หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ฝั่งขวาเจ้าพระยา
 

สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย นั่งร้านผุๆ ของอำนาจเก่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2556 21:06 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย นั่งร้านผุๆ ของอำนาจเก่า

สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย นั่งร้านผุๆ ของอำนาจเก่า

สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป.เป็นการรวมตัวของนักวิชาการ และประชาชนหลากหลายอาชีพจำนวนประมาณ 150 คน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบโต้ต่อสู้ในเชิงหลักการความคิดกับ กปปส.และที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัย(ทปอ.)และนักวิชาการจำนวนหนึ่งที่นำเสนอความเห็นไปในทิศทางที่พวกเขาอ้างว่า ขัดกับกติกาประชาธิปไตยในภาวะวิกฤติของบ้านเมือง
       
       หัวขบวนของ สปป.ประกอบด้วย นักวิชาการอย่างเช่น นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นายเกษียร เตชะพีระ นางผาสุก พงษ์ไพจิตร นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นขาประจำ วัวเคยขาม้าเคยขี่ เป็นองครักษ์พิทักษ์ระบอบทักษิณนั่นเอง แต่เปลี่ยนหน้ากากใช้ชื่อใหม่ในครั้งนี้
       
       คนพวกนี้คอยแก้ต่างให้กับระบบทักษิณมาโดยตลอด โดยใช้วิธี “ ตัดตีนให้เข้ากับเกือก” บิดเบือนข้อเท็จจริงให้เข้ากับทฤษฎี หลักความคิดแบบขึงตรึงตายตัว เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชูทฤษฎีชนชั้น ที่จิตนาการกันขึ้นมาเอง มาป้ายสีมวลชนที่ออกมาชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณภายใต้การนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชิปไตย เมื่อปี 2549 ว่า เป็นพวกชนชั้นกลางในเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์ จากการที่ระบอบทักษิณกระจายผลประโยชน์ที่เคยได้ไปสู่พวกรากหญ้าหรือคนเสื้อแดงที่พวกเขาสถาปนาให้เป็นชนชั้นกลางใหม่ในชนบท
       
       คนพวกนี้ทาสีสร้างความชอบธรรมให้กับเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม 2553 ที่ในกลุ่มผู้ชุมนุมมีการใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรง และการเผาบ้านเผาเมือง ว่า เป็นเพราะความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นมูลเหตุ ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์ว่าผู้ที่มาชุมนุมส่วนใหญ่ถูกเครือข่ายของระบอบบทักษิณว่าจ้างมา หลายคนต้องสังเวยชีวิตร่างกายเป็นบันไดให้ นช.ทักษิณ ชินวัตร เหยียบย่ำขึ้นไปสู่อำนาจ
       
       คนพวกนี้ บางคนเคยใช้ชือคณะนิติราษฎร์ เคลื่อนไหวให้ยกเลิกมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา เพื่อเป็นอิฐก้อนแรกในเส้นทางการโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ เคยตำหนิวิพากษ์วิจารณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยคดี เพียเงพราะว่าศาลเหล่านี้ตัดสินว่าการกระทำของ นช.ทักษิณและลิ่วล้อนั้นผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่คดีที่ดินรัชดาที่ศาลฏีกาพิพากษาให่จำคุก นช.ทักษิณ 2 ปี มาจนถึงกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ที่ศาลรัฐธรรมนูณวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ
       
       บางคนในคนพวกนี้ ใช้ชีวิตในบั้นปลาย ทำลายศักดิ์ศรี เกียรติประวัติของตัวด้วยน้ำมือของตัวเองผ่านบทความที่ชื่อ “ โครงการจำนำข้าว เปลี่ยนสังคมไทย” เพียงเพราะต้องการปกป้องโครงการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งบัดนี้เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า กำลังจะนำสังคมไทยตกลงไปในหุบเหวแห่งหายนะ
       
       คนพวกนี้ ไม่เคยมองเห็นความเลวร้ายการทุจริตคอร์รัปชั่น ความโหดเหี้ยมอำมหิตของระบอบทักษิณเลย พวกเขามองเห็นแต่สถาบันพระมหากษัตร์ย์ว่าเป็นสถาบันที่ขัดขวางพัฒนาการของประชาธิปไตย พวกเขาเห็นแต่ชนชั้นนำเก่า ชนชั้นนำใหม่ ไม่เคยเห็นความถูกผิด ความชั่วความดีของคน
       
       คนพวกนี้ ก็คือนั่งร้านที่ช่วยค้ำยันระบบทักษิณเอาไว้นั่นเอง
       
       วันนี้ คนพวกนี้มารวมตัวกันในนามสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป. ชื่อใหม่คนหน้าเดิม ภารกิจเดิม คือเป็นนั่งร้านค้ำยันระบอบทักษิณที่ไม่น่าเชื่อว่ากำลังผุกร่อนลงอย่างรวดเร็ว
       
