ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”

โดย MGR Online   
12 ธันวาคม 2559 13:00 น. (แก้ไขล่าสุด 13 ธันวาคม 2559 12:27 น.)
        แม้จะเกษียณแล้ว แต่ด้วยบทบาทที่ผ่านมาตลอดหลายปี ในฐานะ “ผอ.สำนักประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองทัพบก” ก็ทำให้ “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” รุ่นน้องสองปีของท่านนายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจกระจ่างแจ้งในหลักเศรษฐกิจพอเพียง และคำตอบของคำถามที่ว่าทำอย่างไร ปรัชญานี้จะสำเร็จงดงาม ก็อยู่ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้แล้ว

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2517 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและปฏิบัติตนให้แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า และจำนวนไม่น้อยที่ได้น้อมนำพระราชดำรัสนั้นมาใช้ในชีวิตจนประสบความสำเร็จ สร้างเนื้อสร้างตัวได้
       
       เพื่อร่วมกันสร้างชาติไทยให้ขับเคลื่อนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพ่อหลวง ร.9 .... Manager Online ได้สนทนากับบุคคลท่านหนึ่งซึ่งนอกจากจะเป็นอดีตทหารรุ่นน้องสองปีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 อดีตทหารเสือรุ่นแรกของ รอ.101 ที่ถวายงานอารักขา และสนองงานเบื้องพระยุคลบาทในโครงการพระราชดำริต่างๆ ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งชีวิต
       
       ตลอดการทำงานในบทบาทดังกล่าว “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” ได้เข้าไปสัมผัสสัมพันธ์กับสถานการณ์จริงๆ ของการปฏิบัติตามแนวพระราชดำรัส ทั้งมองเห็นปัญหา และบรรยายปรัชญาดังกล่าวให้หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งได้ลงมือลงแรงปฏิบัติในหลักการ “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจพอเพียง และ ณ ตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่จะไล่เรียงว่า ทำอย่างไร จะให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด และเพราะอะไรอย่างไร ปรัชญานี้จึงไม่สัมฤทธิ์ผลสูงสุดอย่างที่ควรจะเป็นในห้วงกาลที่ผ่านมา...

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        • ในมุมมองของท่านเห็นว่าเพราะอะไร เศรษฐกิจพอเพียงถึงไม่ค่อยเกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงในประเทศไทย
       
       ในความเห็นของผมคิดว่าน่าจะเกิดจากคนส่วนใหญ่เข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ลึกซึ้งพอ จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านว่าเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่จะตอบว่า คือการใช้จ่ายอย่างประหยัด นึกถึงคนใส่เสื้อม่อฮ่อมปลูกผัก ทำสวนทำไร่ ซึ่งก็ทำให้ชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจคำว่า เศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ เมื่อไปตรวจงานตามศูนย์เรียนรู้ ก็ได้พบปัญหาว่า แต่ละศูนย์เรียนรู้จะมีแนวทางการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน ทั้งที่ศูนย์เรียนรู้จะต้องเป็นต้นแบบเพื่อให้ประชาชนที่มาเรียนรู้ได้เห็นภาพเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมือนกันและชัดเจน เช่น บางศูนย์มีเพียงกองปุ๋ยและแปลงผักเพียงไม่กี่แปลงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์เรียนรู้แล้ว ศูนย์เรียนรู้ต้องสามารถทำให้ชาวบ้านเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจว่าต้องทำอย่างไร เพื่ออะไร และจะเกิดผลอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่จึงจับต้องหลักปรัชญาของพระองค์ท่านเพียงผิวเผิน เข้าใจแต่เพียงเรื่องของการมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ไม่สุรุ่ยสุร่าย ซึ่งที่กล่าวมานั้น เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน จึงดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมนัก

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        • เศรษฐกิจพอเพียงที่แท้จริงเป็นอย่างไร
       
       หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงพระราชทานให้กับพสกนิกรของพระองค์ ประกอบด้วย 3 ห่วง คือ ความพอเพียง ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน กับอีกสองเงื่อนไข คือ ความรู้ และคุณธรรม ซึ่งถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าพระองค์ทรงรู้ถึงแก่นแท้ของปัญหา โดยเฉพาะปัญหาของมนุษย์ว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ในมนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมา อันดับแรกก็คือ จิต และอันดับต่อไปคือ ปากท้อง
       
       จิต เป็นต้นตอของความสุขและความทุกข์ของมนุษย์ทุกคน ถ้าคนไหนรู้จักคิดแต่สิ่งดีๆ รู้จักควบคุมความคิดไม่ให้ฝ่ายต่ำมาชักจูงได้ ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข แต่ถ้าควบคุมความคิดไม่ได้ ปล่อยให้ฝ่ายต่ำมาชี้นำ ชีวิตก็จะมีแต่ความโลภ อยากมี อยากเป็น อยากได้ อันจะทำให้ชีวิตมีแต่ความทุกข์ เปรียบได้กับมีปีศาจดำที่นั่งมาบนบ่าซ้ายคนมาตั้งแต่เกิด ปีศาจตัวนี้จะคอยบงการให้คนมีแต่ความโลภ ความอยากทั้งปวง พระองค์จึงพระราชทานแนวทางแก้ไข

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        โดยหลักในสองห่วงแรก ก็คือ ความพอเพียง และความมีเหตุผล เปรียบได้กับทรงพระราชทานเทวดาน้อยสีขาว ให้มานั่งประจำที่บ่าขวา เทวดานี้จะคอยทำหน้าที่คอยทักท้วง คอยให้เหตุผล เพื่อยับยั้งความโลภและความอยากทั้งปวงจากปีศาจดำ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เห็นกระบะขายกางเกงยีนส์ลดราคา ก็เป็นธรรมดาที่ปีศาจดำจะทำงานทันที นาย ซื้อเลยครับ ลดราคามาตั้ง 50 % เทวดาขาวก็แย้งมาทันทีว่า นายมีตั้งห้าตัวแล้ว มันพอใส่อยู่นะ ปีศาจดำก็สวนกลับว่า นานๆทีจะลดราคาแบบนี้ ซื้อไปเก็บไว้ก่อนก็ได้ เทวดาขาวจึงทักท้วงว่า เดือนหน้าจะเปิดเทอมแล้ว เก็บเงินไว้เตรียมเป็นค่าใช้จ่ายให้ลูกๆดีกว่า พอถึงตรงนี้ คนคนนั้นจึงเดินเลี่ยงกระบะยีนส์นั้นไป นี่เป็นตัวอย่างว่า ถ้าเราได้รับการเรียนรู้ปรัชญาในข้อ ความพอเพียง และความมีเหตุผล ของพระองค์แล้ว ก็จะทำให้เราสามารถควบคุมจิต มีเหตุผลในการใช้ชีวิต อันจะทำให้ชีวิตมีแต่ความสุข ไม่ต้องเร่าร้อน เป็นหนี้เป็นสิน
       
       อันที่จริง ถ้าคนเรามีความพอเพียง มีเหตุผล ก็นับว่าพอเพียงกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแล้ว แต่พระองค์ทรงยังเป็นห่วงพสกนิกรของพระองค์ อยากให้มีกิน มีใช้ ไม่อดอยากอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการดับทุกข์ในเรื่องที่สอง คือเรื่องปากท้อง พระองค์จึงได้พระราชทานหลักปรัชญาในห่วงที่สาม คือ ภูมิคุ้มกัน

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        ภูมิคุ้มกัน หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติแล้ว จะทำให้คนคนนั้นเปรียบเสมือนมีเกราะป้องกันตัว ในที่นี้คือเกราะป้องกันความอดอยาก ความยากจน และสามารถนำพาไปสู่ความมีอันจะกิน หรือร่ำรวยได้ ซึ่งภูมิคุ้มกันชีวิตนี้ ไม่สามารถหาซื้อวัคซีนตัวไหนมาฉีดได้ หากแต่ต้องใช้ความมุมานะ ความอดทน และภูมิคุ้มกันนี้แหละที่ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงหรือให้ความสำคัญ ทั้งที่เป็นสิ่งสำคัญมากไม่แพ้สองห่วงแรก และถ้าทุกคนพร้อมใจทำ จะทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจพอเพียงได้ชัดเจน ประกอบด้วย
       
