หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
 

“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 26 เม.ย. 2556 (ต่อ)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2556 00:42 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 26 เม.ย. 2556 (ต่อ)

ช่วงที่ 2 
       
       จินดารัตน์ - กลับมาช่วงที่ 2 รายการคุยทุกเรื่องกับสนธินะคะ แต่ช่วงที่ 2 จะกลายเป็นคุยทุกเรื่องกับปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เรื่องสุขภาพล้วนๆ เลยนะคะ อาจารย์ปานเทพสวัสดีค่ะ
       
       ปานเทพ - สวัสดีครับๆ สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ
       
       จินดารัตน์ - เดี๋ยวเอาเรื่องหนังสือก่อนนิดนึงได้ไหมคะ
       
       ปานเทพ - ได้เลยครับ
       
       จินดารัตน์ - มีคนเขาถามมาว่า วางขายหรือยัง
       
       ปานเทพ - วางขายบางร้านแล้ว
       
       จินดารัตน์ - ทำไมอะคะ
       
       ปานเทพ - ก็คือที่ผ่านมาพิมพ์ไม่ทัน เพราะท่านผู้ชมสนใจเยอะเรื่องกิน ดื่ม ด่าง ล้างพิษตับ ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านนะครับที่ให้ความสนใจเรื่องนี้และก็เป็นประโยชน์อย่างมาก หลายคนซื้อไปเพื่อให้ความรู้คนอื่นต่อนะครับ และในนี้ก็จะมีข้อมูลเรื่องน้ำด่าง เรื่องการล้างพิษตับ แล้วก็การปฏิวัติการกินครบเครื่องนะครับ ก็สัปดาห์หน้ายินดีกับทุกท่านทื่ซื้อเครื่องน้ำด่างไปหมดแล้ว เพราะว่า เราจะแจกให้หมดภายในสัปดาห์หน้าสำหรับคนที่ซื้อเครื่องน้ำด่างทั้งหมดทุกคนเลย
       
       จินดารัตน์ - จะส่งให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้
       
       ปานเทพ - ทุกเครื่องตามที่อยู่ที่ระบุไว้ ทุกเครื่องจะได้หนังสือคนละเล่ม
       
       จินดารัตน์ - เรื่องนี้ หนังสือเล่มนี้
       
       ปานเทพ - สัปดาห์หน้า แล้วก็หนังสือ WATER FOR LIFE หลังจากนั้นอีก 1 เดือน ก็จะทยอยส่ง เพื่อให้ท่านผู้ชมค่อยๆ อ่าน เดือน 1 เล่มหนึ่ง อ่านให้จบแล้วจะได้เข้าใจนะครับ ว่า มีประโยชน์ยังไง ทีนี้หนังสือเล่มนี้เนี่ยผมอ้างอิงรายงานการศึกษาและวิจัยในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการรวบรวมจากชาวอโศก ซึ่งชาวอโศกเขาไม่โกหกนะครับ เขาก็รวบรวมมาให้ฟังว่า ประโยชน์ หลายคนบอกว่า ดื่มไปทำไม คำตอบ คือ การดื่มน้ำอัลคาไลน์จากการบันทึกก็คือ 1. ช่วยเจือจางความเป็นกรดในร่างกาย ทำให้เซลล์ภายในร่างกายเกิดความสมดุลและสุขภาพดี ทำให้ออกซิเจนในร่างกายสูงช่วยให้กระบวนการสร้างพลังงานมากและเร็วขึ้น ต้านอนุมูลอิสระ ล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยทำความสะอาดลำไส้ได้ดี ลดปัญหาไขข้อเสื่อมและไขข้ออักเสบ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ช่วยให้การดูดซึมอาหาร การเผาผลาญอาหารดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อต้านกระบวนการการเกิดออกออกซิเดชันที่เป็นสาเหตุของความชรา สะเทินหรือลดพิษกรดในกระเพาะอาหารทำให้บรรเทาความจุกเสียดแน่นไม่สบายป้องกันการเกิดโรคกระเพาะ บรรเทาภาวะความเป็นกรดในร่างกาย ปรับแก้สุขภาพของผู้ป่วยให้ดีขึ้นนะครับ อันนี้แซว
       
       จินดารัตน์ - แซว
       
       ปานเทพ - รายงานการศึกษาและวิจัยในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกานะครับ ช่วยดูดซึมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยล้างพิษ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคผิวหนังอักเสบ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคเก๊าต์ และไขข้ออักเสบ บำบัดและป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ป้องกันคอเลสเตอรอลสูง ป้องกันท้องผูกนะครับ ลดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ช่วยบำบัดป้องกันโรคอ้วน โรคไมเกรน โรคกระเพาะอาหาร และช่วยบำบัดมะเร็งและเนื้องอก ช่วยบำบัดและป้องกันโรคนิ่ว ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยระงับกลิ่นตัว ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ช่วยป้องกันการเป็นหวัด เป็นต้น ยาวเหยียดมาก บางทีคนบอกว่า มันเว่อร์รึเปล่า
       
       จินดารัตน์ - มันสารพัดเลย
       
       ปานเทพ - มันมากเกินไปหรือเปล่า มันดูเกินความจริงไปไหม ผมอยากจะบอกให้ฟังว่า หลักคิดมันอยู่ที่ว่า ภูมิคุ้มกันจะต้องทำหน้าที่อย่างดี โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว ต้องไม่ใช่ภาวะความเป็นกรดเกิน เหมือนกับที่ผมเคยหยิบยกงานวิจัยบ่อยๆ นะครับว่า การกินน้ำตาลซึ่งเป็นกรด พอเรากินน้ำหวาน 1 แก้ว บวกเค้ก 1 ชิ้น ภูมิต้านทานจะลดไป 75 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 6 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน เม็ดเลือดขาวจะหยุดทำงาน เม็ดเลือดแดงจะเกาะกลุ่มกันหนาแน่น เม็ดเลือดขาวจะขยับไปไหนไม่ได้ ดังนั้นแค่ภูมิคุ้มกันตกลงอะไรก็เป็นได้ และถ้ามันกลับฟื้นคืนมา กลายเป็นด่างมากขึ้น เม็ดเลือดขาวทำงานได้ โรคที่เราเป็นอยู่หลายโรคก็สามารถที่จะบำบัดป้องกันได้ ทีนี้ก็ปรากฏว่า ความคิดนี่มันไม่ใช่ความคิดที่เราคิดกันเอง แต่ว่าเมืองไทยรู้น้อย และพูดจากันเรื่องนี้น้อยเพราะว่า ในต่างประเทศเขาพูดถึงเรื่องน้ำด่างเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก เช่น ถ้าไปร้านสะดวกซื้อ เราอาจจะพบที่ไต้หวันเป็นน้ำ PH 9.0 วางอยู่ในร้านสะดวกซื้อแบบนี้นี่แหละครับ ที่ผมไปไต้หวันมาคือ เหมือนน้ำดื่มธรรมดาชนิดหนึ่ง ที่คนเข้าใจกันดีว่า ทำเพื่ออะไร นี่เป็นรายใหญ่นะครับ นักลงทุนรายใหญ่ของที่ไต้หวัน
       
       ที่ญี่ปุ่นแม้กระทั่งบริษัทคีริน ซึ่งดังมาก ก็ทำน้ำ PH 8.8- 9.4 และมีน้ำอีกหลายยี่ห้อนะครับ ซึ่งผลิตออกมาที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ประเทศที่พัฒนาแล้วเข้าใจเรื่องน้ำด่างดีเห็นไหมครับ และราคาก็ไม่แพงวางตามห้างร้านสะดวกซื้อทั่วไป มันง่ายมากไม่ได้เป็นของยุ่งยากอะไรเลย แสดงว่ามันไม่ใช่ภูมิปัญญาที่เราคิดมาเอง แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่คนเข้าใจจำนวนมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว แม้กระทั่งวันนี้เอาเอกสารมาให้ดูนะครับ นี่ครับ Health News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่
       
       จินดารัตน์ - เกี่ยวกับสุขภาพ
       
       ปานเทพ - เกี่ยวกับสุขภาพที่พันธมิตรฯ ชาวอเมริกาเอามาให้ดู ซึ่งอยู่ในมณรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เขาพาดหัวเลยว่า Miracle Water คือน้ำมหัศจรรย์ เป็นจุดจบของปัญหาสุขภาพ ซึ่งเขาพูดถึงเรื่องน้ำด่างโดยตรงเลยว่า มันสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ แม้กระทั่งออกมาอีกว่า การเยียวยาด้วยน้ำด่าง และต้านอนุมูลอิสระมันอธิบายโดยกลไกแพทย์ที่ยูทาห์อย่างไร
       
       จินดารัตน์ - คุณหมอออกมาการันตีด้วยตัวเอง
       
       ปานเทพ - อันนี้นะครับด็อกเตอร์ คือคุณหมอได้อธิบายว่า ทำไมและอย่างไรที่น้ำด่างสามารถต้านอนุมูลอิสระ สามารถทำงานต้านโรคได้ ก็มาอธิบายกลไกว่า มันสามารถต้านอนุมูลอิสระด้วยเหตุผลใด และเงื่อนไขใด ทีนี้ปัญหาก็คือ คุณแอนครับ เวลาเราพูดถึงกรดด่าง เราพูดถึง 2 ตัว น้ำภาษาทางเคมีก็คือ H2O ใช่ไหมครับ เราคุ้นเคยหลายคนอาจจะไม่คุ้น มันมีไฮโดรเจน 2.โมเลกุล และก็มีออกซิเจน 1 โมเลกุล ทีนี้ในน้ำมันไม่ได้มี H2O สมบูรณ์หรอกครับ บางทีมันมี H+ คือไฮโดรเจนประจุบวก เขาเรียก ไฮโดรเจนอิออน บวกมากกว่าเป็นประจุบวก อันนี้เรียกว่าเป็นกรดมาก อีกฝั่งนึง OH- คือ H2O เป็นไฮดรอกซิลอิออน หรือว่า ไฮดรอกไซด์อิออนเป็นประจุลบ ประจุลบมีมากก็เป็นด่างมาก ประจุบวกมากก็เป็นกรดมาก ทีนี้พอเราเข้าใจเราจะรู้ได้อย่างไรว่า
       
       จินดารัตน์ - เราจะรู้ได้อย่างไรคะ
       
       ปานเทพ - ว่าเราเป็นกรดมาก หรือเป็นด่างมากแล้ว คำตอบคือว่า เรามีอุปกรณ์เยอะครับเช่น กระดาษวัด PH อันนี้ครับท่านผู้ชม เป็นกระดาษชิ้นเล็กๆ แค่นี้ และไปแตะน้ำลาย วัดน้ำลายต้องได้ประมาณ 7.2-7.4 เทียบสีเอา บางคนก็ปัสสาวะ ปัสสาวะมาตรฐานต้องวัดแถบสีให้ได้เข้มมา นี่เป็นกลางนะครับ แล้วก็ขึ้นมาเป็นด่างมากขึ้น ถ้าเป็นกรดสีจะอ่อนลงมาเรื่อยๆ แบบนี้ ถ้าวัดเป็นสีแบบนั้น ปัสสาวะมาตรฐานต้องอยู่ที่ 6.5-8 ของคนปกติ ถ้าไม่ถึงก็ไม่ค่อยดี เป็นกรด ตัวเลขน้อยยิ่งเป็นกรดเยอะ พอเราเข้าใจอย่างนี้แล้ว เรามีสิทธิ์ที่จะตรวจได้ บางคนไม่ชอบตรวจวัดด้วยแถบสีเพราะว่า มันวัดยาก มองเห็นแถบสีไม่รู้ทศนิยมเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนต้องการ 6.5 -8.0 มันจะ 6.4 หรือ 6.3 ไหม หรือมันเป็น 5 บางทีมองไม่ชัดจริงๆ เราก็เลยจะมาแก้ปัญหาด้วยสินค้าที่เราเพิ่งติดต่อมา มีบริษัทหนึ่งซึ่งเขาวัดมิเตอร์ตัวนี้ ชื่อบริษัทฮานนา ดังมากในอเมริกา ยุโรป ยี่ห้อดังในเรื่องการวัดมิเตอร์ เรื่องวัดค่าพีเอช ปรากฏว่ามีตัวแทนในประเทศไทยชื่อฮานนา อินสทรูเมนท์ ไทยแลนด์ เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ที่เหลือส่วนใหญ่เอาเข้ามาเองไม่มีคนรับผิดชอบ ทีนี้เขาก็เอาเข้ามา ปรากฏว่าเห็นมีคนสนใจเรื่องน้ำด่างกันเยอะ แล้วเราก็ขายในราคาที่ถูกกว่าที่เขาขายอีก เลยตัดสินใจให้ขายผ่านเรา ในราคาที่ขายถูกกว่าที่เขาขายอีก รวมบริการซ่อมหลังการขายด้วย
       
       จินดารัตน์ - นั่นหมายความว่าถ้าซื้อตรงจากเขาจะซื้อแพงกว่าที่เอเอสทีวีจะนำมาขาย
       
       ปานเทพ - เราเลยมีให้เลือกวันนี้ 3 ตัว เพื่อจะมาดู 2 เรื่อง คือ 1.น้ำที่เราดื่มเข้าไปก็เป็นกรดเป็นด่าง กับ 2.ปัสสาวะที่ออกมา เราเป็นด่างมากเกินไปหรือเป็นกรดมากเกินไป ผมสรุปง่ายๆก่อน โอกาสเป็นด่างเกินยากมาก ผมทานอาหารมังสวิรัติไม่กินเนื้อสัตว์มา 1 ปี ผมยังไม่เกิดภาวะความเป็นด่างเลยแม้แต่วันเดียว ฉะนั้นโอกาสยากมากแค่เครียดก็เป็นกรดแล้ว น้ำตาลก็เป็นกรด
       
       จินดารัตน์ - ในแต่ละวันที่เราทานอาหารเข้าไป หรือภาวะความเครียดคุกคามวัดน้ำปัสสาวะรู้เลย
       
       ปานเทพ - ทีนี้ มันมี 3 รุ่น รุ่นนี้รุ่นสีเขียว 6,500 บาท เปิดฝามาเป็นแบบนี้ เปิดฝามากดปุ่ม วัดง่ายๆ เอาไปจุ่มในน้ำ กันน้ำนะครับ วัดได้ 2 ค่า ค่าหนึ่งค่าพีเอช อีกค่า ค่าโออาร์พี พีเอสคือกรดด่าง สูงกว่า 7 เป็นด่าง ต่ำกว่า 7 เป็นกรด จะขึ้นค่าพีเอชกด 1 ครั้ง 7.57 ยังไม่วัดจากอะไรเลย แล้วเขาก็จะวัดว่าไฮโดรเจนมีมากหรือว่าไฮดรอกไซด์ไอออนมีมากว่ากัน วัดกรดด่างวัดจาก 7 ตรงกลางนี้ มันมีอีกค่า เขาเรียกว่าค่าโออาร์พี อนุมูลอิสระที่เรามักพูดกันบ่อยๆว่าเป็นสาเหตุของโรคจำนวนมาก สาเหตุของความแก่ด้วย มันเกิดจากการที่อะตอมมันเกิดการสูญเสียอิเล็กตรอน คือข้างในเป็นประจุบวก ข้างนอกเป็นประจุลบ ปกติประจุลบจะอยู่เป็นคู่ๆ 2 4 6 8 อยู่รอบๆอะตอมนี้นะครับ บางทีเรากินอาหารเกิดกระบวนการอิเล็กตรอนสูญเสียไป 1 ตัว อะตอมตัวนั้นจะอยู่กับที่ไม่ได้ เช่นออกซิเจนมี 8 ตัว มันหายไป 1 ตัว มันจะเป็น 7 มันอยู่เฉยๆ ไม่ได้ มันจะวิ่งไปทำปฏิกิริยากับทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายเรา ทำให้ร่างกายเราเสื่อมลง แม้กระทั่งดีเอ็นเอก็อาจถูกทำลาย จนกระทั่งกลายพันธุ์ กลายเป็นเซลล์แปลกๆ เป็นโรคร้าย หรือเกิดความชรา สิ่งเหล่านี้เขาเรียกว่าอนุมูลอิสระ
       
