"มติชน"สัญลักษณ์ปราการต้านอำนาจเงิน,"เมืองไทยรายสัปดาห์"กับภาระกิจที่ครบถ้วนสมบูรณ์

โดย "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง   
16 กันยายน 2548 01:37 น.
มติชนสัญลักษณ์ปราการต้านอำนาจเงิน,เมืองไทยรายสัปดาห์กับภาระกิจที่ครบถ้วนสมบูรณ์
ขรรค์ชัย บุนปาน - ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
        •• กล่าวเฉพาะในทางการเมืองและในทางมวลชนนั้น ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม กำลัง แพ้ เพราะแค่ก้าวแรกที่รุกเข้ามาที่ มติชน ก็ก่อให้เกิด กระแสตื่นตัวต่อสู้คัดค้านขนานใหญ่ นาทีนี้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้คือ สัญลักษณ์ของปราการแห่งการต่อต้านอำนาจเงิน นาทีนี้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นของตระกูลบุนปาน, ไม่ใช่เป็นของพนักงานมติชน หากแต่ เป็นของประชาชน นี่เป็น ผลบุญสะสม ที่บำเพ็ญ เกือบ 30 ปี ประชาชนมองเห็นว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้โดยภาพรวมแล้ว เป็นปากเป็นเสียงให้กับความเป็นธรรมในระดับสำคัญ, เป็นปากเป็นเสียงให้กับการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยในระดับสำคัญ นับจากนี้ไปก็เหลือแต่ในทาง ธุรกิจ เท่านั้นที่ทางฝ่าย ขรรค์ชัย บุนปาน จะต้อง สู้จนสุดฤทธิ์ และไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่ฝ่ายผู้รุกรานจะสามารถ รวบรวมหุ้นได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ เพื่อครอบงำกิจการโดยเบ็ดเสร็จโดยมีอำนาจในกระบวนการ เพิ่มทุน ซึ่งผลในอีกทางหนึ่งก็คือ ลดทุนของเจ้าของเดิม ไม่ว่าการณ์จะจบลงอย่างไรขอให้ ขรรค์ชัย บุนปาน, พนักงานมติชนที่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณ ได้ตระหนักว่า ความมั่งคั่งนั้นไม่จีรัง – ความดีความงามและความถูกต้องต่างหากที่จีรัง ไม่ว่าต่อไปภายภาคหน้าท่านและคณะของท่านจะประกอบวิชาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ในนาม มติชน เหมือนเดิมหรือ ฉบับใหม่, ฉบับอื่น ขอให้ จดจำอ้อมกอดอันอบอุ่นจากประชาชนไว้อย่าลืมเลือน ขอให้ท่านและคณะของท่านจงยึดมั่นใน อาชีวปฏิญาณ และคติดั้งเดิมของ ประชาชาติ – ยุคก่อตั้ง ที่ว่า “...บำเพ็ญกรณีย์ ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติ.” ให้มั่น
       
       •• และไม่เพียงแต่ ชาวมติชน เท่านั้น ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งมวล ขอให้จดจำปรากฏการณ์ อ้อมกอดอันอบอุ่นจากประชาชน ครั้งนี้ไว้เช่นกัน ความมั่งคั่งนั้นไม่จีรัง – ความดีความงามและความถูกต้องต่างหากที่จีรัง นี่คือสัจธรรม
       
       •• นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อำนาจผูกขาด หวัง ครอบงำสื่อสิ่งพิมพ์ เพียงแต่นี่เป็นการนำ นวัตกรรมของระบบทุนนิยมยุคใหม่ มาใช้อย่าง ตรงไปตรงมา เท่านั้น
       
