คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย

โดย MGR Online   
6 พฤษภาคม 2559 10:57 น.
        หากการดูแลผู้สูงอายุ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับแต่ละคน อาจจะเนื่องด้วยความจำเป็นจากการทำงานนอกบ้าน, การไม่ชำนาญในการดูแลที่ถูกวิธี หรือหลากเหตุผลต่างๆ มากมาย จนไม่สามารถทำให้ได้อยู่กับบุคคลอันเป็นที่รักได้ตลอดเวลาแล้วละก็ “Health For Home” อาจเป็นการตอบโจทย์ให้กับปัญหาดังกล่าวได้
       
       จากประสบการณ์ทางด้านอายุรกรรม ที่มีมากว่า 10 ปี ผนวกกับความชำนาญทางด้านเทคโนโลยี ผลลัพธ์ที่ได้คือ นวัตกรรมในการดูแลผู้สูงอายุ ที่น่าจะเป็นคำตอบให้กับคนในยุคนี้ ในท่ามกลางการดูแลจากภาครัฐ ที่ยังไม่ใช่คำตอบที่น่าพึงพอใจในปัจจุบัน โดยมี หมอตั้ม-นพ.คณพล ภูมิรัตนประพิณ, หมอรัฐ-นพ.รัฐ ปัญโญวัฒน์ และ นอร์ธ-ธนทัต ทำทัน ที่เป็นตัวแทนจากทางกลุ่ม มาไขกระจ่างให้กับเรา ถึงเทคโนโลยีความช่วยเหลือชนิดนี้

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
(จากซ้ายไปขวา) นอร์ธ-ธนทัต ทำทัน, หมอรัฐ-นพ.รัฐ ปัญโญวัฒน์, หมอตั้ม-นพ.คณพล ภูมิรัตนประพิณ และ ทีมงาน
        • ที่มาที่ไปของโปรเจกต์นี้ มาจากอะไรครับ
       
       คณพล : ตอนแรกผมกับหมอรัฐ ตั้งบริษัทหนึ่งขึ้นมาก่อน ซึ่งบริษัทนี้ คล้ายๆ ซอฟท์แวร์เฮาส์หน่อยๆ ตรงที่ใช้เทคโนโลยีมาใช้ในวงการสาธารณสุข ทำเว็บไซต์ มีใช้ทุนของหมอบ้าง ทำแอพลิเคชั่นอ่านหนังสือของคุณหมอ ซึ่งก็ทำมาเรื่อยๆ แต่ในระหว่างนั้นเราทำแบบพาร์ทไทม์น่ะครับ เพราะเรายังทำงานประจำอยู่ แต่พอผ่านมาได้ซักระยะหนึ่ง เราก็มีความรู้สึกว่า เราอยากแก้ไขปัญหาที่มันใหญ่ๆ ซักเรื่องหนึ่ง ที่ทำเรื่องเดียวจบ แบบจริงๆ จังๆ เรื่องหนึ่ง เพราะตัวผมเองเรียนเรื่องหมอทางอายุรกรรม ผู้สูงอายุ แล้วเราได้เห็นปัญหาของเหล่านี้มันกำลังมาและเพิ่มจำนวนมากขึ้น แค่โครงสร้างครอบครัวมันเล็กลง เราก็จะเห็นว่าในชีวิตประจำวัน คนไข้ที่เขา Burn Out จากการดูแลคุณพ่อคุณแม่ และจะรู้สึกไม่ดีเวลาที่เห็นพวกเขาส่งพวกท่านไป Nursing Home หรือไปฝากนอนตามโรงพยาบาลต่างๆ นี่ละครับ ซึ่งพวกท่านก็ไม่อยากไป เพราะคนไทยจะชอบอยู่บ้าน เราก็รู้สึกว่ามันมีปัญหาตรงนี้เยอะ
       
       อย่างที่สอง ผมเป็นลูกคนเดียวด้วย ผมก็รู้สึกว่า อนาคตเราเองก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่อยู่บ้าน เราก็ต้องมองหาว่า จะมี Solution อะไรที่จะใช้มั้ย ซึ่งก็พบว่าไม่มี ฉะนั้น เราจะมาลองทำได้มั้ย เพราะว่าเราชอบเทคโนโลยีครับ ก็เลยเอามาประยุกต์กับธุรกิจตรงนี้ให้มันเกิดผลกับผู้สูงอายุที่ได้ใช้เทคโนโลยี เพื่อจะแก้ปัญหาในภาคใหญ่มากขึ้น คือตอนที่เราเป็นหมอเราก็ยังมีความสุขนะ ได้ช่วยเหลือเคสเล็กๆ วันละ 10-20 คน แต่ถ้าเราทำตรงนี้ มันจะสามารถทำในวงกว้างได้
       
