๊มเงินต่อไป
ที่มา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โครงสร้างภาษีแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ของบ้านเราไม่ได้แพงทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ถูกทุกอย่าง อยากซื้อรถถูก แต่ค่าครองชีพสูง เสียภาษีแพงเหมือนบ้านเขาเอาไหมล่ะ
มองให้รอบด้าน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วคุณคิดว่าทุกวันนี้ค่าครองชีพที่เมื่อไทยไม่สูงหรอครับ ลองเปรียบเทียบใหม่น่ะ ค่าแรงขั้นต่ำอเมริกาเท่าไหร่ เมื่องไทยเท่าไหร่ ก๋วยเตียวชามเท่าไหร่ หรืออื่นๆ มาเปรียบเทียบดู ผมคิดว่า รายจ่ายต่อรายได้มันจะเกือบเท่ากันแล้วทุกวันนี้
MAn
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าไม่ได้จะบอกให้ย้ายไปอเมริกา

เจตนาที่จะสื่อคือ อยากให้คนไทยใช้เงินด้วยความระมัดระวังมากกว่านี้ครับ
Gulffy
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นพี่ Gulffy เนี่ยแหละ ตรงประเด็นสุดและ
อ่านด้วยจิต ไม่ใช่ด้วยอารมณ์
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่เมกามี property tax ด้วยนะ ปีนึงหลายพันเหรียญ
tikamphon@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้เมกามี tax อะไรก็ตาม แต่เมื่อเทียบ 80 เดือนกับ 3 เดือนนี่มันต่างกันอย่างมหาศาลนะ ค่าครองชีพบางอย่างสูงกว่ากันก็จริง แต่รายได้มันสูงกว่ามหาศาลอย่างเทียบกันไม่ติด

เอ้า... กลายเป็นเว็บบอร์ดสอนคณิตศาสตร์ไปแล้ว กระทู้นี้
อาจารย์สอนเลข
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พูดถึงเมกา มีเจ๊กข้ามบอร์ดมาแล้ว
ยิวบูรพา
 
ความคิดเห็นที่ 26 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมใช้เชฟอยู่ระยะ200000โลแรกไม่มีอะไรเสียเลย เปลี่ยนแค่ของเหลวตามระยะ รถเกาะถนนดีมาก ฝนตกถนนลื่นไม่สนกดได้เลยเบรกระยะ100เมตรมา170 ถนนกำแพงเพชรตาก รถอ้อยพ่วงตัดหน้า เบรกเล้วเหลือ7-10เมตรรถไม่ส่ายไม่สะบัดเลยมาสี่คน ตกใจมากนึกว่าจะตายแล้ว (เชฟนะ)เล่าให้ฟังคนเรามีนาทีเร่งด่วนเสมอ ที่บ้านมีรถใหม่เลย 5คันทำแบบที่ว่าไม่ได้ เช่นมิสชู2.4ตัวเตี้ย อีชูสุโกชีรี่ตัวสูง ออนด้าชิตตี้ วีโก้4ประตูตัวสูงเชทช่วงล่างใหม่แมค18ยางบิทโตน โชด กันโครง ยี้ห้อหลังสุดหนักกว่าเพื่อนเข้าโค้งแค่100ฝนตกได้แค่10นาทีผมหลุดเลย แต่รอดตายมา2หน ขายทิ้งเลยครับ เคยเจอต่อหน้าต่อตาด้วยนะหมุนเกือบชนรรถเราลงสระหน้านิคมโรจจะนะ ผมจอดรถช่วยเขาขึ้นมา ผมถามว่าเป็นไรไหมพี่ เขารีบตอบเลยว่า2ครั้งแล้วหมุนเองถนนแห้งๆไม่มีอะไรขวางเลยเข้าไปที่ศูนบอกว่ารถปรกติ. ผมเป็นคนเดินทางบ่อยมากเหนือ ไต้ ออก ตก แค่เล่าให้ฟังเผื่อประกอบการตักสินใจในการเลือกรถ. ตอนนี้รถเชฟสองแสนกว่าแล้วได้เปลี่ยนคอมแอร์ ใดสตารท อื่นๆ ประมาณ 45000 ถือว่าคุ้มมากกับระยะทาง220000โล
Addsomo@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมใช้ฟอร์จูนเนอร์ 2012 มา 9 เดือนวิ่ง 70000 กิโลเมตร เปลี่ยนกระจกมาแล้ว 3 บานช่วงนี้ไม่รู้เป็นงัยรถบรรทุกหินเต็มถนน 555 รถแรง เครมประกันเร็ว ผมชอบช่วงล่างมากขับนิ่มเหมือนรถเก่ง และมันใจกว่ารถเก่ง เพราะว่าไม่ต้องหลบหลุม เคยขับรถเก่งแล้วแม็กดุ้ง พอมาขับฟอร์จูนเนอร์แล้วรู้สึกมั่นใจ ระบบกันลื่นดีมากผมเทสมาหลายคร้งเวลาเจอทางลูกรังเข้าโค้งเหยีบใส่ไม่มีปัดท้าย ใครที่มาโจมตีเรื่องช่วงล่างหยุดได้แล้วครับ เข้าโค้ง 120 ก็สบายแล้วไม่จำเป็นต้องขับ 140 ครับไม่มีประโยชน์ อีกอย่างครับ ผมขับเส้นช่วงออกจาก มอเตอร์เวย์ จนมาถึง แหลมฉบังบ่อย
เคยนับรถฝั่งตรงข้ามดู ฟอร์จูนเนอร์ 100 CRV 50 ปาเจโร่ 30 แคปติว่า 20 ลองนับ ดูนะครับระวังด้วยนะ ผมให้แฟนนับ ถ้าไม่ดีจริงไม่เต็มถนนหรอกครับ ผมเชื่อคนส่วนใหญ่เลือกฟอร์จูนเนอร์ ถ้ารุ่น 2014 ออกมาผมก็จะซื้ออีกคัน
wittawat.junsai@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกว่าจิก กัด ด่า จะมีแต่ในหน้าดาราบันเทิง
ที่นี่ก็มีแฮะ
เจ๊ดา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่นี่แหละครับ สุดยอดของเวปนี้ ยิ่งเป็นกระทู้ฮอนด้า โตโยต้า โหย มันส์มากครับ มีทั้งดราม่า แอคชั่น ทริลเล่อร์ ไซไฟ ครบอรรถรส
แฟนมอเตอริ่ง
 