       ๑. การอดออม
       ๒. บัญชีครัวเรือน
       ๓. การลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้
       ภาพเศรษฐกิจพอเพียงจะเกิดจากตรงนี้ และที่สำคัญคือจะเป็นหลักประกันความเสี่ยงสำหรับคนจน และเป็นหลักประกันความยั่งยีนสำหรับคนมั่งมี ปฏิบัติได้โดย
       ๓.๑ การสร้างแหล่งอาหารด้วยตนเอง
       ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่หามาได้ก็จะหมดไปกับการซื้ออาหารกิน ดังนั้นถ้าเรามีพื้นที่และมีเวลา ก็ควรจะปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ อันจะเป็นการสร้างแหล่งอาหารเพื่อนำมาปรุงกินเอง จะทำให้มีอาหารกินได้ต่อเนื่องตลอดเวลา และลดค่าใช้จ่ายได้
       
       ๓.๒ การผลิตของกิน ของใช้ และพัฒนาเป็นอาชีพ
       นอกจากเรื่องของอาหารที่ต้องกินแล้ว ของใช้ในครัวเรือนก็เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราต้องมีค่าใช้จ่ายตลอดเวลา อาทิเช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน แชมพูสระผม ตลอดจนอาหารอื่นๆที่เหลือจากการกินสดก็สามารถนำมาดำเนินกรรมวิธีถนอมอาหาร ทำให้ได้อาหารที่แปรรูปและสามารถเก็บได้นานขึ้น เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม ผักดอง ฯลฯ หากได้มีการเรียนรู้ก็จะทำให้สามารถทำของกินของใช้ดังกล่าวได้เอง ก็จะทำให้ยิ่งลดรายจ่ายได้มากขึ้น และยิ่งกว่าน้ันถ้าศึกษาหาความรู้และพัฒนาจนมีคุณภาพก็สามารถนำออกขายเป็นรายได้เพิ่มเติม ตลอดจนเป็นอาชีพได้
       
       • แล้วเราควรจะต้องริเริ่มปฏิบัติอย่างไรครับ
       
       ต้องรู้ตำแหน่งฐานะของเราก่อน คือการจะปลูกผักกิน ถ้าเป็นคนที่มีอาชีพอะไรทั่วๆ ไป เป็นช่างตัดผม ช่างซ่อมรถ บ้านมีที่ทางแค่ 50 ตารางวา 100 ตารางวา หรือ 200 ตารางวา เล็กๆ ปลูกผักหลังบ้านกิน มันช่วยลดรายจ่ายได้ แต่ถ้าใครที่ทำงานออฟฟิศไม่มีพื้นที่ อยู่คอนโด ไม่มีเวลาทำ ก็มีเกราะภูมิคุ้มกัน เพียงข้ออดออม ก็นับว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครมีพื้นที่ มีเวลาปลูกผักกินมันจะช่วยลดรายได้ลงไปอีก แทนที่วันหนึ่ง 300 บาท ปลูกผักกินเอง ซื้อแค่หมู น้ำพืช น้ำปลา วันหนึ่งจ่ายเหลือแค่วันละ 120 บาท ลดอีกตั้ง 160 บาท และถ้ายิ่งทำก็จะยิ่งลดลงไปอีก ภูมิคุ้มกันอันนี้มันต้องมี
       