       • อะไรคือหลักแนวความคิดในการที่มาทำตรงนี้ครับ
       
        คณพล : ตอนที่คิดนี่คือไม่รู้ว่าจะทำดีมั้ย แต่ก็ถึงเวลาที่อายุเราจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง คือถ้าไม่ได้ทำก็คงจะไม่มีอีกแล้ว อย่างตัวผมเอง จุดที่ตัดสินใจลาออกมาทำ เนื่องจากผมเพิ่งมีลูก มันก็มีแค่ 2 อย่าง ถ้าเราไม่ทำเพราะว่ากลัว เราก็อาจจะบอกลูกในตอนโตว่า พ่อไม่ได้ทำ เพราะเป็นห่วงอนาคตลูกเลยไม่กล้าเลี่ยง ลูกอาจจะไม่ค่อยภูมิใจ แต่มาอีกฟากหนึ่ง พ่อตัดสินใจทำเพราะมีลูกออกมา เราจะต้องทำสำเร็จ มันเป็นจุดแบบว่า ถ้าไม่ได้ทำก็น่าจะเสียใจหากย้อนกลับมา ก็เลยทำไปก่อนซักระยะหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่สำเร็จ ก็คงจะกลับไปเป็นหมอต่อ (หัวเราะเบาๆ)
       
        รัฐ : จริงๆ ผมสนใจในเรื่องไอทีมาตั้งแต่เรียนหมอแล้ว พอเรียนจบมา ผมก็ไปทำงานเป็นหมออยู่ 1 ปี หลังจากนั้นผมก็ไปทำงานอยู่ฝ่ายไอทีที่โรงพยาบาลรามา ซึ่งจริงๆ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับด้านไอทีอยู่แล้ว พออยู่ไปซักพัก เราก็มีความรู้สึกที่อยากจะทำอะไรที่มันส่งผลต่อสังคม เลยออกมาทำงานร่วมกับพี่หมอตั้ม ผมก็ได้ทักษะใหม่ๆ ที่มาทำผลิตภัณฑ์ของเราขึ้นมา จนกลายเป็นโปรเจกต์นี้ครับ

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
        • ทำไมถึงเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุครับ
       
        คณพล : อย่างที่บอกไปว่า ผมเรียนทางด้านดังกล่าวมา และเรามีความรู้ด้านนี้ คือถ้าเริ่มจากจุดที่เรารู้ดีที่สุดก่อน เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและรู้จริง มันก็น่าจะดีกว่า สอง ผู้สูงอายุเป็นตลาดที่กำลังโตแบบมหาศาลครับ ถ้าเราดูข้อมูล จะเห็นว่า อีกไม่กี่ปี ผู้สูงอายุในบ้านเราน่าจะสูงถึงประมาณ 17 ล้านคน แต่เตียงของโรงพยาบาลเรามีแค่กว่า 2 แสนเตียง คือค่าปริมาณมันเยอะ ถ้าเรามองว่าไปเร่งสร้าง Nursing Home หรือ โรงพยาบาลเพิ่ม มันก็ไม่น่าจะทันอยู่ดี และไม่เหมาะกับบริบทในวิถีชีวิตแบบเอเชียด้วย ที่จะส่งคนไปอยู่นอกบ้าน ผมว่ามันน่าจะอยู่ในบ้านมากกว่า ซึ่งในเรื่องการอยู่ที่บ้านเนี่ย มันน่าจะทำได้ บวกกับว่า เทคโนโลยีที่เจริญขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องต่างๆ น่าจะทำได้ และอีกปัจจัยหนึ่ง ผมไป Training ด้านผู้สูงอายุที่อเมริกาครับ เราจะเห็นว่า ที่นั่น เขาจะเน้นให้กลับมาอยู่บ้าน คือเขาทำได้ แล้ว Home Care เขาไปไกลแล้ว แม้แต่ผู้ป่วยฉุกเฉินก็สามารถรักษาที่บ้านได้ ผมก็เลยคิดว่า ที่นั่นทำได้ บ้านเราก็น่าจะทำได้เหมือนกันนะ
       
