หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ข่าววิเคราะห์การเมือง
 

ปล้นปืน-ฆ่าทหาร ฉก.นราธิวาส 38 ความจริงตบหน้า “มาร์ค-สุเทพ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2554 23:58 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ปล้นปืน-ฆ่าทหาร ฉก.นราธิวาส 38 ความจริงตบหน้า “มาร์ค-สุเทพ”

ผ่าประเด็นร้อน
       
       ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัว ญาติมิตรของพี่น้องทหารหาญทุกคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการ “พระองค์ดำ” สังกัดร้อย ร.15121ฉ.ก.นราธิวาส 38 ที่ตั้งอยู่ริมถนนมะรือโบตก -รือเสาะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อค่ำวันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 ศพ และได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย
       
       เหตุการณ์ดังกล่าวคนร้ายยังได้ปล้นปืนของทางราชการ ที่มีทั้งปืนเอ็ม 16 ปืนพกสั้นจำนวนประมาณ 50 กระบอก กระสุนปืนอีกหลายพันนัด ไปด้วย
       
       เป็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นหลังจากที่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง และยังเกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับจากการไปร่วมงานพระราชเพลิงศพคุณครูที่เสียชีวิตจากการถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิต ที่จังหวัดปัตตานี
       
       ขณะเดียวกันหากไล่ย้อนดูเพื่อเปรียบเทียบจะพบว่า เป็นเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน “มกราคม” โดยเมื่อ 6 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์คนร้ายปล้นปืนที่กองพันทหารพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 และล่าสุดก็มาเกิดขึ้นที่ ฐานปฏิบัติการ ฉ.ก.นราธิวาส 38 เมื่อคืนวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา
       
       นอกเหนือจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่งออกมาให้เห็นว่า ขบวนการโจรก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ได้ลดระดับลงไปแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับมีความ “แข็งแกร่ง” มากขึ้น โดยยืนยันจากคำพูดของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ระบุว่าเหตุการณ์ปล้น-ฆ่าทหารในครั้งนี้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงมีการใช้กำลังมากกว่าเหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพันทหารพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 มกราคม ปี 2547 ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะมีการการก่อเหตุรุนแรงขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม
       
       อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังตรงกันข้ามกับภาพที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามแสดงให้เห็นมาตลอดว่า สถานการณ์ก่อเหตุร้ายได้ลดลงแล้ว โดยชี้ให้เห็นว่าสถิติการก่อเหตุได้ลดลงเรื่อยๆเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีการงบประมาณจำนวนมากลงไปพัฒนาในพื้นที่ มีทั้งการฝึกอาชีพ การใช้กฎหมาย การพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการหาหลักฐานคนร้าย
       
       นอกจากนี้ความพยายามแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้เริ่มลดลงเรื่อยๆ และย้ำว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางก็คือเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนในช่วงปลายปี รัฐบาลก็ได้ยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยนำร่องไป 1 อำเภอ คือ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานีไปแล้ว และยังมีเป้าหมายไปยังจังหวัดอื่นๆตามมา ซึ่งจะให้ยกเลิกในลักษณะ 1 อำเภอ 1 จังหวัด
       
       สิ่งที่น่าจับตาที่สุดก็คืออีกไม่นานนับจากนี้จะมีการปรับโครงสร้างการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ขึ้นมาใหม่อย่างเป็นรูปธรรมนั่นคือการใช้กฎหมายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้(ศอ.บต.) ฉบับใหม่ ที่ให้อำนาจเลขาธิการ ศอ.บต.ในการโยกย้ายลงโทษข้าราชการระดับ10 ลงมา หากเห็นว่ามีพฤติกรรมและท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อความมั่นคงในพื้นที่ยกเว้นข้าราชการในหน่วยงาน อัยการ และกองทัพ ซึ่งระบุว่ามีกฎหมายเฉพาะบังคับใช้อยู่แล้ว
       
       สำหรับ ศอ.บต.ในโครงสร้างใหม่ระบุว่าจะให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะของสภาที่ปรึกษา ให้ความคิดเห็น ในลักษณะกึ่งควบคุมการทำงานของเจ้าหน้าที่
       
