"วี-คูล"เปิดตัวฟิล์มชะลอความแก่

โดย MGR Online   
15 พฤศจิกายน 2559 12:28 น. (แก้ไขล่าสุด 16 พฤศจิกายน 2559 13:06 น.)
วี-คูลเปิดตัวฟิล์มชะลอความแก่
นายกฤณัทฐพัชร์ จตุรภัทรพนิต กรรมการบริหาร บริษัท วี-คูล คอร์ปอเรชั่น ไทย จำกัด
        นายกฤณัทฐพัชร์ จตุรภัทรพนิต กรรมการบริหาร บริษัท วี-คูล คอร์ปอเรชั่น ไทย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ฟิล์ม ซิงโครไนซ์ บาย วี-คูล คอร์ปอเรชั่น ไทย เปิดเผยว่าหลังจากได้มี การปรับเปลี่ยน โครงสร้างตัวแทน จำหน่ายในประเททศไทยแล้ว ตนจึงได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต ฟิล์มกรองแสง ในระดับที่สูงขึ้นเพื่อปกป้องผู้ขับขี่ยานยนต์ให้พ้นจากภัยร้ายที่เกิดจากรังสีแสงสีฟ้า
       
        “ผมอยากจะขอบคุณทาง วี-คูล ที่ต่างประเทศที่ทำให้เราได้มีโอกาสและเวลาทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำมา นานแล้ว แต่ที่ผ่านมา ผมต้องรับผิดชอบต่อยอดขาย พันธมิตรร้านค้าฟิล์ม ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ รวมไปถึง พนักงานอีกนับร้อยชีวิต ทำให้ผมไม่มีเวลาที่จะอยู่กับตัวเองและทำในสิ่งที่ผมต้องการ จะทำในการพัฒนา ฟิล์มกรองแสงยุคที่ 4” นายกฤณัทฐพัชร์ กล่าว
       
        นายกฤณัทฐพัชร์ กล่าวว่าฟิล์มกรองแสงในอดีตนั้น ยุคแรกเป็นฟิล์มกรองแสงเท่านั้น แต่ไม่มีคุณสมบัติในการ กรองรังสี และคลื่นความร้อนได้ ในขณะที่ยุคที่ 2 เป็นฟิล์มที่สามารถกรองรังสีและคลื่นความร้อนได้ แต่วัสดุ ที่ใช้ไม่คงทนจนนำไปสู่ฟิล์มยุคที่ 3 ที่พัฒนาวัสดุที่คงทนมากขึ้น แต่ไม่มีการศึกษาถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มานานกว่า 20 ปี

วี-คูลเปิดตัวฟิล์มชะลอความแก่
        “ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรังสีแสงสีฟ้า หรือ Blue-Light นี้ มันถูกค้นพบในห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บทางการ แพทย์ที่ค้นพบว่ารังสียูวีนั้น มีช่วงคลื่นความถี่ที่กว้างมาก ตั้งแต่ 400 nm (นาโนมิเตอร์) ไปจนถึง 500 nm และแต่ละคลื่นความถี่ ให้ผลการทำลายในระดับที่แตกต่างกัน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ทุกคนเข้าใจว่า รังสียูวีเป็นอันตรายต่อผิวหนัง ซึ่งเป็น ความจริง แต่มีการค้นพบรังสีแสงสีฟ้าที่อยู่ในคลื่นความถี่ ประมาณ 400nm-450nm เป็นรังสีที่อันตรายต่อจอประสาทตาโดยตรง สามารถทะลุเข้าไปทำลายเซลจอประสาทตาได้ และที่สำคัญรังสีนี้เป็นรังสีที่ทะลุผ่านเข้ามาสัมผัสร่างกายคนในรูปของแสงแดดพลังงานสูง (HEV: High Energy Visible Light) ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการบกพร่องในการทำงานของระบบการหลั่งสารเคมีต่างใน ร่างกายที่ผิดเพี้ยน ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ด้านสุขภาพที่ตามมา อาทิเช่น โรคมะเร็ง โรคอ้วน มีไขมันส่วนเกิน โรคหัวใจ เบาหวาน ไมเกรน โรคเครียด และนอนไม่หลับ” นายกฤณัทฐพัชร์ กล่าว
       