       •• นักแก้ต่างให้ระบบทุนนิยมและรัฐบาลมักจะพูดว่ากรณีนี้ ไม่ผิด, เป็นไปตามกติกา และ ปลุกระดมเกินเหตุ คนเหล่านี้กำลังร่วมกันวาดภาพ สีดำ ให้กับ ระบบทุนนิยมยุคใหม่ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วหากจะพิจารณาตาม กฎหมายป้องกันการผูกขาด หรือ Anti-Trust Law อย่าง เคร่งครัด เฉพาะในประเทศไทยก็คือ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 นี่เป็นพฤติกรรมที่ล่อแหลมต่อ ผิดกฎหมาย ในส่วนของ มาตรา 26 (2) – (3) ที่บัญญัติไว้ว่า “...ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการรวมธุรกิจ อันอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ .... (2) การเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนของธุรกิจอื่นเพื่อควบคุม นโยบายการบริหารธุรกิจการอำนวยการ หรือการจัดการ .... (3) การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของธุรกิจอื่นเพื่อควบคุมนโยบาย การบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการ.” การกระทำในลักษณะนี้อย่างน้อยที่สุดจะต้อง ขออนุญาต เพียงแต่กฎหมายฉบับนี้ยังไม่มีการบังคับใช้ อย่างเคร่งครัด องค์ประกอบหลายประการ ถูกละเลย ทั้ง ๆ ที่นี่คือกระบวนการ ผูกขาดข้ามสื่อ อันจะทำให้ มีอำนาจเหนือตลาด ได้
       
       •• ความแตกต่างระหว่าง ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ กับ คนขายสินค้าอื่น ๆ ที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงที่ว่ากลุ่มแรกนั้นถึงอย่างไรก็ยังคงมี อาชีวปฏิญาณ ศัพท์บัญญัติโดย พระองค์วรรณ - พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ คำนี้มาจากภาษาอังกฤษว่า Profession การที่ทรงแปลว่า อาชีวปฏิญาณ ก็เพื่อให้แตกต่างกับคำว่า อาชีพ ที่แปลมาจาก Occupation ความหมายของ อาชีวปฏิญาณ ที่เดี๋ยวนี้นิยมใช้แต่เพียงว่า วิชาชีพ, ผู้ประกอบวิชาชีพ นี้ทรงกล่าวไว้ชัดเจนตามรากฐานที่มาของคำว่า “...การปฏิญาณตนต่อสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะประกอบอาชีพตามธรรมเนียมที่วางไว้เป็นบรรทัดฐาน หาใช่เป็นการทำมาหากิน หรือทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่เพียงอย่างเดียว.” แรกเริ่มเดิมทีนั้น Profession ที่มาจากคำกริยา to profess จากคำละติน pro + fateri แปลว่า ยอมรับ, รับว่าเป็นของตน นี้ใช้ในทาง ศาสนา ซึ่งมีหมายความว่า การประกาศตนว่ามีศรัทธาในศาสนา, การประกาศปฏิญาณตน ใช้ในการปฏิญาณตนเป็น นักบวชในศาสนาคริสต์ ซึ่งถือว่าเป็น วิชาชีพแรกของโลก ต่อมาจึงใช้สำหรับ แพทย์ และ ทนายความ อย่างที่ทราบกันดี
       
       •• ในระยะหลัง Profession ถูกใช้ในความหมายที่ กว้างขึ้น จนกลายเป็นคำที่มี ความหมายตรงข้าม กับคำว่า Amateur ที่ภาษาไทยแปลว่า สมัครเล่น ไป วิชาชีพ กับ อาชีพ ก็เลยกลายเป็นคำที่ ไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะใน วิชาชีพสื่อมวลชน ที่ในปัจจุบันไม่ได้มีกฎเกณฑ์ ฝึกอบรมพิเศษเป็นระยะเวลาหนึ่ง และ กรอบกฎหมาย เหมือนดังเช่น แพทย์ และ วิชาชีพนักกฎหมาย ที่ยังคงสืบทอดต่อเนื่องมาจากอดีต
       
       •• พูดถึงเรื่องความหมายที่แท้ ของคำ Amateur เฉพาะคำแปล สมัครเล่น อาจไม่เพียงพอ ศ.ดร.เจตนา นาควัชระ เคยแปลเอาไว้เต็ม ๆ ในชื่อหนังสือของท่านเล่มหนึ่งว่า “...เพราะรักจึงสมัครเข้ามาเล่น.” สนใจหาอ่าน ศึกษา ดูได้
       