       สปป. ก็คือ แนวรบด้านทฤษฎี ความคิดของระบอบทักษิณ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาอย่างเร่งด่วนเพื่อทำสงครามความคิดต่อสู้กับแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยที่แท้จริงที่มีคณาจารย์ ในสาขากฎหมายมหาชน ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นหัวหอกในการต่อสุ้ทางความคิด

       
       ความคิดในเรื่องประชาธิปไตยของสำนักท่าพระจันทร์และนิด้า เห็นว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน เมื่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำผิดกฎหมายแล้วประกาศว่าไม่ยอมรับอำนาจศาล ถือเป็นรัฐบาลเถื่อน ประชาชนก็มีความชอบธรรมที่จะทวงอำนาจนั้นคืนมาแล้วจัดการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงกติกาใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลอีก
       
       มวลมหาประชาชนนับล้านๆ คนที่เดินออกจากบ้าน เพื่อร่วมขับไล่ระบบอทักษิณ ภายใต้การนำของ กปปส.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทย ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นการแสดงเจตจำนงของประชาชนซึ่งหากรวมกับผู้ที่ไม่ได้ออกจากบ้านมาร่วมชุมนุมแต่ติดตามและแสดงความเห็นผ่านเครือข่ายสังคมในอินเทอร์เน็ตแล้วก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคนว่าไม่ยอมรับรัฐบาลที่ทำผิดกฎหมาย แม้ว่า รัฐบาลนั้นจะมาจากการเลือกตั้ง และไม่ยอมรับว่าการเลือกตั้ง คือ ใบอนุญาตให้ผู้ชนะทำตามอำเภอใจได้
       
       ความคิดที่ว่าประชาชนมีอำนาจอธิปไตยและมีอำนาจในการจัดการบ้านเมืองโดยผ่านสภาประชาชนเป็นความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนในช่วง 40 กว่าวันที่ผ่านมา เป็นการคิดนอกกรอบเดิมๆ ที่เห็นว่ามีแต่การเลือกตั้งเท่านั้นที่เป็นประชาธิปไตย
       
       ในขณะที่มวลมหาประชาชนติดอาวุธความคิดใหม่ก้าวรุดหน้าไปไกลแล้ว บรรดานักวิชาการที่เปลี่ยนหน้ากากใหม่มาใส่หน้ากาก ชื่อ สปป.กลับเดินถอยหลัง หันไปคว้ารัฐธรรมนูญ 2550 มากอด แล้วท่องคาถา การเลือกตั้งๆ การเลือกตั้งเท่านั้นคือ ประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่เมื่อไม่นานมานี้เอง นักวิชาการเหล่านี้แหละที่ประณามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเป็นผลพวงของการรัฐประหาร ที่ต้องถูกฉีกทิ้งไปให้สิ้นซาก
       
       แท้จริงแล้ว ภารกิจของนักวิชาการเหล่านี้ที่ใส่หน้ากากใหม่ชื่อ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย คือการช่วยประคับ ประคองรักษาสถานะเดิมของระบอบทักษิณที่กำลังถูกพลังของมวลมหาประชาชนซัดกระหน่ำ จนถอยร่นอย่างไม่เป้นกระบวน ภายในเวลาเพียงเดือนเศษๆ
       
       ครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้เอง นักวิชาการเหล่านี้เชิดชูระบอบทักษิณว่า คืออำนาจใหม่ ที่เป็นที่หวาดกลัวชิงชัง ของอำนาจเก่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นคือการต่อสู้ของอำนาจเก่าเพื่อรักษาสถานะเดิมของตนเอาไว้ บัดนี้ ระบอบทักษิณได้กลายเป็นอำนาจเก่า ภายในชั่วข้ามคืน ที่กำลังต่อสู้กับอำนาจใหม่คือ อำนาจของประชาชนเพื่อรักษาสถานภาพเดิมต่อไป
       
       บทบาทของสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย คือ ช่วยซื้อเวลา ต่ออายุของอำนาจเก่าออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้


