EGG BOARD ทาสทุนอำมหิต ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม กีดกันเกษตรกร

โดย MGR Online   
4 กรกฎาคม 2553 23:47 น.
        ผ่าประเด็นร้อน
       
       หากไม่มีอะไรผิดพลาดวันนี้ (5 ก.ค.) คงจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่สูงผิดปกติออกมาจากวงประชุม ระหว่าง กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีกับคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ EGG BOARD ว่า จะแก้ปัญหาในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไร
       
       โดยสิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม คือ บทบาทของ EGG BOARD ได้ทำหน้าที่ของตัวเองสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาหรือไม่ เพราะเหตุผลที่มีการกำหนดกลไกนี้ขึ้นมา ก็เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงไข่ไก่ทั้งผู้เลี้ยงรายย่อยและราย ใหญ่ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
       
       แต่สิ่งที่ปรากฏ ณ ปัจจุบัน EGG BOARD เดินหน้าเต็มสูบอย่างมีประสิทธิภาพเพียงเรื่องเดียว คือ จัดฮั้วให้กับทุน 9 ราย ในการนำเข้าพันธุ์สัตว์เรียบร้อยโรงเรียนซีพีมาหลายปี จนเกษตรกรรายย่อยทยอยล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว
       
       มาย้อนข้อมูลดูกันหน่อยว่า EGG BOARD ได้กำหนดยุทธศาสตร์ไก่ไข่ไว้อย่างไร
       
       ตามร่างยุทธศาสตร์ไก่ไข่ พ.ศ.2551-2555 กำหนดแผน 5 ปี ใช้งบประมาณสูงถึง 401 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1.เพื่อ ดำเนินการตามเป้าหมายเพิ่มอัตราการบริโภคไข่ไก่ของคนไทยและขยายการส่งออกไข่ ไก่แปรรูปเพิ่มขึ้น 2.เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ทั้งผู้เลี้ยงรายย่อยและผู้เลี้ยงราย ใหญ่ 3.เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพและมาตรฐานแก่ผู้บริโภค
       
       และเพื่อปีนป่ายไปให้ถึงสามเป้าหมายนี้ จึงมีแผนงานใช้งบประมาณ 5 ปี สูงถึง 401 ล้านบาท แบ่งเป็นหลาก หลายมาตรการที่กำหนดไว้บนหน้ากระดาษเสียสวยหรู แต่ซ้ำซ้อนกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น การรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ในประเทศ 5 ปี ใช้งบประมาณ 56 ล้านบาท และมีการจัดงบประชาสัมพันธ์ต่างหากอีกรวม 80 ล้านบาท
       
       คำถามคือ การรณรงค์กับการประชาสัมพันธ์แตกต่างกันอย่างไร เหตุใดจึงละลายงบให้เกิดความสิ้นเปลืองโดยแบ่งย่อยออกเป็นสองส่วน ทั้งๆ ที่ควรจะกำหนดรวมกัน ที่สำคัญคือ เราเคยเห็นการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ในประเทศกันมากน้อยแค่ไหนในสื่อ สารมวลชน หรือแม้แต่ชื่อของ EGG BOARD ประชาชนก็เพิ่งจะมารู้จักกันจากผลงานการฮั้วพันธุ์สัตว์ให้เอกชน 9 ราย โดยไม่ต้องใช้งบประมาณสักสตางค์แดง เดียว
       
       แล้วตลอด 2 ปีที่ผ่านมานับจากปี 2551-2553 ไปมุดหัวใช้งบประมาณกันอยู่ที่ไหน การประชาสัมพันธ์มันถึงซุกอยู่ในอุโมงค์ จนไม่มีใครรับรู้แต่กลับผลาญภาษีประชาชนไปแล้วในช่วงสามปี ที่ผ่านมาถึง 83 ล้านบาท
       
