อำมาตยาธิปไตยตายแล้ว (จักรภพ ทราบหรือยัง ?)

โดย "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง   
11 พฤศจิกายน 2550 16:28 น.
        ขอแสดงความเสียใจกับ จักรภพ เพ็ญแข ที่อุตส่าห์ประกาศสงครามประชาชน มุ่งมั่นจะล้มล้าง ระบอบอำมาตยาธิปไตย ลงให้ได้ …นั่นก็เพราะ อำมาตยาธิปไตย ได้ตายไปแล้วพร้อม ๆ กับ รัฐบาลขิงแก่ และ คมช.
       
       จักรภพ เพ็ญแข น่าจะเอาเวลาและความรู้ที่ร่ำเรียนมาไปทำอย่างอื่นเถิด..อย่าได้จมปลักหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้เลย หนึ่งปีที่ผ่านมา ก็ได้ทำเรื่องไม่เข้าท่าไปหลายเรื่องแล้ว
       
        หาก อำมาตยาธิปไตย หมายความถึงระบอบการปกครองที่เหล่าขุนนางอำมาตย์เทคโนแครต กุมอำนาจหลัก กุมทิศทางการบริหารพัฒนาประเทศ อันเป็นระบบที่ครอบงำประเทศไทยมายาวนานกว่า 60 ปี มาตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เนื่องเพราะพรรคการเมืองอ่อนแอ ดังนั้นระบบราชการและทหารโดยเฉพาะ สภาพัฒน์ฯ เป็นผู้กุมนโยบาย ล่ะก็ .. ขอให้ทราบว่า ระบอบดังกล่าวได้จบสิ้นลงแล้ว
       
       โดยมีการตอกฝาโลงดอกสุดท้ายด้วยน้ำมือของเหล่าขุนนาง อำมาตย์เอง !!
       
        รัฐบาล ขิงแก่ + คมช. เป็นตัวแทนของ อำมาตยาธิปไตยรุ่นสุดท้าย ที่เข้ามาบริหารประเทศ และ ก็เป็นเครื่องยืนยันด้วยตัวของมันเองว่า อำมาตยาธิปไตย ไม่สามารถนำพาประเทศให้เคลื่อนไปข้างหน้า ก้าวข้ามโลกาภิวัตน์ ทั้งยังไม่สามารถวางตัวเองอยู่บนสังคมไทยยุคใหม่ได้
       
        ระยะ 5-6 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา พิสูจน์ได้ในระดับสำคัญว่า สังคมไทยกำลังปรับตัวเองครั้งใหญ่ !
       
        เมื่อสังคมไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เผด็จการทุนธนาธิปไตย กับ อำมาตยาธิปไตย ต่างเผชิญชะตากรรมในลักษณะเดียวกัน สังคมไทยกำลังคัดสรร เพื่อหาระบบที่เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวของมันเอง
       
        เริ่มจาก สังคมไทยได้ปฏิเสธระบอบทุนธนาธิปไตย ที่ใช้เงินเป็นใหญ่ ใช้อำนาจบริหารเบ็ดเสร็จโดยทำลายกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุล และหลักเหตุผล
       
        ทุนธนาธิปไตย-ทุนสามานย์ ถูกรัฐประหารโดย อำมาตย์ขุนศึก แต่หากย้อนมองกลับไป ทุนธนาธิปไตยหมดความชอบธรรมและถูกปฏิเสธจากสังคมมาก่อน ไม่สามารถวางตัวเองอยู่บนสังคมเปิด อันประกอบด้วยชนชั้นกลาง ที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร มีความรู้และเท่าทันได้ จึงเป็นช่องให้อำมาตย์ขุนศึกโค่นล้ม
       
        เช่นเดียวกัน อำมาตยาธิปไตย อันเป็นพลังรากฐานแข็งแกร่งยาวนาน ได้ถูก ทุนธนาธิปไตย ลดทอนอำนาจและครอบงำเพื่อใช้เป็นฐานทางการเมืองของตน แม้ว่าจะพยายามพลิกฟื้นสถานะด้วยการสร้างกลไกและกติกาใหม่ หลายอย่างป้องกันมิให้ ฝ่ายการเมืองแทรกแซง โยกย้าย และ ครอบงำ เช่นที่เคยเกิดระหว่างปี 2544-2548 แต่ที่สุดแล้ว อำมาตยาธิปไตย กลับไม่สามารถนำพาและบริหารประเทศเฉกที่เคยทำมาในอดีต
       
        จุดอ่อนที่สุดของ อำมาตยาธิปไตย อยู่ที่เป็นระบบกึ่งปิด ไม่เคยถูกฝึกให้ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม ไม่มองประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก ไม่เหมือนกับฝ่ายการเมืองที่ดี ๆ ชั่ว ๆ ก็ยังยึดประชาชนที่เป็นฐานเสียงเป็นหัวใจ เพราะฝ่ายการเมืองรู้ว่า อำนาจจะตั้งอยู่ได้ “ก็ต่อเมื่อ” ประชาชนยอมรับ
       
        อำมาตยาธิปไตย ในความหมายที่ อำมาตย์ ขุนนาง เทคโนแครต กุมอำนาจและทิศทางของประเทศ เหนือ ฝ่ายการเมือง (พรรคการเมือง) มีพลังที่ดูดให้ทุนวิ่งเข้าหานั้น สิ้นสลายไปแล้วโดยปริยาย แม้จะมีนักวิชาการบางกลุ่มพยายามจะชี้ว่า รัฐธรรมนูญใหม่สถาปนาอำมาตยาธิปไตยให้กลับฟื้นคืนชีพก็ตาม เพราะโดยเนื้อแท้แล้ว กติกาใหม่เอื้ออำมาตยาธิปไตยในประการสำคัญเรื่องเดียวเท่านั้นคือ สร้างเกราะป้องกันมิให้ ฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหารเข้ามาครอบงำ แทรกแซง เหมือนเช่นที่เคยเกิดระหว่างปี 2544-2548
       