ความคิดเห็นที่ 20 +44 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันก่อนขับฝ่าฝนหนักมาก แต่แทบช๊อกเมื่อวิ่งสวนมากับรถที่เปิดไฟซีนอน เพราะ มองไม่เห็นเลย แตกต่างจากไฟธรรมดา กลับมองเห็นชัดเจนกว่ามาก

ไฟตัดหมอก ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไฟหน้าจ้เกินไป รถสวนทางมารำคาญมากๆ ถ้าตาถั่วหรือ บอดสี ควรนั่งแท็กซี่ตอนกลางคืนจะดีที่สุด
ไฟซีนอน จะตายโหง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร่นนี้ไม่รู้พัฒนายังนะ แต่ตัวก่อนน่ะไฟตัดหมอกหลังก็ใช่ย่อย ตำแหน่งไฟตัดหมอกหลังมันอยู่สูงเข้าตาเป๊ะเลย ขับตามหลังแสบตามากมองอะไรไม่เห็นเลยไม่ทราบว่าเปิดทำไม
น่าจะปรับปรุงนะ
 
ความคิดเห็นที่ 19 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภาวะโลกร้อน น้ำท่วมเกือบทุกปี คิดให้ดีก่อนซื้อ
ขำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รถมีปัญหาเพียบยังอวยกันอยู่ได้ โปรดระวังไว้ซ่อมทีรออะไหล่นานกว่ารถนำเข้าอีก
X
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตั้งราคาได้แพง กำไรสมที่มาตั้งโรงงาน และ ตั้งใจส่งออกมากกว่ามั๊ง
กะฟันลูกค้าไทย อาศัยตรงแบรด์ดูเหนือกว่ารถยุ่น แต่ราคามือสอง มากๆ
ขอให้ส่งออกดีๆ ต่อไป นะ ไคสเลอร์....
แพงไปไหน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แบรนจากโสมนี่นะ เหนือกว่ายุ่น
รถพลังโสม
 
ความคิดเห็นที่ 13 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเปิดไฟตัดหมอกพร่ำเพื่อนะครับ เพิ่งเจอมาป้ายแดงเปิดหาหอกรึ หมอกก็ไม่มี
หมอกไม่มี เปิดหาหอกรึ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ซื้อรถมายังไม่ได้ดูคู่มือเลย
ไฟตัดหมอกเปิดปิดตรงไหนครับ
แคปหมู
 
ความคิดเห็นที่ 12 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้ โตโยต้า น่ะ
มันชนะ ทุกแบรนด์ เพราะ เรื่องบริการแหละ
เพราะ มันก็สะดวก หาอะไหล่ง่ายจิง
หลายคนอาจจะไม่ใช่ปัญหา
แต่คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถ ถือว่า หนักอกอยู่เหมือนกัน
โตโยต้า เลยสบายทั้งๆที่ ทำรถ ออกมาสเปคต่ำ
กว่า รายอื่น
ช่วงล่างไม่ต้องพูดถึง
แต่มันอาศัยได้เครื่องทนนี่แหละ
เศร้่านะ.. ที่เห็นรถดีๆ หลายแบรนด์โดน
ลอบสังหารไปทีละราย
นิสสัน.. มิตซู..
และเจ้าอื่นๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่านาทีนี้สำหรับคนไทย..ใคร?
มีเงิน+พอใจ+ผ่อนสบาย+รับค่าน้ำมันได้+ไม่จำเป็นว่ายีห้อใหน+...จบ
เพราะรถยนต์ มันแค่เพียงยานพาหนะนำเราไปจุดหนึง ไปยังจุดหนึงเท่านั้นเอง.
จบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังต้องคิดว่าพาหนะนั้น พาคุณไปได้พร้อมความปลอดภัยหรือเปล่า และค่าใช้จ่ายขณะพาไป รถถึงแพงเท่ากันสมรรถนะก็ต่างกัน เขาจึงมีทดสอบรถให้ดู
ยังไม่เคยมีรถใช่ไหมครับ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าลืม ค่าใช้จ่าย หลังจากพาไป - กลับ ด้วยนะ
มีรถใช้แล้วนะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมมีรถ 2 คัน ก็คิดเหมือน คห 9 น๊ะ
ซื้อตามเงินที่มี (ไม่ผ่อนด้วย) จ่ายน้ำมันไหว
แสนกว่าโล ก็เริ่มเล็งขาย แล้วซื้อใหม่

