หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Motoring | Test Drive
 

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
11 มีนาคม 2555 16:51 น.
        มาตามสัญญาสำหรับ “แคปติวา” เครื่องยนต์ ดีเซล 2.0 ลิตร โดยเชฟโรเลตเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามสเต็ปขั้นหลังจากส่งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินกวาดยอดขายไปก่อนหน้า (เปิดตัวเดือนมิถุนายน 2554)

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
        อย่างที่ผู้เขียนเคยบอก เมื่อครั้งลองขับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ของ “แคปติวา” เพราะทั้งหน้าตา ออปชัน และระบบขับเคลื่อนถูกปรับปรุงใหม่ ฉันใดฉันนั้นเมื่อเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เชฟโรเลตก็จัดการพัฒนาขึ้นใหม่ในหลายๆจุด
       
       ...ว่ากันด้วยเรื่องเครื่องยนต์ดีเซล VCDi กันก่อน แม้จะอิงบล็อก 4 สูบ 2.0 ลิตรเดิม แต่คราวนี้วิศวกรจีเอ็มหันมาใช้เทคโนโลยีแคมชาฟต์คู่ในการควบคุมวาล์วไอดี-ไอเสีย หรือDOHC แทนแบบ SOHC เดิม พร้อมเปลี่ยนฝาสูบใหม่ให้สอดรับกัน
       
       นอกจากนี้ยังใช้ท่อไอดี 2 ท่อต่อหนึ่งสูบ (เดิมไอดี 1 ท่อต่อหนึ่งสูบ) โดยช่วงที่ผู้ขับต้องการกำลังเต็มที่ ไอดี 2 ท่อจะเปิดให้อากาศเข้าพร้อมๆ กัน แต่ในช่วงไม่ต้องการกำลังหรืออยู่ในรอบเดินเบา ระบบจะเปิดไอดีเพียง1ท่อ ให้อากาศไหลคลุกเคล้ากับปริมาณน้ำมันอย่างเหมาะสม เพื่อการเผาไหม้สมบูรณ์สูงสุด ส่งผลให้เครื่องยนต์ VCDiดีเซลคอมอนเรลใหม่ ระเบิดพลังทันใจตามการขับขี่ในทุกสภาวะ (ช้า, เร่ง, เร็ว) พร้อมการประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
        โดยให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (รุ่นเดิม 150แรงม้า)ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตรที่ 1,750 - 2,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (เดิม 5 สปีด)
       
       ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแบ่งการขายเป็น 3 รุ่นย่อย คือ LSX ขับเคลื่อนล้อหน้า ราคา 1.395 ล้านบาท และ LT 1.620 ล้านบาท และรุ่นท็อป LTZ 1.684 ล้านบาท ซึ่งสองรุ่นหลังเป็น AWD เคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา
       
       ทั้งนี้ ผู้เขียนได้ลองขับรุ่น LT ซึ่งจัดออปชันมาให้ตามสมควร ไล่ตั้งแต่ ชุดเบาะหนัง ขณะที่ด้านคนขับปรับระดับด้วยไฟฟ้า รวมถึงเบรกมือไฟฟ้า เครื่องเล่นวิทยุ ซีดี เอ็มพี 3 ช่องต่ออุปกรณ์ภายนอก AUX (ไม่มีช่องต่อUSB) พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ลำโพงรวม 8 ตัว ด้านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันฝังปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มปรับระดับแรงลมแอร์ และครูสคอนโทรล
       
       ขณะที่ ความปลอดภัย มั่นใจได้กับดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรก (HBA) ระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ (EBD) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ (ARP) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (Hill Start Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) และระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติ (Self-Levelizer)
       
       โดยออปชันที่รุ่น LT ขาดไปจากรุ่นท็อป LTZ ซึ่งราคาแพงกว่า 64,000 บาท มีเพียงกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ช่องต่อ USB รวมถึงระบบนำทาง Navigator (จริงๆ ต้องจ่ายค่าซอฟต์แวร์เพิ่มอีก 15,000 บาท) พร้อมหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว (LT ใช้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ประกบยาง 235/55 R18)
       
       ...กลับมาที่ความรู้สึกหลังการขับขี่ ประการแรกเมื่อผู้เขียนเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารพบว่าการเก็บเสียงเครื่องยนต์และเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดีพอสมควร ตลอดจนพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เบาะนั่งสบาย คนตัวใหญ่ไม่อึดอัด และที่เพิ่งสังเกตเห็นคือการหันมาใช้เบรกมือไฟฟ้า ที่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกแล้ว ยังทำให้เกิดช่องใส่ของขนาดใหญ่และลึกมากบริเวณคอนโซลกลาง หรือถ้าผู้ขับขี่ไม่ใช่เจ้าของรถตัวจริง อาจไม่มีทางรู้เลยว่ามีช่องใส่ของอยู่ตรงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความคุ้นชิน แถมยังมีที่วางแก้วน้ำวางทับอยู่ด้านบนอีกต่างหาก
       