       แต่ทีนี้จะต้านอนุมูลอิสระอย่างไร เขาก็คิดค้นว่า ถ้าเรามีเครื่องวัด เราอาจจะรู้มั้ย ด้วยการวัด คำตอบคือ รู้ได้รับ ถ้าในน้ำนั้นมีประจุไฟฟ้าลบมากกว่า มันจะขึ้นเป็นประจุลบให้เห็นว่าค่าความต่างจากไฟฟ้าเป็นลบ
       
       จินดารัตน์ - ขึ้นเป็นลบเลย
       
       ปานเทพ - เป็นลบเลย ผลเป็นลบก็คือว่า เราดื่มน้ำไป มันจะไปจ่ายอิเล็กตรอนให้กับอนุมูลอิสระ คือประจุลบที่มันเกิน มันเกินอยู่แล้ว มันเหลือมาก มันก็ไปจ่ายให้กับอนุมูลอิสระที่ขาดอิเล็กตรอน คือขาดประจุลบ
       
       จินดารัตน์ - ที่อยู่ในร่างกาย
       
       ปานเทพ - ที่อยู่ในร่างกายเรา มันก็จะไปหยุดไปทำปฏิกิริยาแปลกๆ กับร่างกายเราทั้งหมด นี่เขาเรียกว่าต้านอนุมูลอิสระ เพราะฉะนั้นเรามี 2 ค่า คือถ้าประจุบวกมาก แสดงว่ายิ่งน้ำนั้นดื่มไปมาก ก็จะเป็นอนุมูลอิสระอยู่มาก ไม่ดี ถ้าน้ำมีประจุบวกต่ำๆ ก็ถือว่าดีแล้ว โชคดีมากแล้วที่มีอนุมูลอิสระน้อย แต่ถ้าเริ่มเป็นประจุลบ ข่าวดีครับ คือแสดงว่าน้ำนั้นต้านอนุมูลอิสระได้
       
       จินดารัตน์ - น้ำประเภทไหนคะที่มีประจุบวกเยอะๆ
       
       ปานเทพ - เยอะๆ นะครับ น้ำอัดลมครับ เยอะที่สุดเลย ผมวัดมาแล้ว ทีนี้เราก็จะมาวัดกัน เพราะว่าวันนี้ผมนำเสนอน้ำที่ท่านผู้ชมนิยมกันมากเลย ก็คือ หัวเชื้อน้ำด่าง ph12 อันนี้ห้ามดื่มเพียวๆ กัดนะครับ เฝื่อนด้วย แล้วก็กัดอย่างมาก กินสดๆ อย่างเดียวไม่ได้ ต้องผสมเท่านั้น อันนี้ห้ามนะครับ แต่ว่ากำลังนิยมมาก เพราะว่ามันสะดวกในการชง เราจะมาวัดสดๆ ดู ก็ปรากฏว่าเขาใช้วิธีผสมก็คือ เอาน้ำด่างหัวเชื้อ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 1 ลิตร กินได้ 1 ลิตร แล้วก็จะออกมาเป็นยังไง วัดดูนะครับ ผมก็เอา 3 ช้อนโต๊ะ ไปผสม 1 ลิตร แล้วก็เอาน้ำนี้มาอยู่ข้างหน้า วัดบางส่วน เราจะเริ่มวัดจากค่า ph ว่าผสมอย่างนี้แล้ว จาก ph12 เหลือเท่าไร น้ำดื่มที่ดีมาก ในต่างประเทศคือ 9.0 ขึ้น เรามาดูว่าน้ำด่างของสวนปานะ ท่านผู้ชมดูนะครับ วัดกันสดๆ ตรงนี้เลย 8.7869 จะวัดออกอย่างนี้ เห็นชัดๆ เลย ก็แสดงว่าเป็นด่างจริงๆ ด้วย ต่อมาเราจะวัดว่าประจุบวกหรือลบ พิสูจน์กันสดๆ ตอนนี้ ไม่มีใครรู้ก่อนนะครับ ผมจะกดซ้ำเพื่อหาว่าเป็นประจุบวกหรือลบ เท่าไร ตอนนี้เป็นประจุบวกอ่อนๆ 66 มิลลิโวลต์
       
       ทีนี้มาดูน้ำด่างที่ทำจากเครื่องบ้าง ซึ่งมีคนจำหน่ายไปแล้ว ผมจะเริ่มข้ามเอาที่วัดมาข้ามดูว่าวัด ph เป็นเท่าไรก่อนนะครับ อันนี้ทำจากเครื่องทำน้ำด่าง วัดค่า ph ก่อน
       
       จินดารัตน์ - 9.29
       
       ปานเทพ - มันยังวิ่งไม่จบนะครับ
       
       จินดารัตน์ - 93 แล้ว ไปอีกเรื่อยๆ เลยนะครับ
       
       ปานเทพ - เมื่อกี้ 8 จุดเท่าไรนะครับที่เราดู
       
       จินดารัตน์ - 8.69-8.7
       
       ปานเทพ - อันนี้จากเครื่อง เบอร์ 2 นะครับ 9.45-9.5
       
       จินดารัตน์ - อันนี้ก็ดื่มได้นะคะ
       
       ปานเทพ - ดื่มได้ครับ ดื่มได้ดี แล้วก็ถือว่าเป็นน้ำในอุดมคติที่เขาวางขายที่ญี่ปุ่น ตอนนี้ยังขึ้นอยู่นะครับ ยังไม่จบด้วยซ้ำไป ประมาณนี้นะครับ 9.46 ต่อมาผมจะวัดว่าเป็นประจุลบมั้ย เมื่อกี้เป็นประจุบวก อันนี้ผมก็ไม่รู้ก่อนนะครับ วัดสดๆ เลยนะครับ ลบมั้ยครับ ข้างหน้า
       
       จินดารัตน์ - ลบ
       
       นงวดี - เป็น -333
       
       ปานเทพ - ลบ 333 ยังไม่จบนะครับ นี่ก็ยังวัดอยู่
       
       จินดารัตน์ - อ๋อ ความต่างก็คือต่างกันที่ความเป็นด่างด้วย และค่า...
       
       ปานเทพ - ประมาณนี้นะครับ 330 มิลลิโวลต์ ผมจะลองวัดอีกที เพราะเมื่อกี้เป็นบวก/ลบ ไม่ทันได้ดู ให้ท่านผู้ชมดูอีกที สำหรับน้ำด่างที่ทำจากหัวเชื้อ อันนี้มันจะลบลงมา ค่อยๆ น้อยลงๆ ลบน้อยลงไปเรื่อยๆ แสดงว่าน้ำที่ทำจากเครื่อง มันเป็นค่าประจุลบต้านอนุมูลอิสระสูงจริงๆ อันนี้เป็นน้ำจากหัวเชื้อ จะน้อยกว่า สะท้อนให้เห็นว่า น้ำทำจากเครื่องมันเป็นประจุลบต้านอนุมูลอิสระจริงๆ แน่นอนครับ หัวเชื้อมันก็เหมาะ เพราะมันสะดวก มันง่าย แต่ว่ามันก็ไม่ได้ประจุลบเท่ากับน้ำที่ทำจากเครื่อง คือไม่สามารถต้านอนุมูลอิสระมากเท่าเครื่องได้ แต่ก็ไม่ใช่ไม่ดี เพราะบางทีเราหา ... บางคนไม่มีเงินจะไปซื้อเครื่องทำน้ำด่าง ก็มีทางเลือก อย่างน้อยก็ยังดีกว่า เพราะว่าไปช่วยสมดุล ลดความเป็นกรดในร่างกายลง
       
       จินดารัตน์ - อันนี้คือคำถามที่คนสงสัยกันมากว่า ถ้าพี่ไม่ซื้อเครื่องทำน้ำด่าง พี่ซื้อน้ำหัวเชื้อไปกิน มันต่างกันยังไง
       
       ปานเทพ - มันก็ถูกดีนี่ ใช่มั้ย คำตอบก็เห็นชัดๆ ที่เราวัดเห็นๆ เลย ทีนี้ท่านผู้ชมก็สนใจแล้วว่า แล้วเราดื่มน้ำด่าง ดื่มพอแล้วหรือยัง มีคำถามนี้เยอะมาก ดื่มมากเท่าไรมันถึงจะพอ คำตอบก็คือ เราใช้เครื่องวัดนี้ล่ะวัดปัสสาวะ ว่าปัสสาวะเราได้ 6.5 ph ระหว่าง 6.5-8 แล้วหรือยัง ถ้าต่ำกว่า 6.5 ส่วนใหญ่ต่ำกว่า ผมนี่เกิน ผม 7.5 ทานมังสวิรัติเป็นประจำ แล้วก็ดื่มน้ำด่างเป็นประจำ ไม่เป็นแล้ว แต่คนทั่วๆ ไป 5 กว่าๆ นะครับ ผมเคยวัดจากหลักสูตรล้างพิษตับหลายแห่ง 5 กว่าๆ ทั้งนั้น ภาวะความเป็นกรดสูงมาก ตรงนี้วัดปัสสาวะได้เลย ถ้าเรายังดื่มน้ำด่าง แล้วกลัวว่าดื่มพอหรือยัง วัดเลย วัดแล้วไม่พอก็ดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น เราก็จะรู้ตัวเองว่ามากพอแล้วหรือยัง อันนี้เป็นเกณฑ์ที่วัดจากตัวของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน อันนี้ 6,500 บาท ตอนนี้มีอยู่ 20 เครื่อง สัปดาห์หน้าจะส่งของวันจันทร์ แต่ว่าถ้าท่านผู้ชมคอลเซ็นเตอร์ โทรไปที่ 02-6335353 ตั้งแต่คืนนี้ จองก่อน ท่านก็จะมีโอกาสได้สัปดาห์หน้าเลย ในวันจันทร์ไปรับของเลย แต่ถ้าช้าก็ไปรับในสัปดาห์ถัดไป มันจะช้าเพียงแค่สัปดาห์เดียว ทางตัวแทนจำหน่ายบอกว่า เขาสามารถส่งของได้ตามจำนวนที่ต้องการทุกสัปดาห์ เพราะฉะนั้นมีได้ ทุกเครื่อง อันนี้ 6,500 ถือว่าเป็นคอมโบ้ วัดได้ 3 อย่าง วัด ph ว่ากรด/ด่าง วัดค่า orp ว่าถูกต้านอนุมูลอิสระหรือเปล่า แล้วก็วัดอุณหภูมิเรื่อยๆ อันนี้ตัวแรก
       
       ตัวที่ 2 ถูกลงมาหน่อย เพราะท่านผู้ชมบอกว่า ไม่อยากรู้แล้ว orp รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ขอรู้ค่าพีเอชอย่างเดียว ก็ถูกลงมาหน่อย จะวัดอุณหภูมิ วัดค่าพีเอชในตัวสีแดง สีสวยเหมือนกัน และใช้ระบบดิจิตอลในการวัด กันน้ำเหมือนกันอันนี้ อันนี้จะไม่ต้องวัดค่าโออาร์พี ตัดทิ้งไปเลย เราไม่ต้องไปสนใจว่าแร่ธาตุเป็นประจุลบหรือเปล่า ต้านอนุมูลอิสระหรือเปล่า สนใจแค่ว่าพีเอชมากน้อยแค่ไหน
       
       จินดารัตน์ - ถ้าคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองกินผักผลไม้ มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะไม่ได้เป็นอะไร ก็เอาแต่เครื่องนี้ไปวัดค่าความเป็นกรดด่างน้ำปัสสาวะพอ
       
       ปานเทพ - วัดเสร็จก็รับรู้เลย อันนี้ก็จะถูกลงอีก 2,00 บาท เหลือ 4,500 บาทเท่านั้น โทรได้เลย กันน้ำ ทั้งเครื่องกันน้ำทั้งหมด
       
       อีกอันสำหรับท่านผู้ชมที่มีงบประมาณไม่มากแต่ไม่อยากจะซื้อแบบกระดาษแล้ว อันนี้เป็นการวัดค่าพีเอชแบบถูกลงมาหน่อย 2,500 บาท ไม่ต้องสนใจอุณหภูมิ สนใจพีเอชอย่างเดียว แล้วก็ไม่กันน้ำ เขากันน้ำเฉพาะส่วนหัว อย่าจุ่มเกิน ระวังหน่อย 2,500 บาท โทรมาตอนนี้ โทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ก็สามารถตรวจวัดสภาพได้เลย วันนี้เอามาเพื่อทดสอบให้เห็นว่า ทำไมน้ำหัวเชื้อกับน้ำจากเครื่องต่างกันตรงไหน บางคนบอกไม่เห็นเป็นไร ก็ซื้อหัวเชื้อ ได้ครับ แต่อาจไม่ได้ประจุลบ เท่ากับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการต้านอนุมูลอิสระ แล้วนี่เป็นคำตอบที่หลายคนบอกว่าทำไมน้ำด่างที่ทำจากเครื่องถึงได้แพงกว่าหัวเชื้อ บางคนไปขายแพงกว่าด้วยเหตุผลนี้ อันนี้ได้ปริมาณมากพกง่าย ดีคนละแบบ ใครสะดวกแบบไหนก็ซื้อแบบนั้น
       
       จินดารัตน์ - แอนรู้แล้วล่ะว่าทำไมจะต้องกันน้ำทั้งอัน เพราะบางทีเอาไปจุ่มน้ำปัสสาวะต้องล้างจากข้างบนลงล่าง
       
       ปานเทพ - บางคนบอกว่าซื้อข้างนอกมีถูกกว่า ถูกกว่าจริง แต่ว่าไปซ่อมกับใครไม่มีใครรู้ข้อแรก ถ้าเสียแล้วจะยุ่ง
       
       จินดารัตน์ - ซื้อมาแล้วค่ะ อย่าเลยๆ อายุการใช้งานน้อยมาก ซึ่งราคาต่างจากนี้ไม่มาก รับประกันเพราะไปซื้อมาแล้ว
       
       ปานเทพ - ข้อที่ 2 คือว่าเนื่องจากเป็นของแท้ เขาก็เลยจะมีน้ำยาแถมมาด้วย ในการทำความสะอาดตัวเครื่องวัด อันนี้เป็นข้อดี ฉะนั้นไปซื้อของปลอมถูกกว่าหน่อย ไม่มีคนดูแล หนีภาษีมา ไม่มีน้ำยาครบชุดด้วย เอาของที่ดีได้มาตรฐานดีกว่า เราก็พยายามจะคัดของที่ดี แม้กระทั่งราคาที่เราขายยังถูกกว่าที่เขาขายอีก ฉะนั้นเรียนเชิญมาซื้อกับเราได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 02 633 5353 ถ้าเร็วสัปดาห์หน้าหยิบของไปเลย ถ้าช้าอีกก็ต้องรอสัปดาห์ถัดไป แต่ไม่นานแล้วนะครับ ช้าสุด 1 สัปดาห์เท่านั้นเอง มาชี้แจงท่านผู้ชมว่าสุขภาพสำคัญ เครื่องทำน้ำด่างก็จะเร็วขึ้นแล้ว หนังสือก็กำลังส่งไป แต่ท่านผู้ชมที่ได้เครื่องทำน้ำด่างแล้วจะรู้เลยว่า มันมีความสุขมากที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน พี่ชัชวาลย์หายปวดจากเรื่องง่ายๆ ที่สุดก็คือ ผลิตกรดยูริกเป็นกรดดื่มน้ำทำให้ปวดข้อลดน้อยลง บางคนได้รับปริมาณออกซิเจนมากขึ้นจากเครื่องทำน้ำด่างหลับง่ายขึ้น พี่เทิดภูมิแข็งแรงวิ่งเป็นกิโลได้มากขึ้น ดื่มน้ำด่างกรอกทุกวันเป็นลิตรที่บ้านพระอาทิตย์เป็นเรื่องเป็นราว
       