        "ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่ค้นคว้าและวิจัยเรื่องฟิล์มป้องกันรังสีแสงสีฟ้า สิ่งที่เราได้ค้นพบเพิ่มเติมคือ ฟิล์มที่ เราได้บริการติดตั้งให้ลูกค้าที่ผ่านมา นอกจากจะป้องกันความร้อนจากรังสีอินฟาเรดแล้ว กลับแทบจะไม่มีมูล ค่าใด ๆ เพิ่มไปกว่านี้สำหรับรถลูกค้าอีกเลย เนื่องจากฟิล์มที่ติดตั้งให้ลูกค้าป้องกันได้เฉพาะรังสี UVB ในขณะที่ ความเป็นจริงแล้วกระจกรถยนต์ของลูกค้าก็สามารถป้องกันรังสี UVBที่ มีความถี่ระหว่าง 280 - 315 nm นี้ได้ อยู่แล้ว (UVB ไม่สามารถผ่านทะลุกระจกได้ ) ส่วนรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุดคือ UVA-Class1และ UVA-Class2 ที่มีความถี่ระหว่าง 315 - 400 nm ซึ่งรังสี UVA นั้นมีปริมาณมากถึง 95% ของรังสี UV ทั้งหมดที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกนี้ และมีมากกว่า UVB ถึง 50 เท่า โดยที่ผ่านมานั้นเทคโนโลยีของ อุตสาหกรรมการผลิตฟิล์มกรองแสงยังมีข้อจำกัดอยู่มากทำให้การพัฒนายังไปไม่ถึงขั้นที่จะผลิตได้ จนล่าสุดนี้ที่ Advance Synchronize Technology (AST) ได้ถูกนำมาใช้ในการผลิต" นายกฤณัทฐพัชร์ กล่าว

วี-คูลเปิดตัวฟิล์มชะลอความแก่
        นายกฤณัทฐพัชร์ ยังได้กล่าวถึงอันตรายต่อสุขภาพจากรังสี UV นั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผิวหนังได้ค้นพบว่ารังสี UVA สามารถเจาะลึก ถึงชั้นในสุดและชั้นคอลลาเจนของผิวหนัง ส่งผลให้เกิดรอย เหี่ยวย่น (Photoaging) กระ ฝ้า พร้อมทั้งทำลายเซลล์ DNA ส่งผลถึงระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นมะเร็ง ผิวหนังได้ ส่วนรังสี UVB นั้นสัมผัสเฉพาะผิวชั้นนอกซึ่งทำให้ผิวแสบร้อนได้ หากถูกแดดนาน ๆ
       
        การทีชั้นโอโซนของโลกถูกทำลายลงนั้นส่งผลให้รังสี UVA มีปริมาณที่มากขึ้นและเข้มข้นขึ้นทุกวัน องค์การรังสีวิทยาของประเทศออสเตรเลีย(ARPANSA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐได้มีผลการสรุปออกจาก สถิติล่าสุด2ใน3ของชาวออสเตรเลียจะเป็นมะเร็งผิวหนังก่อนอายุ70ปี ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) นั้นได้อยู่ในวัดค่า UV Index ที่กระจายทั่วใน 25 ประเทศทั่วโลก ประมาณว่าประเทศไทยอยู่ในระดับท๊อป5 ประเทศที่มีค่าUVสูงสุดซึ่งอยู่ในค่าIndex 8-12 ซึ่งอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของค่าดัชนี (Extremely High) ทำให้ประเทศ ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลกต่อภัยอันตรายจากรังสียูวี เพราะสาเหตุนี้เราจึงได้ร่วมงานกับทีมผู้เชี่ยวชาญในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าที่สุด ในโลก ประเทศหนึ่งในเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ และซีเล็คติฟ โฟโต้ฟิลเทรทั่นเทคโนโลยี Selective Photofiltration (SPF-Tech) คือเทคโนโลยีระดับสูงที่ล่าสุดก็ได้ถูกนำมาใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี AST ในการผลิต เราสามารถจะเรียกได้ว่า Synkronize by V-Kool Corporation Thai นั้นเป็นฟิล์ม Anti-Aging ที่มีประสิทธิภาพเพราะสามารถป้องกันรังสี UVA ได้ถึง 99.99% และเป็นการปกป้องแบบ Full Brood spectrum เพราะป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ตั้งแต่ 280 nm ยาวไปถึง 400 nm เลยทีเดียว”

