หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ข่าวการเมือง
 

รัฐบาลไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้อู่ตะเภา เล็งนำเข้า ครม.พรุ่งนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2555 13:35 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รัฐบาลไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้อู่ตะเภา เล็งนำเข้า ครม.พรุ่งนี้
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล (แฟ้มภาพ)

“นายกฯ ปู” ถกฝ่ายความมั่นคงได้ข้อสรุป ยอมให้สหรัฐฯ ใช้สนามบินอู่ตะเภา เตรียมนำเข้า ครม.ตีตรารับรองพรุ่งนี้ “สุรพงษ์” อ้างไม่เข้าข่าย ม.190 จึงไม่ต้องนำเข้าสภา เชื่อไร้ปัญหากับประเทศมหาอำนาจ เหตุทั้งจีน-รัสเซียก็เคยยอมให้นาซาใช้น่านฟ้าบินสำรวจภูมิอากาศ โวยฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุทำคนไทยและต่างประเทศเข้าใจผิด
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 มิ.ย.) นายสรุพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงข่าวภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมร่วมกับผู้นำเหล่าทัพ กรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา โดยกระทรวงการต่างประเทศจะนำเสนอวาระการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (องค์การนาซ่า) เข้ามาดำเนินการโครงการศึกษาก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 19 มิ.ย.นี้
       
       นายสุรพงษ์แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการให้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ หรือเอชเอดีอาร์ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief) และโครงการการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศ หรือเอสอีเอซี4อาร์เอส (Southeast Asia Composition, Cloud and Climate Coupling Regional Study) โดยองค์การนาซา โดยขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการ
       
       นายสุรพงษ์กล่าวว่า เอชเอดีอาร์ถือเป็นความริเริ่มจากรัฐบาลที่แล้วที่เล็งเห็นถึงสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติค่อนข้างรุนแรง เช่น เหตุการณ์สึนามิ แผ่นดินไหว เป็นผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สิน ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ดำเนินการต่อในลักษณะโอเปอเรเตอร์ติดตามเหตุการณ์โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อหารือถึงการตั้งศูนย์เอชเอดีอาร์แบบไม่ถาวร มีเจ้าหน้าที่ประจำตลอดเวลาในช่วงเกิดเหตุภัยพิบัติซึ่งจะคล้ายกับศูนย์ปฏิบัติการภัยพิบัติแห่งชาติ (ศปภ.) โดยนานาชาติก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการ ถือเป็นความร่วมมือในระดับสากลอยู่แล้ว ในการปฏิบัติหน้าที่จนสถานการณ์คลี่คลาย
       
       “การช่วยเหลือด้านเอชเอดีอาร์เป็นการร่วมกันหลายประเทศ ไม่ใช่ลักษณะทวิภาคีไทยกับสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่เป็นลักษณะพหุภาพมีชาติอื่นๆ เช่น ประเทศจีนเข้าร่วมด้วย อาจมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ทหาร ประชาชน ในการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ”
       
       รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า ส่วนกรณีองค์การนาซาที่ขอเข้ามาสำรวจสภาพภูมิอากาศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเหตุผลสำคัญเกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบผลกระทบที่มีต่อธรรมชาติ เช่นใต้ฝุ่น ลมมรสุม เพื่อให้ได้ข้อมูลละเอียดขึ้นนอกจากสำรวจผ่านดาวเทียม โดยจะมีเครืองบินสำรวจ 3 ลำ ร่วมบินกับฝ่ายไทยของสำนักงานฝนหลวง
       
       “ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ จึงให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมตกลงในรายละเอียดรูปแบบการดำเนินการ ตลอดจนเครื่องบินที่จะบินสำรวจ ทั้งนี้ที่ผ่านมา นาซาก็ได้รับอนุญาติบินผ่านน่านฟ้า กัมพูชา สิงคโปร์มาแล้วโดยไม่มีข้อขัดแย้งใด”
       
       ส่วนที่กังวลว่าประเด็นดังกล่าวเข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ต้องนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาหรือไม่ ประเด็นนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นแล้วโดยจะมีการเสนอความเห็นให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 19 มิ.ย.ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกระทรวงการต่างประเทศได้ให้กรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศพิจารณามีความเห็นว่าไม่เข้าข่ายมาตรา 190 วรรค 2 แต่อยู่ในข่ายมาตรา 190 วรรค 1 ที่ต้องส่งเรื่องให้ ครม.พิจารณา
       