       จินดารัตน์ - จนป่านนี้ก็ยังไม่ซื้อ
       
       ปานเทพ - พล.อ.ปรีชานี่ก็เหมือนกัน ดีขึ้นจากสภาพร่างกายตั้งแต่ครั้งแรกที่ทดลองดื่มน้ำด่าง คือผมคิดว่าเราคัดสรรสิ่งดีๆ เพื่อให้ท่านผู้ชม ไม่ได้เพื่อรายได้เอเอสทีวีอย่างเดียว เพื่อสุขภาพของคนที่บริโภคด้วย เราดีไปด้วยกันทั้งร่างกายและจิตใจ
       
       จินดารัตน์ - แต่แอนกรดไหลย้อนหายเลยนะคะ
       
       ปานเทพ - หายแล้วใช่ไหมครับ
       
       จินดารัตน์ - หายแล้วค่ะ
       
       ปานเทพ - หายจริงๆ นะครับ
       
       จินดารัตน์ - หายจริงๆ ค่ะ ก็พี่เทิดภูมิซื้อได้แล้วนะคะ เห็นหิ้วขึ้นมาทุกวัน กลัวห่วงสุขภาพไหล่จะไม่ดี วันนี้ขอบคุณอาจารย์ปานเทพนะคะ เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาพบกับคุณสนธิต่อ สวัสดีค่ะ พักกันก่อนค่ะ ช่วงหน้าสักครู่ค่ะ
       
       ช่วงที่ 3
       
       นงวดี - เอาละค่ะ มาคุยต่อเจ้าของรายการกลับมาอีกแล้ว คุณสนธินะค่ะ เบรกนี้เราจะคุยกันให้ครอบคลุมเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนถามเข้ามามากกับกรณีเรื่องของศาลโลก กับปราสาทพระวิหาร และก็หลายคนอยากจะฟังมุมมองของคุณสนธิว่า ตกลงแล้วคือเรารู้แล้วว่า ทีมทนายไทยสู้และทุกคนแหมปลาบปลื้มมากกับการสู้ของทีมทนายไทย แต่เอาเข้าจริงๆ ท้ายที่สุด เราพอจะมองออกไหมว่า ผลการตัดสินของศาลโลกมันจะออกมาเป็นอย่างไร
       
       สนธิ - อันแรกผมอยากให้ท่านผู้ชมต้องทำใจก่อน ประการแรกต้องเข้าใจว่า ศาลโลกมันคือศาลกลางเมือง อย่าไปพิจารณาว่า ศาลโลกจะซื่อสัตย์ยุติธรรม เพราะว่าการเลือกตุลาการศาลโลกมันจะมี เขาเรียกตุลาการประจำอยู่ชุดนึง คือพวกมหาอำนาจ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ไอ้พวกนี้จะนั่งอยู่ที่นั้น ส่วนที่เหลือที่เพิ่มเติมก็คือ เลือกจากสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ทีนี้พอเลือกจากสมาชิกองค์การสหประชาชาติแล้ว ไอ้คนซึ่งมานั่งเป็นตุลาการอาจจะเป็นนักกฎหมายที่ประจำอยู่ที่โน้น ประจำอยู่ที่นี่ เหมือนกับไอ้นักกฎหมายชาวโซมาเลีย ล่าสุดที่มันขอพิกัดไป ไอ้นี่โดยข้อเท็จจริงแล้ว มันคืออดีตนักกฎหมายประจำยูเนสโก ซึ่งมีหน้าที่ทำเรื่องมรดกโลก แล้วมันเป็นศัตรูกับไทย เพราะคนไทยไม่ชอบมัน เมื่อคนไทยไม่ชอบมันแล้ว มันยอมรับว่าคนไทยไม่ชอบมัน และมันก็ไม่ชอบคนไทย มันยอมรับกันตรงๆ อันนี้เห็นชัดเจน
       
       เพราะฉะนั้นแล้ว ประการแรกต้องรู้ว่า ผู้พิพากษาที่นั่งอยู่บนนั้น บางคนเป็นหัวหน้าสำนักงานกฎหมาย บางคนเคยเป็นทนายความ นักกฎหมาย เป็นอาจารย์ ทุกคนมีผลประโยชน์หมดนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วเกมศาลโลกคือ เกมการเมืองระดับประเทศ คือเราผิดตั้งแต่แรกแล้วที่เราไปศาลโลก เราที่ถูกต้องๆ ปฏิเสธศาลโลก เราต้องไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก
       
       นงวดี - ตั้งแต่แรกเลย
       
       สนธิ - ตั้งแต่แรกนะครับ จริงๆ วันนี้เรายังปฏิเสธได้ เราสามารถจะยื่นกับศาลโลกว่า เราไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก เหตุผลเพราะว่าเราไม่ไว้ใจตุลาการคนนี้ เพราะว่าในอดีตมันผ่านมาหมดแล้วว่า ศาลโลกพิพากษาหลายคดีในอดีต อเมริกาก็ไม่ยอมรับ จีนก็ไม่ยอมรับ ไม่เคยมีประเทศไหนที่แพ้คดีศาลโลกแล้วปฏิบัติตามศาลโลก นั้นข้อแรกที่ต้องจำไว้ อันที่ 2.ต้องระลึกเสมอเลยว่า การที่ศาลโลกยอมรับคดีแล้วไปพิจารณาแสดงว่ามันมีทิศทางที่ออกมาเป็นทางลบกับเรา อย่าไปพิจารณาว่า คุณวีรชัยแสดงบทบาทได้ดีมาก ไปฉีกหน้ามันว่ามันโกหก แผนที่มันโกหก ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นลักษณะเดียวกับทีเราแพ้คดีศาลโลกเมื่อปี 2505 เช่นกัน เหมือนกันเป๊ะ ไม่ต่างอะไรกันเลยแม้แต่นิดเดียว ผลของศาลโลกที่ออกมาคือ ผลว่าการเมืองระหว่างประเทศจะไปในทางไหน ในขณะนั้นปี พ.ศ.2505 มันช่วงปี 1962 ช่วงสงครามในเวียดนามกำลังระอุ อเมริกากำลังเพิ่มกำลังทหารเข้าไปในเวียดนามใต้ เวียดนามใต้กับเวียดนามเหนือรบผ่านเวียดกง ในขณะเดียวกันเขมรในขณะนั้นพยายามวางตัวเป็นกลาง ไม่ยอมเข้าข้างใครตอนนั้น ซึ่งตอนหลังนายพลลอนนอล ถึงจะปฏิวัติสีหนุขึ้นมาไง แล้วมายืนข้างอเมริกาตอนนั้น ฉะนั้นทั้งฝรั่งเศสและอเมริกาพยายามเอาใจเขมร ถึงกับตั้งทนายความว่าความให้เขมร คือนาย Dean Acheson หลังจากว่าความให้เขมรเสร็จก็กลายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา เขาวางตัวไว้เรียบร้อยแล้วว่า งานกรณีที่พิพาทกับไทย เนื่องจากว่าเขาต้องการที่จะให้เขมรมายืนข้างอเมริกาในสงครมเวียดนามเขมรถึงชนะคดี มันชนะแบบหน้าด้านไง ในเมื่อตัวปราสาทมันอยู่บนง่อนผา แล้วง่อนผาอยู่ในเขตแดนประเทศไทย อยู่ภายใต้สันปันน้ำ มันยังบอกเลยว่า ปราสาทเป็นของเขมรที่เหลือเป็นของไทย พิสูจน์ชัดเจน เราจะเห็นชัดว่าสรุปข้อที่ 1 ศาลโลกก็คือศาลทางการเมืองระหว่างประเทศมีผลประโยชน์ของการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องอย่าไปคิดว่าศาลโลกก็คือศาลฎีกาของประเทศไทย ที่ผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านพิจารณาทุกแง่มุมแล้ว ท่านพร้อมจะให้ความเป็นธรรมจริง นั่นคือกรณีพิพาทระหว่างรัฐกับบุคคล แต่นี่เป็นกรณีพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐ เมื่อรัฐกับรัฐพิพาทกันแล้ว แต่รายรับจะมีผลประโยชน์ที่อยู่ในโลกในขณะนี้ผลประโยชน์ถูกพัฒนาจากการซึ่งประเทศทางฝ่ายพันธมิตรต้องการเขมรมายืนข้างตนเอง ในสงครามในเวียดนามกลายเป็นผลประโยชน์ทางน้ำมัน เข้าใจหรือยัง ฝรั่งเศสแน่นอนยืนข้างนี่อยู่เรียบร้อยแล้ว ผมไม่แน่ใจจีน ไม่แน่ใจญี่ปุ่น และผมไม่แน่ใจอีกหลายประเทศ ซึ่งเป็นประเทศหลักๆ แน่นอนที่สุดไอ้พวกที่เป็นผู้พิพากษากระเรี้ยกระราด ผมถามคุณอย่าง ไอ้ผู้พิพากษากระเรี้ยกระราดมันไม่รับเงินหรอ
       
       ไอ้หัวเหม่งที่มาจาก ขอโทษที่คุณวีรชัยก็หัวเหม่ง ไอ้โซมาเลียตัวนั้น ประเทศมันเป็นประเทศโจรสลัด เที่ยวปล้นคนโน้นปล้นคนนี้ ไม่รู้มันเป็นทนายเป็นตุลาการมาได้อย่างไร ไอ้บ้านี่ ผมพนันกันได้เลยว่ามีผลประโยชน์ ไอ้พวกนี้โยนให้มันสักล้านเหรียญสหรัฐ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ มันแน่นอนที่สุดงานนี้ เพราะว่ามันพิพากษาได้ทันทีเลยว่า ต้องเป็นของไอ้นั้นไอ้นี่ คือผู้พิพากษาความสามารถผู้พิพากษาอย่างนึงก็คือว่า ทุกคนในโลกนี่เขียนคำพิพากษาออกมาในรูปแบบไหนก็ได้ พิจารณาแล้วคดีนี้พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ขึ้น ไม่น่าเชื่อถือ เข้าใจไหมครับ อะไรทำนองนี้ทำได้หมดเลยทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้ผมถึงไม่ค่อยสบายใจ ถามจริงๆ ถามว่า คุณวีรชัยทำงานดีไหม แต่ทำในบริบทในกรอบที่ถูกวางเอาไว้ เพราะว่าที่เห็นได้ชัดเจนคือว่า คุณวีรชัยทำงานโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ มีที่ไหนเอารัฐมนตรีไปตั้ง 3 คน ไปนั่งอยู่ที่นั้น และที่สำคัญที่สุดคือว่า แต่ละคนแทบจะไปเลียไข่ไอ้ฮอร์ นัม ฮง ทุเรศมาก คือ 2 ประเทศกำลังพิพาทกัน เราต้องวางตัวอย่างดีก็ทักทายแค่จับมือกัน เดินทักทายไม่จำเป็นต้องเดินไปหาเขา ใช่ไหม หรือว่าเดินไปก็จับมือกัน และไอ้ฮอร์ นัม ฮง มันนั่งแอคอาร์ตเลยนะ แล้วรัฐมนตรีไทยเดิน
       
       นงวดี - เดินไปหา
       
       สนธิ - เดินไปยิ้มแฉ่ง ยิ้มเหมือนกับว่า เป็นข้าทาสมัน ดูใบหน้าตายิ้ม คือไม่จำเป็นจะต้องแสดงความสนิทสนมที่จริงๆ แล้วอาจจะรู้เห็นเป็นใจซึ่งกันและกันมาแล้ว ลับหลัง พอมาเจอหน้ากันจับมือกันและเกามือกัน เฮ้ยตกลงกัน เหมือนเดิมนะ อย่างเดิมนะ ทำนองนั้น นั้นข้อที่ 1. ข้อที่ 2.ที่ผมเห็นว่า มันอาจจะผิดปกติ หรือ ไม่ผิดปกติก็แล้วแต่ๆ ว่า โดยส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าฮอร์ นัม ฮง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีของเขมร มันลุกขึ้นมาเปิดคำแถลงการณ์มัน พูดกล่าวหาไทยอย่างโน้นอย่างนี้ด้วยตัวมันเป็นรองนายกรัฐมนตรีเขมรถามว่า เมืองไทยไม่มีตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีกันหรอ หรืออย่างน้อยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศต้องออกมาเปิดบ้าง ถูกมั้ย ปล่อยให้เขมรเปิด แล้วปล่อยให้คุณวีรชัย เขาว่า แสดงว่าทั้งนายสุรพงษ์ ทั้งนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และสุกำพล โหลยโท่ย ใช้ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นคุณไปทำไม หรือว่าคุณจะพาลูกเมียคุณไปเที่ยว ได้ข่าวว่าพวกลูกเมียไอ้พวกนี้ไปกันเกือบ 200 คน
       
       จินดารัตน์ - แห่แหนกันไป
       
       สนธิ - แห่แหนกันไปเดินชอปปิ้ง คนที่ทำงานหนักที่สุดคือท่านทูตวีรชัย และทีมกฎหมายเขา แต่เขาทำ อย่างที่บอก อยู่ในกรอบที่จำกัดมาก เขาสู้ในลักษณะที่เขาต้องสู้แบบนี้ เขาไม่สามารถที่จะ ... คือการสู้เขาไม่ได้รับการแบ็กอัพจากรัฐบาล ถ้าเขาได้รับการแบ็กอัพจากรัฐบาลนะ การสู้ของเขาอาจจะมีมิติที่กว้างกว่านี้เยอะ อย่างเช่น เขาอาจจะสู้บอกว่า เขาสู้เพราะว่าเขาจะยืนยันในสนธิสัญญาเดิม ในปี 1904 และ ค.ศ.1907 สองตัวนี้ เพราะเอ็มโอยูนั้นเป็นส่วนต่อจากสนธิสัญญา ไม่สำคัญเท่าสนธิสัญญา สนธิสัญญาว่ายังไง ไทยจะยึดตัวสนธิสัญญา เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เขมรพูดนั้นไม่มีความหมาย
       