       ทีนี้ ถ้ามีบ้านชนบท มีพื้นที่ 15 ไร่ 20 ไร่ขึ้นไป ก็เอาหลักเกษตรทฤษฏีใหม่ในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เข้ามาจับ ตรงนี้มันอยู่ในภูมิคุ้มกัน หลายๆ คนสับสนระหว่างเกษตรทฤษฏีใหม่กับทฤษฏีพอเพียง คนละเรื่องกัน ไม่ใช่ มันอยู่ตรงนี้ อยู่ในภูมิคุ้มกัน เพราะฉะนั้นคนมีพื้นที่ 15 ไร่ ก็ใช้หลักเกษตรทฤษฏีใหม่ แบ่งพื้นที่ 30-30-30-10 สามสิบแรกขุดบ่อน้ำ สาบสิบที่สองปลูกข้าวสร้างอาหาร สามสิบที่สามปลูกพืชสวนไร่ อีกสิบเป็นที่อยู่อาศัย ประกอบด้วยถนน บ้าน พื้นที่ปลูกต้นไม้ยืนตัว ไม้เลื้อย พืชผักสวนครัวอะไรต่างๆ ทำให้เลี้ยงตัวเองได้อย่างมั่งคงและปลอดภัย

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        ถ้ามองออกเศรษฐกิจพอเพียง เราจะมองว่ามันไม่ใช่เฉพาะคนจน แต่มันหมายถึงคนรวย สำหรับคนจน เราถือว่ามันเป็นหลักประกันความเสี่ยงในอนาคต ถ้าเราปลูกผักมีอะไรกินอยู่บ้าน สมมุติวันนี้เรามีอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับบ้าง วันหนึ่งโชคร้าย ไม่มีผู้โดยสารเลย กลับมาก็ยังมีข้าวกิน วันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ไม่ได้ทำงาน เราก็อยู่ได้ หรือทำงานบริษัท เขาเกิดเวรคนงานทิ้ง เวลาผ่านไปยังหางานใหม่ไม่ได้ ก็เป็นหลักประกันความเสี่ยงในอนาคต แต่สำหรับคนมั่งมี มีอันจะกินอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นหลักประกันความยั่งยืนในอนาคต ก็คือร่ำรวยอยู่แล้ว แล้วไม่ไปฟุ้งเฟ้อ เข้าภัตตาคาร กินไวน์ชั้นดี อาหารดีๆ ตลอดเวลา อยู่บ้านยังปลูกผักกิน แน่นอนว่าร่ายจ่ายมันไม่มี มันก็ถือว่าเป็นหลักประกันความยั่งยืน ไม่มีวันอับจน การปลูกผักกินเอง สร้างแหล่งอาหารเอง มันจะตอบโจทย์ได้ทั้งคนจน คนรวย เป็นภูมิคุ้มกัน พระองค์ท่านจึงไม่เคยรับสั่งว่า คนทำเศรษฐกิจพอเพียงแล้วจะต้องจน
       
       ท่านอยากให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น รวยอย่างค่อยเป็นค่อยไป คนรวยจะลงทุนอะไรต่างๆ ก็ต้องเพลย์เซฟ ไม่ใช่มี 100 แต่กู้มา 1,000 เพื่อทำ ถ้าพัง ก็พังหมด ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอย่างพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน เรื่องปลูกผักกินเอง สร้างแหล่งอาหารกินเองแล้ว มันก็จะมีเรื่องของใช้อีก ท่านก็อยากให้คนเหลือช่วยตัวเอง นอกจากเราลดรายจ่าย ปลูกผัก เราก็มาทำอีกข้อหนึ่งคือลดรายจ่ายเรื่องของใช้ อย่างเช่น สบู่ น้ำยาล้างจาน แชมพู มาเรียนรู้การทำ ถามว่ามันแพงไหม ไม่แพง แต่ถ้าไปซื้อ เราซื้อค่าโฆษณาด้วย ใช้งบไปเท่าไหร่ ก็มาบวกกับเราไปหมดเลย มีกลิ่นมีสีอะไรต่างๆ แต่ถ้าใช้พื้นๆ น้ำยาล้างจานไป ซื้อ A80 ผสมอีกหน่อย ได้ปริมาณเพิ่มหลายเท่า ช่วยลดรายจ่ายขึ้นไปอีก รวมทั้งการทำถนอมอาหาร เช่น ทำไข่เค็ม ทำปลาแดดเดียว มันจะทำให้เรามีกินมีใช้ตลอดเวลา
       
