หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Motoring | Event
 

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2555 15:49 น.
       ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ทุกวันนี้ปิกอัพเจเนอเรชันใหม่ๆพัฒนาไปมาก ทั้งโครงสร้างแข็งแกร่งใหญ่โต รูปลักษณ์ทันสมัย ภายในหรูหราพร้อมพลังขับเคลื่อนมหาศาล รุ่นไหนรุ่นนั้นครับถ้าทำออกมาไม่ดีสู้คู่แข่งไม่ได้ มีสิทธิ์ลูกค้าหายหมด
       
       จุดเด่นของปิกอัพประการหนึ่งที่คนไทยชื่นชอบคือ ความอเนกประสงค์ ไปไหนไปกันฝ่าฟันได้ทุกที่ และถ้ายังจำกันได้มีอยู่ช่วงหนึ่ง ปิกอัพแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้รับความนิยมมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแส ประกอบกับถนนหนทางเมื่อก่อนไม่ดีเหมือนสมัยนี้ เรียกว่าซื้อออฟโรด 4x4 เอาชัวร์ไว้ก่อน

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       ...ได้ใช้จริงรึเปล่าไม่รู้ เพราะเห็นหลายบ้านซื้อมาขับจนรถพัง หรือขายต่อไปแล้วยังไม่เคยแตะต้องระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเลยก็มี (บางรุ่นจะใช้ระบบ 4x4 สักครั้งนั้นแสนลำบาก เพราะต้องลงไปไขเปลี่ยนกลไกลที่ล้อ)
       
       อย่างไรก็ตามยังมีแฟนพันธุ์แท้ หรือคลับปิกอัพที่นิยมการขับขี่ในรูปแบบออฟโรด ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ได้ใช้จริงเจ็บจริงทั้งยังเพิ่มเติมสมรรถนะให้ท่องป่าลุยไพรได้เต็มที่อีกด้วย
       
       ฟอร์ด ประเทศไทย หลังจากเปิดตัวปิกอัพ “เรนเจอร์ ใหม่” เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังปวดหัวกับการส่งมอบรถไม่ทันกับความต้องการลูกค้า และเห็นว่าสรุปยอดจองจนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้กว่า 20,000 คัน แต่ยอดส่งมอบจริงยังทำได้ไม่ถึงครึ่งของจำนวนนี้
       
       ช่วงนี้ก็เร่งผลิตกันเต็มที่ตามความสามารถละครับ ซึ่งปัญหา“ช็อตซัพพลาย”นั้นเป็นเหมือนกันทุกค่าย และเมื่อรถได้รับความนิยมแบบสุดๆ ฟอร์ดจึงจัดงานโชว์สมรรถนะของเรนเจอร์ รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อไปเมื่อเร็วๆนี้

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       กิจกรรมนี้แฝงการฝึกอบรมการขับขี่ พร้อมกับแสดงศักยภาพปิกอัพคันแกร่งในรูปแบบออฟโรด โดยรุ่นที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีซีดีไอ 2.2 ลิตร เทอร์โบแปรผัน 150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และธรรมดา 6 สปีด
       
       สำหรับเรนเจอร์รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ออกแบบมารองรับการขับขี่ที่สมบุกสมบัน แถมระยะต่ำสุดจากพพื้น(Ground Clearance)ระดับ237 มิลลิเมตร จึงสามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มิลลิเมตร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสถานีจำลองบ่อโคลน ร่องน้ำลึกของสนามทดสอบ Park n' Ranch จังหวัดราชบุรี หรือขับตะลุยลงห้วยจริงๆ เรนเจอร์ ใหม่ก็ผ่านสบาย
       
       เหนืออื่นใดหลักการขับรถบนเส้นทางออฟโรดที่มีอุปสรรคมากมายนั้น ผู้ขับต้องคาดเดาสถานการณ์ให้มากกว่าความเป็นจริง และเข้าใจว่าแรงบิดสูงสุดมาที่รอบเครื่องยนต์เท่าไหร่ อย่างเรนเจอร์รุ่น2.2 ลิตร แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร จะมาที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที นั่นเพราะถ้ารถคุณขับผ่านดินร่วน หรือโคลนลึกๆ แล้วเหยียบคันเร่งมากเกินไป ส่งให้รอบดีดสูง ล้อหมุนเร็วและแรงจะยิ่งตะกุยหน้าสัมผัสและมีโอกาสติดหล่มได้ง่ายๆ (ถ้าคุณขับผ่านไปได้ แต่เพื่อนที่ตามมาข้างหลังอาจจะต้องกินข้าวลิง)
       
       ดังนั้นเรื่องการเลี้ยงรอบให้นิ่ง ดูทิศทางที่จะไปให้แม่น พร้อมควบคุมพวงมาลัยอย่างมั่นใจ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการขับขี่รถแบบออฟโรด และเมื่อตระหนักถึงข้อนี้แล้ว ต้องมาศึกษาเรื่องการใช้เกียร์ การเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 2H 4H หรือ 4L ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป
       
       สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ จะมีปุ่มเลือกระบบขับเคลื่อนอยู่ใกล้ๆคันเกียร์ บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งปิกอัพรุ่นใหม่ๆหันมาใช้ปุ่มสั่งงานด้วยไฟฟ้ากันหมดแล้ว
       
       โดยการเปลี่ยนจาก 2H ไปเป็น 4H สามารถทำได้ทันทีขณะรถวิ่ง ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. แต่กระนั้นถ้าจะลุยหนักแบบค่อยๆปีนค่อยๆไต่ การเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4L (โฟร์โลว์) ถือเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งผู้ขับต้องจอดรถให้นิ่งสนิท แล้วเข้าเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N (เกียร์ว่าง) จากนั้นบิดปุ่มควบคุมไปที่ 4L แค่นี้ปิกอัพคันแกร่งก็พร้อมลุยทันที
       
       …ฟอร์ด เรนเจอร์ โชว์ให้เห็นแล้วว่า ทางลำบากอุปสรรคยากขนาดไหนก็ฝ่าฟันไปได้ (จะง่ายกว่าถ้ามีระบบขับเคลื่อน4ล้อ และลิมิเต็ตสลิป) ซึ่งการซื้อควรจะดูตามไลฟ์สไตล์และจุดประสงค์การใช้งานตามความเหมาะสม
       
       ส่วนซื้อแล้วจะได้ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อหรือไม่ ยังไม่ต้องไปกังวัลเพราะตอนนี้รถมันไม่มีให้ซื้อ ยิ่งรุ่น“3.2 ไวลด์แทรก” สรุปจะได้เมื่อไหร่ รอนานแล้วนะ!!!

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ออฟโรด4x4 มีแล้วต้องได้ใช้
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จากัวร์-แลนด์โรเวอร์ออกงานSuper Car 2014
หรูแรงแพง Super Car-Import Car Show 2014 (ชมคลิป)
“อีซูซุ” ผลิตหนังเทิดพระเกียรติฯ ยึดปรัชญาพอเพียง
Auto China 2014 : เปิดม่านไม้ไผ่ ดูรถใหม่ (2)
Auto China 2014 : เปิดม่านไม้ไผ่ ดูรถใหม่ (1)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 39 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 36 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 25 +18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนน้ำท่วมแล้วเห็นพวกยกสูง แต่งออฟโรดซะอย่างอลังฯน่ะแล้วดับกลางน้ำหนะ พวกคอมมอนเรลทั้งนั้นแหละครับ เพราะระบบไฟฟ้ามันเยอะเกินไป ปลั๊กกล่องอีซียูมันอยู่ใต้เครื่อง ไม่ต้องให้น้ำท่วมถึงหม้อกรองอากาศหรอกครับ ต่อให้ยกสูงใส่ยางใหญ่ขนาดไหนถ้าเจ้าประคุณท่วมมิดล้อไปโดนปลั๊กที่ว่านั่นแหละ ตายกลางอากาศทุกคันแหละครับ.....ติดสน็อกเกิ้ลไปก็ไม่มีประโยชน์ครับ....ไปเปิดห้องเครื่องของพวกออฟโรดเทพๆได้เลยนะครับ เครื่องดีเซลโบร๊าณโบราณกันทั้งนั้น ทั้ง 4TD56 หรือ ตระกูล L ทั้งหลายทั้งโบและไม่โบฯ เพราะมันไม่เกเรไม่รวนและไม่งี่เง่า ซ่อมง่าย อึดและทนทาน....ลองไปดูรถของกลุ่มออฟโรดที่วิ่งช่วยชาวบ้านได้ครับ ต้อง LN แท้ๆ หรือไม่ก็รุ่นช้างเหยียบทั้งน๊านนนน นอกนั้นก็อีเบี้ยนวางคานวางเครื่องเคแซดทั้งนั้น.......ถ้าเจอพวกออฟโรดเครื่องคอมมอนเรลคันไหนเปิดฝากระโปรงแล้วยังไม่เจอคราบโคลนเต็มห้องหละก็...แสดงว่ายังไม่ได้รับบทเรียน หึๆๆๆๆ

ถ้าซื้อ 4WD มาแล้วไม่ได้ใช้หนะ ไม่ต้องเอาหรอกครับ เวลามันพังขึ้นมาแล้วจะเปลืองค่าซ่อมเปล่าๆ ใครที่ซื้อมาแล้วก็ไม่ต้องลองของใช้เกียร์ 4x4 บนถนนดำแห้งเลยนะครับ เพราะถ้าได้เรื่องขึ้นมาจริงๆอย่างน้อยๆชุดเกียร์ทรานส์เฟอร์จะงัดกันจนพังทั้งชุด (Widing Effect) มื้อหน้าคงจะไม่ได้กินข้าวทางปากญาติๆอาจจะต้องใส่บาตรไปให้....เข้าไร่เข้านาแบบไม่โหดมาก แค่ตัวยกสูงขับสองมีเฟืองลิมิเต็ดฯ หรือ ดิฟฯล็อก ก็เหลือเฟือแล้วครับ....ระบบ 4x4 แบบพาร์ทไทม์ของรถกระบะนี่มันไม่ได้ทำให้ปลอดภัยเวลาวิ่งบนถนนดำแห้งๆขึ้นเลยครับ ใครไม่เชื่อผมเถียงมาเลยครับ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 30 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รถระบบ 4x4 มีความเป็นมาอันยาวนาน รถ 4x4 คันแรกสร้างโดยนาน นาย Ferdinand Porsche ใช่แล้วครับ บิดาแห่ง ปอร์เช่ รถสปอร์ทในฝันของคนทั้งโลก ที่คนอเมริกันเรียกว่า พอร์ช

รถคันนี้เป็นรถบรรทุกมี Hub Lock คุมด้วยไฟฟ้าที่ดุมล้อทุกล้อ และระบบขับเคลื่อนทุกล้อจ่ายพลังงานด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในตัวรถ ซึ่งในอีก 75 ปีต่อมารถระบบไฟฟ้าแยกอิสระทุกล้อแบบนี้ที่เหมือนกันทุกประการ ได้ไปวิ่งบนดวงจันทร์ในนามของ Lunar Rover ต้องยอมรับว่าอีตา ปอร์เช่ มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าเกินคนที่เกิดเมื่อ 100ปีก่อนไปไกลมาก

รถ 4x4 ของแกได้ออกไปใช้ในสงครามเป็นรุ่นแรกๆ เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่1เป็นสงครามสนามเพลาะ การส่งเสบียงและยุทธปัจจัยต้องลุยโคลนในทุ่งนาและหลุมระเบิดเข้าไป รถในสมัยนั้นไม่มีทางวิ่งเข้าไปได้นอกจากรถ 4x4 ของ Jacob Lohner ที่ออกแบบโดย ปอร์เช่ เท่านั้น รถทุกคันเป็นรถดีเซลใส่เฟืองดิฟหน้าหลังวิ่งตะลุยโคลนและหลุมระเบิดทั่วยุโรป ตอนนั้นตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ของบ้านเรา

หลังจากนั้น 4x4 ก็เป็นรถทหารเรื่อยมาจนถึงสงครามโลกครั้งที่2 จุดกำเนิดของ Jeep และไหลเรื่อยจนสงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามอ่าว ที่เป็นจุดแสดงศักยภาพของ H2 จนถึงสงครามแกล้งเด็กแขก ยึดบ่อน้ำมันของอีรัก ที่รถคันแรกวิ่งตะลุยเข้ากรุงแบกแดกคือหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 4x4

