หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ข่าวการเมือง
 

พบกั้นลวดหนาม “สวนจิตรลดา” หลัง “เฉลิม” กุ “เสธ.อ้าย” จุดชนวนรุนแรง-ใช้เป็นที่หลบภัย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
23 พฤศจิกายน 2555 00:36 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พบกั้นลวดหนาม “สวนจิตรลดา” หลัง “เฉลิม” กุ “เสธ.อ้าย” จุดชนวนรุนแรง-ใช้เป็นที่หลบภัย
ตำรวจกั้นรั้วลวดหนามบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต (ภาพจากทวิตเตอร์ @dekdue_03)

ตำรวจรับมือการชุมนุม ปิดตายพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล-ลานพระบรมรูปทรงม้าด้วยแผงปูน-ลวดหนาม แม้แต่หน้าสวนจิตรลดายังขึงลวดหนาม อ้างการข่าว “เฉลิม” ปูดแผน “ม็อบ เสธ.อ้าย” เจตนาจุดชนวนความรุนแรง ใช้”สวนจิตรลดา”เป็นจุดหลบภัย อ้างเป็นจุดปลอดภัยที่สุด กลางห้องประชุมผู้ว่าฯ-ผู้กำกับทั่วประเทศ เผยเตรียมออนแอร์การชุมนุมผ่านช่อง 11 อ้างให้ความเป็นธรรม พร้อมอยู่จับตาม็อบที่ กทม. ไม่ไปเชียงราย
       
       การรับมือการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่มี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นแกนนำ ภายหลังการประกาศ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (22 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการกั้นแผงปูนบนถนนพิษณุโลก บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งอยู่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาล และบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม ด้านหลังลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะเดียวกันได้มีการกั้นรั้วลวดหนามบริเวณสถานที่สำคัญ อาทิ สะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมกับปิดถนนสายสำคัญ เช่น ถนนราชดำเนินนอก ถนนพิษณุโลก ถนนอู่ทองใน ถนนราชวิถี บริเวณแยกการเรือน ทั้งนี้ ภายในทำเนียบรัฐบาลได้มีกำลังตำรวจ 990 นายอาศัยอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลเพื่อดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการล้อมรั้วลวดหนามบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นเขตพระราชฐาน หลังมีการข่าวว่าอาจจะมีการยกระดับการชุมนุมโดยการหลบภัยภายใน
       
       ก่อนหน้านี้ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้กำกับทั่วประเทศ ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ช่วงหนึ่งของการประชุม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ใช่เรื่องที่พอเกิดเหตุแล้วค่อยมาประกาศใช้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องออก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เนื่องจากหน่วยงานด้านความมั่นคงรายงานว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ โดยมีการอ้างถึงใบปลิวที่แจกให้กับประชาชนที่ จ.นครราชสีมา ที่จะมาชุมนุมวันที่ 24 พ.ย. เพราะในใบปลิวมีการสั่งให้เตรียมอุปกรณ์ น้ำ น้ำส้มสายชู น้ำเกลือสำหรับล้างตา เสบียงอาหารอยู่ยาว 3 วัน ที่สำคัญมีการระบุว่า หากเกิดความรุนแรง หรือเกิดเหตุกรณีฉุกเฉินให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปหลบภัยอยู่ใน 3 จุดที่คิดว่าน่าจะมีความปลอดภัย คือ สนามเสือป่า วัดเบญฯ หรือกองทัพภาคที่ 1 และสวนจิตรลดา โดยเฉพาะที่สวนจิตรลดา ได้มีการเขียนย้ำว่าเป็นจุดที่มีความปลอดภัยมากที่สุด
       
       ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า จากใบปลิวนี้ทำให้เห็นว่าการชุมนุมครั้งนี้ต้องการทำให้เกิดความวุ่นวาย จึงจำเป็นต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ขณะที่นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า ที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เรายืนยันการชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ แสดความเห็นตามระบอบประชาธิปไตยสามารถทำได้หากไม่พอใจรัฐบาล แต่หากการชุมนุมเริ่มมีสิ่งผิดปกติก็ต้องมีการสะท้อนออกมา ต้องแยกเพื่อเป็นการป้องกันอันตราย ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง
       
       ส่วนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า ระหว่างการประชุม สมช.ช่วงเช้าวันกันนี้ สตช.ได้มีการเสนอขอประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เป็นเวลา 15 วัน ขณะที่ กอ.รมน.เสนอ 7 วัน ดังนั้นที่ประชุมจึงได้หารือและประเมินสถานการณ์จึงเคาะกันที่ 9 วัน จากนั้นหากมีสถานการณ์อะไร ครม.ย่อย 9 คนสามารถประชุมและขยายเวลาได้อีก ทั้งนี้ที่มีการประกาศตั้งแต่วันที่ 22-30 พ.ย.นั้นเป็นการประกาศก่อนการชุมนุม และประเมินถึงวันที่ 28 พ.ย.ที่จะมีการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะหวั่นว่าหากมีการชุมนุมถึงวันที่ 28 พ.ย.ก็จะได้มีเจ้าหน้าที่รับมือกับสถานการณ์ได้ แต่ถ้าไม่มีสถานการณ์ก็สามารถยกเลิกก่อนได้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดที่ประชุมได้มีการประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 7-8 หมื่นคน จึงเป็นห่วงว่าจะมีผู้ชุมนุมทะลักมาถึงทำเนียบฯ เมื่อประกาศ พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเตรียมการรับมือป้องกันผู้ชุมนุมเข้ามาในทำเนียบ
       