       ส่วนอารมณ์การขับขี่ ต้องบอกว่าต่างจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ชัดเจน โดยเฉพาะอาการหน่วงดึง และเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณณ์ ยืนภายนอกจะรู้ทันทีว่านี่คือรถดีเซล (ถ้าไม่ได้ดูสัญลักษณ์ VCDi ด้านหลัง) แต่กระนั้นก็ดังแบบสุภาพ ต่างจากปิกอัพรุ่นเก่าที่เราคุนเคย
       
       ขณะที่การตอบสนองของเครื่องยนต์ดูกระตือรือร้น ออกตัวกระฉับกระเฉง พละกำลังมาตั้งแต่รอบต่ำ 1,600-1,700 รอบ ส่งผลให้การขับขี่คล่องตัว แม้ต้องการเร่งแซงในย่านความเร็วต่ำ

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
        เหนืออื่นใดเครื่องยนต์ดีเซลที่พัฒนาใหม่ยังรู้สึกเดินเรียบและนุ่มนวลกว่าตัวเก่า การขับขี่ในเมืองอัตราเร่งดี ออกนอกเมืองขับสบาย และด้วยม้าที่เพิ่มขึ้นเป็น 163 ตัว ถูกจัดการลงสู่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ส่งกำลังไหลได้ต่อเนื่อง ขณะที่ความเร็ว 120 กม./ชม.ที่เกียร์สูงสุด รอบจะอยู่แถว 2,100 รอบ
       
       ส่วนช่วงล่างที่ยึดโครงสร้างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และหลังเป็นมัลติลิงก์ 4 จุดยึด การรองรับแข็งกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซินเล็กน้อย ช่วงผ่านเนินหลังเต่า และทางขุรขระมีดีดเด้งนิดๆ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยอมรับในการเป็นรถแบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติด้วย (Active on Demand จะกระจายกำลังสู่ล้อคู่หน้าและหลังแบบแปรผันตามสภาพการขับขี่)
       
       แต่กระนั้นก็ช่วยให้การขับขี่มั่นใจ ช่วงความเร็ว 120-140 กม./ชม. ตัวรถยังทรงตัวนิ่ง เกาะถนนในโค้งหนึบแน่น บวกกับการเซ็ทน้ำหนักพวงมาลัยและทดสั่งงานกำลังพอดี ส่งผลให้เอสยูวีคันโตควบคุมเชื่องมือ ผ่านฉลุยทุกสภาพถนน
       
       ด้านการเบรกต้องยกให้เป็นอารมณ์ของรถยนต์เชฟโรเลต กล่าวคือทุกโมเดลยุคใหม่จะให้ความรู้สึก (ช่วงแรก) แป้นเบรกแข็งๆ ทื่อๆ ต้องใช้พลังหรือเยียบลึกถึงจะได้ดั่งใจ แต่ถ้าขับไปนานๆแล้วปรับความรู้สึกของการกดแป้นกับระยะเบรกได้สักพักจะเริ่มคุ้นชินและรับรู้ว่า เบรกตอบสนองได้นุ่มนวล ยิ่งช่วงขับรถติดตามกันไป ไม่รู้สึกว่าหน้าจิก จนหัวโยกหัวคลอน
       
       สำหรับอัตราบริโภคน้ำมันจากการขับทางไกลใช้ความเร็ว 120-140 กม./ชม. และผ่านรถติดหนักในเมือง หน้าจออัจฉริยะแสดงผลไว้ประมาณ 9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 11 กม./ลิตร (อย่าลืมว่าเป็น AWD)

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
        รวบรัดตัดความ... แคปติวา เครื่องยนต์ดีเซล เข้ามาเป็นทางเลือกในตลาด ทำให้คนไทยไม่ต้องจำเจอยู่กับพีพีวี เพียงอย่างเดียว และที่ผ่านมารุ่นเครื่องยนต์ดีเซลก็สร้างความแตกต่างพร้อมทำยอดขายให้เชฟโรเลตได้มากพอสมควร ส่วนรุ่นใหม่ไมเนอร์เชนจ์ยังพัฒนาขุมพลังและเกียร์ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งชั่วโมงนี้ต้องยกให้เป็นเอสยูวีดีที่สุด (ไม่นับแบรนด์หรู) ในแง่ของสมรรถนะการขับขี่ ความอเนกประสงค์ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัย

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

“แคปติวา ดีเซล” เอสยูวีดีที่สุด...ชั่วโมงนี้
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“มิตซูบิชิ ไทรทัน”ของใหม่ยังไม่ต้องรีบซื้อ
ลองขี่ : “ยามาฮ่า เอสอาร์400” หล่อละมุนสยบความเร้าใจ
Suzuki Hustler ขับแล้วดี อยากให้ขาย....แต่?
5 ที่สุดรถยนต์แห่งปี 2014(ที่ได้ลองขับ)
สัมผัสแรก “อินเดียน-วิคตอรี่” ขี่แล้วอารมณ์ค้าง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 124 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 111 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 13 คน
10 %
ความคิดเห็นที่ 26 +119 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องน่าคิดสำหรับคนไทยใจใหญ่แต่รายได้ไม่ใหญ่...

คนคนหนึ่งทำงานที่เมืองไทยรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน รถ SUV ที่เมืองไทยคันละประมาณ 1.6 ล้านบาท ถ้าอยากซื้อรถ SUV ต้องใช้รายได้ 80 เดือนเต็มๆโดยไม่มีสิทธิใช้เงินนั้นเพื่อสิ่งอื่นเลยแม้แต่บาทเดียว!

แต่ถ้าคนคนเดียวกันนั้น ทำงานเดียวกันเป๊ะ ความรับผิดชอบเท่ากัน แต่ทำในประเทศอเมริกา จะมีรายได้เดือนละประมาณ 2 แสนกว่าบาท(เมื่อเทียบเป็นเงินไทย) และถ้าต้องการซื้อรถคันเดียวกันนี้ จะซื้อได้ในราคาประมาณ 700,000 บาท(เจ็ดแสนบาท) ใช้เงินเดือนประมาณ 3 เดือนก็ซื้อรถคันนี้โดยไม่ต้องผ่อนเลยซักบาทเดียวได้ทันที

ถ้าลองหลับตาแล้วนึกถึงความเป็นอยู่ของประชากร ๒ ประเทศนี้คงต่างกันมากพอสมควร หรือจะลองเปรียบเทียบไทยกับประเทศประชาธิปไตยอื่น(ที่เจริญแล้ว)ดูก็ได้(สำหรับผู้ที่สงสัยว่าทำไมต้องเทียบกับเมกา)

ข้อความนี้ต้องการให้ข้อคิดสำหรับพี่ไทยใจใหญ่แต่รายได้ไม่ใหญ่ตาม ส่วนคนอื่นๆก็ไม่เกี่ยว
ลงด้วยนะ พูดเรื่องจริง Thanks จ้ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +86 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนตัดสินใจซื้อฟอร์จูนเนอร์ไม่รู้คิดยังไง..ตอนนี้ขับๆไปรู้สึกหนักๆหัว...เหมือนมีอะไรงอกออกมา....เทียบกับแคปติวาน้ะ
อยากย้อนเวลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +44 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันก่อนขับฝ่าฝนหนักมาก แต่แทบช๊อกเมื่อวิ่งสวนมากับรถที่เปิดไฟซีนอน เพราะ มองไม่เห็นเลย แตกต่างจากไฟธรรมดา กลับมองเห็นชัดเจนกว่ามาก

ไฟตัดหมอก ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไฟหน้าจ้เกินไป รถสวนทางมารำคาญมากๆ ถ้าตาถั่วหรือ บอดสี ควรนั่งแท็กซี่ตอนกลางคืนจะดีที่สุด
ไฟซีนอน จะตายโหง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้ โตโยต้า น่ะ
มันชนะ ทุกแบรนด์ เพราะ เรื่องบริการแหละ
เพราะ มันก็สะดวก หาอะไหล่ง่ายจิง
หลายคนอาจจะไม่ใช่ปัญหา
แต่คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถ ถือว่า หนักอกอยู่เหมือนกัน
โตโยต้า เลยสบายทั้งๆที่ ทำรถ ออกมาสเปคต่ำ
กว่า รายอื่น
ช่วงล่างไม่ต้องพูดถึง
แต่มันอาศัยได้เครื่องทนนี่แหละ
เศร้่านะ.. ที่เห็นรถดีๆ หลายแบรนด์โดน
ลอบสังหารไปทีละราย
นิสสัน.. มิตซู..
และเจ้าอื่นๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +29 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตัวนี้น่าคบเพราะไม่ได้เอาพื้นฐานกระบะมาใช้เหมือนยี่ห้อT
sale
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015