ระบบ 4x4 พอจะแยกออกมาเป็นระบบใหญ่ๆได้ 3 ตัว คือ
Part Time 4 wheel กับ Full Time 4wheel กับ 4wheel ตัวปลอมรถกระเทยที่มีหลายชื่อ เช่น All wheel drive (AWD) เป็นต้น

เรามาดูกันทีละตัวครับ เริ่มจาก
1. Part Time 4 Wheel Drive กันก่อน ชื่อก็บอกแล้วว่า Part Time ใครใช้ตลอดเวลาก็บ้าแน่นอน เป็นระบบที่ไม่ต่างกับเมื่อ 100 ปีก่อน คือเป็นระบบเกียร์และเฟืองดิฟต่อตรงเพื่อให้แต่ละล้อมีแรงตะกุยมากขึ้น โดย Transfer Gear จะแบ่งกำลัง 50/50 ระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง และ Differential จะแบ่งเป็น 25/25 ในแต่ละเพลาขับ ดังนั้นทุกล้อจะได้แรงตะกุย เท่ากันทุกล้อ แต่รถแบบนี้วิ่งบนถนนปกติไม่ได้ เพราะระบบขับเคลื่อนจะทำลายช่วงล่างและเกียร์ตลอดเวลาที่วิ่งใช้งาน แต่ถ้าเป็นทาง off road ระบบขับเคลื่อนแบบนี้คือราชาแห่งป่าและทะเลทรายเลยที่เดียว

2. ระบบ Full Time 4 Wheel ได้คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องรถ 4x4 วิ่ง บนถนนดำไม่ได้ โดยเพิ่ม central differential gear ขึ้นมาอีกชุดเพื่อแก้ปัญหาเรื่อง Windup ของระบบเกียร์ โดยระบบเฟืองชุดนี้จะรับหน้าที่การแบ่งแรงระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ไม่ให้เท่ากันตามสภาวะการแบ่งตัวของล้อซ้ายขวาในโค้ง อธิบายแบบง่ายๆคือไม่ให้มันล็อกล้อด้วยความเร็วเท่ากันเพื่อให้รถ 4x4 วิ่งบนถนนดำได้ ส่วนอื่นๆของระบบจะเหมือนกันกับ part time 4x4

ระบบสุดท้ายคือระบบ 4x4 ตัวปลอม หรือรถกระเทย ประเภท All wheel drive มีชื่อหรูหราหลายชื่อทางการค้าเชิญชวนให้ซื้อมาขับ เหมือนกับคำว่า อภิมหาอมตะนิรันต์กาลซูเปอร์คอมมอนเรลเจนเนอร์เรชั่นที่สามล้านหกเป็นต้น เนื่องจากระบบตัวนี้เป็นตัวปลอมจึงพยายามให้ลูกค้าคิดว่าจริงโดยให้ชื่อว่า Real time 4 wheel drive บ้าง Automatic 4 wheel drive บ้าง แต่ที่จริงแล้วมันคือ Automatic Asymmetrical all wheel drive คือจะมีระบบไฟฟ้าหรือระบบ Hydraulic จับที่เฟืองท้ายเวลารถลื่นจนล้อวิ่งด้วยความเร็วที่ต่างกันเท่านั้น รถพวกนี้มันเป็นรถบ้านไม่มี 4L ให้ใช้ เพราะว่าเอาไว้วิ่งบนถนนลื่นพวกผิวทางหิมะ ผิวทางเปียกลื่นเท่านั้น เอามาลุยป่าละเมาะเบาๆก็ได้กินข้าวลิงเพราะระบบมันจะพังตั้งแต่เบียร์ยังไม่หมดแพค ยังไม่เริ่มมันส์ในอารมย์เลยสักนิด รถพวกนี้จะเป็นเกียร์อัตโนมัติ เช่น Honda CRV , Volvo V70 เป็นต้น

รถ 4x4 แบบอัฉริยะ จะรวมระบบ Part time 4whell , Full time 4wheel , Asymmetrical all wheel เอาไว้ในคันเดียวกัน รถแบบนี้ถือว่าเป็นสุดยอดรถ ส่วนมากจะเป็นรถระดับสูงเช่น Range Rover , New Grand Cherokee (top) , Trooper(TOD) เป็นต้น รถแบบนี้จะปรับตัวเองตลอดเวลาแม้จะวิ่ง 2H ถ้าล้อเกิดการลื่นตัวจากผิวถนนเมื่อไรระบบขับเคลื่อนจะล็อกการส่งกำลังให้เป็นแบบ Asymetrical ทันที แม้ว่าจะเป็นคนขับแบบไม่มีทักษะก็สามารถผ่านอุปสรรค์ได้แบบไม่ยากนัก เวลาลุยก็สับเกียร์เอากำลังลากตัวรถ เวลาวิ่งถนนดำที่ลื่นก็ใช้ 4x4 Full time ได้ เวลาวิ่งในเมืองต้องการความประหยัดก็วิ่ง 2H แบบ Asymmetrical

ดังนั้น สำหรับรถกระบะยกสูงขับสองพวก pre-runner หรือ Hi Rider, Hi-Racer ทั้งหลาย แค่มีเฟืองท้ายลิมิเต็ดฯ หรือ ดิฟฯล็อกดีๆ บวกกับยาง All Terrain พร้อมด้วยทักษะของคนขับขี่ มันก็ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้เกือบทั่วประเทศไทยแล้วครับ ติดหล่มหรือบ่อโคลนจริงๆต่อให้มี 4x4 ถ้าขึ้นไม่ได้ไม่ผ่านก็ต้องใช้กว๊านติดรถ (Winch) กันทั้งนั้น ขืนต่อไปคิดว่ารถตัวเจ๋ง ก็รังแต่จะทำให้รถพังเร็วขึ้น
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รถดี แต่ไม่มีให้ซื้อ
555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เวรกรรมแท้รถใหม่เกียธรรมดาปั๊มคลัสตัวล่างเสียเกือบทุกคนมันดันเอาปั๊มคลัสไปใว้ในห้องเกียพอเกียร้อนลูกยางเสื่อมน้ำมันคลัสรั่วเป็นอย่างนี้เกือบทุกคัน แม้แต่มาสด้าพี่น้องกันเป็นแบบนี้ ของพรรคพวกเกียออร์โต้ เสื้อเกียรที่ประเก็นมีลอยน้ำมันรั่ว ไม่เชื่อโทรไปถามที่ 0 ได้ ไม่เหมาะใช้เมืองร้อนมากอย่างไทย
ทำให้ดีก่อนเอามาหลอกขาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภายในสวยกว่า อัลติสตูอีก
ดูข่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วงล่างมันมีส่วนกับ Traction หรือเปล่า

คำตอบคือมันมีแน่นอนอยู่แล้ว ช่วงล่างดีๆ ต้องสู้ราคากันเป็นหมื่นแต่พื้นฐานของรถสำคัญมาก เอา Sunny b11 มาลงช่วงล่างดีอย่างไรมันก็แต่งไม่ขึ้นครับ เพราะระยะการกระจายน้ำหนักของมันเป็นได้เพียงรถจ่ายกับข้าวที่นังแจ๋วขับเท่านั้น คุณนายยังไม่แล ระดับคุณนายต้องเอา Civic เป็นอย่างต่ำไปจ่ายกับข้าวเสียด้วยซ้ำ

จะเห็นว่า Pajero เดิมๆ (ปาฯเหลี่ยมของแท้นะครับ ไม่ใช่ตัวใหม่) จะสูบลมหน้า 28 หลัง 33 เพราะหลังมันหนักกว่าหน้า ขณะที่ปิคอัพตัวเปล่า หน้ามันหนักกว่าหลัง และตัวที่สำคัญคือระยะเต้นของช่วงล่างมันจะส่งแรงให้หนึบได้ยาวแค่ไหน สมมุติว่ารถหนัก 4000lb กระจายน้ำหนักดีมาก 50-50 เหมือนรถสปอร์ตเครื่องวางกลางลำ ลงล้อละ 1000lb ถ้ารถเกิดการโยนตัวเข้าโค้งหรือวิ่งทางเป็นคลื่นเหมือนผิวพระจันทร์ วังน้อย-สระบุรี การเต้นของล้อจะสำคัญมาก ถ้ารถโยนตัวได้มากแรงที่กดล้อก็ยังลงได้ 1000lb เหมือนเดิม เพราะสปริงหรือแหนบหรือ Torsion bar ยังดีดตัวลงแรงไปล้อได้ แต่ถ้ามันวิ่งสุดแล้วล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?

สิ่งที่เกิดขึ้นคือล้อนั้นจะไม่ส่งน้ำหนักลงพื้นครับ เมื่อไม่มีน้ำหนักกด Traction ก็ไม่เกิด อันนี้ผมบอกรู้กันก่อนในกระทู้ก่อนหน้าไปแล้วนะครับ
ดังนั้น ช่วงล่างที่มีระยะเต้นได้ยาวกว่าย่อมสร้างการยึดเกาะได้ดีกว่า แต่โยนตัวกว่าดังนั้นระบบ damping ต้องดีด้วย ระบบ damping ที่ผมว่าก็คือ Shock Absorber

สปริงดันล้อให้ติดพื้นไม่ว่ารถจะโยนตัวอย่างไรสริงต้องดันล้อด้วยน้ำหนักรถลงพื้นเสมอ แต่สปริงมันเต้นตลอดเวลาตามสภาพทางตัวที่จะทำให้มันหยุดเต้นต้องใช้ Damper จะใช้เท่าไรต้องคำนวน จะเอาแบบเต้นหนเดียวหยุดก็ต้องให้เป็นแบบ Over Damping จะเอาแบบนุ่มก้นแต่โยนมากก็เป็น Under damping จะให้พอดีไม่มากไม่น้อยก็ต้องให้ค่า C=K คือ Critical Damping แบบนี้แรงของ Shock Absorber จะเท่ากันกับแรงสปริง รถคันไหนทำได้ก็จะขับสนุกและนุ่มเหมือนรถบ้านธรรมดาออกห้างป้ายแดงที่ขายกันทั่วไปคันหนึ่ง
รถที่ไปขัน Torsion Bar จนสูงโย่ง ระยะเต้นของปีกนกเหลือนิดเดียวมันเท่ห์แต่อาจจะไม่ได้กินอาหารมื้อต่อไปทางปาก อาจจะต้องใช้วิธีใส่บาตรไปให้ก็ได้นะครับ ระวังให้ดี เรื่องกฎธรรมชาติ ได้มาอย่างต้องแลกกับอีกอย่างเสมอ รถแลนด์โรเวอร์ที่เกาะหนึบโค้งถ้าก้มลงไปมองจะเห็นว่าทุกล้อสปริงยาววืด รถ Honda ก็สปริงยาวกว่าปกติเมื่อเทียบกับรถทั่วไป ดังนั้นเรื่องของการให้ตัวของรถย่อมดีกว่ารถยี่ห้ออื่นที่สปริงสั้นกว่า แต่รถจะโยนตัวมากกว่าเป็นสิ่งต้องแลกมา ใช่แล้วครับของดีทุกอย่างไม่มีในโลก พวกชอบยกทอร์ชั่นบาร์จนปีกนกเหลือระยะเต้นด้านเด้งขึ้นบนน้อย ควรระวังตัวเอากันสักนิดนะครับ

แน่ใจหรือเปล่าว่าต้องใช้ 4x4 ในกรณีใดบ้าง

บนถนนเปียก Full time 4x4 เข้าโค้งได้เร็วกว่า 4x2 แต่ Part time 4x4 อาจจะเข้าได้เร็วพอกันถ้าขับรถคันนี้มานานพอที่จะคุ้นกับการดื้อโค้งของรถอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นถนนแห้งอาจจะนอนนอกโค้งให้หนอนกิน หรือไม่ก็เสื้อเกียร์แตกกระจาย