ข่าวล่าสุด ในหมวด
ถ้าวันที่ 2 ก.พ.มีเลือกตั้ง จะ No Vote หรือ Vote No กำนันต้องบอกให้ชัด
ไอ้แม้วเอาวา ระบอบทักษิณ ปล้นข้าวชาวนา
มวลมหาประชาชน สู้ไม่ถอย
2 ก.พ.2557 ไม่มีเลือกตั้ง ทักษิณจะทำอย่างไร
บุคคลแห่งปี 2556 มวลมหาประชาชน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 43 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมไม่อยากให้คิดว่า เสียงคนส่วนใหญ่คือ กปปส.เพราะผมถือตามกฎหมายที่ถูกต้อง ถ้าให้ดีทำไมไม่ให้คนที่เขาต้องการลงคะแนนเสียงเข้าคูหาไปสิ แล้วดูคะแนนเสียง ผมว่ายังไงเสีย เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้เสียงไม่ถึงตามกำหนดแน่ๆ และทุกอย่างคงเป็นโมฆะและถูกต้องตามกฎหมายด้วย และ ทำไมต้องคิดว่าคนไม่เห็นด้วยกับ กปปส.ต้องเป็นเสื้อแดง ยังไงผมก็จะไปเลือกตั้งครับ และถ้าถูกขัดขวาง ผมแจ้งความแน่ๆครับ
kakegawabykubo@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อเห็นต่างข้อยุติคือการยอมรับมติหรือผลการเลือกตั้งเมื่อไม่ยอมรับก็ต้องลาออกจากประเทศนี้ไปไม่ใช่ไปไล่ผู้ที่เขาชนะในกติกาออกไป ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันคนที่ไม่มีปัญญาเท่านั้นที่เล่นนอกกติกา ไม่มีปัญญาแต่อยากปฏิรูปประเทศ
Hongthongbl@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วคุณล่ะค่ะ นั่งร้านผุๆของเสื้อเหลืองและคุณสนธิ ลิ้มหรือเปล่า?
จริงไหม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน อย่ายึดว่าแต่ตัวเองถูกฝ่ายเดียว ได้โปรดฟังความคิดของคนอื่นบ้าง อย่าผูกขาดความถูกต้องของคุณฝ่ายเดียว
pornsak@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่เข้ามาอ่านก็รู้แล้วว่าประชาธิปไตยไม่มีในที่นี้
tom_nopado@yahoo.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้ามีคนสนับสนุนและเห็นด้วยเยอะตามที่พูดมาน่าจะลงเลือกตั้งนะ เพราะมันเป็นวิธีที่ถูกต้อง นานาประเทศก็ยอมรับ อย่ามานั่งหลอกตัวเองเลยว่ามีผู้มาร่วมชุมนุม 5 ล้าน และทำเพื่อประเทศชาติ นี้แหละคือการโกงประเทศชาติแบบหน้าด้านๆ
skin white herb@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งนะมวลมหาประชาชน
คนไทยเหมือนกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นการแสดงเจตจำนงของประชาชนซึ่งหากรวมกับผู้ที่ไม่ได้ออกจากบ้านมาร่วมชุมนุมแต่ติดตามและแสดงความเห็นผ่านเครือข่ายสังคมในอินเทอร์เน็ตแล้วก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคนว่าไม่ยอมรับรัฐบาลที่ทำผิดกฎหมาย แม้ว่า รัฐบาลนั้นจะมาจากการเลือกตั้ง

โหยกมาว่ามี๒๐ล้านที่เห็นด้วย แล้วจะกลัวเลือกตั้งทำไมครับชนะขาดเห็นๆไม่ต้องมานั่งกลางถนนอย่างนี้ด้วย สู้เลยครับ ๒กพ. ชนะแน่ๆ
สปป.จัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมชอบอาจารย์พวงทอง มากๆ
hang-hang99@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วย
nitipong2508@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเด็นที่สำคัญในตอนนี้ที่ควรรู้คือ กติกาที่มีอยู่ตอนนี้ ทำให้ได้ผู้แทนและผู้บริหารที่รวมตัวกันออกนโยบายที่เป็นที่รู้กันทั่วว่าคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่และที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการออกกฏหมายนิรโทษคนทำผิดที่ถูกตัดสินแล้วโดยมีผลย้อนหลังหลายพันคน และยังเจตนาแก้ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีในรัฐธรรมนูญ
ถ้าคุณคิดเป็น คิดตามจะพบว่า
1.มีทั้งออกนโยบายเพื่อโกง
2.โกงแล้วถูกจับได้จะไม่ถูกตรวจสอบ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จ
3.หากถูกตรวจสอบจนตัดสินว่าผิดแล้วก็ได้รับการนิรโทษความผิด ตามที่เร่งรีบใช้พวกมากเร่งออกพรบ.นิรโทษ
ทั้งหมดนี้ถูกระงับลงโดยมหาประชาชนที่ร่วมใจออกมาต่อต้าน ตามที่เรียกว่านอกกติกาตามคำนิยามของ สปป. ลองนึกดูถ้าตามกติกาที่สปป.ว่านั้น ไม่มีมหาประชาชนออกมาต่อต้านพวกคุณยินดีให้เกิดใช่ไหม แต่... แต่ถึงแม้จะระงับไปแล้วแต่เจตนาได้เกิดขึ้นแล้ว จึงเกิดความไม่ไว้วางใจและต้องการร่วมใจกันแก้ไขกติกาที่คิดว่ามีข้อผิดพลาดก่อนที่จะเกิดซ้ำซากอีก ตามที่นักปราชญ์ ผู้รู้ท่านกล่าวว่า โง่... หากรู้ว่าผิดซ้ำซากแล้วยังปล่อยให้เกิดขึ้นอีก
สปป.อธิบายด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การปฏิรูปประเทศไทยโดยประชาชนเพื่อประชาชนและเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งชาติ

ไม่ว่าจะอาชีพไหน ยากดีมีจน หรือ ร่ำรวยล้นฟ้า ไม่ว่าเด็ก หรือ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน หรือแม้แต่ ขอทาน