       • คุณหมอเริ่มมองเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ
       
        คณพล : ผมเริ่มเห็นตั้งแต่เริ่มเรียนอายุรกรรมเมื่อซักประมาณ 5-6 ปีก่อน ที่เราเริ่มทำงานและเห็นว่าเตียงของโรงพยาบาลรัฐเต็มตลอด เพราะว่ามันเต็มไปด้วยคนที่นอนติดเตียง ไม่มีที่กลับบ้าน ไปไหนไม่ได้เพราะว่าเขาไม่มีที่ไป แล้วคนไข้ฉุกเฉินที่ควรจะได้ใช้ เขาก็เข้ามานอนที่โรงพยาบาลไม่ได้ เราก็มีความรู้สึกว่า ทำไมถึงเป็นวงจรแบบนี้ มันอยู่บ้านไม่ได้ คือถ้าอยู่บ้านได้มันก็จบ โรงพยาบาลก็สามารถรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่ควรจะรักษาได้ คือที่เตียงเต็มตลอด เพราะมีผู้ป่วยเรื้อรังเต็มไปหมดเลย
       
        ผมคิดว่าเมืองไทยอาจจะยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ไม่ได้เตรียมการไว้สำหรับการรองรับผู้สูงอายุ เราอาจจะไม่ได้มี Day Care ที่รองรับผู้สูงอายุในตอนกลางวัน ไม่มี Nursing Home ที่รัฐจัดให้ จะมีบ้านพักคนชราที่อาภัพและถูกทอดทิ้ง แต่สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการบริการบางอย่าง รัฐก็ยังไม่มีตรงนี้ได้เพียงพอ คือรัฐก็คงจะเริ่มทำแหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทันหรือเปล่า ขณะเดียวกัน คนอายุยืนยาวขึ้นแน่นอน แต่เราก็ไม่ได้รับประกันว่า จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นรึเปล่า คือเราอยู่ยาว เราแก่ อายุยืนขึ้นแน่ๆ แต่ว่าเราจะอยู่แข็งแรงด้วยมั้ย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
        • จากประสบการณ์ในการทำงานมากว่า 10 ปี ของคุณหมอ ได้เห็นอะไรเป็นจุดแข็งของผู้สูงอายุบ้านเราครับ
       
        คณพล : แม้คนไทยจะไม่มีระบบที่รองรับเรื่องนี้ แต่ว่าเรามีโครงสร้างในเรื่องนี้ที่ดีมาก โดยเฉลี่ยนะ ผมมองว่าสังคมไทยเป็นสังคมครอบครัวใหญ่มีความเอื้ออาธรที่ดีมาก นี่คือจุดแข็งที่เรามีอยู่ โดยเฉพาะในชนบทที่มีระบบในการดูแลซึ่งกันและกัน คือนอกจากครอบครัวแล้ว เรายังมีเพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ว่าสังคมเมืองอาจจะยาก เพราะมันยังแตกต่างออกไป แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาที่ทิ้งพ่อแม่ไว้ในบ้าน เพื่อออกไปทำงานนะครับ มันอาจจะมาจากโครงสร้างสังคมเดี่ยว มันต้องทำให้เราต้องทำงานของเรา ไม่ใช่เราไม่อยากดูแลท่านนะ แต่มันไม่มีทางเลือกน่ะครับ แต่ถ้าเราทำตรงนี้ได้สามารถจ่ายได้และใช้ชีวิตปกติได้ มันน่าจะดี เพราะเราก็อยู่ในกลุ่มนี้ มีลูก มีพ่อแม่ แต่พ่อแม่เราก็ยังดูแลตัวเองได้นะ แต่ในอนาคตน่าจะได้ ไม่ต้องมากังวล
       
       • กล่าวโดยสรุปคือเรื่องผู้สูงอายุในบ้านเราเริ่มที่จะมาจริงจังในช่วงระยะหลังนี่เอง
       
        คณพล : ผมว่าปัญหานี้มันมีมานานแล้วนะ แต่ว่าเราเพิ่งจะเริ่มมาสนใจอย่างจริงจัง ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่อัตราการเติบโตของผู้สูงอายุนี่เร็วมาก แต่เราเร็วแบบไม่ได้เตรียมตัว ไม่เหมือนกับญี่ปุ่นที่เร็วแล้วเตรียมตัว อย่างที่ TDRI เคยบอกไว้ครับว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่แก่ก่อนรวย ถ้าเป็นญี่ปุ่นจะสลับกัน เพราะเขามีคนดูแล แต่ประเทศไทยจะเป็นอย่างที่บอก และโดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ จะมีปัญหาในเรื่องผู้สูงอายุมากๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเราพัฒนาในตรงนี้ได้เร็วและถูกเท่าไหร่ คนทั่วไปก็จะเข้าถึงได้ง่ายยิ่งดี ซึ่งพวกเทคโนโลยีพวกนี้แหละที่จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
        • พอมีปัจจัยครบทุกอย่างแล้ว มีการเริ่มทำธุรกิจนี้ยังไงครับ
       