       ทีนี้ ถ้าเราดูเรื่องเขมร เราดูง่ายๆ แล้วกัน เราไม่ต้องไปดูกว้างแล้ว เรามองอย่างนี้ เรามองว่าปี 2505 ศาลโลกพิพากษาโดยอิทธิพลทางการเมือง ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าอิทธิพลทางการเมือง แน่นอนที่สุด คุณเอาไปให้นักศึกษากฎหมายระหว่างประเทศ หรือนักศึกษากฎหมายอะไรก็ตาม แล้วคุณเอาจีพีเอสตอนนี้มาจับดู จะเห็นได้ชัดเลยว่ามันจะเป็นของเขมรได้ยังไง ให้ตายไปอีก 10 ชาติ เกิดมาก็ไม่มีทางเป็นของเขมร เพราะมันอยู่บนชะง่อนผา แล้วทางขึ้นอยู่ที่ไทย ของมันไม่มี ปรากฏว่าจาก 2505 เป็นต้นมา จนกระทั่งก่อนถึง 2543 เขมรเงียบสนิท ไม่มีอะไร ไม่พูดอะไร ไม่โวยวายอะไรทั้งสิ้น ผมเคยพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ยอมรับสถานภาพตรงนั้น หลังจาก 2540, 2541, 2542, 2543 เป็นต้นไป พอเอ็มโอยูออกมาปั๊บ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขมรเริ่มเอาพลเมืองไปอยู่ในนั้น ไปสร้างวัดตรงนั้น ไปสร้างสุสานตรงนั้น ไปทำอะไร เพื่อให้เห็นว่านี่คือดินแดนที่เขมรอยู่ ไทยทำในประเด็นเดียวก็คือว่า ไทยยื่นจดหมายประท้วง ยื่นไปๆ ยื่นไปตั้งร้อยกว่าฉบับ ยังดีที่มันไม่เอากระดาษจดหมายไปเช็ดก้น แล้วที่สำคัญคือ เขมรนี่ ทุกฉบับที่เราประท้วงมัน มันสวนกลับนะ มันสวนกลับว่าที่เราประท้วงผิดตรงไหนๆ มันไม่เห็นด้วยตรงไหน แล้วอะไรเกิดขึ้น ร้อยกว่าฉบับ พอมันสวนกลับ ไทยนิ่ง แปลว่าอะไร แปลว่าการเมืองที่คุมกระทรวงการต่างประเทศอยู่ ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดน อาจจะมีการตกลงกันลับหลัง เพราะปลายปี 2543 ทำเอ็มโอยู ตรงนั้น เป็นช่วงปลายปีรัฐบาลของชวน หลีกภัย แล้ว 2544 เป็นช่วงทักษิณ เพราะฉะนั้นพอ 2544 เกิดขึ้นมาปั๊บ แน่นอนที่สุด ทั้งๆ ที่ผมเชื่อว่าทักษิณ คือทักษิณ กับฮุน เซน เป็นคู่รักคู่แค้นทางแคบ จริงๆ รักกันแทบจะตาย แทบจะแหกทวารดมกันทุกวันนี้ จริงๆ แล้วมันเคยแค้นกันมาก่อน แล้วความรักวันนี้ก็เป็นความรักที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของน้ำมัน ก่อนหน้านั้นจำได้มั้ย ที่ทักษิณเป็นนายกฯ ฮุน เซน มันเคยจับทหารไทย จับคนไทย 31 คน ข้อหาพยายามล้มล้างตัวมัน และรวมไปถึงการลอบสังหารมันด้วย แล้วมีคนหนึ่ง คือ พ.ต.อ.อดุลย์ บุญเสรษฐ ซึ่งเป็นคนของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แล้วก็มีคนของทักษิณ ชินวัตร ด้วย มันกล่าวหาเลยว่าทั้งทักษิณ ทั้งชวลิต ต้องการจะล้มล้างมัน และฆ่ามัน ในที่สุดแล้วคนที่บินไปเจรจาให้เอาคืนมาคือคนไทย อาจจะเป็น .. รู้สึกไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นี่เกี่ยวข้องด้วย 31 คนนี้ก็กลับมา
       ถามต่อว่า ตอนที่ฮุน เซน มันกำลังจะเลือกตั้งครั้งนั้น เสียงคะแนนเสียงมันตก มันอาจจะแพ้สม รังสี ทำไมถึงจะแพ้สม รังสี ที่มันจะแพ้สม รังสี ก็เพราะว่าสม รังสี โจมตีฮุน เซน ว่า ฮุน เซน ยกดินแดนของเขมรให้เวียดนาม มันจำเป็นต้องปลุกคะแนนเสียงมันขึ้นมา มันก็เลยเกิดกรณีของกบ-สุวนันท์ หาว่ากบ-สุวนันท์ ดูถูกคนเขมร นั่นคือที่มาของการเผาสถานทูตไทย เผาบริษัทห้างร้านต่างๆ ทั้งหมด 31 บริษัท แล้วบริษัทชินวัตร เป็นบริษัทแรกที่เผา ปรากฏว่าน่าสนใจมาก น่าสนใจจริงๆ วันนั้นฮุน เซน ได้คะแนนจากประชาชน เพราะว่าคนเขมรก็โง่เหมือนพวก นปช.ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย จริงๆ แล้วเป็นสายเลือดพันธุ์เดียวกัน ดีเอ็นเอเหมือนกันหมดเลย
       สิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นก็คือ ทักษิณได้คะแนนตรงไหน ได้คะแนนตรงที่บอกทักษิณส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับ
       
       จินดารัตน์ - ซี-130
       
       สนธิ - ซี-130 ผมถามแอน ฮุน เซน มันเป็นเจ้าของประเทศใช่มั้ย
       
       จินดารัตน์ - ใช่ค่ะ
       
       สนธิ - มันจะให้เครื่องบินบินมาลงพนมเปญแล้วพาคนกลับง่ายๆ อย่างนั้น เป็นเพราะอะไร เพราะมันแอบจับมือกัน ระหว่างทักษิณ กับฮุน เซน แอบเคลียร์กัน และผมเชื่อว่าฮุน เซน ตอนนั้นกำลังหาเสียง กำลังต้องการเงิน คงจะมีคนทำเงินตกหล่นให้กับฮุน เซน ข่าวว่ากันว่าประมาณร้อยกวาล้านบาท ในการช่วยหาเสียง สรุปแล้วงานนี้ ฮุน เซน บอกกูเผามึงไปก่อนนะ กูได้คะแนน มึงเอาซี-130 มารับคนไทยกลับไป มึงก็ได้คะแนน
       
       จินดารัตน์ - โดนแหกตา
       
       นงวดี - วิน-วิน
       
       สนธิ - คือคนเขมรก็โดนแหกตา คนไทยก็โดนแหกตา เพียงแต่คน 2 คนมันจับมือกัน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้ คือมันวิน-วินทั้งคู่ไง ทักษิณก็วิน ฮุน เซน ก็วิน นั่นคือที่มา แล้วหลังจากนั้นแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ผลประโยชน์ทางน้ำมันมันเกิดขึ้น พอผลประโยชน์ทางน้ำมันมันเกิดขึ้น คราวนี้ทำยังไงล่ะ อย่างที่ผมเคยพูดให้ฟังไง ว่าเรื่องน้ำมันมันเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่มันจะต้องเจรจากัน แล้วเมื่อมันเจรจากันแล้ว มันต้องออกแบบ ว่าจะทำยังไงให้ไทยได้น้ำมันอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งของการออกแบบก็คือว่า มันจะต้องขอพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร เข้าใจมั้ย เพราะว่าสิ่งซึ่งฮุน เซน จะได้ และทางฝ่ายไทยจะได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองฝ่ายไทยได้ ก็คือผลประโยชน์ที่บ่อน้ำมันตรงนั้น ซึ่งอาจจะให้สัมปทานใครก็ได้ ตามที่จะตกลงกัน เพราะมันจะมีพื้นที่ในทะเลที่มันทับซ้อนที่มันจะบอกว่า ต้องเอาเขมรกับไทยจับมือกัน ถ้าเขมรกับไทยจับมือกันและบอกว่า โอเคงั้นให้เชฟรอนไป แต่เชฟรอน 20 เปอร์เซ็นต์ ขอหุ้นด้วยนะ ฝ่ายไทย ฝ่ายทักษิณอาจขอหุ้นด้วย แต่ฝ่ายฮุน เซน ขอเป็นเงินสด ไม่เป็นไรแต่ว่า มันได้กับได้หมด ทีนี้ฮุน เซน มันต้องการที่จะหาเสียงกับคนเขมร มันอ้างตลอดเวลาว่า เขาพระวิหารเป็นของมัน เพราะฉะนั้นแล้วรอบบริเวณเขาพระวิหารต้องเป็นของมันด้วย วิธีที่จะต้องเป็นของมันเนี่ย วิธีง่ายนิดเดียว คือ การลงไปสมัครเป็นสมาชิกมรดกโลก ถูกไม่ถูก ที่นี้จำได้ไหมถ้าแอนจำได้บนเวที ผมพูดอยู่ตลอดเวลา ผมพูดคนแรก ผมบอกตลอดเวลาว่า ทำไมเวลาเขมรมันสมัครขอเป็นมรดกโลก ทำไมไทยยอม ไทยต้องไม่ยอมสิ นั้นคือที่มาของแถลงการณ์ร่วมไง
       
       จินดารัตน์ - ที่นพดลโดนฟ้อง
       
       สนธิ - ที่นพดลโดนฟ้องไง ถูกไม่ถูก ไทยต้องแสดงเจตนาและไทยต้องไม่มีแถลงการณ์ร่วม ไทยต้องชี้แจงกับกรรมการมรดกโลกเลยว่า ไทยไม่ให้
       
       นงวดี - สงวนไว้อยู่แล้ว
       
       สนธิ - สงวนไว้ 4.6 ตารางกิโลเมตร ไปให้ทำไม เข้าใจยัง ถ้าไทยไม่ให้ตรงนั้นปัญหาต่อมาวันนี้จะไม่มี ทีนี้พอไทยให้ตรงนั้นแล้วเนี่ยหรือไทยไม่ให้ตรงนั้นเนี่ย ปัญหาก็ยังมีอยู่ เพราะว่า ชุมชนเขมรที่มันมาตั้งอยู่ไทยไม่ไล่ออกไปซักที ไทยมัวแต่สงจดหมายประท้วง พอพ้นยุคทักษิณ ชินวัตร มาถึงยุคสุรยุทธ์ จุลานนท์ มาถึงยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นยุคที่พันธมิตรฯ ลุกขึ้นมาบอกว่า คุณอภิสิทธิ์ คุณปล่อยให้พวกเขมรมาสร้างวัดอย่างนี้ ตั้งชุมชนอยู่ตรงนี้ มาตั้งร้านค้าอยู่ตรงนี้ มาสร้างบ้านอยู่ตรงนี้ไม่ถูกต้อง นี้คือพื้นที่คนไทย คุณอภิสิทธิ์ก็บอกเราทำแล้ว พวกเราประท้วงไปแล้วร้อยกว่าฉบับ ยังถึงได้บอกว่า มันเขียนจดหมายประท้วงเสร็จมันถ่ายเอกสารแล้วบอกมึงตอบไปล้วมันเอาจดหมายตัวจริงเช็ดก้น คือ เขมรโดยวิธีการเขมรมันเก่งกว่าเรา มันเก่งกว่าตรงไหนรู้ไหม ตรงที่มันมุ่งมั่นจะเอาดินแดนเรา ของเราเนี่ยนอกจากไม่มุ่งมั่นจะปกป้องแล้ว ยังมุ่งมั่นจะยกให้แม้งอีก นี้คือสันดานนักการเมืองไทย แล้วที่สำคัญจำได้ไหมที่เราประท้วงไอ้นายพลกุนเชียง เหตุผลก็ไม่ใช่อะไร นายพลกุนเชียงกับเมียนงเมียน้อยมัน พรรคพวกมันเนี่ยค้าขายเขมรตรงพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ไปทำอะไรรู้ไหม สร้างบ้านให้มันหรือว่ามีบ้านคนไทยอยู่ให้ออกแล้วก็ขายบ้านคนไทยเอาเงินเข้ากระเป๋าแล้วก็ส่งของให้มัน มันขาดน้ำมัน มันขาดมาม่า มันขาดน้ำดื่ม ขาดกุนเชียง มันขาดแฟ้บ มันขาดโน่นขาดนี่ ก็เลยถือโอกาสขายให้ๆ โดยเอาพื้นที่ของไทย สมบัติของชาติไปแลกเพื่อให้มันมาซื้อของเราและเงินก้อนนั้นเข้ากระเป๋าพวกมันเอง ไอ้พวกนายพลกุนเชียงเห็นไหม นี้คือข้อเสียของประเทศไทย นักการเมืองไม่ปกป้องประเทศ ทหารที่จะต้องปกป้องพื้นแผ่นดิน ปกป้องขัณฑสีมาก็ไม่ทำไปทำมาค้าขาย มันก็เลยทำให้ชุมชนนับวันๆ ยิ่งโตขึ้นๆ นี้คือข้อต่อสู้ที่ไอ้ฮอร์ นัมฮง และทนายฝ่ายเขมรบอกว่า เป็นที่ของมันถ้าไม่เป็นที่ของมันทำไมมันถึงมีสิทธิเข้าไปอยู่ได้ ตรงนี้ต่างหาก ประชาธิปัตย์ก็พูดไม่ออก เราประท้วงไปแล้ว พูดง่ายๆ ว่าเรื่องพรมแดนจะแสดงความขี้ขลาดตาขาวไม่ได้ เรื่องพรมแดนถ้าประท้วงอย่าว่าแต่จดหมายร้อยกว่าฉบับเลย มันมาตั้งชุมชนเท่ากับว่า มันผิดข้อตกลงเอ็มโอยู 2543 เพราะระบุชัดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใดๆทั้งสิ้น ฉะนั้นไอ้พรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่าเอ็มโอยู 24543 ช่วยประเทศไทยไว้ ผมอยากถามคุณมึงว่ามันช่วยไว้ตรงไหนวะ มันไม่ได้ช่วยห่าอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว โดยพื้นฐานถ้าศาลโลกจะพิพากษาให้เขมรชนะ ถ้ามันพิพากษาให้เขมรชนะมันก็ไม่ได้แคร์เรือ่ง 2543 และถ้าจะให้ไทยชนะไทยก็ไม่ชนะ มันก็คงสภาพเดิมอยู่ กรณีดีที่สุดก็คือเจ๊า คือว่าศาลก็บอกว่าที่พิพากษามาแล้วตัดสินมาแล้ว ปี 2505 ยังใช้ได้เหมือนเดิม ให้คงสภาพเดิม ผมถามว่าไทยได้อะไร ไทยก็ไม่ได้อะไรก็ยังเสียเหมือนเดิม ยังมีชุมชนเขมรอยู่ในนั้น อย่าไปสนใจเรื่องรายละเอียด อย่าไปหลงระเริงกับความสุขความดีใจที่เห็นคุณวีรชัย อลินา มิรอง ซึ่งเขาทำหน้าที่ดีมาก ต้องยอมรับ แต่ไม่ได้แปลว่า ไทยจะชนะ กรรมการยังไม่ตัดสิน และแนวโน้มกรรมการจะตัดสินออกมา 2 รูปแบบเท่านั้นเอง คือเจ๊า กับเจ๊ง เชื่อผมสิ หรือว่าถ้ามันเจ๊ง มันบอกว่า จะคุ้มครองชั่วคราว นี่ก็ถือว่าเจ๊งแล้ว ถ้ามันประกาศคุ้มครองชั่วคราวถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า พรรคเพื่อไทย รัฐบาลชุดยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวของตระกูลชินวัตร ตระกูลวงศ์สวัสดิ์ เดี๋ยวดูรูปกันก็ได้ ตระกูลวงศ์คำเหลาทั้งหลาย ผูกพันกัน ถามว่าเขาจะยอมรับคำพิพากษาศาลโลกไหม เขาต้องยอมรับสิ เพราะเขาผูกกันเป็นตระกูลเลยเห็นไหม นั่งกันอยู่อย่างนี้ ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าตระกูลวงศ์คำเหลา นั่งข้างๆฮุนเซน ทักษิณคือเจ้าของรัฐบาลตัวจริง ถัดออกไปสุดคือเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คือคนที่ทักษิณวางตัวให้เป็นนายกฯ ต่อจากยิ่งลักษณ์ ถ้ายิ่งลักษณ์มีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น จะเห็นได้ชัด ถามคำหนึ่งสิว่า ถ้าศาลโลกพิพากษาให้เจ๊งรัฐบาลชุดนี้จะรีบบอกเลยว่า เราต้องเคารพมติศาลโลก เพราะคนที่นั่งอยู่ในนั้น โน้นไปดูรูปเก่าก็ได้ รูปที่เขาตีกอล์ฟกันไปดูสิมีไหม เอาขึ้นมาให้ดูหน่อย เห็นไหม เขาสนิทสนมกันแล้วทักษิณคือใครละ ทักษิณคือคนสั่ง ดูสิรูปมีทั้ง พงศ์เทพ เทพกาญจนาด้วย เพราะฉะนั้นแล้วฝ่ายการเมืองของเรา ตัวเป็นไทยแต่ใจเป็นเขมรไปหมดแล้วเรียบร้อยหมดแล้วทุกคน เพราะฉะนั้นอย่าไปดีใจอะไรทั้งสิ้น ใช่ไหม วันนี้ถ้าจะดู มันเหมือนอะไรนะ
       