ทุกคนต่างก็เป็นเจ้าของประเทศด้วยกันทั้งนั้น หรือจะแม้แต่คนที่ทำผิดรับโทษแล้วโดนจับติดคุก ทุกคนก็คือประชาชน คนไทยเหมือนกัน ใช่เค้าจะชั่ว กันมาแต่กำเนิด แต่เพราะสภาวะในสังคม ความเป็นอยู่ที่มันบีบบังคับ

ให้คนเหล่านั้น หลงผิด คิดร้ายคิดชั่ว เพียงเพราะความคิดชั่ววูบ แต่ถ้าพวกเค้า มีที่ทำมาหากิน ที่อยู่ให้พวกเค้า ทำมาหากินกันอย่างพอเพียง แล้วสังคมไม่พัฒนา เพิ่มให้เกิดสิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น อบายมุขทั้งหลายทั้งปวง สิ่งเสพติด

ง่ายๆ แล้วกัน ความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน 5 ประการที่มนุษย์ทุกคนประชาชนคนไทยเจ้าของประเทศต้องได้รับ อย่างเต็มกำลัง เต็มที่ เต็มความสามารถ ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน การศึกษา สาธารณสุข และความเป็นอยู่ที่ไม่โดนเอารัดเอาเปรียบ

แค่นี้เอง ที่ประชาชนชาวบ้านทั่วไป ที่หาเช้ากินค่ำ ชาวไร่ชาวนาชาวสวน คนยากคนจน ต้องการได้รับ เค้าไม่ได้ต้องการอะไรกันมากหรอกคนธรรมดาเดินดิน น่ะ ไม่ได้โลภ ไม่ได้อยากได้ของใครมาเป็นของตัวเอง กันหรอก แค่อย่ามาเบียดเบียน หรือ สร้างความเดือดร้อนให้ก็พอ และต้องได้รับความเป็นธรรม เมื่อเกิดปัญหาจากการเอารัดเปรียบจากหน่วยงานรัฐ หรือนโยบายของรัฐ แค่นี้เอง

พวกเค้าก็จะใช้ชีวิตของพวกเค้ากันต่อไป เพื่อทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูก

การปฏิรูปประเทศ ในความคิดเห็นตัวเอง ก่อนอื่น ต้องเอา ปตท กลับมาเป็นของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ได้แค่เพียงคนกลุ่มก้อนเดียว แล้วนำมาบริหารจัดการใหม่ โดยที่ประชาชนต้องรับรู้ทุกอย่าง โดยละเอียด ติดตามได้ ทุกอย่างที่อยู่ในความดูแลของรัฐ ที่ประชาชนคนไทยต้องได้ใช้ ได้รับรู้ อย่างเท่าเทียมกัน

ทุกคน ไม่ใช่รับรู้แค่นักการเมือง ข้าราชการทุกภาคส่วน คนมีอำนาจในบ้านเมือง นักธุรกิจ พวกสื่อ เช่น

ประชาชนต้อง ได้รับรู้ว่าประเทศไทยมีทรัพยากร อะไรบ้างบนแผ่นดินไทย แล้วมีสัมปทานอะไรบ้างที่คนไทยทุกคนต้องเป็นเจ้าของ เท่าเทียมกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแลรักษาไว้ เก็บไว้ให้กับลูกหลานเหลนโหลน คนไทยทุกคนสืบต่อไป ไม่ใช่มีแค่พวกลูกหลานเหลนโหลน ของคนแค่บางกลุ่มบางก้อนที่เอ่ยมา ข้างต้นเท่านั้น ที่ได้รับรู้ แล้วกอบโกย
จนลูกหลานชาวบ้านลำบาก

มันก็เลยเกิดเป็นปัญหาสังคม เพราะความเป็นอยู่ที่เจ้าของประเทศเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริงโดนเอารัดเอาเปรียบ นั่นเอง

หลังจากเอา ปตท ทรัพย์สมบัติ ของคนไทยทั้งชาติเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาจัดสรร สัมปทาน โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรศัพท์ การสื่อสาร ให้ประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของ เข้าไปมีสิทธิ ได้ใช้ ได้รับรู้ ได้ดูแล และควบคุม อย่างแท้จริง เราต้องช่วยกันคิดจะทำยังไง

แต่ในความคิดของตัวเอง คือ กระจายสื่อ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ พิมพ์ ให้เพิ่มมากขึ้นหลายช่องทาง และต้องทำให้ประชาชน ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ใช่รับใช้นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ เหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

ต้องทำให้รับใช้ประชาชนคนไทยทั้งชาติ ด้วยการตั้ง กติกา หลังจากกระจายให้คนไทยทุกคนมีสิทธิ์มีสิทธิ์ ได้เป็นเจ้าของ

ตามกำลังของ คนที่อยากเข้ามาทำอาชีพ นักข่าว นักแสดง ทุกคนที่อยากเข้ามาทำกิจการ ในเรื่อง สัมปทานนี้

ต้องตั้งกติกาว่า ให้ทำเพื่อประชาชนให้มากที่สุด กำหนดสัดส่วนเลย อาจจะ ทำเพื่อประชาชนและส่วนร่วม