       ถามว่าเราจะทำการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นว่า บ้านหลังหนึ่งทำไข่เค็มเอง ทำน้ำยาล้างจานเอง แชมพูเอง เก็บไว้ใช้ในบ้าน วันหนึ่ง น้ำยาล้างจานหมด เราหยิบน้ำยาล้างจานขวดนี้มาใช้ ไปซื้อข้างนอก 30 บาทใช่ไหม เราก็เอามาหยอดกระปุกๆ จะซื้ออะไรก็มาหยอด ถึงสิ้นเดือนมาแกะนับเงิน เงินตรงนี้มันกลับเข้ามาหากระเป๋าเราอีก นี่ขนาดยังไม่ได้ทำขาย หลังจากเหลือใช้

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
       

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        หลังบ้านใส่ใจเรื่องปลูกผัก สร้างแหล่งอาหารขึ้นมา มีบ่อเล็กๆ บ่อหนึ่ง ในบ่อเลี้ยงปลา บนน้ำก็เลี้ยงพืชน้ำ ผักยุ้ง กระเฉด หลังบ้านมีไก่ไข่สองสามตัว มีกองปุ๋ย รอบๆ บ้านปลูกผักประกอบ อาทิ กะเพรา พริก โหระพา มะเขือ หลังบ้านไปหน่อยหนึ่งเป็นผักหลักที่มาประกอบอาหารโดยตรง เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ถัดไปขอบๆ บ้าน ปลูกไม้เลื้อย มะรุม บวบ ฝัก ถั่วฝักยาว ถ้าปลูกแบบนี้ ถามว่าต้องไปซื้อจ่ายอย่างไร ยกเว้นน้ำมันพืช น้ำปลา รายจ่ายจะลดลงวูบเลย นี่คือหมายความว่าทำไมพระองค์ท่านถึงอยากให้คนไทยอยู่กับความพอเพียง ช่วยเหลือตัวเอง พึ่งพาตัวเองแล้วจะมีความสุข เพราะมันไม่อดอยาก และฐานะดีขึ้น แล้วทำง่ายๆ อันดับแรก เริ่มที่ความคิดจิตใจก่อน จากนั้นมาสร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง อดออม ทำบัญชี แล้วก็ลดรายจ่ายด้วยการปลูกผักกินเอง สร้างแหล่งอาหารกินเอง รวมถึงก้าวไปอีกขึ้นก็คือไปสร้างของใช้ขึ้นมาอีก มันจะลดไปหมด

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        • แล้วในส่วนของภาครัฐต้องทำอย่างไรให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ที่ยั่งยืนขึ้น
       
       ต้องมีภาพให้เห็น มีภาพให้จับต้อง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลต้องสมจริงกว่าตอนนี้ ศูนย์การเรียนรู้ควรมี แบบที่ 1 ศูนย์เรียนรู้แบบเชิงบ้านพักอาศัย แยกให้เห็นชัดเจน ที่อาจจะประมาณแค่ 200-300 ตารางวา สำหรับคนมีบ้านเดี่ยว ก็ปลูกบ้านลึกไปข้างหลังหน่อย มันก็มีบ่อน้ำ แปลงผัก พืชยืนต้น ไม้เลื้อย ผักประกอบ โรงเห็ด บ้านหลังหนึ่งทำตัวอย่าง บ้านในอุดมคติ คนไทยที่มีเศรษฐกิจพอเพียงที่ดี โครงสร้างบ้านควรจะมีหน้าตาแบบนี้ๆ คร่าวๆ ให้เห็น สำหรับคนที่มีอาชีพอะไรก็ได้
       