รถกระเทย AWD ขับได้ทุกประการเหมือน full time แต่ไม่มี Low ให้ใช้ และมันไม่ทนต่อทางโหดมากเหมือนรถพันธ์แท้ มันไม่ได้มีค่ามากกว่ารถปิคอัพธรรมดาในทางป่า แต่ดีกว่ารถเก๋งธรรมดาตอนถนนลื่นหลายขุม แต่ไร้ประโยชน์บนทางดำที่แห้งเพราะล้อหลังมันไม่จับส่งแรงเลยแม้แต่น้อย เพราะล้อมันวิ่งความเร็วเท่ากันทั้ง 4 ล้อชุด Hydraulic มันจะไม่ส่งแรงไปล็อกเพลาหลังครับ ตอนในโค้งดอกจอกหมุนตัวมันก็สั่งให้ไม่ล็อกเช่นกัน

Part time 4x4 คือรถ ขับเคลื่อน 2ล้อหลังที่สามารถส่งกำลังมาล้อหน้าได้ตอนวิ่งในทางดิน ถ้าวิ่งทางดำแบบ 4x4 นานๆ ไม่รถตายก็คนตาย Par time 4x4 จะตัด ABS ทิ้งโดยอัตโนมัติเพราะอย่างไรล้อมันวิ่งเท่ากันอยู่แล้วจากการ wind up อย่าชะล่าใจเด็ดขาดว่ารถมี ABS
ใช้ ABS บนถนนลูกลังคือการเอาขาแหย่โลงไปขาหนึ่ง เพราะระบบ ABS จะลดระยะเบรคตลอดเวลาที่ล้อลื่นไถลที่ความเร็วเกิน 60 กม/ชม เบรคจะลื่นเหมือนไม่ได้เบรค ดังนั้น กด ABS off ทุกครั้งที่ใช้ 2H บนทางลูกลัง

ถ้ามีคนถามว่าถ้ามีรถแบบ Full time 4x4 ใช้สักคันจะต้องสับ 4x4 ใช้ทุกวันได้หรือเปล่า ผมจะตอบว่าแล้วมันสับ 2H ได้ก็สับเพื่อประหยัดน้ำมัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า Kwuan Teen เล่นตรงที่ให้ไปสับ 2H คนเคยใช้หัวเราะตั้งแต่สามวินาทีที่แล้วครับ รถ full time 4x4 ไม่จำเป็นต้องเป็น off road เสมอไปครับ Evo ในตัว lancer ก็เป็น 4x4 กาแลนซ์ VR4 ก็เป็น 4x4 Porches ก็มีรุ่น 4x4 ฯลฯ แท็กซี่ Limo อาจจะเป็นสักวันถ้ามีใครบ้าไปเอาช่วงล่างของ Celica มาใส่ รถที่บอกมารวมถึงเจ้าป่าแบบ Land Cruiser ตัวใหม่ มันเกิดมาเป็น Full time ไม่ลดตัวลงไปต่ำกว่านี้โดยยอมวิ่ง 2H เสียด้วยซิครับ

รถ 4x4 รุ่นกระเทยพัฒนา รถแบบนี้ยอมไม่ได้ให้ใครมาตราหน้าว่าถนนดำแล้ววิ่งสองล้อ ระบบแบบนี้จะล็อกเพลาให้ส่งกำลังเวลาต้องการการตะกุยที่หนักกว่าปกติ เช่นขับขึ้นเนินลานจอดรถ หรือเพลาขับส่ออาการไม่ดีล่วงหน้าเช่นถนนลื่น เข้าโค้งชัน หรือมุมลิ้นอากาศเปิดมากกว่าปกติ แสดงว่าต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง ระบบอีเล็คโทรนิกจะตัดสินใจให้เองว่าจะล็อก central differntial ให้หรือไม่แล้วจะล็อกเท่าไรด้วย เหมือนมีลิมิเต็ดสลิปไฟฟ้าฝังอีกตัวในเกียร์ แต่ในสภาพปกติมันไม่ทำงานครับ กระเทยพัฒนาเลยวืดในการใช้งานปกติประจำวัน
เฮ้... Limited slip ผมยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยนี่ เอาเรื่องเฟืองท้ายอีกเรื่องดีกว่าจะได้ครบถ้วนเรื่องระบบขับเคลื่อน แต่เอาระบบให้จบเป็นเรื่องๆ

ระบบสุดท้ายระบบ รวมมิตรอภิมหา 4x4 จะรวมเอาระบบ Full Time 4x4 และ Automatic Asymmetric AWD หรือกระเทยพัฒนา มารวมกัน เป็นหนึ่งเดียว หรือจะเรียกว่าระบบ เสือใบ เห็นท่าจะดีนะ รถระดับสูงบางตัวของเวปข้างบ้านเช่น Grand Cherokee รุ่น WJ และ KC จะควบคุมการขับเคลื่อนด้วยระบบ Quadra Drive II ปกติจะวิ่งเพลาเดียวคือเพลาหลัง ด้วย Gerodisc technology จะบริหารการส่งกำลังไปยังล้ออื่นๆตามความจำเป็นตั้งแต่ระดับจับนิดเดียวกันลื่นบนหิมะ จนถึงจับล็อก 50-50 แบบ part time เพื่อต้องการ Torque สูงสุด ความแม่นยำของการส่งกำลังระบบนี้สูงมาก ความคงทนของระบบกลไกสูงมาก อย่างไรก็ไม่พาไปกินข้าวลิงเพราะเกียร์ แรงที่สำคัญคือแรงบิดส่งมาที่ล้อแบบประหยัด และแบบพลังมีให้ครบทุกอย่างตามที่สภาพถนนจะอำนวยให้ เทียบกับระบบกระเทยที่อยู่ต่ำสุดแล้ว พี่เสือใบ ต้องยกให้เป็นระบบสูงสุดของ 4x4 อเมริกาไม่ได้เก่งเจ้าเดียว อย่าไปดูถูกเยอรมันกับญี่ปุ่น ถ้ารู้ใส้เกียร์ของ Benz M class และ Land Cruiser Cygnus หรือ Lexus 480 แล้วจะต้องบอกว่า เสือใบเยอรมัน กับ เสือใบญี่ปุ่น ไม่ด้อยกว่า Gerodisc เสือใบอเมริกา เลยแม้แต่น้อย
ระบบ AWD ที่ผมบอว่ามันไม่จำเป็นสำหรับถนนดำเลย ถ้าใครเคยขับรถโฟร์คตู้ Syncro มาก่อนจะต้องบอกให้ผมถอนคำพูด แน่นอน ผมเองก็เคยขับมาเมื่อกว่าสิบปีก่อน มันคืออภิมหารถตู้ครับ Viscous coupling ระบบส่งกำลังค่อนข้าจะซับซ้อนเกินกว่า CRV ที่ใช้ระบบกระเทยคุมล็อกเพลาหลังที่เพืองท้ายหลายขุม มันไม่ได้คุมการหมุนตัวของล้อที่ลื่นครับ แต่มันฉลาดพอที่จะคุม Torque ที่ส่งไปของแต่ละล้อเลย และระบบเกียร์ 1 แบบต่ำมากระดับคุณยายเดินเล่น บวกกับ Diff lock อัตโนมัติ หน้าหลัง สมบูรณ์แบบ ทำให้ซุเปอร์รถตู้คันนี้ตะลุยได้ไม่แพ้ Off road เลยทีเดียว เพียงแต่มันอึดไม่เท่ากัน ถ้าให้รถลุยมากๆมันพังง่ายกว่ารถที่เกิดมาเพื่อลุยแบบ off road เท่านั้นเอง ทุกวันนี้ผมยังคิดถึงเจ้าอภิมหารถตู้คันนี้ สามวันกับพันกว่ากิโลเมตรที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิต

ลัมโบกีนี่ รถสปอร์ทในฝันของผมก็ใช้ระบบแบบนี้แบ่งแรง 4ล้อ ระบบถ่ายกำลังแบบชั่วขณะ เช่น Viscous coupling , Haldex , Gerodisc ทำงานไม่เหมือน Full time 4x4 หรือ Automatic Asymmetric AWD Automatic symmetrical AWD แต่จะควบคุมการยึดเกาะถนนและปรับเปลี่ยนการส่งกำลังชั่วขณะคล้ายกันเท่านั้น สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่เคารพ อย่าดูถูกเสือใบเป็นอันขาด ล้อหน้าก็โดน ล้อหลังก็โดน ไม่เหลือรอดมือ เสือใบ ครับ

เอาเรื่อง Differential Gear ต่อตามที่บอกครับ ใครคิดสร้างเฟืองดิฟคนแรก คนอิตาเลี่ยนบอกว่า อีตา Leonardo Davinci ทำชัวร์ เพราะแกออกแบบอะไรสาระพัด ตั้งแต่ เครื่องร่อน เฮลิคอปเตอร์ เรือดำน้ำเมื่อ 400 ปีก่อน

คนจีนบอกว่าอั้วทำเองว้อย ไอ้เลี่ยนโกหก คนจีนคิดได้กว่าสองพันปี เจ้า Macho polo มันมาเอาแบบไปเผยแพร่เมือ 800ปีก่อนนี้เอง คนฝรั่งเศสบอกว่าอีตา Pecqueur ผู้คิดออกแบบระบบขับ 4x4 เมื่อ 180ก่อนต่างหากเป็นคนคิดคนแรก ไม่อย่างนั้น 4x4มันจะเกิดได้อย่างไรกัน คนเยอรมันบอกว่า ไอ้ทั้งหมดไม่จริงมันอ้างเอาผลงานของตา Rudolph Ackerman ต่างหาก คนเยอรมันคิดระบบบังคับเลี้ยวของรถม้าได้เป็นชาติแรกระบบนี้มันใช้เพืองดิฟ คนอเมริกันบอกว่า รถ Harley Davison รุ่นแรกมันมี 3ล้อต้องใช้เกียร์ที่ออกแบบเมื่อสองร้อยปีก่อนโดยนาย Worksman คนอเมริกันพันธุ์แท้เพืองดิฟมันเกิดที่นี่เอง หรือไม่ก็เป็นอเมริกันอีกคนคือนาย James Staley ผู้ค้นคิดจักรเย็บผ้า คิดยางล้อจักรยานเป็นคนเอาเพืองดิฟใส่รถยนต์คนแรกในปี 1870 คนสวิสบอกว่าไม่รู้ว่าใครแต่ต้องเป็นคนสวิสแน่นอนเพราะมันมาอยู่ในนาฬิกาสวิสเป็นร้อยปีแล้วคร้าบ

ถ้าไม่มีเฟืองดิฟจะเกิดอะไรขึ้น อย่างแรกคือรถจะเลี้ยวยกล้อด้านในโค้งเหมือนรถสามล้อคนพิการขายล็อตตารี่ทิ้งโค้งเข้าซอย อย่างที่สองคือจะเกิด Winding effect จนสื้อเพืองท้ายแตกกระจาย แต่เนื่องจากการส่งกำลังแบบนี้มันดีอย่างเสียอย่าง เรื่องดีก็คือการส่งกำลังไปล้อจะอิสระต่อกัน ล้อซ้ายและขวาจะหมุนอย่างไรก็ได้ จะช้าจะเร็วตามโค้งอย่างไรก็ได้

แต่ปัญหาก็ตามมาอีกข้อคือ ถ้าเกิดล้อทั้งสองข้างมี Traction ต่างกันจนเกินความสามารถของยางที่จะยึดเกาะถนน ล้อด้านน้อยกว่าจะหมุนฟรีแล้วล้ออีกข้างจะไม่มีแรงบิดไปด้วยเพราะการงัดกันของเพืองดอกจอกมันกลายเป็นหมุนฟรีทิ้งไปแล้ว แต่ระบบ 4x4แบบ part time มันแบ่งแรง 50-50 หน้าหลัง ถ้าหลังฟรีหน้ายังมีแรงตะกาย นี่เป็นความลับของ เจ้าป่าครับ ระบบอื่นได้แต่ยืนมองรถตัวเองล้อจมโคลนถ้าไม่มี limited slip มาเป็นพระเอกประจำรถ และอีกข้อหนึ่งของรถแรงม้าเป็นร้อยตัว คือถ้าตอนถอนคลัทให้ม้าเป็นร้อยตัวมันเผายางลงพื้นตูดจะปัดเป็นปลาว่ายน้ำเพราะยางซ้ายและขวามันจับไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องมีอะไรสักอยางมาทำให้เพืองดอกจอกมันหมุนเท่ากัน ดังนั้นเพืองท้ายแบบ Limited slip จึงต้องเกิดขึ้น

Lumboghini Diablo 550 HP ใส่เพืองท้ายหน้าหลังเป็น limited 25% central diff แบบ Viscous coupling ไม่อย่างนั้นเอาม้าเป็นร้อยตัวลงพื้นไม่ได้ครับ Subaru Impressa ม้าสองร้อยกว่าตัวก็ต้องใส่หน้าหลังเหมือนกัน เพราะเป็นระบบขับเคลื่อน 4x4 Audi Quarto 4x4 ก็ใช้ระบบนี้เช่นกัน

ทำไมต้องเป็น 4x4กับรถสปอร์ทเตี้ยติดดินแบบนี้?