ไม่ได้ยึดติดเพราะคิดว่า มันเป็นพาหนะ
ขับรถก็ระวัง ไม่เร็ว ไม่ช้า ไม่ประมาท

ตอนซื้อก็ศึกษาข้อมูลบ้าง สุดท้ายเอาตามตัวเองชอบมากกว่า
ข้อมูลช่วยได้บ้าง แต่เอาชอบเป็นหลัก
ไม่รวย ไม่จน
 
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้เบนซินติดแก๊ซไปแล้วถือว่าคุ้มดีรถยังวิ่งลื่นวิ่งตจวสุดยอดเหนียวหนึบเกาะถน
ดีชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากได้ครับ แต่ล้านหกเกือบล้านเจ็ด

เลยเลือกน้องปาไปแล้ว
mon
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้มาตั้งแต่โฉมแรก ตอนจะซื้อก็กล้าๆ กลัวๆ มีคนบอกไม่ใช่รถตลาด หาอะไหล่ยาก ศูนย์ก็ไม่ค่อยเยอะ แถมเทคโนโลยีใหม่ เสียมาซ่อมแพง ดูแลรักษาแพง
ถ้าเชื่อคงไม่ได้ขี่ และอยากจะบอกว่าคิดถูกมากๆ ที่ซื้อ
ดันเจอศูนย์ที่บริการดี Call Center ก็ช่วยให้ไม่ต้องกิน
ข้าวลิง ซ่อมใหญ่ๆ ก็ไม่เคย แค่เข้าตามระยะ รู้สึกว่าพออะ จบ
CAPTIVA Diesel
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้จัดการศูนย์
มาเอง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศูนย์ไหนล่ะครับที่ว่าดี เพราะที่เจอถ.เพชรบุรีตัดใหม๋ กากมาก ๆ
กว่าจะเปลี่ยนจนเจอตัวเสียจริง ๆ เสียตังค์ เสียเวลาไปหลายรอบเลย
พีพี
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศูนย์ไหนไม่ดีแนะนำให้เลี่ยงไปศูนย์อื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นศูนย์ที่ซื้อมา
ถ้าบอกไปเดี๋ยวหาว่าโฆษณา เข้าไปหาเองในคลับแล้วกันครับ
มีเยอะและ
อ้อ Reply แรกใจแคบอะ คิดได้แค่นี้ก็เก็บไว้บอกตัวเองเหอะ
CAPTIVA Diesel
 
ความคิดเห็นที่ 2 +86 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนตัดสินใจซื้อฟอร์จูนเนอร์ไม่รู้คิดยังไง..ตอนนี้ขับๆไปรู้สึกหนักๆหัว...เหมือนมีอะไรงอกออกมา....เทียบกับแคปติวาน้ะ
อยากย้อนเวลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณหนักหัวเพราะหมวกกันน็อคมากกว่า
คนมีไม่คุย คนคุยไม่มี
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขายแดกซะจะได้ไม่ต้องทนขายขี้หน้าเวลาขับไปไหน
ยังทัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เซลล์ยี่ห้ออื่นรึเปล่า...ผมใช้ฟอร์จูนเนอร์มาจะขึ้นปีที่ 8 แล้ว...ยังไม่มีปัญหาอะไรเลย
รู้จักดูแลรักษารถ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฮ่าๆๆๆ
แมงม่วนแมน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รถนั่งกับรถกระบะ เทียบกันไม่ได้
กิมจิพาวเวอร์ โคเรียนเมด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ตอบมามีขับจริงเปล่า
แฟน toyo
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
^
^
เปลี่ยนมาใช้ yoko แล้วจะติดใจ
ฟาย
 
ความคิดเห็นที่ 1 +29 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตัวนี้น่าคบเพราะไม่ได้เอาพื้นฐานกระบะมาใช้เหมือนยี่ห้อT
sale
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำตอบแรกมั่วไปนะเรื่องฟอร์ด เพราะเค้าทำตล่ด2ตัวชัดเจน ตัวเอสเคปไม่มีช่วงล่างกระบะนะ เป็นเอสยูวีแท้ แต่เอเวอเรสเค้าเป็นppv อยู่แล้ว ไม่เข้าใจว่าเอาฟร์เไปเทียบได้ไง ส่วนmu7. ตามที่ประธานอิสุเค้าบอก ตอนเปิดตัวบอกแล้วว่าเปนรถยนต์อเนกประสงค์ 7ที่นั้ง เป็นppv. ตามคอนเซป
ใครกันแน่อคติ
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014