       เงินที่ถูกใช้ไปคุ้มค่ากับงบประมาณที่เป็นภาษีประชาชนหรือไม่ นี่ยังไม่นับรวมงบประมาณอีก 300 กว่าล้านบาทที่ถูกถลุงไปกับข้ออ้างตามยุทธศาสตร์ข้างต้น แต่ผลการดำเนินการกลับตรงกันข้ามกับวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เช่น การระบุว่าจะต้องสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ทั้งผู้เลี้ยงรายย่อย และผู้เลี้ยงรายใหญ่ แต่กลับไปควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์ และกำหนดให้ทุน 9 รายเท่านั้นที่มีสิทธินำเข้าพันธุ์สัตว์ จนเป็นเหตุให้เกษตรกรรายย่อยตกเป็นเบี้ยล่างนายทุน ต้องจำทนซื้อลูกไก่พ่วงอาหารสัตว์อย่างไม่เป็นธรรม
       
       นี่คือการสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ให้กับผู้เลี้ยงรายย่อย หรือเป็นการ ทำลายอาชีพของผู้เลี้ยงรายย่อยอย่างเลือดเย็นโดยส่วนราชการกันแน่?
       
       ที่สำคัญคือการกำหนดปริมาณพันธุ์สัตว์ก็ขาดความโปร่งใส โดยมีการอ้างตัวเลขการคำนวณไว้ว่าเปรียบเทียบกับเป้าหมายการบริโภคดังนี้
       
       

       

       
       เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางนี้ จะเห็นถึงการมั่วตัวเลขที่ขาดหลักวิชาการในการคำนวณอย่าง สิ้นเชิง ดังนี้
       
       ตามตารางกำหนดจำนวนประชากรไทยในลักษณะที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลง ตลอด 5 ปี คือเท่ากันทั้งหมดที่ตัวเลข 65 ล้านคน ขณะที่มีแผนรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคไข่ไก่จากคนละ 160 ฟองเป็น 200 ฟองในปี 2555 แต่ตามแผนงานกลับทำในลักษณะก้าวกระโดดคือกำหนดการบริโภคไข่ไก่คงที่ที่ตัว เลข 160 ฟอง แล้วกระโดดเป็น 200 ฟองต่อคนในปีสุดท้ายคือปี 2555
       
       นี่คือแผนงานที่ถูกต้องหรือ เพราะการรณรงค์จะต้องทำในลักษณะให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี มิใช่กระทำในลักษณะก้าวกระโดดโดยขาดเหตุผลรองรับด้วยว่าเหตุใดสี่ปีจึงคงที่ และปีสุดท้ายจึงเพิ่มสูงอยู่เพียงปีเดียว แต่ในการใช้งบประมาณทุกปีมีการจ่ายไปเพื่อการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้เกิด การบริโภคภายในประเทศรวม 5 ปี สูงถึง 136 ล้านบาท และสามปีใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 80 ล้านบาท การกระตุ้นให้คนบริโภคไข่ไก่ผ่านการใช้งบประมาณจำนวนนี้ไม่ได้ผลเลยหรือ อย่างไร ทางคณะกรรมการมีการประเมินผลงานของตัวเองหรือไม่ว่าล้มเหลวเพียงใด และต้อปรับปรุงแผนงานให้มีความสอด คล้องกับสถานการณ์อย่างไร
       
       คำตอบคือ ไม่มีเลย แม้กระทั่งการควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์ก็ยังไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ต้องการ ให้ประชาชนบริโภคไข่ไก่คนละ 160 ฟองต่อปี เพราะถ้าจะให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ต้องนำเข้าพันธุ์สัตว์จำนวน 409,771 ตัว แต่ EGG BOARD กลับควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์อยู่ที่ 405,721 และยังไปลดลง 20% เหลือ 324,577 ตัว ในปี 2552 ก่อนจะเพิ่มกลับมาเท่าเดิมคือ 405,721 ตัวในปีนี้ แถมการเพิ่มสัดส่วนก็งุบงิบทำอนุมัติให้ 9 รายไปแบ่งสันปันส่วนกันอิ่มเอมแต่เกษตรกรรายย่อยเดือดร้อนจากลูกไก่ไข่ตลาด จนนำไปสู่ปัญหาราคาไข่ไก่แพงกระทบกับผู้บริโภคในที่สุด
       