        คณพล : ผมก็เริ่มสัมภาษณ์คนที่มีประสบการณ์ในการดูแลคุณพ่อคุณแม่ เริ่มไปคุยกับ Nursing Home เริ่มไปคุยกับพยาบาลต่างๆ พอเราเริ่มสัมผัส เราก็เริ่มเห็นเพราะว่าประสบการณ์นี้มันมีอยู่จริง เราก็ตั้งสมมุติฐานแบบ fototype ขึ้นมาก่อน ทำเป็นเว็บไซต์ ก็ลองส่งผู้ดูแลไปที่บ้าน เช็คดูว่ามีคนใช้จริงหรือเปล่า พอเราทดสอบสมมุติฐานได้ว่า ลูกค้าฝั่งอุปสงค์ มีอยู่จริง ฝั่งผู้ดูแลที่เขาทำงานเป็นระบบมีอยู่จริง จนเรารู้สึกว่ามันถึงเวลาที่จะทำแบบจริงจัง ผมก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำอย่างเต็มตัว จากนั้น ก็มีเพื่อนที่สนใจ ออกมาทำด้วยกัน ตอนนี้ก็มีด้วยกัน 5 คน ก็มีผมครับ เป็นผู้นำของบริษัท มีหมอรัฐ เป็น co-founder ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องระบบและข้อมูล และเขียนกับดีไซน์เว็บ และมีคุณอดิสัน (เจริญสุข) เป็นเพื่อนสมัยประถมของผม ทำในเรื่อง operation กับ ไฟแนนซ์ แล้วก็มีพี่วีระ กับ น้องคนาทัศน์ ก็จะทำเป็นโปรแกรมเมอร์ เขียนโค้ดหลังบ้าน ทำกัน 5 คนครับ
       
       รัฐ : ส่วนหน้าที่ของผม ก็จะเป็น Soured Development และ ดีไซน์ทุกอย่างใน โปรเจกต์นี้ ทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทั้งหมด ส่วนของนอร์ทก็คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เว็บออกมาได้ จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่เว็บอย่างเดียวครับ ก็มีทั้งแอปและมือถือ
       
       ธนทัต : ผมทำส่วนข้อมูลและดูแลข้อมูลของลูกค้า และระบบ matching ว่า ลูกค้าคนนี้ให้กับผู้ดูแลคนไหน มันจะเป็นระบบตัวนี้

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
        • แล้วในระบบการจัดการของที่นี่ เป็นยังไงบ้างครับ
       
        คณพล : อย่างแรกทางเราจะติดต่อสัมภาษณ์ผู้ดูแล และผู้สนใจ ที่มาลงชื่อในเว็บไซต์เรา แล้วเราก็นัดเขาสัมภาษณ์ เราเรียกว่า on boarding day เราเป็นหุ้นส่วนร่วมกับโรงเรียนพยาบาล แล้วก็มาตรวจสอบประวัติเขา ให้เขาทำข้อสอบว่าเขามีความรู้จริงหรือไม่ และให้เขาทำทักษะให้กับอาจารย์พยาบาลดูว่าทำถูกมั้ย ถาทำถูกเขาก็ได้ทักษะนั้นและอยู่ในระบบ แต่ถ้าไม่ก็รับงานนั้นไม่ได้
       