       •• สำหรับ มาตรวัดทั่วไป ใน วิชาชีพสื่อมวลชน นั้นขอนำหลักธรรมของ พระพรหมคุณาภรณ์ ที่แสดงไว้เมื่อ วันที่ 4 มีนาคม 2537 พระคุณเจ้าแสดงธรรมว่าผู้ประกอบวิชาชีพนี้มี หน้าที่ อย่างน้อย 4 ประการ หน้าที่พื้นฐานคือเป็น แหล่งข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง หน้าที่ประการที่สอง ระวังภัยให้แก่สังคม ยามมีปัญหาอันจะก่อให้เกิดอันตรายแก่สังคมจะต้องยกกรณีนั้นขึ้นมา บอกล่าว และ เตือน หน้าที่ประการที่สาม ชี้ขุมทรัพย์ และบอกแหล่งโชคลาภ โดยเมื่อมี ความรู้ ไม่ว่าด้านใดแขนงไหนเกิดขึ้นใหม่ต้อง นำมาเผยแพร่ หน้าที่ประการที่สี่ เป็นผู้นำ ในหนทางสร้างสรรค์ นำสังคมทางความคิด เพื่อสร้าง ทัศนคติ, ค่านิยม และ มติมหาชนที่ถูกต้อง ขึ้นมา
       
       •• กล่าวถึง พระองค์วรรณ นอกจากภาพรวมของความเป็น ปูชนียบุคคลแห่งชาติ แล้วยังทรงเป็น คนหนังสือพิมพ์ ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้ง ประชาชาติ ยุคแรกที่มีคำขวัญว่า “...บำเพ็ญกรณีย์ ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติ.” ด้วย ขรรค์ชัย บุนปาน นำชื่อนี้มารื้อฟื้นตั้งให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ของท่านและคณะตั้งแต่ ปี 2517 เป็นต้นมา
       
       •• สำหรับท่านที่ต้องการติดตาม สนธิ ลิ้มทองกุล นั้นไม่ต้องห่วงว่าคืนนี้จะเหงาเพราะไม่มี เมืองไทยรายสัปดาห์ เหมือนเคย “เซี่ยงเส้าหลง” ขอยืนยันว่า เมืองไทยรายสัปดาห์ – ทุกคืนวันศุกร์ 4 ทุ่มทางช่อง 9 เป็นเพียง รูปแบบหนึ่ง ที่ ไม่จีรัง ตราบเท่าที่ กรรมสิทธิ์ของสื่ออิเลคทรอนิคส์ยังคงผูกขาดโดยรัฐ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็น สมมติ ออกรายการได้แล้วอย่างไรออกรายการไม่ได้แล้วอย่างไร สนธิ ลิ้มทองกุล กับ สโรชา พรอุดมศักดิ์ ออกรายการมา 2 ปี 3 เดือน ได้พูดในสิ่งที่ควรพูดเท่าที่จะพูดได้แล้วอย่างชนิด แหงนหน้าไม่อายฟ้าก้มหน้าไม่อายดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ 9 กันยายน 2548 ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์ซึ่งความเป็น ข้าแผ่นดิน ที่จงรักภักดีต่อแผ่นดินผืนที่ให้กำเนิดแล้วด้วยการอ่านบทความขนาดสั้นที่กินใจคนทั้งแผ่นดินเรื่อง พ่อของแผ่นดิน หรือ ลูกแกะหลงทาง ถ้าได้ออกรายการแล้วต้อง ไม่พูดในสิ่งที่ควรพูด, พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด จะมีประโยชน์อะไร
       
       •• จะต้องมี เมืองไทยรายสัปดาห์ – สัญจร ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น บ้านเจ้าพระยา – ถนนพระทิตย์, ลานคนเมือง – หน้ากทม., สถาบันการศึกษาต่าง ๆ, สวนลุมพินี หรือแม้แต่ สนามหลวง หรือไม่ในโอกาสอันควร “เซี่ยงเส้าหลง” รอรับความเห็นจากพี่น้องทั้งหลายอยู่

จำนวนคนโหวต 130 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017