       คำถามคือ เหตุใด EGG BOARD จึงควบคุมปริมาณ พันธุ์สัตว์ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตัวเองต้องการรณรงค์ให้คนไทยบริโภคไข่ไก่ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาไข่ไก่สูงขึ้นเพราะความต้องการมีสูงกว่าผลผลิต เมื่อราคาไข่ไก่แพงจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไร
       
       จะเห็นได้ว่า นโยบายของ EGG BOARD เป็นผลดีในการ รับประกันรายได้ให้กับทุน 9 รายว่าไม่มีทางขาดทุน แต่ไม่ได้รักษาสิทธิของเกษตรกรรายย่อย และประชาชนผู้ บริโภคเลยแม้แต่น้อย
       
       แค่นี้คงเห็นชัดเจนแล้วว่ายังมีความจำเป็นต้องมี EGG BOARD เพื่อรักษาประโยชน์ให้กับนายทุนต่อไปหรือไม่
       
       นอกจาก EGG BOARD จะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ยังส่อว่าได้กระทำผิดกฎหมายหลายประการ ดังนี้
       
       (1. EGG BOARD จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ พ.ศ.2549 (ยุค ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี) มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาการพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ และกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในเรื่องดังกล่าว เพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีและสนับสนุนให้ภาคเอกชนในการรวมกลุ่มหรือจัดตั้ง องค์กรเพื่อให้มีบทบาทในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับไก่ไข่ รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการไก่ไข่ในระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน
       
       ไม่มีตรงไหนเลยที่ให้อำนาจ EGG BOARD เป็นผู้กำหนดควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์ตามอำเภอใจ แถมยังฮั้วให้ทุน 9 รายได้สิทธิผูกขาดต่อเนื่องมาแล้วสามปี มีการปรับเปลี่ยนตัวเลขการควบคุมปริมาณพันธุ์สัตว์โดยไม่มีการแจ้งต่อ ครม. ทั้งๆ ที่ตามระเบียบสำนักนายกฯระบุชัดว่าต้องเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่อ ครม.ด้วย
       
       (2. EGG BOARD กระทำการละเมิดพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (1) ด้วยการเลือกปฏิบัติให้สิทธิทุน 9 รายในการนำเข้าพันธุ์สัตว์ แต่กีดกันเกษตรกรรายอื่นที่ทำโครงการขอนำเข้าพันธุ์สัตว์หลายรายด้วยการชะลอ โครงการเหล่านั้นอย่างไม่มีเหตุผล ถือเป็นการเลือกปฏิบัติอันเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายข้างต้น อีกทั้ง EGG BOARD ไม่มีอำนาจในการออกมติที่มีผลบังคับต่อเอกชน จึงถือว่าการกำหนดโควต้านำเข้าพ่อแม่พันธุ์ และการกีดกันไม่ให้มีการกระจายพันธุ์สัตว์อย่างเป็นธรรมของ EGG BOARD ไม่ชอบด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ พ.ศ.2549
       
       (3. องค์ประกอบของ EGG BOARD ฝ่าฝืนบทบัญญัติของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 16 วรรคแรก ในเรื่องหลักการไม่มีส่วนได้เสียหรือหลักความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ในการ พิจารณาออกคำสั่งทางปกครองที่บัญญัติว่า
       
       “ในกรณีมีเหตุอื่นใดนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 13 เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครอง ซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง เจ้าหน้าที่หรือกรรมการผู้นั้นจะทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้นไม่ได้”
       
       โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษาของ EGG BORD ล้วนเป็นบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงคือเป็นตัวแทนจากทุน 9 รายที่ได้รับสิทธิในการนำเข้าพันธุ์สัตว์ แต่กลับไปเป็นผู้ออกมติห้ามไม่ให้เกษตรกรรายอื่นนำเข้าพันธุ์สัตว์ จึงมีลักษณะเข้ากรณีที่กรรมการมีส่วนได้เสียหรือไม่เป็นกลางในเรื่องที่ลง มติ ฝ่าฝืนหลักกฎหมายปกครองในเรื่องความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่
       