       ภาพที่ออกมาก่อนหน้านี้จนกระทั่งก่อนค่ำวันที่ 19 มกราคมที่เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามาปล้น-ฆ่าทหารในฐานปฏิบัติการ “พระองค์ดำ” ดูแล้วชวนเคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดของคนในรัฐบาลตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถาวร เสนเนียม ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้โดยตรงที่กล่าวตรงกันว่า “ความรุนแรงเริ่มลดลง” หรือ “เรามาถูกทางแล้ว” ฯลฯ
       
       เมื่อพิจารณาจากตัวเลขสถิติอาจเห็นคล้อยตามไม่ยาก เพราะตัวเลขลดน้อยลงมาจริง แต่ระดับความรุนแรงไม่ได้ลดลงเลย ตรงกันข้ามกลับมีพัฒนามากขึ้นจนน่ากลัว โดยเฉพาะการใช้ระเบิด และอาวุธสงครามอื่นๆ ถือว่ารุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนการจับกุมคนร้ายแม้ว่าจะเห็นภาพว่ามีมากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วกลับยังไม่เห็นการจับกุมระดับแกนนำ “หัวโจก” ให้เห็นเลย ส่วนใหญ่เป็นแค่ระดับแนวร่วมที่เป็นวัยรุ่นในพื้นที่ระดับปฏิบัติการเท่านั้น
       
       อย่างไรก็ดีแม้ว่าต้องให้ความเป็นธรรมว่าโครงสร้าง ศอ.บต.ใหม่ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติโดยสมบูรณ์ เนื่องจากยังไม่มีอัตรากำลัง ยังไม่มีเลขาธิการฯคนใหม่ ขณะนี้ยังเป็นแค่รักษาการ คงต้องรออีกไม่เกิน 90 วัน อีกทั้งพื้นที่ในบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่าเขาทำให้ยากแก่การป้องกันดูแล อีกทั้งเป็นการสู้รบ “นอกแบบ” ทำให้เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายตั้งรับและเสียเปรียบ แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นว่า ยังไม่ “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” ตามพระราชดำรัสได้อย่างแท้จริง ทั้งที่รัฐบาลได้ทุ่มเททั้งงบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่ลงไปอย่างเต็มกำลังแล้ว ดังนั้นปัญหาน่าอยู่ที่ฝ่ายควบคุมนโยบายว่ามีคุณภาพแค่ไหนต่างหาก
       
       โดยเฉพาะ ระดับบริหารนโยบายอย่าง นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยเฉพาะคนหลังเคยได้เห็นประสิทธิภาพงานด้านความมั่นคงของชาติ งานที่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงบางหรือไม่ หากมีความเห็นโต้แย้งลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพสักเรื่องก็ได้
       
       ดังนั้นเหตุการณ์ปล้น-ฆ่าทหารที่ฐานปฏิบัติการ ฉก.นราธิวาส 38 ถือว่าร้ายแรงอย่างที่สุด และที่สำคัญเป็นภาพสะท้อนความจริงที่ตบหน้าฝ่ายบริหาร ที่พยายาม “กลบเกลื่อน” สถานการณ์เพื่อหวังผลทางการเมืองแบบฉาบฉวยไปวันๆเท่านั้น และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ปิดได้ไม่มิด !!

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ล็อกสเป็กสปช.ไม่สำคัญเท่าแบโผออกมาแล้วร้องยี้ !!
"กองทุนน้ำมัน"ผิดกฎหมาย "คสช."จะจัดการอย่างไร?
ปรับขึ้นราคาพลังงาน ดีเซลทะลุลิตรละ 30 บาทฝันร้ายคนไทยแน่ !!
สอบทุจริตไมค์แพงโคตร อย่าแอบอุ้ม “ขบวนการโกง”
โผตกค้างมหาดไทย ลือ “ผู้ว่าฯชลบุรี” แรง คั่ว “อธิบดีกรมใหญ่”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 21 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014