       จินดารัตน์ - มันเหมือนหน้าทำเนียบ
       
       สนธิ - เหมือนหน้าทำเนียบหรอ เหมือนกันเป๊ะเลย
       
       จินดารัตน์ - นานๆ เขาจะกอดฟัดกันทีนึง
       
       สนธิ - จะเห็นไหม ผมจะบอกอะไรให้รู้อย่าง ผมนี่ไม่เคยคือ ผมฟังการต่อสู้ในศาลแล้ว ผมก็เออคุณวีรชัยทำงานดี แต่ผมเฉยๆ เพราะผมรู้ว่าศาลนี่คือศาลการเมืองแน่นอนที่สุด
       
       จินดารัตน์ - และจริงๆ สิ่งที่ท่านทูตวีรชัย กับมิรองพูด พันธมิตรฯ พูดมาหมดแล้ว
       
       สนธิ - เราพูดมาตั้งนานแล้ว เราไม่ใช่เพิ่งพูด จริงๆ แล้ว การเป็นผู้นำประเทศมันไม่ใช่เป็นผู้นำได้ในลักษณะของยึดถือหลักนิติรัฐอย่างเดียว รักสันติ สันติภาพไม่มีใครอยากจะทำลายมัน แต่ถ้าอะไรมันมาทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเราๆ จะมัวยกมือไหว้สันติภาพต่อไปไม่ได้
       
       จินดารัตน์ - มันคือเอกราช
       
       สนธิ - มันคือเอกราชของเรา การเป็นนายกฯ ที่ดี เมื่อถึงเวลาต้องรบ เมื่อถึงเวลาพักพบสันติ ก็ต้องสันติ แต่เราพูดกันไม่รู้เรื่อง ด่าแม่นายกฯ ดูถูกนายกฯ เหยียดหยามนายกฯ ไม่เป็นไร แต่เอาแผ่นดินไปให้ไปไม่ได้ แล้วเป็นการเอาแผ่นดินไทยแบบฉ้อโกงด้วยนะ ฉ้อฉลอุปมาอุปมัยเหมือน ผมเขียนของผมขึ้นมา แอนมีที่ดิน 4.6 ตารางกิโลเมตร วันดีคืนดีไอ้คนข้างบ้านมันเข้ามาปลูกเรือนคนใช้ แอนจะยังอยู่เฉยไหม
       
       จินดารัตน์ - ไม่มีทาง
       
       สนธิ - แต่ของเรานี่อยู่เฉย ส่งจดหมายไปประท้วง ประท้วงไม่ใช่ประท้วงฉบับสองฉบับนะ ประท้วง 100 กว่าฉบับ บ้าหรือเปล่า ประท้วง 100 กว่าฉบับ ใช่ไหม ทำทางเดินเข้ามา สร้างถนนเข้ามา สร้างสุสานไว้บูชาบรรพบุรุษของมัน เรายังเฉยได้ไหม นักการเมืองไทยเฉย ทุกพรรคเลยนะ พรรคประชาธิปัตย์ก็เฉย อย่ามาอ้างว่า ประท้วงแล้ว ผมถือว่าการประท้วงคือการวางเฉย การไม่วางเฉยคือว่า ถ้าคุณไม่ให้คนของคุณออกภายใน 7 วัน เราจะเอาทหารเข้าไปไล่พวกคุณ ถ้าคุณขวางรบต้องเป็นรบ
       
       จินดารัตน์ - บางทีพูดกับโจรมัน
       
       สนธิ - เสร็จเรียบร้อยแล้ว มิหนำซ้ำอยู่ไปอยู่มามันไปขอร้องศาลให้ขอครอบครองอีก ทีนี่คุณทะลึ่งเฉยไม่ได้ ขึ้นไปขึ้นศาลพอขึ้นเสร็จเสือกแพ้เขาอีก นี่มันไม่ใช่วิสัยของคนที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง หรือมันเป็นวิสัยของคนที่แอบขายที่ดินให้คนข้างบ้านไปก่อนแล้ว หวังฮุบเงินโดยไม่ให้ใครรู้ แล้วเอาคำพิพากษามาขอกล่าวอ้างเป็นการสูญเสียที่ดินให้ผมเดานะ งานนี้ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า 4.6 ตารางกิโลเมตรมึงเอาไป แต่ให้มึงไปทางศาล พอศาลพิพากษามาแล้วจะได้อ้างว่า มันสู้เต็มที่แล้วนะ เข้าใจหรือยัง
       
       เพราะฉะนั้นเกมนี้โดยสรุปก็คือว่า มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว จากสายพรรคเพื่อไทย จากคนที่เป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย กับไอ้ฮุน เซนว่า มึงเอาไปเลย 4.6 ตารางกิโลเมตรให้มึงทำอย่างนี้ อย่างนี้ กับกรรมการด้วย ฉะนั้นแล้ว ผู้พิพากษาศาลโลกมันซื้อได้ มันซื้อง่ายด้วย ไม่ได้ซื้อยาก คุณไปดูสิ ชื่อมันไอ้ที่เขาเลือกมาจากสหประชาชาติ นอกจากไอ้ผู้พิพากษาประจำนะที่มาจากประเทศมหาอำนาจ ไอ้พวกนี้มาจากประเทศโลกที่สามทั้งนั้น หยอดให้สักคนละ ล้าน 2 ล้านเหรียญมันก็ตาโต หิวเงิน รับรอง 100% หิวเงิน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่วงหลังไม่เห็นเหรอเริ่มตีข่าว เราต้องเคารพคำพิพากษาศาลโลก ไอ้ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือพรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่ 1 มึงประท้วงเขาได้ไงร้อยกว่าฉบับ โดยที่มึงไม่ทำอะไรเลย ทวงอยู่นั่น ที่น่าเจ็บใจที่ 2 คือว่า ก็รู้อยู่แล้วไปศาลโลกมีแต่เจ๊ากับเจ๊ง มีสิทธิที่จะปฏิเสธอำนาจศาลโลกโดยที่ไม่ยอมรับเขา ไม่ต้องไป เมื่อไม่ต้องไปมันก็คาอยู่ตรงนั้น อย่างน้อยที่สุดเรายังสงวนสิทธิเราได้อยู่ ถ้าศาลโลกพิพากษาคนที่ทำให้ชาติบ้านเมืองฉิบหาย 2 พรรค ประชาธิปัตย์ กับเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ทำเพราะ 1 นายกฯขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าตัดสินใจ ประชาธิปัตย์ทำเพราะมัวแต่เล่นการเมือง นายกฯทำตัวเป็นผู้ดี แล้วไปเจรจากับโจรอย่างฮุนเซน มันก็เอามือเขกกะโหลกอยู่ตลอดเวลา พี่ฮุนเซนทำไมต้องเอามือเขกกะโหลกผม ผมขอประท้วงนะ ป๊อก พี่เขกครั้งที่ 2 แล้ว ผมขอประท้วงครั้งที่ 2 นะ อ้าว ป๊อก พี่เขกมาร้อยกว่าครั้ง หลังๆเอาตีนลูบหน้าอีกต่างหาก นี่คือนายกฯไทย นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วเราก็มาเจอพรรคเพื่อไทย ซึ่งวางแผนมาแต่ต้น ตั้งแต่ปี 2444 แล้ว เพื่อต่อด้วยเอ็มโอยู 2544 โดยที่ฮุนเซนบอกว่า เฮ้ย มึงเอาพื้นที่ตรงนี้ให้กู แล้วกูจะเจรจากับมึงตรงนี้ที่ในทะเลเรื่องผลประโยชน์แล้วเอามาแบ่งกัน จบ เขมรมีแค่นี้เอง ไม่มีอะไรมากกว่านี้แอน ไม่ต้องไปดูรายละเอียด ไม่ต้องฟังมิรองพูด เก่ง ไม่ต้องฟังท่านทูตวีรชัยพูด นี่คือประเด็นสำคัญที่มีอยู่แค่นี้ ไม่มีอะไรมากกว่านี้
       
       นงวดี - เราจะเห็นชัดๆอีกทีเดือนหน้าที่เขาจะดองและหมักกัน งานแต่งงานที่จะเกิดขึ้น
       
       สนธิ - คือศาลเวลาเขาพิพากษา พิจารณาความเขาจะดูประจักษ์พยานแวดล้อม การดอง ถือว่าเป็นประจักษ์พยานแวดล้อมนะ แล้วการที่ยืนกอดกัน จะจูบปากกัน มันโยงกลับไปได้ว่า จำเลยในอดีตได้แสดงพฤติกรรมของความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ฉะนั้นจึงเชื่อได้ว่า การที่ไทยต้องเสียดินแดนนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าในสมัยนั้นจำเลยมีอำนาจอยู่จำเลยได้แอบตกลงเชื่อได้ มีไหมมีสัญญาไหม ได้ยินเสียงผมพูด มีหลักฐานไหม หลักฐานคือประจักษ์พยานแวดล้อมไง ถูกไม่ถูกแอน
       
       จินดารัตน์ - จริงๆ ศาลโลกก็ไม่มีใครเห็นความสำคัญ
       
       สนธิ - ไม่มีไม่เคย มีแต่คนโง่ และมีแต่คนยโสโอหัง อวดดี อย่าทำตัวเป็นผู้ดี เขาบอกเตือนตั้งหลายครั้งแล้วว่า อย่าไป คุณไม่กล้าไล่เขมร เพราะคุณบอกคุณไม่อยากจะสร้างสงครามอะไรกัน เขาเรียกว่าปะทะกันที่พรมแดน ซึ่งมันก็ปะทะกันตลอดเวลา สมัยก่อนพม่าก็บุกเข้าไปทางแม่สอด พม่าบุกเข้าไปทางโน้นทางนี้ก็เจอทหารไทย เจอ ตชด.ก็ยิงใส่กันไปใส่กันมา ตูมๆ ตัมๆ ทางใต้ก็เหมือนกัน เอ๊ะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ใช่ไหม
       
       จินดารัตน์ - ทหารดีๆ บางคนบอกว่า เขมรหรือจะกล้ารบกับเรา
       
       สนธิ - เขมรมันไม่กล้ารบ เขมรมันรู้ว่า ผู้นำไทยมันขี้ขลาดตาขาว
       
       นงวดี - แหมแล้วบางทีก็ขยิบตาให้กันด้วย
       
       สนธิ - ขยิบตาให้กัน ผู้นำไทยบางคนขยิบตาให้กัน บางคนขี้ขลาดตาขาว มันเลยจับประเด็นความขี้ขลาดตาขาวออกมา เพราะความขี้ขลาดตาขาวมันไม่ได้อยู่ที่พรมแดนเขมรอย่างเดียวนะ มันอยู่ที่เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองด้วย เหมือนกันเลย สะท้อนให้เห็นเลยชีวิตจริง ความจริงเป็นอย่างไร คือถ้าเจอนายกฯ ที่กล้า งบประมาณทหารมีไว้ทำไม แล้วจริงๆ แล้วอาวุธที่ดีๆ เราก็มีเยอะเรามีเยอะกว่ามันเยอะเลย ศักยภาพในการรบเราสูงกว่าเขาเยอะเราได้รับการฝึกมามาก ทหารของเขาเก่ง แต่เก่งในอดีตก็คือ ในอดีตคนรุ่น 50 กว่าขึ้นไป คนพวกนี้เคยรบกับเขมรแดงใส่รองเท้าแตะรบ ตอนนี้มาเป็นผู้บัญชาการบางคน เป็นรองแม่ทัพ เป็นแม่ทัพ แต่ระดับล่างลงมาเป็นทหารรุ่นใหม่หมดเลย คือเด็ก คนพวกนี้การฝึกสู้เราไม่ได้
       
       เพราะฉะนั้นแล้วความสามารถในการรบเขาด้อยกว่าเรา 2.อาวุธเขาด้อยกว่าเรา เขาจนกว่าเราเยอะ จนกว่าเรามากๆ แต่เขาตั้งจิตตั้งใจที่จะชิงแผ่นดินเราไป ของเราก็ตั้งจิตตั้งใจที่จะยกแผ่นดินเราให้เขา นี่คือความแตกต่าง
       
       จินดารัตน์ - เศร้า
       
       นงวดี - พวกบรรดานักการเมืองไม่ว่าจะขั้วไหนนะคุณสนธิ
       
       สนธิ - เหี้ยทั้งนั้น โอเคไม่ต้องถามต่อ
       
       นงวดี - ไม่ว่าจะเอ็มโอยู 43 พอกันอย่ามาอ้างเลย
       
       สนธิ - คือตอนนี้ประชาธิปัตย์มันโม้ใหญ่เลย มึงจะโม้ไปทำไม พูดความจริงก็พูดไม่หมด ก็มีเอ็มโอยู 2543 แล้วมีแล้วมีประโยชน์อะไร ในเมื่อคุณบอกว่า เอ็มโอยู 2543 ห้ามไม่ให้เขมร แล้วไงแล้วมันทำ และคุณทำอย่างไร
       
       จินดารัตน์ - ประท้วง
       
       นงวดี - 100 กว่าฉบับ
       
       จินดารัตน์ - รอคำตอบมาเขาเงียบ
       
       สนธิ - เงียบไม่ตอบ
       
       นงวดี - ถ้าทำเพื่อประเทศจริงๆ คือ ฉบับที่ 1 2 ก็พอแล้ว
       
       สนธิ - 2 ฉบับแล้วเรียกทูตเขมรในประเทศไทยออกมาชี้แจงให้ฟัง บอกว่าคุณละเมิดเอ็มโอยู 2543 ข้อตกลงอันนี้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของไทย ก่อนหน้านั้นเขาอ้างว่า พื้นที่ทับซ้อนไง วันนี้กลับมาบอกไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อนและ และทำไมสมัยนั้นไปอ้างพื้นที่ทับซ้อน เอ็มโอยู 2543 พูดชัดเจนไม่ใช่หรอว่า มันไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน จริงๆหลักเอ็มโอยู 2543 คือการปักหลักเขตแดนกันใหม่ ไม่ใช่ว่ามาลากเส้นใหม่ เนื่องจากว่าเขตหลักในอดีตตั้งร้อยกว่าปีแล้วมันหายไปเคลื่อนไปมาเจรจาว่าหลักใหม่มันอยู่ตรงไหนแค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรมากกว่านั้น เสือกเอามาขยายความให้มันเยอะขึ้นอีกก็เป็นอย่างที่เห็น
       
       จินดารัตน์ - รอเดือนตุลาคมนะคะ รู้คำตอบกันอยู่แล้ว
       
       นงวดี - จริงๆเขาเฉลยกันตั้งแต่ตอนแรก นายปลื้ม เขาบอกว่าเจ๊า กับเจ๊ง
       
       จินดารัตน์ - คำตอบแรกมักจะถูกต้องเสมอ มาเรื่องเจ๊า ไม่มีเจ๊าเจ๊งอย่างเดียว เรื่องทองคำ
       