วี-คูลเปิดตัวฟิล์มชะลอความแก่
        ภายหลังจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ว่ารังสีแสงสีฟ้า และรังสี UVA เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อมนุษย์ ตนจึงได้เสาะหาผู้ผลิตฟิล์มชั้นนำของโลกเพื่อ ร่วมกันพัฒนา ผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสง จนได้ผู้ผลิตฟิล์มจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการผลิตฟิล์ม ที่ใช้ในร่ม บริษัทฯ จึงได้เข้าร่วมกับบริษัทดังกล่าวเพื่อพัฒนาฟิล์มที่สามารถกรองรังสีแสงสีฟ้า และรังสี UVA ที่ สามารถนำมาใช้กลางแดดได้ จนประสบความสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ซิงโครไนซ์ บายวี-คูล คอร์ปอเรชั่น ไทย ซึ่งบริษัทฯได้จดเครื่องหมายการค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฟิล์มตัวใหม่ล่าสุดนี้จะมี คุณสมบัติ เพิ่มเติมจากฟิล์มทั่วไปในท้องตลาดที่สามารถกรองรังสียูวีทั่วไปแล้ว ยังสามารถกรองรังสีแสงสีฟ้าได้ถึง 85%
       
        และเพื่อเป็นการตอบแทนแก่ลูกค้าผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ จึงได้เสนอเงื่อนไขพิเศษสำหรับลูกค้าของบริษัทฯ ในการมอบส่วนลดตั้งแต่ 30% - 80% แล้วแต่ระยะเวลาการติดตั้ง โดยลูกค้าที่ติดตั้งฟิล์มวี-คูลจากบริษัทฯ ไปด้วยระยะเวลา 48 เดือน จะได้รับส่วนลดที่ 30% และเพิ่มส่วนลดไปอัตราผกผันกับระยะเวลา โดยลูกค้าที่จะได้รับส่วนลดสูงสุดที่ 80% จะเป็นลูกค้ากลุ่มที่เพิ่งติดตั้งฟิล์มวี-คูลจากบริษัทฯ ในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน โดยบริษัทฯ ได้จัดทำจดหมายตรงไปถึงลูกค้าเพื่อให้พิจารณานำรถเข้ามาเปลี่ยนฟิล์มซิงโครไนซ์บายวี-คูล คอร์ปอเรชั่น ไทย โดยมีระยะเวลา 30 วันสำหรับการพิจารณานับจากวันที่ได้รับจดหมาย
       
        “ผมมั่นใจว่าสินค้าของเราจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดและเราอยากจะเริ่มจากกลุ่มลูกค้าในอดีตของเราก่อนเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสินค้าที่ผมไม่อาจจะให้บริการหลังการขายแก่พวกเขาเหล่านั้นได้อีก ซึ่งเป็นผลจากข้อกฎหมาย” นายกฤณัทฐพัชร์ กล่าว
       
        และนายกฤณัทฐพัชร์ ยังได้กล่าวเสริมว่าขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่มีแผนการแต่งตั้งร้านค้าตัวแทนจำหน่ายฟิล์มยุคที่ 4 (Generation 4) นี้เพราะบริษัทฯ ต้องการรุกตลาดด้วยตัวเองเพื่อสร้างกระแสการตอบรับในลักษณะปากต่อปากจากผู้ที่ได้มีโอกาสใช้ซิงโครไนซ์บาย วี-คูลคอร์ปอเรชั่น ไทย โดยแต่งตั้งให้ บริษัท A1 Auto Film & Glass ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขาเป็นผู้ติดตั้ง และมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 2 สาขาในปีหน้า
       
        “เราเองยังไม่กล้าตั้งเป้าหมายการขายในขณะนี้ แต่ขอดูผลตอบรับจากลูกค้าอดีตของเราก่อน แล้วเราถึงจะรุกไปหาลูกค้าใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะต้องได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่เข้ามาเปลี่ยนฟิล์มกับเรา แต่เราก็ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะขายฟิล์มรุ่นใหม่นี้ให้กับลูกค้าที่ต้องการจะเปลี่ยนฟิล์มหรือติดตั้งฟิล์มใหม่ให้กับรถคันใหม่ของตัวเองด้วย” 

       

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017