อย่างที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าการแบ่งแรงบิดลงสี่ล้อจะลดขนาดยางได้ ถ้ารถเป็นร้อยแรงม้ามันขับล้อหลังอย่างเดียวคงต้องใส่ยางใหญขนาดยางเครื่องบินถึงจะไม่ฟรีทิ้ง ระบบจะต้องแบ่งแรงลงล้อแบบชนิดมหากาฬโลกถ้าล้อขืนกันนิดเดียวตอนความเร็วสูงก็กระจายทั้งรถทั้งคนขับนอนให้หนอนกินแน่นอน

ทำไมต้องรถลุย 4x4ต้องมีเพืองท้ายแบบมี Limited slip
เพราะว่าเวลาล้อด้านใดด้านหนึ่งมันฟรีในบ่อโคลน เพืองดอกจอกมันหมุนจี๋มันจะไม่มี Torque มาที่ล้อครับ ล้ออีกด้านก็หยุดนิ่งเพราะมันไม่มีล้ออีกด้านงัดเพืองอีกด้านให้หยุดตัวเพื่อส่งกำลัง ดังนั้นถ้าต้องการแรงบิดของล้อต้องหยุดการหมุนฟรีของอีกด้านให้ได้ จะทำอย่างไรให้หยุด ก็ต้องใส่คลัทให้เพืองมันจับกันฝืดขึ้นจะได้ไม่หมุนฟรีเป็นคำตอบสุดท้าย แรงจับของคลัทมีหลายละดับตั้งแต่แบบรถปิคอัพ เอาแค่ 20% หรือระดับ 100% ของรถประเภท Rock crawler ระดับ 100% นี่ต้องเรียกชื่อใหม่เป็น Differential lock กันแล้วครับ

การป้องกันล้อฟรีทิ้งในทางที่โหดมากๆ ลิมิเต็ดไม่พอที่จะหยุดล้อได้ดีครับ ต้องล็อกตายถึงจะผ่านอุปสรรคไปได้ ดิฟล็อกมีหลายอย่างตั้งแต่ระบบกลไก ระบบน้ำมันและระบบไฟฟ้าให้เลือกใช้ตามความต้องการ

แต่ระบบทุกอย่างมีจุดดีก็มีจุดเสีย เฟืองท้ายแบบนี้ถ้าวิ่งตรงๆก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ถ้าเลี้ยวหรือเข้าโค้งล้อซ้ายขวาจะดื้อเล็กน้อยจนกว่าคลัทในเฟืองท้ายจะฟรีตัวให้หมุนต่างความเร็วกันได้ มันจะกินแรงเครื่องโดยเกิด Wind up อ่อนๆในเสือเพลาท้าย แต่ถ้าดันไปสับ ดิฟล็อก 100% ก็แหกโค้งไปให้หนอนกินข้างทางครับ บางคนบอกว่าใส่ limited กับปาเจโรแล้ววิ่งบนทางด่วนเวลาแทรกเลนที่ความเร็วสูงแล้วห่วยแตกก็เป็นเพราะเหตุที่ผมเล่ามาครับ มันแค่ 2 ล้อหลังปั่นจี๋ ถ้าเป็น 4 ล้อแบบรถสปอร์ทที่มีหน้าช่วยแก้ท้ายดื้อเมื่อไรแล้วจะรู้ว่าความมันส์จะบังเกิดครับ

จบแล้วครับ

ผมย่อให้เหลืออยู่แค่นี้จะได้ไม่ทรมาณคนอ่านมาก หวังว่าเรื่องราวเล็กๆน้อยๆของผมจะพอมีประโยชน์แก่เพื่อนๆบ้างไม่มากก็น้อยครับ
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อะไรก็ดีหมด ยกเว้นไฟหน้า มันเป็นแบบเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ทำไมไม่เบิ่งยี่ห้อข้างๆ จากประเทศเดียวกันเล่า?... กระโปรงกับกระจังหน้าเขาก็สวยนะ แถมซีซีน้อยกว่าแต่แรงเยออออะกว่าด้วย
ลงด้วยครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฝีโก้นั่นด้วย รายนี้ขี้เหนียวของ รอจนรายอื่นๆ เขาให้กันหมดจึงค่อยปล่อยออกมาทีละอย่างสองอย่าง อดีตกาลผ่านมา โตต้าจะเป็นรายสุดท้ายที่อิดเอื้อนจนถึงวินาทีสุดท้าย อย่างเช่น เข็มขัดนิรภัย เบรกเอบีเอส แค็บเปิดได้ ฯลฯ
ก-ฮ
 
ความคิดเห็นที่ 30 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รถระบบ 4x4 มีความเป็นมาอันยาวนาน รถ 4x4 คันแรกสร้างโดยนาน นาย Ferdinand Porsche ใช่แล้วครับ บิดาแห่ง ปอร์เช่ รถสปอร์ทในฝันของคนทั้งโลก ที่คนอเมริกันเรียกว่า พอร์ช

รถคันนี้เป็นรถบรรทุกมี Hub Lock คุมด้วยไฟฟ้าที่ดุมล้อทุกล้อ และระบบขับเคลื่อนทุกล้อจ่ายพลังงานด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในตัวรถ ซึ่งในอีก 75 ปีต่อมารถระบบไฟฟ้าแยกอิสระทุกล้อแบบนี้ที่เหมือนกันทุกประการ ได้ไปวิ่งบนดวงจันทร์ในนามของ Lunar Rover ต้องยอมรับว่าอีตา ปอร์เช่ มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าเกินคนที่เกิดเมื่อ 100ปีก่อนไปไกลมาก

รถ 4x4 ของแกได้ออกไปใช้ในสงครามเป็นรุ่นแรกๆ เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่1เป็นสงครามสนามเพลาะ การส่งเสบียงและยุทธปัจจัยต้องลุยโคลนในทุ่งนาและหลุมระเบิดเข้าไป รถในสมัยนั้นไม่มีทางวิ่งเข้าไปได้นอกจากรถ 4x4 ของ Jacob Lohner ที่ออกแบบโดย ปอร์เช่ เท่านั้น รถทุกคันเป็นรถดีเซลใส่เฟืองดิฟหน้าหลังวิ่งตะลุยโคลนและหลุมระเบิดทั่วยุโรป ตอนนั้นตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ของบ้านเรา

หลังจากนั้น 4x4 ก็เป็นรถทหารเรื่อยมาจนถึงสงครามโลกครั้งที่2 จุดกำเนิดของ Jeep และไหลเรื่อยจนสงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามอ่าว ที่เป็นจุดแสดงศักยภาพของ H2 จนถึงสงครามแกล้งเด็กแขก ยึดบ่อน้ำมันของอีรัก ที่รถคันแรกวิ่งตะลุยเข้ากรุงแบกแดกคือหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 4x4

ระบบ 4x4 พอจะแยกออกมาเป็นระบบใหญ่ๆได้ 3 ตัว คือ
Part Time 4 wheel กับ Full Time 4wheel กับ 4wheel ตัวปลอมรถกระเทยที่มีหลายชื่อ เช่น All wheel drive (AWD) เป็นต้น

เรามาดูกันทีละตัวครับ เริ่มจาก
1. Part Time 4 Wheel Drive กันก่อน ชื่อก็บอกแล้วว่า Part Time ใครใช้ตลอดเวลาก็บ้าแน่นอน เป็นระบบที่ไม่ต่างกับเมื่อ 100 ปีก่อน คือเป็นระบบเกียร์และเฟืองดิฟต่อตรงเพื่อให้แต่ละล้อมีแรงตะกุยมากขึ้น โดย Transfer Gear จะแบ่งกำลัง 50/50 ระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง และ Differential จะแบ่งเป็น 25/25 ในแต่ละเพลาขับ ดังนั้นทุกล้อจะได้แรงตะกุย เท่ากันทุกล้อ แต่รถแบบนี้วิ่งบนถนนปกติไม่ได้ เพราะระบบขับเคลื่อนจะทำลายช่วงล่างและเกียร์ตลอดเวลาที่วิ่งใช้งาน แต่ถ้าเป็นทาง off road ระบบขับเคลื่อนแบบนี้คือราชาแห่งป่าและทะเลทรายเลยที่เดียว

2. ระบบ Full Time 4 Wheel ได้คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องรถ 4x4 วิ่ง บนถนนดำไม่ได้ โดยเพิ่ม central differential gear ขึ้นมาอีกชุดเพื่อแก้ปัญหาเรื่อง Windup ของระบบเกียร์ โดยระบบเฟืองชุดนี้จะรับหน้าที่การแบ่งแรงระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ไม่ให้เท่ากันตามสภาวะการแบ่งตัวของล้อซ้ายขวาในโค้ง อธิบายแบบง่ายๆคือไม่ให้มันล็อกล้อด้วยความเร็วเท่ากันเพื่อให้รถ 4x4 วิ่งบนถนนดำได้ ส่วนอื่นๆของระบบจะเหมือนกันกับ part time 4x4

ระบบสุดท้ายคือระบบ 4x4 ตัวปลอม หรือรถกระเทย ประเภท All wheel drive มีชื่อหรูหราหลายชื่อทางการค้าเชิญชวนให้ซื้อมาขับ เหมือนกับคำว่า อภิมหาอมตะนิรันต์กาลซูเปอร์คอมมอนเรลเจนเนอร์เรชั่นที่สามล้านหกเป็นต้น เนื่องจากระบบตัวนี้เป็นตัวปลอมจึงพยายามให้ลูกค้าคิดว่าจริงโดยให้ชื่อว่า Real time 4 wheel drive บ้าง Automatic 4 wheel drive บ้าง แต่ที่จริงแล้วมันคือ Automatic Asymmetrical all wheel drive คือจะมีระบบไฟฟ้าหรือระบบ Hydraulic จับที่เฟืองท้ายเวลารถลื่นจนล้อวิ่งด้วยความเร็วที่ต่างกันเท่านั้น รถพวกนี้มันเป็นรถบ้านไม่มี 4L ให้ใช้ เพราะว่าเอาไว้วิ่งบนถนนลื่นพวกผิวทางหิมะ ผิวทางเปียกลื่นเท่านั้น เอามาลุยป่าละเมาะเบาๆก็ได้กินข้าวลิงเพราะระบบมันจะพังตั้งแต่เบียร์ยังไม่หมดแพค ยังไม่เริ่มมันส์ในอารมย์เลยสักนิด รถพวกนี้จะเป็นเกียร์อัตโนมัติ เช่น Honda CRV , Volvo V70 เป็นต้น

รถ 4x4 แบบอัฉริยะ จะรวมระบบ Part time 4whell , Full time 4wheel , Asymmetrical all wheel เอาไว้ในคันเดียวกัน รถแบบนี้ถือว่าเป็นสุดยอดรถ ส่วนมากจะเป็นรถระดับสูงเช่น Range Rover , New Grand Cherokee (top) , Trooper(TOD) เป็นต้น รถแบบนี้จะปรับตัวเองตลอดเวลาแม้จะวิ่ง 2H ถ้าล้อเกิดการลื่นตัวจากผิวถนนเมื่อไรระบบขับเคลื่อนจะล็อกการส่งกำลังให้เป็นแบบ Asymetrical ทันที แม้ว่าจะเป็นคนขับแบบไม่มีทักษะก็สามารถผ่านอุปสรรค์ได้แบบไม่ยากนัก เวลาลุยก็สับเกียร์เอากำลังลากตัวรถ เวลาวิ่งถนนดำที่ลื่นก็ใช้ 4x4 Full time ได้ เวลาวิ่งในเมืองต้องการความประหยัดก็วิ่ง 2H แบบ Asymmetrical

ดังนั้น สำหรับรถกระบะยกสูงขับสองพวก pre-runner หรือ Hi Rider, Hi-Racer ทั้งหลาย แค่มีเฟืองท้ายลิมิเต็ดฯ หรือ ดิฟฯล็อกดีๆ บวกกับยาง All Terrain พร้อมด้วยทักษะของคนขับขี่ มันก็ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้เกือบทั่วประเทศไทยแล้วครับ ติดหล่มหรือบ่อโคลนจริงๆต่อให้มี 4x4 ถ้าขึ้นไม่ได้ไม่ผ่านก็ต้องใช้กว๊านติดรถ (Winch) กันทั้งนั้น ขืนต่อไปคิดว่ารถตัวเจ๋ง ก็รังแต่จะทำให้รถพังเร็วขึ้น
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อุบ๊ะ ทำไมเอาลงยากเย็นอย่างนี้ครับผจก.? แล้วอย่างนี้จะต่อเนื่องยังไงได้????