       รายชื่อของคณะกรรมการที่ปรึกษา EGG BORD ที่ขัดกฎหมายปกครอง มีดังนี้
       
       1.นายโกวิน ฤทธิกานนท์ ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 2.นายวีรพล ศิรวุฒินานนท์ ผู้แทนบริษัท ยูไนเต็ดฟิดดิ้ง จำกัด 3.นายประจักษ์ ธีระกุล และนายชำนาญวิทย์ ศรีโชติ ผู้แทนบริษัทฟาร์มกรุงไทย จำกัด 4.นายเกรียงศักดิ์ บุญเกิดทรัพย์สิน ผู้แทนบริษัท ฟาร์มไก่พันธุ์เกิดเจริญ จำกัด 5.น.ส.พ.อิทธิลักษณ์ อิทธิปาลกุล ผู้แทนบริษัท ยู่สูงอาหารสัตว์ จำกัด 6.นายนพพร อเนกบุณย์ ผู้แทนบริษัท แหลมทองฟาร์ม จำกัด 7.นายธนเดช แสงวัฒนกุล ผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัยฟาร์ม 8.นายบุญยง ศรีไตรราศี ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด และ 9.นายกฤษฎา ฤทธิชัยดำรงกุล ผู้แทนบริษัท เบทาโกร อโกรกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
       
       ในรายของนายกฤษฎา นอกจากจะเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของ EGGBOARD แล้ว ยังดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการในEGG BOARD อีกด้วย เรียกว่าทับซ้อนสองเด้งในคราวเดียวกัน
       
       (4. การที่ EGG BOARD ให้สิทธิผูกขาดกับ 9 ราย โดยกีดกันรายใหม่ไม่ให้นำเข้าพันธุ์สัตว์นั้น ยังเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ดังนี้
       
       หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ 6 สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ มาตรา 43 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือ ประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม...”
       
       หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ 7 แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ มาตรา 84 กำหนดให้รัฐบาลต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน...”
       
       ปัญหาที่มีการกระทำละเมิดกฎหมายมีเกษตรกร 113 รายรวมตัวกันยื่นฟ้องต่อศาลปกครองไปแล้ว และขอสนับสนุนให้เกษตรกรเหล่านั้นเดินหน้าเต็มที่อย่าถอนฟ้องโดยเด็ดขาด เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างจะได้ไม่เกิดเหตุอัปยศราชการสั่งฮั้วให้เอกชน เหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้
       
       หน้าที่ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ นอกจากต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำให้ราคาไข่ไก่ถูกลงเพื่อลดภาระประชาชนแล้ว ยังต้องปรับโครงสร้างกำหนดมาตรการบริหารจัดการไก่ไข่อย่างเป็นธรรมกับทุก ฝ่ายด้วย
       
       เพราะระบบในปัจจุบันทำให้เกษตรกรรายย่อยตายเกือบหมด เหลือเพียงรายกลางและรายใหญ่ ซึ่งเกษตรกรขนาดกลางก็กำลังพังพาบอยู่ในสภาพถูกบีบให้ตาย บังคับให้ลงโลงแคบ ๆ ไม่แตกต่างไปจากรายย่อยที่หมดลมหายใจทางอาชีพไปก่อนหน้านี้
       
       ถ้ายังปล่อยให้ ซีพีกับเครือข่าย กินรวบร่วมฮั้วกันอย่างเป็นระบบกับทุนไม่กี่ราย จะส่งผลกระทบต่อวิถีชุมชนที่เราเคยเห็นแม่ค้าขายไข่ไก่ซึ่งเป็นคนเลี้ยงไก่ นำไข่ไก่มาขายในตลาดใกล้บ้านหรือตลาดนัดชุมชนในราคาถูก
       
       ภาพเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป เพราะถูกเท้ามหึมาของยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตรรุมกระทืบจนเกษตรกรตายคาตีนอย่าง อำมหิตเลือดเย็น ดังคำขวัญของบางบริษัทที่สอนกันมาชั่วลูกชั่วหลานว่า
       
       “ทุนใหญ่กินยาว ส่วนทุนเล็กต้องมาซุกใต้ปีกทุนใหญ่จึงจะอยู่รอด”


ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017