ต้องให้ได้ประโยชน์สูงสุด 90% ส่วน 10% ก็ให้ทำเพื่อส่วนตัว ถ้าใครทำไม่ได้ หรือ ทำผิดกติกา ก็ให้มีบทลงโทษ

ยกเลิกสัมปทานได้ทันที และต้องมีโทษหนัก ๆ เพื่อกันไว้ไม่ให้พวกนักการเมือง หรือคนมีอำนาจมาสั่งการหรือควบคุม

ได้อีก ต้องให้ประชาชนทุกคน ดูแลและควบคุม อย่างดารา บางคน อยากทำรายเกี่ยวกับเด็ก ก็ให้รวมตัวกันเลย ทำรายการเกี่ยวกับเด็ก ต้องให้ได้ประโยชน์สูงสุด 90% แล้ว 10% ที่เหลือก็ค่อยแบ่งกัน ประมาณนี้อ่ะ

อย่างโทรทัศน์ ใครอยากทำเกี่ยวกับ ละคร ก็รวมกลุ่มกัน แต่ต้องให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด เท่าที่จะทำได้

อาจจะเหลือ 70 – 80% หรือจะ 60 – 70 % ที่เหลือก็จัดสรรแบ่งปันกัน เพราะ ละคร มันคือสิ่งที่สะท้อนสังคม

มันก็ต้องมี ทั้งเรื่องไม่ดี สิ่งไม่ดี ปนกัน เลยต้องลด % ลง และต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆ รุ่นใหม่ได้เข้าไปแสดงความ

สามารถ ผ่านช่องทาง ของสื่อทางโทรทัศน์ อย่างเท่าเทียมกันทุกคนนะ ไม่ใช่กระจุก อยู่แค่ลูกหลานดารา
เหมือน กับ การเมือง ที่คิดจะยึดการปกครองกันทั้งตระกูลจนชั่วลูกหลาน ไม่ได้นะ ต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆ ลูกหลานคนไทยเจ้าของสัมปทาน ได้ไปแสดงความสามารถ เพื่อเป็นการพัฒนา และเพื่อเป็น วิวัฒนาการณ์ ที่ดีขึ้นยิ่งๆขึ้นไป

แล้วคนที่จะทำช่องทางเกี่ยวกับอาชีพ นักร้อง เกี่ยวกับ เพลง ก็ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเท่าเทียมกัน จับกลุ่มกัน รวมตัวกัน เพื่อให้ประชาชนคนไทยที่จะทำในอาชีพนี้ ไม่โดนเอารัดเอาเปรียบ จากค่ายเพลงใหญ่ๆ

อีกต่อไป จากการเก็บลิขสิทธิ์ แบบ บ้าๆ บอๆ เปิดฟังในร้านอาหาร ก็โดน ชาวบ้านเอาไปร้องเพื่อหาเลี้ยงชีพ ก็โดน โดนจับ ปรับกันเป็นหมื่น บ้าไปแล้ว อันนี้ต้องช่วยกันคิดหาทางออกให้คนไทยทุกคน อย่างเท่าเทียมกันทุกคน เพื่อให้อนาคตลูก หลาน คนไทยทุกคนจะได้มีอาชีพนี้ อย่างไม่โดนเอารัดเอาเปรียบกัน อีกต่อไป และเปิดโอกาสให้เยาวชน

เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถ ทำได้โดยที่ไม่ต้อง โดนพวกสัญญาบริษัทบ้าบอ มาเอารัดเอาเปรียบ เหมือนเป็นทาส

มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนคือเจ้าของอำนาจ และเจ้าของประเทศ ต้องจัดการคิดหาทางออก ร่วมกันเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

แล้ว สื่อสารมวลชน ไม่ว่าจะเป็น สื่อทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ อันนี้ต้องทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด จริงๆ และต้องทำยังไงให้ประชาชนทุกคน ได้รับรู้รับฟัง ข่าวสาร อย่างตรงไปตรง และเป็นข่าวสารที่แท้จริง โดย

ไม่บิดเบือน รับใช้นักการเมือง หรือรับใช้คนที่ให้ผลประโยชน์ ต้องให้ปัญญา ให้การรับรู้ กับประชาชนทั้งประเทศเท่านั้น

ต้องให้ได้ประโยชน์สูงสุด 95 % - 90% ที่เหลือก็เอาไปจัดสรรแบ่งปันกัน การโฆษณา ก็ต้องให้ประชาชนทุกคนได้รับ

ประโยชน์ ต้องให้ สินค้าที่ประชาชนทำขึ้นมา ที่ผ่านการตรวจสอบจาก อย สคบ ว่าไม่อันตราย และไม่เอาเปรียบประชาชน

ได้ใช้สิทธิ์โฆษณา ผ่านสื่อ ต่างๆ ทั้งทาง วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

แล้วต้องเปิดช่องสื่อสาร สาธารณะ ที่ประชาชนเป็นเจ้าของ ที่ประชาชนดูแลกันเอง และมีผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น

โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โดยที่ต้องได้รับการดูแลจากหน่วยงานรัฐเรื่องค่าใช้จ่าย แต่รัฐไม่มีสิทธิ ยึด หรือ แทรกแซงเด็ดขาด ถ้ารัฐ มายึด มาแทรกแซง เพื่อไปรับใช้อำนาจรัฐ ต้องโดนลงโทษอย่างหนัก ต้องรับโทษหนักที่สุด ต้องออกจาก

การเป็นรัฐบาลทันที ถ้ามีการแทรกแซง ไม่ว่าหน่วยงาน องค์กรณ์ อะไรหรือหน่วยงานไหน รัฐบาล ห้ามเข้าไปแทรกแซง

ถ้ามีการแทรกแซง จากรัฐบาล ไม่ว่าจะ หน่วยข้าราชการ หรือ กิจการใดๆ ทั้งสิ้น ต้องรับโทษหนัก ด้วยการปลดออกจากการเป็นรัฐบาลทันที และต้องได้รับการตรวจสอบโดยทุกภาคส่วนของสังคม และรับโทษสูงสุดกับคนที่ยอมรับใช้อำนาจรัฐ

เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และยอมรับใช้ขายตัวให้ กับ นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ ต้องจัดการให้หนัก ติดคุก ยึดทรัพย์ไม่มีการลดโทษ หรือ อภัยโทษ ศาลเดียวจบ ไม่การรอลงอาญา ใดๆ ทั้งสิ้น

เปิดช่องทางให้ประชาชน ได้รับรู้ข่าวสาร การเมือง บ้านเมือง อย่างถูกต้อง ไม่บิดเบือน เพื่อจะโดนหลอกให้พวกนักการเมืองหรือ คนมีอำนาจมาหลอกใช้ เพื่อสร้างความวุ่นวายอีกต่อไป ต้องใช้ช่องทางการสื่อสารทั้งหมดที่มี

เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และที่สำคัญ และมีผลมากเลย การสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ ทั้งหลายทั้งปวง

ประชาชนต้องได้รับรู้ความจริง และใช้ประโยชน์ได้จากช่องทางเหล่านี้ อย่างสูงสุดเท่าเทียมกัน

ต้องจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ให้ประชาชนคนไทยเจ้าของประเทศทุกคน ได้รับสิทธิ์ครอบครองเป็นของตัวเอง โดยชอบธรรมอย่าแท้จริง เพื่อที่จะได้เลี้ยงชีพตนและครอบครัว ต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาระของสังคม อย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ที่ทำมาหากินของประชาชนชนชั้นกลาง จนลงมาถึง ชนชั้นยากจน ต้องให้ที่ทำมาหากิน กับทุกคนโดยที่ไม่โดน

เอาเปรียบ รีดไถ่ รีดนาทาเร้น จากหน่วยงานของรัฐอีกต่อไป จะเป็นการจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ก็ดี ต้องต่อสัญญา ตามที่หน่วยงานรัฐกำหนดก็ดี หรือ จะเป็นการเรียกเก็บ ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ก็ดี ต้องยกเลิกให้หมด ให้เป็นการจ่ายเป็น

ค่าบำรุงรักษา แก่รัฐคนละเท่าไหร่ ก็ว่ากันไป แต่ต้องได้รับความเป็นธรรม ทั่วกันทุกคนที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่ไม่จ่ายตังค์ จ่ายเงินจ่ายทอง ให้ ก็ไม่ให้ขาย ขายไม่ได้ แล้วเอาคนมาทุบ มาตี ประชาชนเพื่อไล่ให้ออกไป เหมือนที่เกิดขึ้น ที่เห็นกันอยุ่

ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ที่เป็นของหน่วยงานรัฐ ที่ประชาชนได้ไปเข้าไป อยู่อาศัย หรือว่าใช้เป็นที่ทำมาหากิน ไม่ว่าจะเรียกว่า ที่ของเทศบาล ก็ดี ที่ของ รถไฟ ก็ดี ที่ราชพัสดุ ก็ดี ทุกอย่างต้องให้ประชาชน

มีสิทธิ์โดยชอบธรรม ถือครองเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องชอบธรรมให้หมด เพื่อกันการโดนเอารัดเอาเปรียบ
หรือมาทำลาย ทำร้าย จากพวกกลุ่มอิทธิพล ต่างๆ อย่างพวก วินมอร์ไซด์ วินรถตู้ หรืออะไรที่พวกมีอิทธิพล ควบคุมเอารัดเอาเปรียบ ข่มขู่ ข่มเหง เจ้าของประเทศที่มีสิทธิ์ ทำมาหากินในฐานะเจ้าของประเทศอีกต่อไป

หลังจากให้สิทธิ์อันชอบธรรม ในการมีที่อยุ่อาศัย ที่ทำมาหากินอย่างเท่าเทียมกันแล้ว เราก็มาคิดว่า
จะเก็บเงิน เพื่อให้เอาไปพัฒนาประเทศของเรายังไงต่อไป อาจจะเป็นการเรียกเก็บ เป็นค่าบำรุง ก็ได้
คนละเท่าไหร่ กำหนดให้ชัดเจนกันไปเลย และประชาชนทุกคนเจ้าของอำนาจก็ต้องจ่ายให้ตามที่กำหนด