       จากนั้นเราก็ตรวจสอบประวัติทางอาชญากรรม พอผ่านด่านนี้ เราก็สอนเขาว่าต้องใช้แอพลิเคชั่นอะไรบ้าง แล้วมาอยู่ในเว็บไซต์ ส่วนฝั่งเว็บไซต์ พอมีลูกค้าหรือครอบครัวที่สนใจ อยากได้ผู้รับบริการก็มากรอกข้อมูลในเว็บไซต์ กรอกประวัติข้อมูลว่าเป็นใคร มีโรคอะไรบ้าง มีการดูแลอะไรบ้าง เช่น นอนติดเตียงนะ ทำแผลกดทับ ให้อาหารทางสายยาง แล้วเราก็เอาข้อมูลชุดนี้มาดูแลในระบบ พอจากนั้นก็นำมาเป็นรายชื่อ ซึ่งในรายชื่อนี้ก็มีรูปภาพรายละเอียด ประสบการณ์และราคาของแต่ละคนซึ่งไม่เท่ากัน แล้วครอบครัวก็เลือกได้ว่าจะเอาคนไหน พอเลือกเรียบร้อย เราก็จะส่งไป พอส่งไปปุ๊บ ผู้ดูแลจะมีแอพลิเคชั่นที่จะลงข้อมูล และมีรายงานให้ทุกสัปดาห์ครับ แต่ในอนาคตคิดว่าน่าจะพัฒนาให้เป็นแบบ realtime ได้ ที่จะดูเมื่อไหร่ก็ได้ครับ
       
       • ในมุมมองผู้ดูแลระบบละครับ คิดเห็นกับระบบแบบนี้ยังไง
        
       รัฐ : จากแต่เดิมที่ไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อนในประเทศไทย จากที่เขาใช้วิธีโทรจากศูนย์ แล้วเขาจะส่งคนมา ต้องทำเองทุกอย่าง ซึ่งมันทำให้เกิดปัญหาหลายๆ อย่างในกระบวนการของเขา สมมุติว่า ถ้าให้เราไปดูรายชื่อเป็นพันคน เพื่อมาดูว่าคนไหนว่าง ซึ่งถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ มันจะทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการดูแล matching คน พอเราเอามาจับตรงนี้ มันทำให้จับสิ่งที่มันยากจบได้ไปไม่กี่วินาที มันก็ทำให้ระบบมันดีขึ้น
       
       อีกประการหนึ่ง จะเป็นในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่กระทบต่อผู้ป่วย ข้อมูลแต่ละอย่างก็ไม่สามารถหลบได้ อย่างเวลาคนไข้เป็นโรคที่ไม่สามารถบอกได้ เราก็ไม่อยากให้ใครรู้ ส่วนจากที่เราประสบมา ถือว่ายาก มันมีรายละเอียดเยอะ มันมีมาตรฐานในเรื่องข้อมูลสุขภาพ มันก็จะมีมาตรฐานของมัน อย่างเวลาเราส่งข้อมูลตามโรงพยาบาลต่างๆ เราก็ต้องส่งให้เป็นแบบนี้ๆๆ ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องทำต่อไป คือระบบในโรงพยาบาลต่างๆ มันไม่เหมือนกันครับ แต่เมื่อมาถึงจุดๆ หนึ่ง ก็สามารถคุยกันได้ครับ ซึ่งต่างประเทศก็ไปถึงจุดนั้นแล้วการคุยกันได้ก็ต้องคุยภาษาเดียวกัน มันต้องกำหนดภาษาก่อน แล้วเราก็ทำระบบอิงตามภาษา อันนี้คือสิ่งที่เมืองนอกทำกัน

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
        • ทีนี้ อยากให้คุณหมอช่วยเล่าผลตอบรับจากทางผู้ใช้บริการและผู้ดูแลหน่อยครับ
       
       คณพล : มีเคสหนึ่งคนไข้เป็นอัลไซเมอร์ ความดันโลหิตสูง แล้วลูกทำงานเป็นเจ้าของกิจการ เลยไม่ค่อยมีเวลามาดูแล ก็ใช้บริการของเรา ซึ่งข้อแตกต่าง จากเดิมเวลาอาม่าไปตรวจที่โรงพยาบาล ไปวัดความดันซักครั้ง คุณหมอก็บอกว่า ประมาณ 140 กว่า คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ยาก็กินตัวเดิม แต่พอผู้ดูแลจากเราเข้าไปดู และบันทึกความดันในทุกๆ วัน มาพบว่า ความดันจริงๆ มันจะสูงตลอดเลย เลยพบว่า ความดันต่างกัน ซึ่งเดิมทีจะดูแค่จุดเดียว ไปวัดครั้งเดียวจบ แต่พอมาวัดที่บ้านทุกวัน มันเลยกลายเป็นคุมไม่ได้เลย พอเราทำเป็นรายงานมา จริงๆ แล้วมันคุมไม่ได้เลยนี่หว่า เราก็เห็นว่าข้อมูลที่บ้านที่เราเก็บได้มันเป็นประโยชน์ และช่วยรักษาคนไข้ด้วย
       