ก่อนที่จะพูดต่อเรื่องระบบขับเคลื่อนผมขอปูพื้นฐานของการส่งกำลังกันใหม่ครับ ผมอยากให้ลืมเรื่องบางเรื่องทิ้งให้หมดเพราะมันไม่จริงตามที่บริษัทขายรถโม้จนฝังหัวไปทั้งเมืองแล้ว

เรื่องแรก แรงม้า (power)มันไม่เป็นสาระในการขับเคลื่อนรถเลยครับ สิ่งที่ขับเคลื่อนรถคือแรงบิด (torque) ต่างหาก สิ่งที่บริษัทขายรถพูดให้คนใช้รถฝังหัวกันมานาน ทำให้รถปิคอัพขยับตัวจาก 89 แรงม้าเป็นเกือบ 160แรงม้าเพราะเรื่องแรงโม้แบบนี้

อะไรคือแรงบิด อะไรคือแรงม้า
แรงบิดคือแรงที่ออกมาจากเครื่องยนต์ส่งแรงมาหมุนล้อ แต่แรงม้าคือกำลังของเครื่องยนต์ที่ส่งแรงมาทำให้รถวิ่งครับ งง งง งงงงงง กันแล้วใช่ไหมครับ เรื่องหนักหัวภาคทฤษฎี เรื่องนี้ข้ามได้ถ้าไม่เข้าใจ แต่ถ้ารู้จะดีมากครับ

ตอนที่เครื่องยนต์จุดระเบิด จะมีแรงถีบที่หัวลูกสูบมาดันก้านสูบให้หมุนข้อเหวี่ยง แล้วส่งผ่านชุดเกียร์ลงมาที่ล้อ แรงบิดจะหมุนล้อให้พารถวิ่งไปได้ สมมุติว่าที่เพลาเครื่องมีแรงบิด 500 Nm รถจะออกตัวได้ดีกว่า เครื่องยนต์ที่ให้แรงบิด 300 Nm เป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว แต่กำลังม้ามันคือพลังงานที่ขับเคลื่อนดังนันมันคือแรงบิดคูณกับความเร็วของเพลา

สมการก็คือ work done =F x S พอเอาเข้ามาวิ่งบนแกนเวลาคือ t จาก work done จะกลายเป็น Power อีตา Jame Watt แกเอาตุ้มน้ำหนักขนาด 550lb แล้วปล่อยให้ตกลงระยะทาง 1 ฟุต จะได้งานเท่ากับ 1 x 550 ฟุต-ปอนด์ อันนี้คือ work done แต่ถ้ามันเลื่อนบนแกนเวลาใน 1วินาทีมันคือกำลังงานไปแล้ว อีตา เจมส์แกเลยโมเมว่าอันนี้คือ 1แรงม้า เพราะว่าแกลองเอาม้ามาลาก งานขนาด 33000 ft-lb ใน1นาทีแล้วม้ามันลากได้ไม่เกินนี้ มีเรื่องโจ๊กฝรั่งตามท้ายเรื่องเมียแกกับม้าด้วย เอาไว้ตอนไปเที่ยวแล้วเมาตอนค่ำๆจะเล่าให้ฟังก่อนนอน

แต่เครื่องมันหมุนเป็นวงกลม ดังนั้นระยะทางจะแทนด้วย 2Pi R แต่ในทางวิศวกรรมจะใช้ความเร็วเชิงมุมแทนที่เรียกว่า wt ( อ่านว่า โอเมก้าที ) เป็นความเร็วในหน่วยมุมที่เปลี่ยนไปตามหน่วยเวลา เพราะสมการ Differential ของอีตา Sir Isaac Newton ใช้พื้นฐานของ dv/dt P= Torque x wt (omega x t) = 2 Pi f f = frequency = rpmในรูปของมุมเมื่อเอามาคูณกับ 2Pi จะได้ระยะทางต่อรอบ เอาคูณกับเวลาจะได้ระยะทางทั้งหมดในช่วงเวลานั้นๆ ดังนั้น แรงบิดคูณกับรอบในแกนของเวลา จะเป็นแรงม้า

เหนื่อยครับ คนเมื่อเกือบสามร้อยปีก่อนคิดได้ขนาดนี้ ตอนนั้นกรุงศรีอยุธยายังไม่แตกเลยด้วย อีตาแจมส์แกเอามาทำให้สมการเป็นจริงในเรือไอน้ำลำแรกสมัยรัชกาลที่ 2 หรือเมื่อกว่าสองร้อยปีก่อนตอนไทยรบกับพม่าในสงครามเก้าทัพ ตอนนั้นสุนทรภู่ยังไม่ได้แต่งพระอภัยมณีเลยครับ

สมัยนั้นยังไม่มี SI Unit เลยไม่มีหน่วย Watt ตอนหลังเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณูปการของอีตาเจมส์ วัตต์ที่สร้างเรือกลไฟไอน้ำลำแรก เลยเอาชื่อของแกเห็นหน่วยกำลังงานเสียเลย โดยให้เป็น 1Nm/s = 1watt

สมมุติว่าเจ้าเครื่องที่ให้ 500Nm มันอั้นรอบที่ 4500รอบ แต่เจ้าเครื่อง ที่ให้ 300 Nmมันไปอั้นรอบที่ 8000 เจ้าเครื่องที่ให้ แรงบิดน้อยจะมีแรงม้ามากกว่าเครื่องที่มีแรงบิดมาก นี่เป็นเรื่องจริงทางทฤษฎีไม่ได้เสริมแต่งอะไร เลยเป็นจุดขายของบริษัทขายรถแข่งแรงโม้กับ แต่ถ้าจะขับสนุกกันแล้วเจ้าเครื่องตัวที่แรงม้าน้อยกว่าแต่ให้แรงบิดดีจะขับสนุกกว่า ลองมาดูตัวอย่างกัน รถคันแรกมีแรงบิด 500Nm 115แรงม้า วิ่งแข่งกัน รถอีกคันที่มีแรงบิด 300Nm 160แรงม้า เซียนรถมือโปรหรือวิศวกรทุกคน อ่านสเป็ครถเท่านี้ก็พอรู้แล้วครับว่าแรงม้าสูงสุดของตัวแรกเกิดที่รอบต่ำ แต่คันที่สองจะเกิดที่รอบสูงกว่าคันแรกเป็นเท่าตัว

รถเริ่มออกตัวคันที่มี 500Nm เริ่มออกตัวทิ้งคันที่มีเพียง 300Nm ห่างออกไปเรื่อยๆ พอรอบเริ่มแตะ 4000 ก็เปลี่ยนเกียร์เป็น2 แต่คันที่ 300Nm ยังลากรอบได้อีกจนชน 7500 แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 อีกสิบวินาทีต่อมา ส่วนคันที่แรงบิดสูงอาจจะไปถึงเกียร์ 5แล้ว แต่คันที่แรงบิดน้อยยังไปได้แค่เกียร์3 จะค่อยๆตีตื้นขยับขึ้นมาจ่อตูดคันที่แรงบิดสูง แล้วแซงที่เกียร์ 4 ทิ้งหายกระจายที่เกียร์5 เพราะแรงม้าสูงกว่า

แต่เราขับ Off road ไม่ใช่ขับ Drag racing มันไม่ได้ใช้ที่รอบสูงขนาดนั้น ลองมาคลาน Walking Speed กันแล้วจะรู้ว่าแรงบิดมันขับเคลื่อนรถไม่ใช่แรงม้า
รถซีดานแรงม้าสูงของเพื่อนผมไม่สามารถแซงเจ้าเสือแก่ไทเกอร์ห้าแอลของผมได้ในสามเกียร์แรก แต่พอเกียร์4จะเริ่มจ่อตูดแล้วแซงที่ความเร็วประมาณ 100 ขึ้นไป แต่ถ้าให้มาปีนที่จอดรถตามห้าง เจ้าเสือแก่ไทเกอร์ห้าแอลจะวิ่งขึ้นลานจอดรถชั้น 5 ได้ในเวลาน้อยกว่าเจ้า Honda แต่งเครื่องแรงคันนี้เสียอีก ดังนั้นแรงม้ามากไม่ใช่เป็นเรื่องที่การันตีว่าขับมันขับสนุกกว่าแรงม้าน้อย พวก 3S , 1J ในรถเก๋ง ใช่ว่าจะไม่โดน ห้าแอลลงเทอร์โบ แต่งปั้มฉีกกระจาย เมื่อไรที่เครื่องดีเซลแรงบิดสูงโดนแต่งใส้จนมันไม่อั้นรอบวิ่งชน 5000 รอบ โดยบูสไม่ตกได้เมื่อไร พวกเครื่องเบ็นซินก็หนาวเมื่อนั้นเพราะปลายมันยังวิ่งกระฉูดจนไม่เปิดช่องให้ใช้รอบที่สูงกว่าแซงได้
แต่เรื่องแรงบิดที่ต่างกันยังมีทางแก้ไขได้ ถ้าทดรอบให้มีแรงมากขึ้น โดยใช้เกียร์ทดสูง แรงบิดจะสูงขึ้นจากรอบที่หายไปในเกียร์ทด เช่นดังนี้
ที่ 3000 รอบ มีแรงม้า 50 มีแรงบิด 60 (หน่วยอะไรก็ได้มันเท่ากันอยู่แล้ว) แต่ถ้าเกียร์มันทดอีกเท่าตัว เครื่องมันยัง 3000 รอบ 50 แรงม้าเหมือนเดิม รอบหลังเกียร์หายไปครึ่งแต่แรงบิดหลังเกียร์มันเป็น 120 ไปแล้ว เพราะรอบมันหายไปครึ่งแรงบิดต้องมาอีกเท่าตัวเพราะแรงม้ามันเท่ากันตามสมการที่ผมบอกเอาไว้เรื่อง แรงม้า-รอบ-แรงบิด นั่นเอง
คาริเบี้ยนและวีทาร่าเครื่องเบ็นซินขนาดไม่เกิน 1400 ซีซีแรงบิดนิดเดียวแต่ทดรอบจนเสียงเครื่องหมุนจี๋เป็นแมงหวี่ ยังไปได้ทุกที่ บุกน้ำลุยโคลไม่เคยโดนรถดีเซลแรงบิดแรงม้าสูงกว่าทิ้งห่าง เนื่องจากเกียร์ที่ทดสูงครับ เรื่องลุยโคลนแบบนี้เราไม่เอาความเร็วปลายมาพูดกันอยู่แล้ว
ตอนนี้รู้แล้วนะครับว่ารถขับดีหรือไม่ดี ขับสนุกหรือไม่สนุก มันอยู่ที่แรงบิดไม่ใช่แรงม้า เครื่องโรตารี่ 250 แรงม้าหมุนเป็นหมื่นรอบแต่แรงบิดต่ำเอามันมาตะกุย ป่าไม่สนุกเท่าเครื่องดีเซลตูดดำเดินเบา 800 รอบตะกายตัวจากน้ำขึ้นตลิ่งแบบไม่ต้องขยับคันเร่งเลยครับ

กลับมาเรื่องระบบขับเคลื่อนต่อ เอาเรื่องที่ยังเข้าใจผิดมานานแล้ว ตอนนี้ก็ยังเข้าใจไม่ถูกกันอยู่ดี