       สนธิ - เรื่องทองคำนะนง ผมไม่อยากจะพูด ผมเตือนท่านผู้ชมไว้แล้ว ถามผมว่าทองจะขึ้นไหม ผมบอกขึ้นตอนนั้นไปดูเทปย้อนหลังได้เลย แต่ผมบอกว่าอย่าโลภ จำได้หรือเปล่าแอน ขายมีกำไรก็ขายทิ้งไป และผมเชื่อว่าคนที่เจ๊งคือคนเล่นทอง คือไปซื้อสัญญาทองมา แล้วก็ดูราคาทอง ชอบถามว่าทองจะขึ้นอีกไหม ผมก็ว่าขึ้นอีก แต่ในระหว่างยังขึ้นอีกมันจะมีลงก่อน ลงลึก พอลงลึกก็มาโวยวายแล้วมันจะขึ้นอีกไหมคุณสนธิ จะให้ผมตอบยังไง สรุปอย่างนี้ดีกว่า ทองคำทุกวันนี้ไม่ได้ต่างจากหุ้น นงดูให้ดีๆ ขณะนี้มีกระบวนการปั่นทองคำเกิดขึ้น ทองคำเริ่มขึ้นสูงตั้งแต่ปี 2550 51 52 53 ขึ้นสูงสุดคือระหว่างปี 53 54 ส่วน 50 51 52 ต่อ 53 ขึ้นปีละ 20% ปี 52 ต่อ 53 ขึ้นสูงมากเกือบ 40% มีเคยขึ้นออนซ์หนึ่งตกประมาณ 19,700 เหรียญสหรัฐฯ ผมเคยบอกว่า ทองคำจะถึง 2 หมื่นก็เกือบถึงตอนนั้น จริงๆแล้วกระบวนการที่ขึ้นตอนนั้นน่าจะขายทิ้ง ถ้าเชื่อผมนะ คือผมพูดมาหลายปีแล้ว พอกำไรสักพักถามดูว่าพอหรือยัง จะไม่พอเพราะกิเลส รวยแล้วอยากรวยอีกไม่รู้จักพอ คนเล่นหุ้นคนเล่นทอง คอมมูนิตี้ สลากอนุพันธ์ ไม่เคยมีใครรวยสักคน ทองคำในขณะนี้ มันมีปฏิสัมพันธ์กับเงินดอลลาร์ นงสังเกตไหมว่าอเมริกามันพิมพ์เงินดอลลาร์มาเยอะมาก แล้วปรากฏว่าเวลาคนซื้อทองคำใช้อะไรซื้อ ใช้ดอลลาร์ซื้อ พิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ แปลกอย่าง โลกประหลาดไม่เคยมีใครคิด ไอ้กันเจ๊งหมดทุกเรื่องเลยนะ เศรษฐกิจมันจะล่มสลาย แต่ปรากฏว่าตอนนี้คนกลับมาถือดอลลาร์ เพราะไอ้กันเป็นนักสร้างเรื่อง ไอ้กันนี่คือฮอลลีวูดตัวใหญ่ มันเป็นคนสร้างเรื่องนะ เดี๋ยวสร้างว่าเกาหลีจะเกิดเรื่อง เดี๋ยววอลล์สตรีทสร้างเรื่องบอกว่าเงินยูโรจะล่ม คนก็ทิ้งเงินยูโรไป สร้างเรื่องเรื่องจีน ความขัดแย้งทะเลจีนตอนใต้ กดดันเงินหยวน เผอิญจีนไม่เปิดตลาดเงินหยวนไง มันเงินหยวนอยู่ในประเทศส่วนใหญ่มันก็เลยรอดไป ขณะรอดไปยังเจ็บตัวเลย หยวน 2 ปีที่ผ่านมา หยวนแอพริชิเอตไป 30กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วนะ เกือบ 40% ตอนนี้ 6 จุดต้นๆของหยวนเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ไม่เหมือนสมัยก่อน 7 กว่า 8 มันหายไปขนาดนี้ ไอ้กันมันเหมือนนักสร้างหนังฮอลลีวูด สร้างให้เกิดปัญหา เกิดความขัดแย้ง ไม่มั่นใจขึ้นมา คนก็เลยเก็บดออลาร์กลายเป็นเงินดอลลาร์กลายเป็นที่ต้องการของคน ในขณะเดียวกันอีทองคำจริงๆแล้วไม่มีใครรู้จริงๆมีเท่าไหร่ เพราะธนาคารกลางแต่ละแห่งมันเก็บเป็นความลับหมด ไม่เล่าให้ใครฟัง เพราะมันกลัวว่าเล่าให้ใครฟังแล้วกลายเป็นว่ามีแต่กางเกงใน ก็เลยอึกอักๆ วันนี้ก็กลายเป็นว่า ตลาดทองคำเลยเป็นตลาดที่อยู่ในมือของนักปั่นทอง จอร์จ โซรอส ซื้อหุ้นกองทุนทองคำ ซื้อไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว มันซื้อไป 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วอีก 3 เดือนดั้มป์หายไปเลย กำไรไปพันกว่าล้านเหรียญ พูดง่ายๆ ว่าพอมันเข้าไปซื้อหุ้น ตลาดทองคำทั่วโลกก็เริ่มขึ้น มีคนไล่ซื้อทอง ไอ้คนที่เล่นตลาดอนุพันธ์ทองล่วงหน้า เอ้ยทองขึ้น มีความรู้สึกว่าทองขึ้น มันเล่นกันเยอะ เมืองไทย ลงทุนหมื่นบาทซื้อทองได้มูลค่า 5 หมื่นบาทหรือแสนหนึ่ง 5 เท่าหรือ 10 เท่า แต่ว่าถ้าทองตกต้องเอาเงินสดไปวาง มันถึงเจ๊งกันเป็นแถว คือผมบอกแล้วว่าอะไรก็ตาม ทำไมน้ำมันมันไม่กล้าปั่นให้สูงมากนัก ที่น้ำมันมันไม่กล้าปั่นให้สูงมากก็เพราะว่า สูงเกินไปแล้วเศรษฐกิจจะล่มสลาย มันถึงปั่นถึงระดับหนึ่งพอขึ้นไปไอ้กันสร้างเรื่องอีกแล้ว มีเทนไฟที่จะมาแทนน้ำมันได้ เพื่อกดราคาน้ำมันไม่ให้สูงมากเกินไป พูดง่ายๆว่าให้มันอยู่ในราคาที่จ่ายออกมาหมดแล้วยังเหลือข้าวกินที่บ้านอีกสักมื้อยังโอเคอยู่ ไม่ใช่จ่ายค่าน้ำมันหมดแล้วไม่มีอะไรกินเลย จนฉิบหายหมดทั้งโลก นี่คือการคอนโทรลของมัน ทั้งหมดไอ้กันเป็นคนสร้างเรื่องหมดทุกอย่าง และคนไทยไม่รู้เรื่อง คนที่เจ๊งเรื่องทองถ้าผมเดาไม่ผิดจะเป็นคนไทยเจ๊งมากที่สุด ฮ่องกง สิงคโปร์ไม่ค่อยเจ๊งเพราะว่า ปัญญามันเยอะ มันคิดเป็น ดูเป็น คนไทยแห่เข้าไปเป็นแมงเม่าตลอดเวลา เพราะฉะนั้นทองคำในขณะนี้ถามว่าจะขึ้นอีกไหม ผมตอบไม่ได้ แต่ผมตอบได้อย่างเดียวว่าไมควรเล่นทอง เพราะในขณะนี้มีคนเข้ามาปั่นทองแล้ว เหตุการณ์ที่มันลงฮวบอย่างนี้แล้วตีขึ้นไปอีกนี่คือการปั่นทอง
       
       อย่างน้อยที่สุดในตลาดหุ้นเมืองไทยคุณยังพอมองเห็นบ้าง พอรู้ว่ากลุ่มนี้กำลังไล่หุ้นตรงนี้เพราะกำลังออกไอพีโอ กลุ่มนี้มา กลุ่มมาลีนนท์มาเทกโอเวอร์เอ็นพาร์ก เพราะฉะนั้นเอนพาร์กน่าจะขึ้น เพราะเขาต้องปั่นราคาขึ้น ฉะนั้นถ้าซื้อตอนนี้ตอนมันเริ่มปั่นอีกสัก 10 วันค่อยขายยังมีกำไร ยังเห็นด้วยตา อ่านได้ด้วยข่าว แต่ทองมันโกลด์แมน แซคส์ มันจะทำอย่างไร ไอ้จอร์จ โซรอสมันจะทำยังไง มันแค่ข่าวมาจากต่างประเทศ และมันไม่รู้วงใน อย่างน้อยที่สุด วงในสนิทสนมกับพวกมาลีนนท์ เฮ้ย ผมกินข้าวกับประชา ประชามันบอกจะขึ้นเท่านี้ เราบอก เออ มึงบอกจะขึ้น สมมุติจะขึ้นอีก 10 บาท กูรู้มึงโกหกกู กูขอขึ้นอีก 2 บาท กูขายทิ้งแล้ว อย่างน้อยก็ยังรู้ใช่มั้ย อย่างน้อยก็ยังใช้ปัญญาคิด แต่อะไรๆ ที่มันเป็น เขาเรียก World Communities แล้วไปเล่นกับมัน เจ๊งทุกราย เพราะฉะนั้นตอนนี้ แต่คนบางคนจะซื้อทองคำเอาไว้ เป็นทองแท่ง ไม่เป็นไร ในเมื่อคุณมีปัญญาซื้อ ถ้าคุณมีเงินเย็นเหลือ ทิ้งมันไว้อย่างนั้น ไม่ต้องเดือดร้อน แล้ววันหนึ่งมันจะกลับเข้าไปสู่จุดนั้น นานแค่ไหนก็ต้องรอ
       
       จินดารัตน์ - แต่ที่เจ๊งนี่คือโกลด์ฟิวเจอร์ ทองกระดาษ
       
       สนธิ - โกลด์ฟิวเจอร์ ทองกระดาษ เจ๊งกันเป็นแถวเลย อย่าไปเล่น ที่น่าสงสารคือโรงรับจำนำ เจ๊งกันเป็นแถว ไม่มีใครไถ่ถอนนี่ เพราะว่าการจำนำทอง เขาให้ 90 เปอร์เซ็นต์ บางเจ้าให้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเจ้าของโรงรับจำนำก็โลภ มองว่าทองจะขึ้นอีก
       
       นงวดี - แล้วบรรดาพวกโบรกทอง ก็ เดี๋ยวขึ้นอีกๆ
       
       สนธิ - โบรกเกอร์ทองวันนี้ก็เจ๊ง เพราะว่าไอ้พวกที่เอาเงินไปวางมัดจำ แล้วต้องไปคืนเงิน มันชักดาบหมดเลย
       
       จินดารัตน์ - แล้วเขาบอกเมื่อก่อนมันมีคน ลูกค้า 15,000 รายต่อวัน 15,000 สัญญาต่อวัน ตอนนี้เหลือแค่ 2,000
       
       สนธิ - 15,000 สัญญาต่อวัน สัญญาหนึ่งมันได้โบรกได้ 500 บาท ก็ 7.5 ล้าน
       
       จินดารัตน์ - ตอนนี้เหลือแค่ 2,000 สัญญา ขอให้โชคดีและปลอดภัย
       
       สนธิ - อันนี้เข้าใจหมดแล้วใช่มั้ย
       
       จินดารัตน์ - เข้าใจค่ะ
       
       นงวดี - เรื่องทอง เพราะฉะนั้นก็จะลิงก์มาเรื่องบาทนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วก็ต่อเนื่องมาเลย คือผู้ว่าฯ แบงก์ชาติโดนแบบทุกสารทิศ
       
       สนธิ - คืออย่างนี้ ผมคิดว่าคุณประสาร เป็นคนที่น่าเห็นใจที่สุด แล้วผมรำคาญรองปลัดกระทรวงการคลัง ชื่ออะไรนะ ที่มันมาบอกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนนี้ทำให้บาทแข็ง น่าจะลาออก คือมันรับใช้การเมืองมากเกินไป ในขณะนี้ที่ผมค่อนข้างมั่นใจพอสมควรคือ ถึงบาทแข็งยังไง ผมคิดว่าแบงก์ชาติไม่กล้าเล่นเงินบาท เพราะว่าปี 2540 เป็นบทเรียนที่เขาเจ็บปวดมาก และเขาลัว คนโดนงูกัดครั้งหนึ่งจะกลัวเปียกน้ำไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นแล้ว มันจำเป็นต้องปล่อยให้แข็ง แล้วผมจะถามนง อย่างหนึ่ง ในข้อเท็จจริง ค่าของเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณเอาบาทโฟลตออกไปนอกประเทศ นอกจากโฟลตออกไปนอกประเทศแล้วยังมีนักการเมืองแอบขนเงินบาทไปฝากเมืองนอก เงินบาทที่อยู่เมืองนอกมีอยู่หลายแสนล้านบาท คุณปกป้องเงินบาท่ไม่ได้ ไม่มีทาง อีกประการหนึ่ง เมื่อคุณปกป้องเงินบาทไม่ได้ คุณต้องยอมรับว่าเงินบาทคุณกลายเป็น Regional Currency ไปแล้ว พม่าก็ใช้เงินบาท ลาวก็ใช้เงินบาท เขมรก็ใช้เงินบาท มันเป็น Regional Currency เมื่อเป็น Regional Currency แล้ว อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทมันจะเป็นไปตามกลไกตลาดของเงินดอลลาร์ซึ่งมันเข้ามา และเงินดอลลาร์ออกไป คำถามมีอย่างนี้ นง อันนี้คือความเสี่ยงที่ผู้ส่งออกต้องรับใช่มั้ย
       
       นงวดี - ใช่
       
       สนธิ - ต้องยอม ต้องเข้าใจ มันเป็นของมันอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าพอมีปัญหาขึ้นมาแล้วกิตติรัตน์ ณ ระนอง จะต้องไปเอาใจผู้ส่งออก ไม่ใช่ ถ้าจะช่วยผู้ส่งออก ให้ช่วยอย่างนี้ ผมไม่อยากจะสอนมวยพวกนี้นะ ผมไม่รู้เรื่องการเงิน แต่ผมใช้หลัก common sense สัญญาอะไรที่ผู้ส่งออกขายไปเป็นดอลลาร์ แล้วมีดอลลาร์ สมมุตินงเป็นผู้ส่งออก นงเอาสัญญาที่เขาโอนมาเป็นเงินดอลลาร์ให้นง นงมีสัญญาว่า นงส่งสินค้าไปแล้วนงจะได้เงินดอลลาร์มาประมาณ 100 ดอลลาร์ นงเอาสัญญานี้มาแพ็คกับแบงก์ชาติ วิธีหนึ่งที่แบงก์ชาติจะช่วยได้ ก็คือแบงก์ชาติตั้งเรทเอาไว้ให้ที่ 30.5 ถึงแม้ข้อเท็จจริงมัน 28.5 ห่างกัน 2 บาท ไม่เป็นไร เท่ากับแบงก์ชาติแอดวานซ์ให้ไปก่อน เท่ากับแบงก์ชาติเก็บดอลลาร์นั้นไว้ วันไหนถ้ามันถึง 30.5 แบงก์ชาติค่อยขาย หรือถ้ามันเป็น 31 แบงก์ชาติก็กำไรสุทธิ .5 เข้าใจหรือยัง ฉะนั้นด้วยวิธีการอย่างนี้ ผู้ส่งออกไม่ลำบาก แต่ต้องหาจุดให้มันพอดี อย่างเช่น ตัวเลขไหนที่มันจะดี ผมว่าตัวเลขที่สวยที่สุดคือตัว 30-30.5 บาท ประมาณนั้น เพราะฉะนั้นแล้ว ใครเคยแพ็คขอขึ้นมาแล้วเกิดเงินบาทมันแข็งขึ้นมา 27 มันตายแน่เลย เพราะว่าเงินได้เข้ามาไม่พอใจ แบงก์ชาติรับส่วนต่างไป 3,000 เข้าใจหรือยัง นั่นคือวิธีแก้ จบ ไม่ต้องทะเลาะกัน
       
       จินดารัตน์ - จริงๆ เปอร์เซ็นต์ของผู้ส่งออกก็ไม่ได้หนักหนาเกินไปสำหรับการแบกรับภาระของแบงก์ชาติ ใช่มั้ยคะ
       