       ส่วนบรรยากาศโดยภาพรวม หลังจากที่ได้ข้อสรุปว่าจะมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ได้ทยอยนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประจำการภายในทำเนียบรัฐบาลและบริเวณโดยรอบ บริเวณสะพานอรทัยที่ติดกับคลองผดุงกรุงเกษมและติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการ มีการกางเต้นท์เป็นแถวเรียงรายขึ้นไปทางพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อใช้เป็นที่หลบแดดและจอดรถตู้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขนกำลังพลเข้ามา และมีการกางเต็นท์บริเวณภายในทำเนียบรัฐบาลฝั่งริมคลองใกล้กับประตูอรทัย เพื่อเป็นจุดประกอบอาหาร มีอุปกรณ์การทำอาหารเข้ามา พร้อมด้วยน้ำและกล่องโฟม ซึ่งได้ประกอบอาหารมื้อเย็นแจกเป็นมือแรก พร้อมกันนี้มีการนำเครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่มาติดตั้งไว้ด้วย
       
       ขณะที่บริเวณประตู 5 ถนนราชดำเนินก็มีจุดทำอาหารแจกจ่ายเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน มีแม่ค้าเริ่มมาขายของทั้งเครื่องดื่ม และเสื่อปูนอน ทั้งนี้ในช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ที่มาประจำการนั่งอยู่ภายนอกทำเนียบฯ เต็มพื้นที่สองข้างทางของถนนราชดำเนิน ทั้งหน้าประตู 5 และหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมาพร้อมกับอุปกรณ์ปราบจราจร ทั้งหมวก และโล่ห์ป้องกันตัว โดยเจ้าหน้าที่นั่งอยู่ตั้งแต่แยกมิสกวันจรดลานน้ำพุสะพานมัฆวานฯ ขณะที่มีการจอดรถเรียงรายข้างถนนทั้งสองฝั่ง มีการกางเต็นท์บริเวณถนนราชดำเนินฝั่งกระทรวงศึกษาฯ กระทั่งเวลา 18.00 น.ได้มีการปิดถนนขาเข้าถนนราชดำเนินเป็นเหตุให้จราจรในช่วงเย็นติดขัดเป็นอย่างมาก ทั้งนี้มีรายงานว่า ตำรวจที่เข้ามาในวันที่ 22 พ.ย.จะมีจำนวน 16,000 นาย โดยตำรวจที่เดินทางมายังทำเนียบฯ จะมีกระเป๋าและเครื่องนอนส่วนตัวมาด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.อ.เฉลิมเดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาประจำอยู่ด้านหน้าและภายในทำเนียบ โดย ร.ต.อ.เฉลิมพร้อมคณะเดินเท้าตรวจตรวจสอบความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม รอบทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ ฝั่งสะพานอรทัย จนถึงประตู 5 โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินเข้าตึกบัญชาการ 1 ภายในทำเนียบรัฐบาล
       
       ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีการถ่ายทอดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ การที่มีการถ่ายทอดนั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และยืนยันว่าช่วงที่มีการชุมนุม ตนจะอยู่ใน กทม. ไม่ได้อยู่ จ.เชียงรายอย่างที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม เรื่องของการใช้ดาวเทียมในการสังเกตการการชุมนุมนั้น ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความสบายใจในการปฏิบัติงานไม่ให้ซ้ำรอยอย่างที่ผ่านมา
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เทศกาลผลไม้คลองผดุงฯสุดคึกคัก คนแห่ชมงานกว่าแสนราย ยอดขายพุ่ง 20 ล.
“บิ๊กตู่” โซ้ยปลาร้าเปิดใจเสี่ยงเพื่อชาติ ชี้เหตุ 53 เพราะจนท.ถูกฆ่า ติง “เจ๊ติ๋ม” ลงทุนต้องรู้
ผบ.ทบ.ฟ้อง “ทักษิณ” หมิ่นประมาทกองทัพ หลังจ้อสื่อโสมขาว เข้าข่ายกระทบความมั่นคง
“ประยุทธ์” ปัดตอบปรับ ครม.เศรษฐกิจ ดักมะกันช่วยโรฮีนจาต้องอยู่ภายในศูนย์
นายกฯ ชี้ “แม้ว” สู้คดีก็ไม่เละแบบนี้ ย้อน “ปู” ฝืนทำไปแล้วช่วยไม่ได้ ให้ถาม ปชช.เอาไง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015