       แบบที่ 2 เชิงเกษตรกร คือคนที่มีพื้นที่ 15 ไร่ขึ้นไป ตรงนี้ไม่ต้องพูดมากเลย เอาเกษตรทฤษฏีใหม่มาจับเลย แบบที่ 3 ศูนย์เรียนรู้แบบผลิตอาหาร ของใช้ และพัฒนาเป็นอาชีพ ศูนย์เรียนรู้แบบนี้ ไม่ต้องมีอะไรทั้งสิ้น มีแค่พื้นที่แล้วก็มีจุดเรียนรู้ เช่น บางคนตรงนั้นทำไข่เค็ม เพาะเห็ด บางคนทำน้ำยาล้างจาน ทำแชมพู เป็น Know How ผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือน แนะนำทำเองใช้เอง ต้องอย่างไร ถ้าจะขายต่อ ต้องทำอย่างไร ทั้งสิ้นอยู่ตรงนี้หมดเลย และจุดสามที่บอก ยังเป็นเรื่องของส่วนรวมหรือใครจะมาทำก็ได้ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือคนที่เข้าอินเตอร์เน็ตไปศึกษาอะไรต่างๆ แล้วมีความรู้ มาแจกจ่าย ลองสูตรแล้วทำอย่างนี้ได้นะ ก็มาตั้งเป็นจุดเรียนรู้ ให้คนมาทำไปใช้ในครัวเรือน ศูนย์เรียนรู้ที่ตั้งมาเพื่อให้เขาเกิดแรงบันดาลใจ เกิดภาพ ศูนย์เรียนรู้จะต้องทำแบบนี้

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        นอกจากนี้ต้องลบความคิดเก่าที่วัดผลความสำเร็จจากปริมาณผู้เข้าชม แต่ให้ไปดูว่าเขาเอาไปปรับใช้กับชีวิตได้มากน้อยแค่ไหน และรวมไปถึงการดูแลต่อยอดหลังจากนั้นด้วย โดยที่ผู้ว่าซึ่งเป็นเหมือน CEO ของแต่ละจังหวัด มีข้าราชการทุกกระทรวงหมดเลย กระทรวงพัฒนา กระทรวงเกษตร กรมประมง กรมที่ดิน ครบ แล้วมีงบประมาณมาอยู่แล้ว ผู้ว่าเป็นผู้อำนวยการจังหวัด รับผิดชอบเอางบตัวนี้ไปช่วยชาวบ้าน แล้วขั้นตอนต่อไปให้ อบต. อบจ. สร้างหมู่บ้านตัวอย่าง และให้ทหารตั้งศูนย์เรียนรู้เข้าไปช่วย ทหารควรเลิกถือปืนเข้าหาประชาชนแล้วเปลี่ยนเป็นถือจอบเสียมไปช่วยชาวบ้าน ไปทำความเข้าใจ เราถือว่าถ้าทำอย่างนี้ได้จัดเป็นยุทธศาสตร์การทฤษฏีใหม่ ต่างจากของเดิมที่บ่งบอกถึงชัยชนะคือการยึดที่หมาย แต่สมัยใหม่ คือการยึดมวลชน ถ้าเราทำแบบนี้ได้ต่อไปไม่ต้องไปหาข่าว ข่าวจะมาหาเอง เพราะเราไปช่วยเรื่องปากท้องเขา ไปดูแลเขา
       
       ถามว่าหน่วยทหารมีแค่นี้ในจังหวัดและบางหน่วยต้องดูแลถึงสองจังหวัด แต่การปลูกหญ้า 100 ตารางเมตร ต้องซื้อหญ้าทั้งหมดเลยไหม ซื้อแค่ 30-50 ตารางเมตรก็เพียงพอแล้ว ฉีกเป็นแว่นๆ รดน้ำเดี๋ยวมันก็เลื้อยของมันไปเอง เศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน จังหวัดนี้ หมู่บ้านนี้ พอทำเป็นตัวอย่าง หมู่บ้านนี้มาดู พร้อม ก็จะเลียนแบบทำกันต่อๆ ไป ก็จะลามไปทั้งประเทศ รัฐบาลต้องจับมาเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ ถ้าเราสามารทำความเข้าใจให้ตรงกันได้ แล้วสร้างให้เป็นอุดมการณ์ เป็นระบบ หน่วยงานเข้าไปช่วยก็จะได้ความเชื่อมโยงกัน และสร้างให้เห็นว่าทำไปเพื่ออะไร ผลสัมฤทธิ์อย่างไร

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        • ถ้าทำได้อย่างที่ท่านว่ามา รูปแบบโมเดลเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
       