       สนธิ - มันมีผู้ส่งออกซึ่งแฝงตัวมาอยู่ในผู้ส่งออกไทย ก็คือพวกต่างชาติ เหมือนอย่างที่ผมเคยพูด ไม่รู้นงออกรายการวันนั้นหรือเปล่า ที่ผมบอกว่าจีดีพีบ้านเรา ทุก 100 เปอร์เซ็นต์ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นของต่างชาติ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ 15 เปอร์เซ็นต์เป็นของบิ๊กใหญ่ๆ ทั้งนั้น ปูนซิเมนต์ไทย เสี่ยเจริญ ธานินทร์ เจียรวรานนท์ เบียร์สิงห์ อีก 15 เปอร์เซ็นต์ ถึงลงมาถึงพวกเรา คนไทย ผู้ประกอบการเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแล้ว ผมมองว่าผู้ส่งออกที่ส่งออกไป สมมุติเอ็กซปอร์ตรถ คุณดูรถต่างชาติเอ็กซปอร์ตไปเป็นต่างชาติออกไป ซึ่งถ้าสมมุติเอ็กซปอร์ตรถต่างชาติมา แล้วมาแพ็กกับแบงก์ชาติ ไม่ควรให้แพ็ก ต้องแยกผู้ส่งออกด้วย อย่างเช่นผู้ส่งออกซึ่งต่างชาติเป็นเจ้าของ 100 เปอร์เซ็นต์ มันทำดับเบิลอินวอยซ์ เข้าใจใช่มั้ย ก็คือว่า ราคาต้นทุนมันเพิ่มสูงขึ้น เพื่อจะได้จ่ายคืนบริษัทแม่มันมากขึ้น เพื่อทิ้งกำไรในประเทศไทยให้น้อยลง แทนที่จะมีกำไรพันบาทในประเทศไทย มันลดกำไรเหลือแค่ 15 บาท เพื่อจะเสียภาษีเบส 15 บาท แต่กำไรของมัน 985 บาท ไปอยู่ที่เมืองนอกหมด วิธีทำกำไรแบบนี้ก็คือว่า มันสั่งของจากบริษัทแม่มันเข้ามา มันบวกเข้าไป บวกๆ ได้กำไรตรงนั้น เพราะฉะนั้นพวกนี้แบงก์ชาติไม่ต้องไปช่วย แต่ถ้าเป็นจิเวลรี การส่งออกจิเวลรี การส่งออกสินค้าอาหารทะเล ซึ่งเป็นของคนไทยแท้ๆ อย่างนั้นเราช่วยเขาแพ็กได้ ง่ายมั้ย นงฟังแล้วนงคิดว่ายังไง
       
       นงวดี - make sense
       
       สนธิ - make sense มั้ย
       
       นงวดี - ไม่งั้นถ้าถมเท่าไรก้ไม่พอ
       
       สนธิ - ไม่มีทาง อย่าไปถม ปล่อยให้เงินบาทมันแข็ง มันจะแข็งก็แข็งไป และที่สำคัญที่ผมงงอยู่ สมัยนั้นเงินบาท 32 บาท น้ำมันแม่งราคานึง วันนี้เงินบาท 28 มันห่างจาก 32 ประมาณ 4 บาท น้ำมันแม่งไม่ลด เข้าใจเปล่า ถ้าคุณกิตติรัตน์จะทำงานให้ดีต้องมาจับเรื่องนี้ด้วย คือคุณจะไปว่าประสารก็ไม่ได้ เพราะว่ากลไกในโลกนี้ เนื่องจากคุณทะลึ่งเอาเงินบาทไปผูกไว้กับWorld Currency ถ้าคุณปิดประตูเงินบาทคือว่า เงินบาทให้อยู่ในเมืองไทย ไม่ให้ออกไปนอก ไอ้พวกที่ฝากไว้ข้างนอกเราไม่รับ สมมุติเฉพาะอยู่ในเมืองไทย คุณจะต้องการเงินบาทคุณก็เอาดอลลาร์มาแลกเงินบาทเอาไปใช้ ก็ไม่เป็นไร อธิบายนี่แอนเข้าใจใช่ไหม มันซิมเปิ้ลใช่ไหม
       
       นงวดี - แต่ว่าในแง่มุมนักการเมืองเขาคงไม่ได้แค่ว่า อยากจะให้มันแข็งหรือมันอ่อนหรอก เขาคงอยากจะทำอะไรบางอย่างกับทางผู้ว่าด้วย
       
       สนธิ - คือเขาอยากปลดผู้ว่าอยู่แล้ว เขาอยากจะเอาคนของเขามานั่งเป็นผู้ว่า เพราะเขาเมื่อนั่งแล้วก็หาโอกาสล้วงเงินคงคลัง ในหลวงตามหาบัวออกไป พวกนักการเมืองคิดอย่างนี้ เข้าใจไหม ที่ผมเป็นห่วงขณะนี้คือ ในขณะนี้ไอ้ความที่มันจะสร้างโปรเจกต์ทำโปรเจกต์ใหญ่ มันไม่รีรอที่จะให้ไปล้วงเงินจากธนาคารออมสิน ถึงขนาดให้ธนาคารออมสินออกพันธบัตร เพื่อจะเอามาทำโครงการของมัน ตอนนี้ที่เงินมันล้วงหมดเลย เพียงเพื่อมันต้องการที่จะคอร์รัปชันกัน มีอยู่แค่นี้เอง
       
       จินดารัตน์ - แล้วหลายโครงการก็เจ๊งกันระนาว โครงการของรัฐประชานิยมทั้งหลาย ถังแตกไม่รู้เรื่องรู้ราว และก็หน้ามืด เขาบอกตอนนี้กำลังหน้ามืดตามัว
       
       นงวดี - ชักหน้าแต่ไม่ถึงหลัง แต่ไม่ยอมรับ
       
       จินดารัตน์ - ต้องรับกรรมกันไปใช่ไหมคะ อีกเรื่องนึงไม่รู้ว่า คนไทยจะดีใจดีหรืออะไร เป็นดิวที่ใหญ่มากๆ ซีพีซื้อแม็กโครกว่า 1.88 แสนล้าน
       
       สนธิ - ถือถ้ามองในยุทธศาสตร์ของซีพีแล้ว ซีพีเขาเป็นเจ้าของเซเว่น เซเว่นสัญญาของเขามีเฉพาะเมืองไทย เจ้าของเซเว่นคือใครรู้เปล่า ญี่ปุ่น แต่ก่อนเป็นของอเมริกาอยู่ที่เทกซัส และตอนหลังสาขาในญี่ปุ่นมันเยอะมาก จนกระทั่งญี่ปุ่นมันทำเงินมาก มันเลยไปซื้อเซเว่นที่เทกซัส ญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ ไลเซ็นส์เจ้าของซีพีในเซเว่นอยู่ในเมืองไทย ทีนี้ซีพีเขามองว่า พอเปิดเออีซีแล้ว ในกลุ่มประเทศอาเซียนเขาอยากจะขยายให้เราไป เขาขยายเซเว่นไม่ได้ เลยต้องเอาแม็กโคร ไอเดียของเขาเป็นอย่างนี้ ก็ถูกต้องถ้าเขาจะมองในแง่ของภูมิภาค แต่ถ้ามองในแง่ประเทศไทยผมเป็นห่วง เท่ากับซีพีคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเลย ตรงนี้ผมคิดว่า คือผมเบื่อกฎหมายผูกขาดของบ้านเรามันมี ในลักษณะที่ซีพีไปซื้อแม็กโคร มันเริ่มเข้าข่ายกฎหมายผูกขาดแล้วนะ เพราะผูกขาดกระบวนการใช่ไหม อย่างน้อยที่สุดเทสโก้โลตัสมันยังไม่มีเซเว่นถูกไม่ถูก มันอ้างได้ มันมีมันก็มีเทสโก้เอ็กซ์เพรสอย่างเดียว แต่มีไม่กี่เจ้า ถ้ามันโดนกฎหมายผูกขาดมันก็ปิดเทสโก้เอ็กซ์เพรส มันก็ทำเฉพาะเทสโก้ตัวใหญ่
       
       กฎหมายผูกขาดมี แต่มันมีคณะกรรมการพิจารณาว่า ใครผูกขาดหรือเปล่า นงรู้ใช่ไหมอยู่กระทรวงพาณิชย์ และนงรู้ไหมว่าใครเป็นคนประกาศ ไอ้พวกเหี้ยที่ผูกขาดทั้งหลาย นั่งกรรมการหมด นี่เรื่องจริงไม่ได้พูดเล่น ตัวแทนจากเหล้า เบียร์ช้าง ตัวแทนจากปูนซีเมนต์ไทย ตัวแทนจากซีพีนั่งอยู่ตรงนั้น และก็มีไอ้หลอมแหลมสักคนสองคน ที่เป็นฝ่ายที่ไม่เกี่ยวกับตัวแทนผูกขาด มันคุยกันทีไรก็ไม่ผูกขาดสักที เห็นหรือยัง นี่คือประเทศไทยไง เมืองไทยมันถึงบอกว่า เมืองไทยจริงๆ แล้วมันต้องการการปฏิวัติในเซ้นส์ของการปฏิวัติที่แท้จริง ปฏิวัติหมดทุกเรื่องเลย ปฏิวัติการผูกขาด ปฏิวัติจริยธรรม ปฏิวัติตำรวจ ปฏิวัติดีเอสไอ เหมือนอย่างถ้ามีการปฏิวัติขึ้นมา ดีเอสไอต้องยุบต้องยุบเลยนะ และมาตั้งใหม่ ไม่ใช่ตั้งกระทรวงยุติธรรม แล้วไอ้พนักงานดีเอสไอทั้งหมดให้มันทิ้งที่กระทรวงยุติธรรมเลย แล้วรับใหม่ ถ้าอย่างนั้นมีทางออก เพราะว่าถ้าไปเปลี่ยนแค่หัวเฉยๆ ไอ้รากตัวร้ายๆ ซึ่งมันเป็นพรรคพวกของเพื่อไทย มันยังมีอยู่ ทายาทอสูรยืนกันเต็มไปหมด ต้องยุบมันไปเลยนะ แล้วให้มันอยู่กระทรวงยุติธรรม
       
       จินดารัตน์ - ขออัยการอีกองค์กรนึงได้ไหมคะ
       
       สนธิ - อัยการแน่นอน อัยการยุบมันไปเลย กลับไปเป็นกรมอัยการเหมือนเดิม มีแค่อธิบดี รองอธิบดีและอัยการจังหวัดกลับไปเป็นเหมือนเดิมเลย แล้วในระยะยาวต้องยุบอัยการและฝ่ายสอบสวนของตำรวจให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน เรียกว่าสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ ไม่ต้องมีอัยการ ยุติธรรมไม่ต้องมีต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้นน้ำ แล้วปลายน้ำเลย มีกลางน้ำไว้ทำไม เอาไว้ตีกินไง ต่อรอง แล้วเงินเดือนอัยการต้องเท่าเงินเดือนผู้พิพากษา ตำรวจก็มีฝ่ายสอบสวน ใครเจริญเติบโตมาฝ่ายสอบสวนออกนอกไลน์ไม่ได้ ก็ต้องสอบสวนตลอดชีวิต จับ2ยุบไปเลยสิ
       
       จินดารัตน์ - สโลแกนของแมคโคร มิตรแท้โชห่วย ไม่ต้องเปลี่ยนแล้วนะคะ
       
       สนธิ - กระทืบโชห่วย มันกลายเป็นนักเลงของโชห่วย มันต้องแก้ตรงนี้ และถ้าซีพีเขาฉลาดต้องแก้ตรงนี้ด้วย แต่จริงๆ โชห่วยมันไม่มีอนาคตแล้ว ปัญหามันมี 2-3 อย่าง อย่างแรกคือมันรวมตัวกันไม่ได้ โชห่วยคือความเป็นปัจเจกบุคคล อาเตี่ย อาม่าตั้งร้านของชำมา 2 ห้องทำมานานแล้ว อาตี๋จบปริญญาตรีมาอยากจะทำอะไรก็ปรับปรุงทำใหม่ ให้มันสวยงาม โอเค เพอร์เฟกต์ แต่ตี๋มีปัญหาอย่างสู้เซเว่นไมได้ อาตี๋มีร้านๆเดียว เวลาตี๋สั่งซื้อบรีส 100 กล่องกับไอ้พวกเซเว่นสั่งซื้อบรีสแสนกล่องราคามันต่างกัน ฉะนั้นโชห่วยต้องวิ่งไปแมคโคร ไปซื้อของมาเป็นล็อตแล้วเอาเข้ามาขายในเมืองเพื่อที่จะให้คนประหยัดเวลา ในซอยบ้านเดินออกมาซื้อได้ แต่เดี๋ยวนี้เซเว่นขยายในซอย กลางซอยยังมี มันมีหมดทุกหัวระแหง พอมีเงินมากขึ้นตึกแถวที่ไหนว่างโลเคชั่นดีมันเช่าทิ้งไว้เลย แล้วไปเปิดที่หลังผมถึงบอกว่าเมืองไทยหรือในโลกนี้ที่ถูกที่สุดต้องจำกัดความรวยของคน เพราะถ้าคนมันรวยมากมันซื้ออะไรก็ได้ในโลกนี้ มันซื้อหมดทุกอย่างไม่พอสักที ไอ้คนอย่างเราทำมาหากินหาเช้ากินค่ำ วันจันทร์ขึ้นศาลอย่างนี้ นึกออกไหม มันก็ไม่มีที่ไป นั่งอยู่ดีๆไอ้ฉิบหายบ้านเราข้างๆโดนแม่งซื้อไปแล้ว โดนแม่งซื้อ วันดีคืนดีมันพูดว่าขายไหมพี่ผมจะซื้อ คือความรวยถ้าไม่จำกัดโลกฉิบหาย มันจะทำลายสิ่งแวดล้อม บางคนเหมือนอย่างเสี่ยเจริญ ที่อีมีใส่ตู้เอกสารเป็นห้องๆยังไม่พอใส่เลย ผมอยากรู้ว่าวันที่แกตาย ผมอยากจะไปสัมภาษณ์แกฉิบหายเลย บอกพี่เริญจะให้เผาโฉนดไปด้วยไหม แล้วพี่เริญเป็นมะเร็งจะตายแดกโฉนดแล้วพี่เริญจะหายไหม ผมอยากถามฉิบหายเลย
       
       จินดารัตน์ - ลูกหลานใช้ 3-4 ชั่วอายุคนยังไม่หมดเลยค่ะ
       
       สนธิ - นี่คือที่มาว่าทำไมเมืองนอกเขาถึงมีกฎหมายภาษีมรดก แล้วทำไมเมืองไทยมันไม่มี เพราะเมืองนอกเขามองว่าคนยิ่งรวย ยิ่งผ่องทรัพย์สมบัติให้ลูก แล้วสมัยนี้คนรวยในประเทศไทยส่วนใหญ่มันไม่ได้รวยด้วยความสุจริตนะ มันรวยเพราะมันซื้อนักการเมือง มันรวยเพราะมันยัดข้าราชการ วิ่งเต้น แล้วมันขูดรีดเอากับประชาชน คือไอ้พวกเรานี่ก็คือไอ้คนที่เป็นทาสรับใช้สังคมจริงๆ ไม่ใช่ไอ้พวกเสื้อแดง ไอ้พวก นปช. ไอ้พวก นปช.คือพวกทาส คอยสูบเลือดพวกเรา ซึ่งเลือดพวกเราคือการทำมาหากินอย่างตั้งใจและเอาเงินไปเสียภาษี มันไปสูบจากภาษี
       
