อย่างไหนดีกว่า?

โดย MGR Online   
23 กรกฎาคม 2552 10:30 น.
        สภาวะการณ์ในตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพึ่งพาการฝากเงินในธนาคารเพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับคู่แข่งตัวฉกาจของท่านนักลงทุนทุกๆท่านนั้นก็คือค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากในปัจจุบัน
       
       นักลงทุนส่วนใหญ่จึงต้องแสวงหาการลงทุนอื่นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้จึงได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว อาจจะด้วยความเสี่ยงที่ต่ำ
       
       และให้ผลตอบแทนที่สูง เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ท่านักลงทุนรับได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อเข้าไปในธนาคารต่างๆ ก็จะได้ยินคำว่ากองทุนๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้ภายในหรือต่างประเทศก็ตาม
       
       กองทุนรวมตราสารหนี้ (General Fixed Income Fund) เป็นเครื่องมือที่ใช้ระดมเงินลงทุนของนักลงทุนรายย่อย เพื่อนำเงินลงทุนดังกล่าวไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความปลอดภัยสูงทั้งในและต่างประเทศ เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หรือ หุ้นกู้ เช่น หุ้นกู้ปตท. เป็นต้น
       โดยไม่มีการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้กึ่งทุน (เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ) ซึ่งกองทุนจะได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปของอัตราดอกเบี้ย
       
       และราคาของหุ้นกู้หรือพันธบัตรมีความผันผวนไม่มากเมื่อเทียบกับหุ้นซึ่งเป็นตราสารทุน กองทุนประเภทนี้จึงเหมาะกับท่านนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย ความหลากหลายของกองทุนตราสารหนี้เป็นคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ท่านนักลงทุนเลือกลงทุนให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง

         โดยตราสารหนี้ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้มีทั้งระยะสั้นไปจนถึงยาว มีหลากหลายประเภทที่น่าสนใจ นักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสด หรือผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงมากนักก็อาจจะเลือกลงทุนในกองทุนพันธบัตรที่ออกโดยรัฐ (Government bond) ในขณะที่ท่านนักลงทุนท่านอื่น อาจจะต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น
       
       ในขณะเดียวกันก็อาจจะยินยอมแบกรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นบ้าง ก็เลือกลงทุนในกองทุนหุ้นกู้ภาคเอกชน (Corporate bond) ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating) สูงที่มีให้เลือกหลากหลาย
       
        สำหรับประเด็นเรื่องระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสม มีท่านนักลงทุนหลายท่านสงสัยครับว่า แล้วควรจะลงทุนถือตราสารระยะสั้นหรือยาวดีกว่ากัน? โดนส่วนตัวแล้วนั้นผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมอยากให้ท่านนักลงทุนสำรวจตัวท่านเองก่อนว่าท่านมีสภาพคล่อง ( Liquidity) ขนาดไหน?
       
        ถ้าท่านต้องใช้เงินเร็วๆ นี้ก็ซื้อกองทุนที่อายุสั้นๆ เช่นกองทุนจำพวก Cash Management ที่สามารถซื้อขายได้ทุกวัน หรือ กองทุนที่มีอายุ 3เดือน 6เดือน หรือถ้าบอกว่าเงินเราเป็นเย็นไม่ได้ใช้อะไรสัก 1 หรือ 2 ปี ก็ลองลงทุนกับกองทุนที่มีอายุตามที่ต้องการได้ และกองทุนที่มีอายุนั้นยังใช้ระบบ Auto Redemption อีกด้วย

         Auto Redemption คือ การที่บริษัทจัดการลงทุนรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุน การขายคืนอัตโนมัติจะดีกว่าการจ่ายเป็นเงินปันผลสำหรับบุคคลธรรมดา เพราะกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นงวดๆ ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินปันผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งนี้เพราะบริษัทจัดการจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ของเงินปันผลที่ได้รับแล้วนำส่งให้แก่กรมสรรพากรก่อน
       
       แต่ถ้าหากกองทุนไม่จ่ายปันผล และคืนเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ ในลักษณะที่เหมือนกับผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทจัดการลงทุน เงินที่คืนให้นี้จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ประการใด เพราะถือว่าเป็นกำไรส่วนเกินทุนจากการขายหน่วยลงทุนนั่นเอง
       
        ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้นักลงทุนคำนึงถึง การบริหารสัดส่วนการลงทุนเอาไว้ด้วย การบริหารพอร์ตการลงทุน เป็นอีกวิธีหนึ่งสำคัญที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนให้กับท่านนักลงทุนได้ เป็นที่รู้กันดีว่าหากเทียบระหว่างความเสี่ยงต่อผลตอบแทนแล้ว การลงทุนในหุ้นกู้และพันธบัตรมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
       
       ตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้นกู้อาจให้ผลตอบแทนสูงมากกว่าพันธบัตรแต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากกว่า ในขณะที่การลงทุนในพันธบัตรอาจไม่ให้ดอกผลดีเท่าแต่มั่นคงกว่า

จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
11 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017