       ใช่ ทุกจังหวัด ทุกหน่วยทหารทำแบบนี้ กระทรวงทำ ชาวบ้านมาดูแล้วเข้าใจ เป็นแนวทางเดียวกัน กลับไปทำที่บ้าน ปรัชญาที่เหมือนกับก้อนเมฆที่บางคนมองเป็นเสือ อีกคนมองเป็นช้าง แต่ถ้าทำแบบนี้ ศูนย์เรียนรู้มีบล็อกเดียวกันหมด ใส่ความเข้าใจ อบรมเหมือนกันหมด ทุกคนก็จะมองเมฆเป็นเสืออย่างเดียว แล้วเมื่อเขาเกิดความเข้าใจว่าทำไปแล้วเกิดผลอย่างไร ไปทำที่บ้านทั้งหมดเกิดขึ้นมา ทีนี้ฝรั่งต่างชาติมา ก็เห็น สัมผัสได้แล้ว ไม่ใช่อยู่ในใจ คำบอกกล่าวที่ว่าบ้านเราขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจพอเพียง จิตใจก็สวยเพราะว่าอยู่กับผัก ความสวยงามของต้นไม้ดอกไม้ จิตความโลภ หลง ไม่มี เพราะอยู่กับความจริง ธรรมชาติ หลักธรรมะ ที่พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสอน ทุกอย่างมันจะสโลว์ลง ช้าลง มันไม่รีบเร่งแข่งขันกันเพื่อจะไปเอาไอ้นั่นเอาไอ้นี่ จิตใจมันจะช้าลง ฝรั่งก็ไม่ต้องมาถามว่าคืออะไร หมายความว่าอย่างไร ทำอย่างไร แต่เขาจะเห็นเองจากบ้านเมืองของเรา
       
       ยิ่งในช่วงนี้ที่ทุกคนสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นในพระองค์ท่าน หากเราร่วมมือร่วมใจกัน รัฐบาลสนับสนุนอย่างจริงจัง ปรับเปลี่ยนความโศกเศร้าให้เป็นแรงบันดาลใจ และไม่ไปคนละทิศคนละทางซึ่งทำได้จริง ตัวอย่างจาก กองบัญชาการช่วยเหลือรบที่ 1 (บชร.1) ช่วงก่อนที่จะเกษียณ จังหวะที่เขารับหน้าที่ผู้บัญชาการบ้านพักเล็กแล้วก็ทรุดโทรมมาก หลังบ้านน้ำขัง ลูกน้ำ ยุงลาย เป็นไข่เลือดออก งูเลื้อยเข้าบ้าน ฝนตกน้ำไหลดเข้าบ้าน เราก็เคลียร์ให้หมด เคลียร์แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเราเคยเรียนรู้เรื่องการใช้สารทำปุ๋ยอินทรีย์ หัวเชื้อจุลินทรีย์เอามาผสม กากน้ำตาล หมักในเศษอาหารประจำวัน เอามาหมัก 21 วัน ในถังจะหลายเป็นปุ๋ย ก็สั่งทุกบ้านทำหนึ่งถัง ไปเชิญวิทยากรมาสอนแล้วหมัก จากนั้นไถที่ข้างหลังบ้านให้หมดแล้วปลูกผัก หลังบ้านเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลึกประมาณ 4 เมตร เราให้ทำเป็นตัว U ตรงเกาะกลางไว้ ข้างหลังปลูกต้นไม้ที่กินน้ำน้อยและค่อนข้างสูง มะนาว มะกรูด ด้านข้างผักประกอบอาหารอย่างพวกโหระพา กะเพรา พริก ตรงกลางสำรับรับปลูกผักหลัก กะหล่ำ คะน้า กวางตุ้ง ทุกบ้านจะมีแพทเทิร์นใกล้เคียงแบบนี้ ปรากฏกว่าสวยงามมาก 3 เดือน มีไส้เดือนเลื้อยในดิน นั่นหมายถึงอุดมสมบูรณ์