       จินดารัตน์ - โดนทั้งล่างทั้งบนเลย
       
       สนธิ - โดนทั้งล่างทั้งบน งานนี้ แอนจำได้มั้ย ถ้าแอนจำได้ ถ้านงจำได้ หลายปีมาแล้วผมพูดตอนชุมนุม ตอนจะเลิก ผมบอกว่าพวกเราต้องรวมกันเอาไว้นะ ต้องรักกันไว้นะ อยู่กันนะ มีเท่าไรอยู่กันเท่านี้ ผมพูดนี่จริง ไม่จริง? ผมพูดกับชัชวาลย์ ผมคุยกับ อ.ปานเทพ คือชัชวาลย์เขาจะหงุดหงิด จะมีคนโทรศัพท์มาหาบุ๊ง บุ๊งก็ให้พูดกับชัชวาลย์ ว่าเนี่ย ผมเป็นพันธมิตรฯ นะ คุณต้องเลิกด่าประชาธิปัตย์เสียทีได้มั้ย คุณด่าอยู่เรื่อย ถ้าไม่อย่างนั้นผมไม่ส่งเงินบริจาคให้ ชัชฯ ก็ถึงใจเหมือนกันนะ คุณอย่าส่งเลย คุณจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องส่งมาหรอก เหมือนกัน วันนี้ถ้าใครรักเรา เข้าใจเรา บริจาคให้เรา เราขอบคุณ แต่ถ้าเพียงเพราะว่าคุณบริจาคให้เราเดือนละพัน หรือให้เราเดือนละหมื่น แล้วคุณมาบอกว่า ถ้าคุณยังไม่เลิกว่าประชาธิปัตย์ เรื่องโน้นเรื่องนี้ ผมจะไม่ให้เงินคุณ เอ๊ย คุณเอาเงินคุณยัดก้นคุณไปเลย ไปไหนก็ไป ผมไม่ต้องการ ผมอยากอยู่ในชุมชน หรือในกลุ่มคนที่เขาเข้าใจ หลักการ อุดมการณ์ เข้าใจธรรมที่เรานำหน้า แล้วคิดแบบเรา คิดดี ทำดี แบบเรา ไม่ขายชาติ ไม่ขายบ้านขายเมือง ใครผิดก็ว่าผิด ใครถูกก็ว่าถูก ไม่แบ่งแยก มึงจะหล่อหรือมึงจะไม่หล่อ ขอให้เป็นคนที่ดี เป็นคนที่ทำถูกต้อง มีคุณธรรม มีศีลธรรม มีจรรยาบรรณ โอเคหมดสำหรับเรา ผมถึงบอกว่าพวกเราต้องรักกันไว้เยอะๆ ถ้าใครไม่เข้าใจ จะไปไหนไปเลย ผมไม่หวง ผมไม่ห้าม แล้วผมจะไล่ส่งด้วย ฉะนั้นผมเป็นคนแรกที่พูด ไม่ต้องมาดูทีวีนี้ ถ้าคุณรับความจริงไม่ได้อย่ามาดู แล้วคนในพรรคประชาธิปัตย์บางคน ตัวดำๆ มีเครื่องบินส่วนตัวแล้วนะ
       
       จินดารัตน์ - เหรอคะ
       
       สนธิ - รู้ไว้ซะด้วย
       
       จินดารัตน์ - เหมือนจรกาบินได้
       
       สนธิ - ไม่รู้ มีเครื่องบินส่วนตัวแล้ว
       
       จินดารัตน์ - ตายแล้ว ระวังนะ เพราะได้ข่าวว่าในฟากฝั่งหนึ่งเขาเล่นกันถึงขั้นตัดสายน้ำมันกันแล้วนะ
       
       สนธิ - ผมไม่รู้
       
       นงวดี - แล้วดินฟ้าอากาศ ใครจะบังคับได้เนอะ
       
       จินดารัตน์ - มีเครื่องบินส่วนตัวต้องระวังนะ
       
       นงวดี - ครบเครื่องค่ะ วันนี้ ทุกเรื่อง
       
       จินดารัตน์ - แต่เหนื่อย เหนื่อยใจ เหนื่อยใจเหมือนเดิม
       
       สนธิ - ผมไม่เหนื่อย ผมก็อยากจะพูดความในใจให้แอนกับนงฟัง ให้ท่านผู้ชมฟังเหมือนกันว่า หลายคนก็บอกว่าผมเงียบไป ช่วงหลัง ผมไม่ได้เงียบหรอก ผมก็เฝ้าดูเหตุการณ์ดู แต่ว่าผมจะเข้าใจเรื่องราวดี และผมก็จะทำใจได้ตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะผมก็พูดตลอดเวลามันก็เป็นของมันอย่างนี้ล่ะ มันก็เป็นของมันอย่างนี้ล่ะ แอนไม่สังเกตเหรอว่าถ้าเป็นพันธมิตรฯ แท้ ถ้ามาหาผม แล้วคุยกันรู้เรื่อง ผมจะเป็นคนที่ไม่ปฏิเสธคน แอนก็รู้ ผมจะลงมาข้างล่าง มาทักทาย มานั่งคุยกันด้วย ไปไหนมาครับ อย่างโน้นอย่างนี้ มีโอกาสจะชวนกินข้าว แต่ว่าถ้าเป็นใครก็ตามที่มาแล้วมีผลประโยชน์ คือมันหมดยุคที่ผม หรือพวกเรา จะต้องเป็นเครื่องมือของใครอีกต่อไปแล้ว แล้วถ้าไม่อยากให้ผมเป็นแกนนำ ผมก็ไม่อยากเป็นเอาจริงๆ ผมอยากจะกราบลาพ่อแม่พี่น้องทุกคนไม่เป็นแกนนำได้ไหม แต่พี่ลองก็บอกว่า คุณสนธิออกผมก็ออกนะ พี่พิภพคุณออกผมก็ออกนะ จริงๆ แล้วเราเป็น ASTV แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วพี่ลองอยู่ไหนอ่ะ แต่พี่ลองก็อยู่ในใจพวกเราทุกคนใช่ไหม พอเกาะกลุ่มแล้วมีพี่ลอง มีผม มีพี่พิภพ มีอาจารย์สมเกียรติมันก็กลายเป็นแกนนำไปโดยปริยาย แต่การเป็นแกนนำมันอึดอัดใจเหมือนกัน มันไม่ใช่ไม่อึดอัดใจ โดนต่อว่า โดนต่อขาน บ้านเมืองเป็นขนาดนี้แล้วยังนั่งเฉยๆ เอาตายห่าจะให้ผมทำยังไงอ่ะ
       
       จินดารัตน์ - แบกรับทุกอย่าง
       
       สนธิ - แบกรับทุกอย่าง ก็ศาลเองก็ห้ามไม่ให้เคลื่อนไหว ถ้าเคลื่อนไหวก็ติดคุกทันที โอ๊ยคุณต้องยอมสิ ยอมติดคุก เอ๊ะทำไมคุณพูดหมาๆ แบบนี้อ่ะ
       
       นงวดี - คุณไม่ติดล่ะ
       
       สนธิ - ใช่ไหม
       
       จินดารัตน์ - ไอ้คนพูดไม่เคยมาชุมนุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
       
       สนธิ - ก็เข้าใจไง ทีนี้ผมก็บอกกับพี่ลองไง บอกกับพี่พิภพทุกคนก็เห็นด้วยว่า จริงๆ แล้ว การให้ปัญญาคนมันเป็นเรื่องใหญ่และมันเป็นเรื่องยาวไม่ใช่เรื่องจะสำเร็จได้วันสองวัน
       
       จินดารัตน์ - ต้องใช้ความอดทนสูง
       
       สนธิ - ต้องใช้ความอดทนสูง คือ มันก็มีคนกระแนะกระแหนตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อ่านรายการเราที่ถอดความมาแล้วก็มากระแนะกระแหน ศาสดาลิ้มบ้าง สาวกลิ้มบาง ผมเฉยๆ ผมไม่รู้สึกอะไร ผมไม่รู้สึกเลยนะแอน แต่บางครั้งผมก็อยากจะฝากบอกเหมือนกันว่า ในฐานะที่เป็นสนธิ ลิ้มทองกุล ถามทุกคนซิว่า ผมได้ให้กับประเทศนี้มามากพอหรือยัง ถามจริงๆ ไม่ได้โอ้อวดใดๆ ทั้งสิ้น ถามเลย คนที่เอาตัวรอดได้ ร่ำรวยได้ แต่ไม่ยอมเสียสละทรัพย์ทุกอย่าง ผ่านการตายโดนยิงมา 200 นัดมา ขึ้นศาลตลอดเวลาโดนคำพิพากษาเนี่ย ถามซิว่า คือๆ ผมเคยเราให้คุณฟังใช่ไหมว่า เสี่ยเจริญเขาเคยพูดกับลูกชาย แล้วลูกชายเขามาพูดกับลูกชายผม ลูกชายเขากับลูกชายผมเป็นเพื่อนกัน เขาบอกว่า ปั๊ป พ่อกูถามว่า พ่อมึงสติไม่ดีหรือเปล่า เขาบอกว่า พ่อมึงเป็นคนเก่งมากนะ ถ้าพ่อมึงจะทำมาค้าขายอะไรพ่อกูจะลงทุนด้วย เพราะพ่อมึงเก่งมาก เขาพูดอย่างนี้นะ แต่ที่พ่อมึงทำเนี่ย ทำไปแล้วได้อะไร ทำไปเพื่ออะไร สติไม่ดีหรือเปล่าใช่ไหม ผมก็มานั่งคิด เอ๊ะเจริญมันพูดถูกหรือเปล่า เข้าใจเปล่า ในข้อเท็จจริงมันถูกนะ มันพูดไม่ผิดนะ แล้วทำไมผมต้องเป็นอย่างนี้อ่ะ ไปไหนก็ไปไม่ได้อันตราย ออฟฟิตกลับบ้าน บ้านไปออฟฟิต กลางคืนอยากจะกินอาหารอร่อยๆ ตรงโน้นตรงนี้ก็ไปไม่ได้ แล้วพอมาคิดอีกทีหนึ่ง เอ๊ะบางครั้งเนี่ย สิ่งที่เราทำมันเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์บอกให้เราต้องทำ ผมมองว่า การที่ผมรอดตายจากลูกปืน 200 นัด มันเป็นสัญญาณที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บอกว่าผมต้องทำงานให้กับแผ่นดิน
       
       จินดารัตน์ - มีภารกิจรออยู่
       
       สนธิ - มีภารกิจรออยู่ใช่ไหม ก็ต้องอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่ออกไปประท้วงก็มาสู้เพื่อ ASTV แสดงจุดยืนให้สังคมไทยได้เห็นบางว่า มีความต้องการคุณงามความดี และมีคนซึ่งมันพยายามที่จะยืนเพื่อคุณงานความดี ใช่ไหม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาวันนี้ได้ยังไง วันนี้พูดไปพูดมาล้วก็นอกเรื่องกันพอสมควร
       
       จินดารัตน์ - ก็ดีค่ะ ได้รู้ความรู้สึกคุณสนธิบ้าง
       
       สนธิ - ใช่ไหม คือ จริงๆ ผมเคยพูดเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ผมไม่เคยได้พูดเท่าไร ผมมีความรู้สึกว่า เรียกร้องผมมากเกินไปหรือเปล่า ใช่ไหม ผมเห็นเศรษฐีหลายคนที่ร่ำรวยเหลือเกิน บอกคุณสนธิต้องออกนะ ผมไม่ได้เรียกร้องให้เขามาช่วยผมนะ แต่ผมไม่เห็นว่าเขามีน้ำใจอะไรกับสิ่งที่ผมทำไม่ว่าจะเป็นเอเอสทีวี ผมว่าพี่ลองเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐสุด สุดยอดของมนุษย์เลย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ท่านพูดตลอดเวลาเลยบอกว่า เอเอสทีวีจอดับไม่ได้นะ เอเอสทีวีคือปัญญาของประชาชน แสงสว่างจุดเดียวเท่านั้นเองที่สังคมไทยยังมีเหลืออยู่ เอาอย่างบลูสกายพูดถึงเขาหน่อยก็ได้ เขาเป็นโทรทัศน์ของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน เขาดูแลเพื่อปกป้องเป็นปากเสียงพรรคประชาธิปัตย์แต่ของเราเป็นปากเสียงให้กับประชาชนคนไทยและบางครั้ง แอนก็คงเหมือนผม ท้อเหมือนกันนะ เราสู้เรื่องต่างๆให้คนไทย แต่คนไทยนิ่งเฉย ไม่รู้สึก
       
       จินดารัตน์ - ถึงคราวเดือดร้อนก็เรียกร้องแต่พวกเรา
       
       สนธิ - ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่นิดเดียว
       
       นงวดี - คือทำทุกอย่างเท่าที่สามารถจะทำได้แล้ว แต่ก็รู้สึกว่าจะยังไม่เป็นที่รู้สึกพออกพอใจของ
       
       สนธิ - ก็จะทำต่อไป ไม่หยุด ผมก็บอกว่าเอเอสทีวี พอเราเอาเรื่องสุขภาพมา อ.ปานเทพ เอาเรื่องสุขภาพมา เครื่องทำน้ำด่างมาเพื่อเป็นประโยชน์ประชาชน ด่าผมอีก ขายสินค้ามากเกินไปหรือเปล่า กลุ้มใจจริงๆ พอมาดูรายการมีแต่ขายสินค้าผมไม่ดูดีกว่า ผมไปดูช่องอื่น คุณไปเลย คุณจะไปลงนรกที่ไหนไปเลย เวลาลูกน้องผมเงินเดือนออกไม่ทันเวลา ออกช้าบ้าง ไม่มีเงินเดือนจ่ายเขา ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน คุณมาช่วยอะไรผมไหม
       
       จินดารัตน์ - อย่างที่บอกมั้งคะ สังคมนี้เป็นสังคมคุณนะทำ
       
       สนธิ - เราพูดแล้วว่าเราเป็นคนปกติที่อยู่ในสังคมไม่ปกติ วันนี้ยาวนะ
       
       นงวดี - คุ้มกับที่ว่างเว้นไป 2 อาทิตย์
       
       สนธิ - มีคนเขาลงในเฟซบุ๊กบอกว่า เขาบอกว่า เนื่องจากหายไป 2 อาทิตย์วันนี้ต้อง 3 ชั่วโมง เกือบครบแล้ว
       
       จินดารัตน์ - งั้นวันอาทิตย์นะคะ วันนี้เราไม่ตอบคำถามกัน วันอาทิตย์นี้เป็นครั้งแรกที่คุณสนธิจะมาคุยทุกเรื่องกับสนธิ ที่นี่ไม่มีการเมือง ก็รวบรวมคำถาม คุณผู้ชมอยากฝากคำถามในหน้าเฟซบุ๊ก เขียนจดหมายมาก็ได้ หรือโทรศัพท์มาในขณะที่รายการออกสดก็จะได้ให้เจ้าหน้าที่เขาจดคำถามไว้ให้ก็จะตอบกัน ขอบคุณสำหรับคนปกติที่ดูเราในวันนี้ด้วย วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
พันธมิตรฯ สหรัฐจัดงานช่วย“เอเอสทีวี”เรียกร้อง คสช.ไฟเขียวออกอากาศ
“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 2 พ.ค. 2557 (ต่อ)....
"สนธิ"ชี้ท่าที"ประยุทธ์"จุดเปลี่ยน"มาร์ค"สะเออะเดินสาย-ทางออกประเทศต้องรัฐประหาร ขจัด"ระบอบแม้ว"จริงจัง
“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 25 เม.ย. 2557 (ต่อ)....
“สนธิ” ซัด “มาร์ค-ประยุทธ์” ตัวเตะตัดขา กปปส. - ลั่นให้กำลังใจ “สุเทพ” สู้อย่าถอย เชื่อ “แม้ว” ใกล้แพ้เต็มที
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014