       ส่วนทางผู้ดูแล ก็มีความสุขที่ได้ทำงานกับเราครับ เพราะว่าเดิมเขาเหมือนถูกกดขี่จากเอเจนซี่ ที่ไปหักค่าหัวเขา แต่เราใช้ระบบชาร์จเพิ่ม เขาอยากได้เท่าไหร่เขาบอกเรามาก่อน แล้วถ้าเรายินดีหาว่าสามารถจ่ายเรทนี้ได้ เราก็บวก 10 เปอร์เซ็นต์ของเราเข้าไป ผู้ดูแลก็ได้เงินตามที่เขาต้องการ อย่างที่สอง ถ้าเขาอยู่กับเรา เขาก็มีโอกาสที่จะได้ Career part หมายถึงว่า ถ้าปกติดูแลแลเคสจนจบ คือเขาเคยดูแลอาม่าจนจบแต่เงินเดือนไม่เพิ่มเลย แต่ถ้าเขาทำงานกับเราและดี ระบบก็จะบอกว่ามีค่าประสบการณ์นะ ค่าตัวเขาก็จะเพิ่มขึ้นตามค่าประสบการณ์ ฉะนั้น ถ้าลูกค้าอยากได้ของดี ก็ต้องจ่ายตามค่านี้ เขาก็มีโอกาสที่จะเติบโตได้ ทำให้เขาน่าจะมีเส้นทางในการทำงานที่ง่ายขึ้น

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
        • ถือว่าเป็นข้อดีมั้ยครับ ที่มาเริ่มธุรกิจในช่วงสมัยที่เป็นแบบนี้พอดี
       
        คณพล : ผมว่าเป็นยุคที่ราคาต่างๆ มันถูกลง คือผู้ดูแลทุกคนมีมือถือทุกคนเลย คือทุกคนสามารถเล่นไลน์ได้ทุกคน คือมันเป็นสิ่งที่ไม่มีมาก่อนในก่อนหน้านี้ พอมีอย่างงี้มันก็เลยทำให้การสื่อสารต่างๆ มันง่ายขึ้น ถ้าเป็นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ปัจจุบันทุกคนใช้ไลน์ได้หมด คือมันเป็นเวลาของมันพอดี
       
       • แล้วในเรื่องจุดบกพร่องที่คิดว่าเราจะต้องพัฒนาต่อไปละครับ
       
       คณพล : ผมคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องของคนละครับ เพราะว่าจากการที่มีคนเยอะ ที่ยังควบคุมไม่ได้ แถมเรื่องกฎหมายด้วย มันก็มีข้อกำหนดด้วยว่าขอบเขตของเราอยู่ตรงไหน ถ้าเกิดมีกรณีคนไข้เสียชีวิต บริษัทจะต้องรับผิดชอบหรือเปล่า ซึ่งตรงกฎหมายนี่คือเราต้องพยายามสร้างกรอบให้ชัด ในเรื่องของการประกันภัยในอนาคต แต่ตอนนี้เรายังเล็กมาก แต่อนาคตก็ต้องคิดเรื่องนี้ตามเข้ามา เป็นเรื่องที่กฎหมายที่รัฐจะต้องเข้ามาช่วยดูว่า ขอบเขตอยู่ตรงไหน ซึ่งอาจจะทำให้ความคิดสร้างสรรค์อาจจะโดนตัดทิ้งไป แต่ถ้ารัฐจะมาช่วย อาจจะมาไกด์ตรงนี้ ถ้าได้รัฐมาช่วยก็คงดี
       
       • คิดว่าเป้าหมายข้างหน้าในกลุ่มของเราจะยังไงต่อ
       
       คณพล : หลักๆ ก็อยากให้โปรเจกต์นี้ เติบโตได้ด้วยตัวมันจริงๆ และเป็นบริษัทจริงๆ ผมคิดว่าจะขยายไปในบริการอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากเรื่องผู้สูงอายุ อาจจะมีพี่เลี้ยงเด็ก การส่งนักกายภาพบำบัด ดูแลที่บ้านได้มากขึ้น ซึ่งถ้าต่อยอดไปแขนงอื่นๆ ได้ในภายภาคหน้า และคนหันมาสนใจ คนสนใจมากขึ้นในเรื่องของผู้สูงอายุ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีครับผม

คลื่นลูกใหม่ธุรกิจสุขภาพ Health For Home ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย
       

       


        เรื่อง : สรวัจน์ ศิลปโรจนพาณิช
       ภาพ : วชิร สายจำปา และ ภาพจาก Health For Home

       


ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016