เรื่องของการขับรถมันไม่ได้ฝังตัวใน DNA จากบรรพชน เหมือนการเอาตัวรอดจากอันตราย หรือกระตุกมือเมื่อโดนไฟ หรือเรื่องสืบพันธุ์ ที่ไม่ต้องสอนกันมันติดใน DNA มาตั้งแต่เกิด จะเอาความรู้สึกมาตัดสินว่าอย่างโน้นดีกว่าอย่างนี้ไม่ได้ จะบอกลอยๆว่าประสพการณ์สูงก็ไม่ได้ ถ้ายังขับแบบผิดๆกันอยู่ การขับรถต้องอาศัยการเรียนรู้ที่ถูกต้องเท่านั้น เหมือนกับตอนนี้มีคนขับรถกว่าครึ่งเอานิ้วโป้งสอดเข้าจับพวงมาลัย แล้วโดนมันสะบัดตีง่ามนิ้วแทบแหก ตอนล้อตกหลุมร้องโอดโอย ทั้งที่เป็นเรื่องห้ามขั้นพื้นฐาน เหมือนกับต้องเปิดหน้าต่างเวลาขับ off road เพราะหัวมันจะโขกกระจกจนหัวแตกหัวโน แต่ก็ยังมีคนเปิดแอร์ลุยป่ากันอยู่ ....หา.. หลายคนทำหน้า งง อย่างนั้นแสดงว่า ยังไม่รู้เรื่องเบสิกแบบนี้กันอยู่เหรอครับ เห็นหรือเปล่าว่ามันไม่ได้ ฝังตัวใน DNA เรื่องแบบนี้ต้องเรียนรู้ จากการอ่าน การเรียนรู้ ไม่ใช่ควบบุเลงๆมาจนพังคาเท้าหลายคันแล้วจะเก่ง ถ้าอ่านจนจบจะเห็นด้วยกับผมว่า ว่าไม่มี DNA แฝงที่เกี่ยวกับการขับรถใน โครโมโซม ทั้ง 23คู่ของมนุษย์จริงๆ ทุกอย่างต้องมาจากการอ่านและเรียนรู้
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบ 4x4 ขับแล้วปลอดภัยกว่าระบบ 4x2 จริงไหม????

ไม่จริงครับ ไม่ว่าระบบขับเคลื่อนรถจะซับซ้อนแค่ไหนก็ไม่ทำให้ปลอดภัยขึ้น เป็นเรื่องที่ฝังหัวมาจนกลายเป็นเรื่องจริงไปแล้ว มันแค่ทำให้รถวิ่งได้โดยไม่ต้องหยุดโดยอุปสรรคบนถนนและไปได้เร็วขึ้นกว่า 4x2เท่านั้น บนทางโคลนลื่นหลังฝนตกบนทางด่วน ระบบ 4x4 part time ให้การยึดเกาะมากกว่า 4x2 สิ่งที่ต้องแลกกันคือเรื่องของการดื้อโค้งและเสียงดัง ระบบ 4x4 สร้างมาเพื่อให้ล้อไม่ฟรีพลังงานทิ้งบนทางโหดๆนอกถนน หรือให้ภาระของระบบขับเครื่อนกระจายไปทั่วทุกล้อเท่านั้น เช่นรถบรรทุกขับเพลาเดียวล้อจะตะกุยถนนพังเช่นที่เกิดขึ้นกับถนนสายวังน้อย-สระบุรี แต่บางประเทศห้ามรถสิบล้อเพลาเดียววิ่งบนถนน ถ้าเป็นสิบล้อต้องวิ่งสองเพลาเป็นอย่างต่ำ แบบนี้ถนนไม่พังเพราะแรงตะกุยถนนมันหารสองตลอด ในญี่ปุนก็เป็นแบบนี้ ถนนไม่พังเพราะสิบล้อแต่ เวลามันทำรถให้เราใช้มันทำเพลาเดียวมาขาย เราเลยต้องซ่อมถนนทั้งปีทั้งชาติ การลดความเร็วให้อยู่ในสภาวะคุมรถได้ตามสภาพของรถเป็นทางเดียวของความปลอดภัยครับ แต่ลดเท่าไรเป็นเรื่องของความพร้อมของรถแต่ละคัน รถปาเจโรของผมอาจจะปลอดภัยบนทางลื่นที่ไม่เกิน 100 แต่ของอีกท่านเกิดใส่ยาง Mud แบบนี้ต้องเหลือ 60 แต่ถ้าผมเกิดไปห้อ EVO 4x4 ใส่ยาง P7000 แบบนี้วิ่ง 120 ยังสบายๆบนทางแบบนี้

ยางเป็นตัวสร้างแรงยึดเกาะระหว่ารถกับถนน(Traction) ระบบ 4x4 ไม่เกี่ยว

แรงบิดสำคัญกว่าแรงม้า แต่แรงบิดจะไม่มีประโยชน์ถ้ามันถ่ายลงพื้นไม่ดี อันนี้คงไม่มีใครกล้าบอกว่าไม่จริง เพื่อนที่ดีของคนขับรถคือยางเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อระบบควบคุมทิศทางจากพวงมาลัยลงพื้น เชื่อมต่อพลังงานจากระบบขับเคลื่อนลงพื้น แต่คนส่วนมากมักจะทำไม่ดีกับเพื่อนที่ดี มันเป็นธรรมดาของโลก เราจะลืมเติมลมให้มัน ลืมที่จะดูว่ามีอะไรแปลกปลอมไปทิ่มแทงจนมันลมน้อยลงหรือเปล่า จนมันแบบนแล้วจึงจะสำนึกว่าไม่ได้ดูแลเพื่อนที่ดีนี้เลย

ในระบบ 4x4 แบบ part time แรงกระทำทั้ง 4ล้อจะเท่ากัน แต่แรงยึดเกาะของหน้ายางจะไม่เท่ากัน ใช่ครับผมพิมพ์ไม่ผิดหรอก แรงกระทำเท่ากันแต่การยึดเกาะไม่เท่ากัน เพราะน้ำหนักกดหน้ายางมันเท่ากันที่ไหน ล้อซ้ายกับขวาถ้ามันไปปีนกรวดขอบทางก็ยึดเกาะไม่เท่ากันแล้ว ดังนั้นมันจะพยายามปั่นฟรีทิ้งออกไ แต่เพลาขับมันดิ้นไม่ออกจาก windup effect ของเพลากลางที่แบ่งแรง 50-50 มันเลยไปตะกุยที่อีกสามล้อแทนทำให้รถเซบ้างแต่ก็ยังวิ่งต่อไปได้

แต่ Full time 4x4 แรงกระทำทั้งสี่ล้อจะไม่เท่ากันถ้าเกิดกรณีดังกล่าวเพราะ center differential มันจะฟรีตัวเพลาขับข้างที่ลื่นไปส่งให้ข้างที่ฝืดแทน ทำให้การเซน้อยลง คุมได้ง่ายขึ้น บ้างครั้งฟรีตัวหน้าหลังได้ถึง 20-80 ก็ยังได้ รถสปอร์ทแรงๆก็เป็นระบบ 4x4ทั้งนั้นเพื่อลดขนาดของยางให่ใช้หน้าที่เล็กลงได้ และการเอาม้าลงถนนเป็นร้อยตัวถ้าหารม้าเป็นสี่ขาแทนที่เป็นสองขา ยางก็ยังรับมือไหวไม่ควันโขมงฟรีล้อดังไปทั้งถนน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ระบบอะไรก็ไม่เกี่ยวกับการสร้างแรงยึดเกาะ เป็นเรื่องของน้ำหนักกดหน้ายางกับความผืดของถนนเท่านั้น แล้วที่จุดนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่

ระบบ 4x4 เป็นทางออกของการอ้างกับเมียที่จะซื้อรถโดยไม่ถูกเมียบ่น โดยอ้างถึงความปลอดภัยในราคาแพงเท่านั้นครับ การอ้างความรู้สึก อันนี้เป็นแค่ความรู้สึกที่เหมือนเรื่อเล่าลือสืบกันมา โดยไม่สามารถอ้าหลักการหรือกฎทาง ฟิสิกส์ได้เลยสักข้อ ระบบ 4x4 เป็นระบบที่ให้ความสะดวกในการวิ่งในพื้นที่ลื่น หรือวิ่งผ่านอุปสรรคที่ 4x2 ทำไม่ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยสักนิด 4x4 เป็นอุปกรณ์ที่จะพาคุณไปในที่ 4x2 ไปไม่ได้เท่านั้นเอง ใช่แล้วครับ มันเท่านั้นเองจริงๆ จ่ายสิบบาทจะเอายายตายเลยหรืออย่างไร

ปัญหาใหญ่จริงๆครับของรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 50-50 คือมันวิ่งบนถนนดำตอนแห้งไม่ได้ ทำไมถึงสับ 4x4 วิ่งบนถนนดำแห้งไม่ได้ สำหรับคนที่บอกว่าสับแล้ววิ่งได้ ไม่พัง นิมนต์พระคุณท่านให้เลิกอ่านกระทู้ขี้วัวแบบกระทู้ของผมไปเลยนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับผมว่าไม่ได้ก็เชิญอ่านต่อ

จากที่รู้กันแล้วว่า central differential gear มันปรับตัวได้ให้แบ่งแรงหน้าหลัง ตามอัตตราส่วนของแรงยึดเกาะ ไม่มีการ winding effect หรือการงัดกันของเพลา (ไชโย.... กงศุลใหญ่ของผมแปลเป็นไทยให้ได้แล้ว) ให้เกิดการเสียหายของระบบขับเคลื่อน ไม่มีการดื้อโค้ง ไม่ลื่นออกข้างหรือปลิ้นโค้ง ส่งแรงมาที่ล้อเต็มกำลังเครื่องตลอดเวลานั่นเป็นข้อดีของ Full time 4x4 เต็มกำลังเครื่องนะครับ อย่าสับสน ไม่ใช่เต็มกำลังของการยึดเกาะนะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่กล้าบอกก่อนหรอกว่า Part time 4x4 เป็นราชาของป่าและทะเลทราย

แรง Wind up ที่ชุด Transfer Gear มหาศาลแค่ไหนก็ดูเอาเองครับ ดื้อใช้ 4x4 บนทางดำ จนเสื้อเกียร์กระจายแบบนี้ช่วงล่างหน้าคงดูไม่จืดเหมือนกัน ตลอดทางที่มีการส่งแรง U-joint - diff - transfer - เพลา - ลูกปืน - โซ่ - ฯลฯ มันไม่พังก็เสื่อมตลอดทางที่แรงมันผ่านตัวไป
จุดจบของคนดื้อครับ คราวนี้ได้ฝังความจำลง DNA กันบ้างแล้วครับ
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบ 4x4 ขับแล้วปลอดภัยกว่าระบบ 4x2 จริงไหม????