       นายสุรพงษ์กล่าวด้วยว่า กรณีที่ฝ่ายค้านนำเสนอข่าวโจมตีนั้นมีผลให้คนไม่เข้าใจข้อเท็จจริง และอาจทำให้ประเทศจีนเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่ประชุมได้มอบหมายให้ตนเองได้หารือชี้แจงกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมกันนั้นปลายเดือน มิ.ย.ที่จะเดินทางไปเยือนจีน ก็จะหยิบยกเรื่องนี้ชี้แจงทำความเข้าใจด้วย
       
       “ที่มีข่าวจากฝ่ายค้านออกมา ประชาชนไปฟัง ตั้งข้อสังเกตจะทำให้จีนโกรธ เกิดความไม่เข้าใจ แต่ทางทูตจีนอ่านภาษาไทยได้ อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า จีนมีความเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะนาซาก็เคยไปสำรวจที่ฮ่องกง ซึ่งจีนไม่ได้เดือดร้อน แต่ในส่วนของพวกเราฝ่ายค้านก็ช่วยให้เลอะไปหมด”
       
       นายปลอดประสพกล่าวเสริมว่า อย่าเพิ่งตกใจกรณีนาซาใช้พื้นที่อู่ตะเภา เพราะโครงการความร่วมมือนาซาไม่ใช่มีเฉพาะประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้ก็ไปสำรวจในจีน เกาหลีใต้ โดยเขาจะใช้เวลา 2 เดือนก็เสร็จ อีกอย่างนาซาเป็นองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ และไปร่วมสำรวจกับรัสเซียก็มีแล้ว ประเทศต่างๆก็ให้ความร่วมมือกับนาซา
       
       “การสำรวจของนาซานั้น ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อย่างกรณีน้ำท่วม เราจะได้เรียนรู้เรื่องฝน เรื่องเมฆ ซึ่งไทยไม่มีความรู้ และยังได้รับความรู้เรื่องของฝุ่นละอองเล็กในประเทศไทย จากการเผาป่า เผาไร่ ซึ่งจะเป็นผลต่อทัศนวิสัย มองไม่ชัดเจน ทำให้มีผลต่อคุณภาพอากาศไม่เป็นปกติ และเป็นส่วนเกี่ยบวกับภาวะโลกร้อน จึงเป็นการได้เรียนรู้ทางวิชาการไม่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจ ทางรัฐบาลจะได้ตั้งคณะทำงานโดยผมเป็นประธานร่วมกันพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง”
       
       นายปลอดประสพให้เหตุผลทำไมต้องใช้สนามบินอู่ตะเภาว่า มี 3 ประการ ได้แก่ 1. ดาวเทียมยุทธศาสตร์อยู่ใกล้บริเวณศรีราชา จึงต้องใช้สนามบินอู่ตะเภาซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน 2. การตรวจฝุ่นละออง เมฆ ส่วนใหญ่จะสำรวจพื้นที่ที่อยู่บริเวณทะเล และ 3. การใช้เครื่องบินจำเป็นต้องใช้ทางวิ่งที่ยาวมาก จึงต้องใช้สนามบินอู่ตะเภา
       
       ด้าน พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ข้อกังวลที่เกรงว่าจะกระทบความมั่นคงนั้น กองทัพอากาศจะมีส่วนในการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำขึ้นบินสำรวจ อีกทั้งก่อนดำเนินโครงการ ก็จะมาดูในเรื่องขั้นตอนปฏิบัติ ที่ต้องมากำหนดร่วมกัน โดยองค์การนาซาต่องทำตามมีข้อห้ามตรงไหนอย่างไร ทั้งนี้ขอยืนยันไม่มีการเอาทหารเข้ามา เป็นเรื่องของภัยพิบัติโดยตรง

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ชี้ “บิ๊กตู่” ใช้ดุลพินิจส่วนตัว คืนตำแหน่ง “พัชรวาท”- ศาล ปค.ไม่บังคับตามก้น ก.ตร.
ศาลยกฟ้อง “รบ.ปู” บริหารพลาดเหตุ กทม.ท่วม ชี้น้ำแยะในรอบหลายปีทำเต็มที่แล้ว
“รัชฎาภรณ์” ปลุกเครือข่ายสตรี รณรงค์ผู้หญิงเข้าไปนั่ง สนช.-สปร.
“โอ๊ค” โพสต์อินสตาแกรม ภาพ “ทักษิณ” สวมกอด “ปู” กลางสนามบินฝรั่งเศส (ชมคลิป)
สนง.เลขาฯ วุฒิสภา รับคำสั่ง คสช.ชะลอเบิกเบี้ยประชุม กองทุนอดีตสมาชิก สร้างที่พัก จนท.
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014