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        ภรรยาท่าน ผบ.ทบ. พลเอก อุดมเดช สีตบุตร ไปเยี่ยมสามครั้ง ก่อนจะพาคนในกองทัพภาคที่ 1 ไปดูงาน ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เราต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้อยู่ดีขึ้น หน้าบ้านปลูกไม้ดอก หลังบ้านปลูกผัก เลยเกิดโครงการ “หน้าบ้านน่าดู ในบ้านน่าอยู่ หลังบ้านน่ามอง” ตรวจซ่อมให้แนะนำ นั่นคือคุณภาพชีวิตดีมาก แล้วก็มีส่งเสริมสร้างศูนย์อาหารขึ้นมาเอง ทำอาหารมาวางขาย คนนี้ทำขนมนี่นั่น คนนั้นสอนให้ทำน้ำยาล้างจาน ปลูกตะไคร้ ปลูกหอม มากลั่นหัวเชื้อทำสเปรย์กันยุง ทำถึงตรงนี้ ครบ มีภาพ 3 อย่างเลย แต่ก็ยังไม่เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง จนกระทั่งมาอยู่ บชร. ไปตรวจตามโครงการต่างๆ ถึงได้รู้ ที่ทำกันอยู่มันไม่ใช่ ของเราเกือบจะเป็นครบการเชื่อมโยง ก็ไปอ่านศึกษารู้เชื่อมโยงเรื่องภูมิคุ้มกัน จนเกิดเป็นหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
       
       ก็ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นอกจากการดูแลพัฒนาประเทศอันเป็นหน้าที่หลัก หน้าที่แฝงการดูแลกำลังพล รวมไปถึงการได้เป็นทหารเสือ รอ. 101 ปฏิบัติการโครงการพระราชดำริ ออกไปดูแลพัฒนาชาวบ้าน เราก็ได้ไปเห็นภาพส่วนหนึ่ง เราเคยได้ตามเสด็จพระองค์ท่านในฐานะทหารเสือของพระองค์ เราก็ไปทั่วทั้งประทศ ได้เห็นท่านทรงงานตลอดเวลาอะไรต่างๆ แต่ตอนนั้นไม่เห็นภาพ แต่รู้ว่าท่านทำตรงนี้ ท่านลุย เดินไป เราก็เดินไป

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
        • ณ จุดนี้ ท่านมีความคิดหวังอย่างไรบ้าง
       
       ที่ผ่านมาๆ มา เราก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ รัฐบาลก็ไม่ใช่ อย่าเอาท่านมาอ้างอิงเพื่อโหนตัวเอง เอาความดีใส่ตัว แต่ต้องทำด้วย แล้วถามว่าประเทศไทยทุกวันนี้ เราเป็นคนไทย เราก็ห่วงชาติ เกิดมาต้องไม่เสียชาติเกิด เราต้องช่วยชาติอะไรสักอย่างหนึ่ง จึงลุกขึ้นมาเพื่อมาเผยแพร่ ให้คนในสังคมได้เข้าใจ และมากกว่านั้นคืออยากให้ไปถึงรัฐบาลนำมาพิจารณาเป็นอีกหลักแนวทางสานต่อโครงการพระราชดำริของพระองค์ท่าน เนื่องจากประชาชนกำลังเศร้าเสียใจ ถ้าทำได้เราจะมีความรู้สึกว่า พระปณิธานของพระเจ้าอยู่หัวฯ ตั้งแต่ปี 2517 ตลอดระยะเวลา 40 กว่าปี ได้สำเร็จสมจริง หลักเศรษฐกิจพอเพียงเติบโตในบ้านเมืองเราได้แล้ว คนไทยมีความสุข ไม่มีความโลภ ความหลง อยู่อย่างมีความสุข ท่านคงมีความสุขอยู่บนสวรรค์ ผมมีความคิดอย่างนั้น

ทหารเสือรุ่นแรก รอ. 101 “พล.อ.สัมพันธ์ ชนะวรรณ์” สะท้อนปัญหา “ทำอย่างไรให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผลสูงสุด”
       

        เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล
       ภาพ : พลภัทร วรรณดี

       


จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016