ไม่จริงครับ ไม่ว่าระบบขับเคลื่อนรถจะซับซ้อนแค่ไหนก็ไม่ทำให้ปลอดภัยขึ้น เป็นเรื่องที่ฝังหัวมาจนกลายเป็นเรื่องจริงไปแล้ว มันแค่ทำให้รถวิ่งได้โดยไม่ต้องหยุดโดยอุปสรรคบนถนนและไปได้เร็วขึ้นกว่า 4x2เท่านั้น บนทางโคลนลื่นหลังฝนตกบนทางด่วน ระบบ 4x4 part time ให้การยึดเกาะมากกว่า 4x2 สิ่งที่ต้องแลกกันคือเรื่องของการดื้อโค้งและเสียงดัง ระบบ 4x4 สร้างมาเพื่อให้ล้อไม่ฟรีพลังงานทิ้งบนทางโหดๆนอกถนน หรือให้ภาระของระบบขับเครื่อนกระจายไปทั่วทุกล้อเท่านั้น เช่นรถบรรทุกขับเพลาเดียวล้อจะตะกุยถนนพังเช่นที่เกิดขึ้นกับถนนสายวังน้อย-สระบุรี แต่บางประเทศห้ามรถสิบล้อเพลาเดียววิ่งบนถนน ถ้าเป็นสิบล้อต้องวิ่งสองเพลาเป็นอย่างต่ำ แบบนี้ถนนไม่พังเพราะแรงตะกุยถนนมันหารสองตลอด ในญี่ปุนก็เป็นแบบนี้ ถนนไม่พังเพราะสิบล้อแต่ เวลามันทำรถให้เราใช้มันทำเพลาเดียวมาขาย เราเลยต้องซ่อมถนนทั้งปีทั้งชาติ การลดความเร็วให้อยู่ในสภาวะคุมรถได้ตามสภาพของรถเป็นทางเดียวของความปลอดภัยครับ แต่ลดเท่าไรเป็นเรื่องของความพร้อมของรถแต่ละคัน รถปาเจโรของผมอาจจะปลอดภัยบนทางลื่นที่ไม่เกิน 100 แต่ของอีกท่านเกิดใส่ยาง Mud แบบนี้ต้องเหลือ 60 แต่ถ้าผมเกิดไปห้อ EVO 4x4 ใส่ยาง P7000 แบบนี้วิ่ง 120 ยังสบายๆบนทางแบบนี้

ยางเป็นตัวสร้างแรงยึดเกาะระหว่ารถกับถนน(Traction) ระบบ 4x4 ไม่เกี่ยว

แรงบิดสำคัญกว่าแรงม้า แต่แรงบิดจะไม่มีประโยชน์ถ้ามันถ่ายลงพื้นไม่ดี อันนี้คงไม่มีใครกล้าบอกว่าไม่จริง เพื่อนที่ดีของคนขับรถคือยางเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อระบบควบคุมทิศทางจากพวงมาลัยลงพื้น เชื่อมต่อพลังงานจากระบบขับเคลื่อนลงพื้น แต่คนส่วนมากมักจะทำไม่ดีกับเพื่อนที่ดี มันเป็นธรรมดาของโลก เราจะลืมเติมลมให้มัน ลืมที่จะดูว่ามีอะไรแปลกปลอมไปทิ่มแทงจนมันลมน้อยลงหรือเปล่า จนมันแบบนแล้วจึงจะสำนึกว่าไม่ได้ดูแลเพื่อนที่ดีนี้เลย

ในระบบ 4x4 แบบ part time แรงกระทำทั้ง 4ล้อจะเท่ากัน แต่แรงยึดเกาะของหน้ายางจะไม่เท่ากัน ใช่ครับผมพิมพ์ไม่ผิดหรอก แรงกระทำเท่ากันแต่การยึดเกาะไม่เท่ากัน เพราะน้ำหนักกดหน้ายางมันเท่ากันที่ไหน ล้อซ้ายกับขวาถ้ามันไปปีนกรวดขอบทางก็ยึดเกาะไม่เท่ากันแล้ว ดังนั้นมันจะพยายามปั่นฟรีทิ้งออกไ แต่เพลาขับมันดิ้นไม่ออกจาก windup effect ของเพลากลางที่แบ่งแรง 50-50 มันเลยไปตะกุยที่อีกสามล้อแทนทำให้รถเซบ้างแต่ก็ยังวิ่งต่อไปได้

แต่ Full time 4x4 แรงกระทำทั้งสี่ล้อจะไม่เท่ากันถ้าเกิดกรณีดังกล่าวเพราะ center differential มันจะฟรีตัวเพลาขับข้างที่ลื่นไปส่งให้ข้างที่ฝืดแทน ทำให้การเซน้อยลง คุมได้ง่ายขึ้น บ้างครั้งฟรีตัวหน้าหลังได้ถึง 20-80 ก็ยังได้ รถสปอร์ทแรงๆก็เป็นระบบ 4x4ทั้งนั้นเพื่อลดขนาดของยางให่ใช้หน้าที่เล็กลงได้ และการเอาม้าลงถนนเป็นร้อยตัวถ้าหารม้าเป็นสี่ขาแทนที่เป็นสองขา ยางก็ยังรับมือไหวไม่ควันโขมงฟรีล้อดังไปทั้งถนน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ระบบอะไรก็ไม่เกี่ยวกับการสร้างแรงยึดเกาะ เป็นเรื่องของน้ำหนักกดหน้ายางกับความผืดของถนนเท่านั้น แล้วที่จุดนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่

ระบบ 4x4 เป็นทางออกของการอ้างกับเมียที่จะซื้อรถโดยไม่ถูกเมียบ่น โดยอ้างถึงความปลอดภัยในราคาแพงเท่านั้นครับ การอ้างความรู้สึก อันนี้เป็นแค่ความรู้สึกที่เหมือนเรื่อเล่าลือสืบกันมา โดยไม่สามารถอ้าหลักการหรือกฎทาง ฟิสิกส์ได้เลยสักข้อ ระบบ 4x4 เป็นระบบที่ให้ความสะดวกในการวิ่งในพื้นที่ลื่น หรือวิ่งผ่านอุปสรรคที่ 4x2 ทำไม่ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยสักนิด 4x4 เป็นอุปกรณ์ที่จะพาคุณไปในที่ 4x2 ไปไม่ได้เท่านั้นเอง ใช่แล้วครับ มันเท่านั้นเองจริงๆ จ่ายสิบบาทจะเอายายตายเลยหรืออย่างไร

ปัญหาใหญ่จริงๆครับของรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 50-50 คือมันวิ่งบนถนนดำตอนแห้งไม่ได้ ทำไมถึงสับ 4x4 วิ่งบนถนนดำแห้งไม่ได้ สำหรับคนที่บอกว่าสับแล้ววิ่งได้ ไม่พัง นิมนต์พระคุณท่านให้เลิกอ่านกระทู้ขี้วัวแบบกระทู้ของผมไปเลยนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับผมว่าไม่ได้ก็เชิญอ่านต่อ

จากที่รู้กันแล้วว่า central differential gear มันปรับตัวได้ให้แบ่งแรงหน้าหลัง ตามอัตตราส่วนของแรงยึดเกาะ ไม่มีการ winding effect หรือการงัดกันของเพลา (ไชโย.... กงศุลใหญ่ของผมแปลเป็นไทยให้ได้แล้ว) ให้เกิดการเสียหายของระบบขับเคลื่อน ไม่มีการดื้อโค้ง ไม่ลื่นออกข้างหรือปลิ้นโค้ง ส่งแรงมาที่ล้อเต็มกำลังเครื่องตลอดเวลานั่นเป็นข้อดีของ Full time 4x4 เต็มกำลังเครื่องนะครับ อย่าสับสน ไม่ใช่เต็มกำลังของการยึดเกาะนะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่กล้าบอกก่อนหรอกว่า Part time 4x4 เป็นราชาของป่าและทะเลทราย

แรง Wind up ที่ชุด Transfer Gear มหาศาลแค่ไหนก็ดูเอาเองครับ ดื้อใช้ 4x4 บนทางดำ จนเสื้อเกียร์กระจายแบบนี้ช่วงล่างหน้าคงดูไม่จืดเหมือนกัน ตลอดทางที่มีการส่งแรง U-joint - diff - transfer - เพลา - ลูกปืน - โซ่ - ฯลฯ มันไม่พังก็เสื่อมตลอดทางที่แรงมันผ่านตัวไป
จุดจบของคนดื้อครับ คราวนี้ได้ฝังความจำลง DNA กันบ้างแล้วครับ
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบบ 4x4 ขับแล้วปลอดภัยกว่าระบบ 4x2 จริงไหม????

ไม่จริงครับ ไม่ว่าระบบขับเคลื่อนรถจะซับซ้อนแค่ไหนก็ไม่ทำให้ปลอดภัยขึ้น เป็นเรื่องที่ฝังหัวมาจนกลายเป็นเรื่องจริงไปแล้ว มันแค่ทำให้รถวิ่งได้โดยไม่ต้องหยุดโดยอุปสรรคบนถนนและไปได้เร็วขึ้นกว่า 4x2เท่านั้น บนทางโคลนลื่นหลังฝนตกบนทางด่วน ระบบ 4x4 part time ให้การยึดเกาะมากกว่า 4x2 สิ่งที่ต้องแลกกันคือเรื่องของการดื้อโค้งและเสียงดัง ระบบ 4x4 สร้างมาเพื่อให้ล้อไม่ฟรีพลังงานทิ้งบนทางโหดๆนอกถนน หรือให้ภาระของระบบขับเครื่อนกระจายไปทั่วทุกล้อเท่านั้น เช่นรถบรรทุกขับเพลาเดียวล้อจะตะกุยถนนพังเช่นที่เกิดขึ้นกับถนนสายวังน้อย-สระบุรี แต่บางประเทศห้ามรถสิบล้อเพลาเดียววิ่งบนถนน ถ้าเป็นสิบล้อต้องวิ่งสองเพลาเป็นอย่างต่ำ แบบนี้ถนนไม่พังเพราะแรงตะกุยถนนมันหารสองตลอด ในญี่ปุนก็เป็นแบบนี้ ถนนไม่พังเพราะสิบล้อแต่ เวลามันทำรถให้เราใช้มันทำเพลาเดียวมาขาย เราเลยต้องซ่อมถนนทั้งปีทั้งชาติ การลดความเร็วให้อยู่ในสภาวะคุมรถได้ตามสภาพของรถเป็นทางเดียวของความปลอดภัยครับ แต่ลดเท่าไรเป็นเรื่องของความพร้อมของรถแต่ละคัน รถปาเจโรของผมอาจจะปลอดภัยบนทางลื่นที่ไม่เกิน 100 แต่ของอีกท่านเกิดใส่ยาง Mud แบบนี้ต้องเหลือ 60 แต่ถ้าผมเกิดไปห้อ EVO 4x4 ใส่ยาง P7000 แบบนี้วิ่ง 120 ยังสบายๆบนทางแบบนี้

ยางเป็นตัวสร้างแรงยึดเกาะระหว่ารถกับถนน(Traction) ระบบ 4x4 ไม่เกี่ยว

แรงบิดสำคัญกว่าแรงม้า แต่แรงบิดจะไม่มีประโยชน์ถ้ามันถ่ายลงพื้นไม่ดี อันนี้คงไม่มีใครกล้าบอกว่าไม่จริง เพื่อนที่ดีของคนขับรถคือยางเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อระบบควบคุมทิศทางจากพวงมาลัยลงพื้น เชื่อมต่อพลังงานจากระบบขับเคลื่อนลงพื้น แต่คนส่วนมากมักจะทำไม่ดีกับเพื่อนที่ดี มันเป็นธรรมดาของโลก เราจะลืมเติมลมให้มัน ลืมที่จะดูว่ามีอะไรแปลกปลอมไปทิ่มแทงจนมันลมน้อยลงหรือเปล่า จนมันแบบนแล้วจึงจะสำนึกว่าไม่ได้ดูแลเพื่อนที่ดีนี้เลย

ในระบบ 4x4 แบบ part time แรงกระทำทั้ง 4ล้อจะเท่ากัน แต่แรงยึดเกาะของหน้ายางจะไม่เท่ากัน ใช่ครับผมพิมพ์ไม่ผิดหรอก แรงกระทำเท่ากันแต่การยึดเกาะไม่เท่ากัน เพราะน้ำหนักกดหน้ายางมันเท่ากันที่ไหน ล้อซ้ายกับขวาถ้ามันไปปีนกรวดขอบทางก็ยึดเกาะไม่เท่ากันแล้ว ดังนั้นมันจะพยายามปั่นฟรีทิ้งออกไ แต่เพลาขับมันดิ้นไม่ออกจาก windup effect ของเพลากลางที่แบ่งแรง 50-50 มันเลยไปตะกุยที่อีกสามล้อแทนทำให้รถเซบ้างแต่ก็ยังวิ่งต่อไปได้

แต่ Full time 4x4 แรงกระทำทั้งสี่ล้อจะไม่เท่ากันถ้าเกิดกรณีดังกล่าวเพราะ center differential มันจะฟรีตัวเพลาขับข้างที่ลื่นไปส่งให้ข้างที่ฝืดแทน ทำให้การเซน้อยลง คุมได้ง่ายขึ้น บ้างครั้งฟรีตัวหน้าหลังได้ถึง 20-80 ก็ยังได้ รถสปอร์ทแรงๆก็เป็นระบบ 4x4ทั้งนั้นเพื่อลดขนาดของยางให่ใช้หน้าที่เล็กลงได้ และการเอาม้าลงถนนเป็นร้อยตัวถ้าหารม้าเป็นสี่ขาแทนที่เป็นสองขา ยางก็ยังรับมือไหวไม่ควันโขมงฟรีล้อดังไปทั้งถนน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ระบบอะไรก็ไม่เกี่ยวกับการสร้างแรงยึดเกาะ เป็นเรื่องของน้ำหนักกดหน้ายางกับความผืดของถนนเท่านั้น แล้วที่จุดนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่