        หากเหล่าอำมาตย์ ขุนนาง ยังคิดกุมอำนาจ กำหนดทิศทาง นโยบาย เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนประเทศเช่นที่เคยเป็นในศตวรรษที่ 20 ... รัฐบาลดังกล่าวก็จะมีสภาพที่ย่ำแย่กว่ารัฐบาลขิงแก่เป็นอยู่ และจะเป็นรัฐบาลที่ไม่สามารถตั้งอยู่บนฐานอันกว้างใหญ่ไพศาลของประชาชนได้-และต้องถูกปฏิเสธในทางใดทางหนึ่ง !!
       
        จักรภพ เพ็ญแข และพวก กำลังคิดฝันเรื่องใดกันอยู่ ? จะล้มล้างซากศพอำมาตยาธิปไตย เพื่อสถาปนา ทุนธนาธิปไตย ให้กลับฟื้นคืนมาหรือ ?
       
        ขอให้ จักรภพ เพ็ญแข ทราบด้วยว่าสังคมไทยยุคใหม่ ไม่เอาทั้ง อำมาตยาธิปไตย และ ทุนธนาธิปไตยสามานย์
       
       แต่เป็นสังคมประชาธิปไตยที่กำลังปรับตัวครั้งใหญ่โดยมีพลังการเมืองภาคพลเมืองรวมอยู่ในโครงสร้างใหม่ดังกล่าว
       
        ...............
       
        การรับสมัครรับเลือกตั้งกำลังดำเนินไปตามครรลองของมัน ซึ่งก็เป็นธรรมชาติที่บางพื้นที่ บางเขต มีผู้ผิดหวังเมื่อตนไม่อยู่ในโผสุดท้าย ใช้เวลาที่เหลือวิ่งหาพรรคใหม่ เหมือนกับการเลือกตั้งหลาย ๆ ครั้งในยุคโน้น ซึ่งเป็นการเมืองที่ ยึดบุคคล และ ฐานคะแนนสนับสนุนในพื้นที่เป็นสำคัญ นโยบาย อุดมการณ์ การรับผิดชอบต่อประชาชน เป็นเรื่องรองลงมา
       
        อย่าได้แปลกใจ เพราะสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 อาจได้เห็นภาพข่าวผู้พลาดหวังเปลี่ยนสีเสื้อย้ายพรรคกะทันหันภายในวันเดียว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น – กันอีกสักครั้งหนึ่งในชีวิต
       
        ใครจะเป็นรัฐบาล ใครผสมกับใคร – เป็นแค่ละครสั้น ๆ อีกฉากหนึ่งในปลายปีนี้ หากไม่มีอะไรไปเปลี่ยนกำหนดเดิม แต่ขอให้ทราบว่า สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศทางการเมืองใหม่ ถูกกำหนดโดยปัจจัยของกติการัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอยู่ค่อนข้างมาก เป็นกติกาที่เปิดช่องให้เกิดการต่อรอง ดุล และ ถ่วงอำนาจ มากกว่าฉบับที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรองรับพลังทางการเมืองของภาคพลเมือง
       
        ย้อนกลับไปครั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ใหม่ ๆ ผู้ที่ฉวยโอกาสใช้กติกาใหม่เพื่อประโยชน์ตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดคือ ไทยรักไทย มีประสิทธิภาพถึงขนาดที่มองเห็นจุดอ่อน ช่องโหว่ ใช้วุฒิสภาเป็นช่องทางเปิดประตูเพื่อเข้าไปแทรกแซง และ ครอบงำ องค์กรอิสระ ทำลายระบบการตรวจสอบ ถ่วงดุล จนถึงขนาดที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวต้องกล่าวว่า รัฐธรรมนูญตายแล้ว
       
        กติกาใหม่ สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศทางการเมืองใหม่ ได้เริ่มขึ้นด้วยการเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
       
        ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทย กำลังอยู่ในรอยต่อของการปรับตัวเองครั้งใหญ่ ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง
       
        ระหว่างการสร้างบ้าน อาจมีนั่งร้าน เศษอิฐปูน คนงานก่อสร้างสกปรกรกรุงรัง ขอให้ทำใจเพราะมันเป็นธรรมชาติเพราะที่สุดแล้วกระบวนการสร้างย่อมมีของสกปรก ปฏิกูลเหล่านี้เป็นผลพลอยได้ออกมา สักวันก็ต้องกำจัดปัดกวาดออกไป
       
        อย่าได้คาดหวังว่าจะได้การเมืองเหมือนดั่งใจหลังการเลือกตั้ง หวังมาก ก็ย่อมผิดหวังมากเป็นธรรมดา-ใช่ไหม !!
       
        ...............
       
        หมายเหตุปิดท้าย – กราบเรียนท่านผู้อ่าน เนื่องด้วยผู้รับผิดชอบติดภารกิจซึ่งจะไม่สามารถทำหน้าที่ขับเคลื่อน คอลัมน์คนปนข่าว โดย เซี่ยงเส้าหลง และ ทีมข่าวการเมือง ได้อย่างราบรื่นต่อเนื่องเป็นปกติ จึงขออภัยที่ต้องหยุดการนำเสนอเป็นการชั่วคราวสักระยะหนึ่ง – จนกว่าจะได้พบกันใหม่

จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017