ระบบ 4x4 เป็นทางออกของการอ้างกับเมียที่จะซื้อรถโดยไม่ถูกเมียบ่น โดยอ้างถึงความปลอดภัยในราคาแพงเท่านั้นครับ การอ้างความรู้สึก อันนี้เป็นแค่ความรู้สึกที่เหมือนเรื่อเล่าลือสืบกันมา โดยไม่สามารถอ้าหลักการหรือกฎทาง ฟิสิกส์ได้เลยสักข้อ ระบบ 4x4 เป็นระบบที่ให้ความสะดวกในการวิ่งในพื้นที่ลื่น หรือวิ่งผ่านอุปสรรคที่ 4x2 ทำไม่ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยสักนิด 4x4 เป็นอุปกรณ์ที่จะพาคุณไปในที่ 4x2 ไปไม่ได้เท่านั้นเอง ใช่แล้วครับ มันเท่านั้นเองจริงๆ จ่ายสิบบาทจะเอายายตายเลยหรืออย่างไร

ปัญหาใหญ่จริงๆครับของรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 50-50 คือมันวิ่งบนถนนดำตอนแห้งไม่ได้ ทำไมถึงสับ 4x4 วิ่งบนถนนดำแห้งไม่ได้ สำหรับคนที่บอกว่าสับแล้ววิ่งได้ ไม่พัง นิมนต์พระคุณท่านให้เลิกอ่านกระทู้ขี้วัวแบบกระทู้ของผมไปเลยนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับผมว่าไม่ได้ก็เชิญอ่านต่อ

จากที่รู้กันแล้วว่า central differential gear มันปรับตัวได้ให้แบ่งแรงหน้าหลัง ตามอัตตราส่วนของแรงยึดเกาะ ไม่มีการ winding effect หรือการงัดกันของเพลา (ไชโย.... กงศุลใหญ่ของผมแปลเป็นไทยให้ได้แล้ว) ให้เกิดการเสียหายของระบบขับเคลื่อน ไม่มีการดื้อโค้ง ไม่ลื่นออกข้างหรือปลิ้นโค้ง ส่งแรงมาที่ล้อเต็มกำลังเครื่องตลอดเวลานั่นเป็นข้อดีของ Full time 4x4 เต็มกำลังเครื่องนะครับ อย่าสับสน ไม่ใช่เต็มกำลังของการยึดเกาะนะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่กล้าบอกก่อนหรอกว่า Part time 4x4 เป็นราชาของป่าและทะเลทราย

แรง Wind up ที่ชุด Transfer Gear มหาศาลแค่ไหนก็ดูเอาเองครับ ดื้อใช้ 4x4 บนทางดำ จนเสื้อเกียร์กระจายแบบนี้ช่วงล่างหน้าคงดูไม่จืดเหมือนกัน ตลอดทางที่มีการส่งแรง U-joint - diff - transfer - เพลา - ลูกปืน - โซ่ - ฯลฯ มันไม่พังก็เสื่อมตลอดทางที่แรงมันผ่านตัวไป
จุดจบของคนดื้อครับ คราวนี้ได้ฝังความจำลง DNA กันบ้างแล้วครับ
คุณใหญ่ SMU
 
ความคิดเห็นที่ 26 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่างภาพ manager ดูไว้เป็นตัวอย่างนะ
พัฒนาซักที
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนน้ำท่วมแล้วเห็นพวกยกสูง แต่งออฟโรดซะอย่างอลังฯน่ะแล้วดับกลางน้ำหนะ พวกคอมมอนเรลทั้งนั้นแหละครับ เพราะระบบไฟฟ้ามันเยอะเกินไป ปลั๊กกล่องอีซียูมันอยู่ใต้เครื่อง ไม่ต้องให้น้ำท่วมถึงหม้อกรองอากาศหรอกครับ ต่อให้ยกสูงใส่ยางใหญ่ขนาดไหนถ้าเจ้าประคุณท่วมมิดล้อไปโดนปลั๊กที่ว่านั่นแหละ ตายกลางอากาศทุกคันแหละครับ.....ติดสน็อกเกิ้ลไปก็ไม่มีประโยชน์ครับ....ไปเปิดห้องเครื่องของพวกออฟโรดเทพๆได้เลยนะครับ เครื่องดีเซลโบร๊าณโบราณกันทั้งนั้น ทั้ง 4TD56 หรือ ตระกูล L ทั้งหลายทั้งโบและไม่โบฯ เพราะมันไม่เกเรไม่รวนและไม่งี่เง่า ซ่อมง่าย อึดและทนทาน....ลองไปดูรถของกลุ่มออฟโรดที่วิ่งช่วยชาวบ้านได้ครับ ต้อง LN แท้ๆ หรือไม่ก็รุ่นช้างเหยียบทั้งน๊านนนน นอกนั้นก็อีเบี้ยนวางคานวางเครื่องเคแซดทั้งนั้น.......ถ้าเจอพวกออฟโรดเครื่องคอมมอนเรลคันไหนเปิดฝากระโปรงแล้วยังไม่เจอคราบโคลนเต็มห้องหละก็...แสดงว่ายังไม่ได้รับบทเรียน หึๆๆๆๆ

ถ้าซื้อ 4WD มาแล้วไม่ได้ใช้หนะ ไม่ต้องเอาหรอกครับ เวลามันพังขึ้นมาแล้วจะเปลืองค่าซ่อมเปล่าๆ ใครที่ซื้อมาแล้วก็ไม่ต้องลองของใช้เกียร์ 4x4 บนถนนดำแห้งเลยนะครับ เพราะถ้าได้เรื่องขึ้นมาจริงๆอย่างน้อยๆชุดเกียร์ทรานส์เฟอร์จะงัดกันจนพังทั้งชุด (Widing Effect) มื้อหน้าคงจะไม่ได้กินข้าวทางปากญาติๆอาจจะต้องใส่บาตรไปให้....เข้าไร่เข้านาแบบไม่โหดมาก แค่ตัวยกสูงขับสองมีเฟืองลิมิเต็ดฯ หรือ ดิฟฯล็อก ก็เหลือเฟือแล้วครับ....ระบบ 4x4 แบบพาร์ทไทม์ของรถกระบะนี่มันไม่ได้ทำให้ปลอดภัยเวลาวิ่งบนถนนดำแห้งๆขึ้นเลยครับ ใครไม่เชื่อผมเถียงมาเลยครับ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง
คุณใหญ่ SMU
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อ 40 ปีที่แล้วคุณแม่ผมก็ขับกะบะดัสสันธรรมดาๆตอนเดียวพาผมไปลุยป่าลุยพงดงดอยได้ทั่วไทย
คุณแม่ยอดลุยไปได้ทุกที่
 
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตัว PPV จัดมาให้ไว...
_9ล9_
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าบรรดากระบะออกใหม่ตอนนี้ ฟอร์ดสวยที่สุด
sport rider
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากถ้าพี่ครับว่า ผมมี ford ranger 3.2 แล้วผมจะยก 5" ชุดยกค่ายไหนดีครับ แบบไม่ต้องแปลงมากๆครับ ขอบคุณครับ
Chillchill6121@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ่ายภาพได้สวยจริงๆ
รถก็สวยมาก
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศูนย์บริการ ห่วยแตกจิงๆ ซื้อแล้วจะเศร้าใจ รถดี แต่ศูนย์บริการไม่ดี อย่าไปซื้อเลย ถ้ารถไม่มีปัญหา ไม่เป็นไร ถ้าเจอรถมีปัญหา ซวยไม่รู้จบ
forsmile@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เออจริงนะ เสียเงินเพิ่มในส่วน4วีลไปโดยไร้ประโยชน์
นายหายโง่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขาย ล้อตเดียว ซื้อได้เลย...นะ เงินฉดๆ ด้วย
อิโง่
 
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของเค้าดีจริง ถอยมาแล้ว 1 คัน แรง ประหยัดน้ำมัน จริงๆไม่ได้โม้
โอ เมืองเพชร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เวรกรรมแท้รถใหม่เกียธรรมดาปั๊มคลัสตัวล่างเสียเกือบทุกคนมันดันเอาปั๊มคลัสไปใว้ในห้องเกียพอเกียร้อนลูกยางเสื่อมน้ำมันคลัสรั่วเป็นอย่างนี้เกือบทุกคัน แม้แต่มาสด้าพี่น้องกันเป็นแบบนี้ ของพรรคพวกเกียออร์โต้ เสื้อเกียรที่ประเก็นมีลอยน้ำมันรั่ว ไม่เชื่อโทรไปถามที่ 0 ได้ ไม่เหมาะใช้เมืองร้อนมากอย่างไทย
ทำให้ดีก่อนเอามาหลอกขาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ้าว! แร้วว์มัยฟอร์ดมันไม่แก้ แร้วว์มาคุยว่าขายดี โม้มั้งเนี่ย
มดแดง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอยน้ำมันรั่ว ไม่ใช่ ลอยน้ำมันรั่ว
ภาษาอ่อนแบบนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง
จำไว้
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กวน teen นะครับ เดือดร้อนผมต้องไปมุดใต้ท้องรถดู ไม่เห็นมันจะมีอะไรซึมออกมาเลย
ขี้โม้
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เซลล์วีโก้
ไปขายรถติดแกสเถอะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลิกกินหญ้าก่อนค่อย วิจารณ์
หญ้าแพรก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แต่งเรื่องมาหลอก อยากให้มีคนสนใจ
รถไปทดสอบที่ ออสเตรเลียร้อนกว่าเมืองไทย
..
 
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เชื่อ!! จนกว่าจะทดลองขึ้นลงเข้ากระโจม
ยังไม่มียี่ห้อไหนทดลองออกสื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขึ้นมาแล้วครับหน้าฝน รถเดิมๆ กำลังเครื่องเหลือครับ
tae555
 
ความคิดเห็นที่ 6 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากได้เครื่องยนต์ หน้าตาและบอดี้ของโคโลราโดใหม่ บวกกับภายในและช่วงล่างของเรนเจอร์ บริการหลังขายของโตต้า
แควนประจำคอลัมน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมิงก็ซื้อมาใช้สามยี่ห้อเลยดิสาด
.
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มรึงนั่นแหละสัดพ่องสัดแมร่ง
แควนฯ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปั๊ดโธ่... คุณเดรัจฉาน! ที่กรูผมพร่ำรำพันอย่างนั้นก็เพราะอยากได้ 3 in 1 น่ะสิ ถ้าได้ 4-5-6 in 1 ก็ยิ่งดี ซึ่งบริษัทรถพวกนี้สามารถทำให้ได้ แต่มันไม่ทำหรือไม่อยากทำเพราะเกียจคร้าน หรือคุณมรึงเป็นพนักงานบริษัทห่วยแตกพวกนี้ ก็เลยร้อนรุ่มเหมือนไฟจี้อดรนทนไม่ได้ จนต้องผรุสวาทออกมาชุดใหญ่ตามสัญชาตญาณเดิมของเผ่าพันธุ์เดรัจฉานที่ยังไม่รู้ว่าพันธุ์ไหนของตน ...บ๊ะ เขาโพสต์แสดง คห.ในหมู่คนกันอยู่ดีๆ ดันมีเดรัจฉานอ่านออกเขียนได้หลงเข้ามาอาละวาดฟาดงวงฟาดงา เปรียบไปคงเหมือนหมาขี้เรื้อนที่อยู่ๆ ก็พลัดหลงไปอยู่บนทางด่วน ทำให้รถราเรรวนไม่เป็นกระบวนไปหมด... หัดอ่านออกเขียนได้ยังไม่พอนะพ่อเดรัจฉาน ต้องขัดเกลาสันดานจนผ่องผุด แล้วสนทนาเหมือนมนุษย์มนาหน่อย อย่าเอานิสัยสถุลสกุลสัตว์มาไล่งับไล่กัดผู้คนเขา...พูดไปก็ยาวเพราะคุณมรึงไม่เข้าใจหรอก ฯลฯ...
แควนฯ
 
ความคิดเห็นที่ 2 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภายในสวยกว่า อัลติสตูอีก
ดูข่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รถดี แต่ไม่มีให้ซื้อ
555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014