ไว้ทุกคน เพื่อเป็นการจ่ายเพื่อเอาไปพัฒนาประเทศ เช่น จะจ่ายแบบการเสียภาษี ก็ได้ แต่ต้องจ่ายทุกคน ที่มีอาชีพ ที่มีอาชีพ นะ ไม่ใช่มีเงิน เพราะบางคนมีเงินแต่ ได้เงิน มาจากพ่อ แม่ หรือ สามี หรือ ภรรยา หรือ ลูก เลี้ยงดูอยู่ แบบนี้ไม่ได้นะ ต้องเก็บคนที่มีอาชีพอย่างแท้จริง แล้วทุกคนก็ต้องซื่อสัตย์ ต้องเสียสละ เมื่อ รับ แล้ว ก็ต้องเป็น ผุ้ให้ ด้วยเช่นกัน ไม่งั้นประเทศก็จะไปไม่รอด หรือจะจ่าย เป็นค่าบำรุงดูแลรักษา หรือ จะเป็นการให้ด้วยการบริจาค ก็แล้วแต่

ประชาชนผู้มีน้ำใจ ใจบุญ แบบนี้สังคมไทยของเราทุกคนก็จะเดินไปข้างหน้า ด้วยกันได้ อย่างเท่าเทียมกันและเสมอภาค

การศึกษาต้องปฏิรูป เอาวิชาต่างๆตั้งแต่ สมัยพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี กลับมาให้ลูกหลานเราเรียนใหม่ ทุกวิชา ๆ ที่ทำให้เด็กๆ ได้รู้จัก รากเง้าของคนไทย รู้จักวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของรากเง้าของคนไทย รู้รักวัฒนธรรมไทย รู้จักสังคนแบบคนไทย และรู้จัก ภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศของตัวเอง เริ่มตั้งแต่เด็ก จนเรียนจบ ต้องค่อยๆให้ศึกษา ต้องค่อยๆ

ให้ความรู้ ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียน จนถึง เรียนจบระดับสูงสุด ไม่ใช่เรียนเพียงเพื่อแค่ รับใบประกาศ ใบปริญญาอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จนมีคำพูดที่ว่า ความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด ยิ่งเรียนสูง ความเห็นแก่ตัวก็สูงตามกันไปด้วย มันเลยทำให้สังคมเกิดความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เรื่องของกู ไม่อยากยุ่ง อยู่เฉยๆดีกว่า เราต้องเปลี่ยนเป็นสังคมไทย ที่มี ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ มีน้ำใจแบ่งปันซึ่งกันและกัน เพราะนี่คือ ความเป็นไทย ของสังคมคนไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ

แต่เพียงเพราะพวกนักการเมือง พวกมีอำนาจที่คิดจะยึดครองผลประโยชน์ของประเทศไปเป็นของตนและพวกพร้อง เลยทำให้ทุกอย่างของคนไทย ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากไม่เคยเห็นแก่ตัว จากเป็นคน มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน มีเมตตา เห็นอกเห็นใจกันซึ่งกันและกัน กลายเป็น เห็นแก่ตัว และเปลี่ยนเป็นเลวร้ายลง จนสังคมไทยถึงต้องแตกแยก

เพราะที่เรียกว่า ความเจริญ นี่แหละ จึงทำให้คนเสื่อมทรามลง เพราะคิดแย่งชิง เอาตัวรอด เพื่อให้อยู่รอดได้ในสังคม แทนที่ ความเจริญ เพิ่มมากขึ้น คนก็น่าจะมีจิตใจ ที่เจริญไปในทางที่ดีเพิ่มมากขึ้น แต่นี่ตรงกันข้ามเลย ต้องช่วยกันคิด และ ช่วยกันเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ด้วยการเริ่มจากตัว คนไทยทุกคน และปลูกฝัง ลูกหลานของเรา ให้โตมาอย่างมีคุณภาพ อย่างเป็นคนดี เพื่อเป็นอนาคตที่ดีของชาติบ้านเมือง และ เพื่อความมั่นคงเป็นปึกแผ่น และเพื่อเป็นเป็นรากฐาน ให้กับสถาบันสูงสุด ได้อยู่คู่บ้านคู่เมือง ตลอดไป โดยที่ไม่มีใครหน้าไหนคิดจะมา ทำร้าย ทำลาย หรือ ใส่ร้ายป้ายสี หรือ ริทรอนพระราชอำนาจ ของสถาบันสูงสุด ได้อีกตลอดไป ต้องช่วยกัน คนไทยเจ้าของประเทศทุกคน

ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และปลูกฝังให้เด็กไทยรุ่นใหม่รักชาติ รักแผ่นดิน หวงแหนสมบัติ ทรัพยากร สัมปทาน ที่คนไทย ทุกคนเป็นเจ้าของ เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแล รักษาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน

และ ต้องมีช่องทาง ที่ประชาชน จะสื่อสาร ยึดโยง กับ สถาบันสูงสุด ได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องผ่านใคร ผ่านอำนาจใด หรือ ผู้ใด อีกต่อไป เพื่อทำให้ประชาชนรุ่นลูก รุ่นหลาน ได้ยึดโยง ยึดเหนี่ยวจิตใจ กับสถาบันสูงสุด ด้วยใจเพื่อความมั่นคง เพื่อกันการแตกแยก ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะน้ำมือพวกคิดแย่งชิงอำนาจจากประชาช และ ยึดพระราชอำนาจ ไปจากประชาชน และ สถาบันสูงสุด เราต้องช่วยกันคิดหาทางต่อไป

และต้องให้มีช่องทางสื่อสาร กับ สถาบันสูงสุด กับประชาชน ได้โดยทั่วถึงกัน เช่น ต้องให้มีช่องโทรทัศน์ เพื่อถ่ายทอด โครงการพระราชดำริ ของในหลวง พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท และสิ่งต่างๆ ที่สถาบันสูงสุด ทรงทำเพื่อประชาชน
คนไทยอย่างแท้จริง โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเลยแม้แต่น้อย และทุกอย่างเป็นประโยชน์ กับคนไทยทั้งแผ่นดินทั้งนั้น ประชาชนคนไทยต้องช่วยกัน ทำให้ได้ทำให้สำเร็จ ในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทุกคนทั้งชาติ

ที่คิดได้ในความคิดส่วนตัว มีเพียงเท่านี้ เพื่อเสนอเป็นแนวทางเพื่อเป็นประโยชน์ กับความคิดของคนไทยทุกคนบ้างไม่มากก็น้อย แต่คิดด้วยใจที่บริสุธิ์ อย่างแท้จริง ไม่มีอะไรแอบแฝง ทั้งนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางความคิด แล้วตกผลึกทางความคิด แล้วมาช่วยกันคิดกันสร้างประเทศไทยของเราใหม่ ให้เป็นประชาธิปไตย แบบคนไทย

ให้ เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อย่างแท้จริง ในแบบของคนไทยเอง ไม่ต้องไปทำตาม ชาติอื่น หรือประเทศอื่น เอามาแค่เป็นแนวทาง เพื่อมาพัฒนาปรับปรุงเท่านั้นก็พอ

เราต้องเปิดช่องทางสื่อสารของคนไทยเจ้าของประเทศถึงกันได้ทั้งประเทศ และ ทั่วโลก ใช้โลกออนไลน์ ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ในประเทศไทย บนผืนแผ่นดินไทย และทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น ของกันและกัน เพื่อนำมาเป็นการตกผลึกทางความคิด แล้วร่วมกันพัฒนาประเทศไทยของเราให้เจริญ และ มั่นคงและยั่งยืน สืบไปจนรุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน รุ่นโหลน ของเราทุกคน

หลักๆ ที่อยากจะเสนอในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญหลักๆ มีดังนี้

1 . ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย และมีบทลงโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรงเมื่อ สำหรับ ผู้ที่ทำหน้าที่รักษากฎหมาย ทำผิดกฎหมาย และไม่ยอมรับ ทำตามกฎหมาย กันซะเอง และใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดปัญหาต่อสังคม เช่น

ตำรวจ ต้องรื้อและจัดระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งประเทศ เพื่อให้ตำรวจทุกคนได้ทำหน้าที่รักษากฎหมายให้เป็นกฎหมาย ไม่ใช่นำกฎหมายมารับใช้คนมีเงิน มีอำนาจ หรือ รับใช้พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง เพียงเท่านั้น แล้วนำกฎหมายมาใช้รังแกประชาชนหาเช้ากินค่ำ กับเด็กๆ และชาวบ้านตาสีตาสา ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องทำให้ตำรวจทำเพื่อรับใช้ประชาชน โดยแท้จริง และไม่ใช่มา รีดไถ่ เก็บส่วย หรือข่มขู่ ข่มเหง รังแกประชาชนได้อีกต่อไป เราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำยังไง แล้ว พวกตำรวจ ยศผู้น้อย พวกท่านก็ต้องออกมา

ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง ระบบ ตำรวจของพวกท่านกันเอง เพื่อที่จะได้ไม่มีคำว่า นายว่ายังไง ลูกน้องว่ายังไง โดยไม่นึกถึงว่าสิ่งนั้น ถูก หรือ ผิด เพื่อสร้างความเสมอภาคของพวกท่านในองค์กรณ์ ตำรวจ ของพวกท่าน เพื่อประโยชน์ของตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริง และทำหน้าที่ ดูแล และ รักษาทรัพย์สิน ชีวิต ของประชาชนคนไทยทุกคน ที่เป็นเจ้านายของตำรวจไทยอย่างแท้จริง

ทหาร ก็เช่นกัน พวกท่านก็ต้องออกมาคิดมาช่วยกันสร้างความเสมอภาค ในองค์กรณ์ ของพวกท่านกันเอง
เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อย่างแท้จริง เพราะคนไทยทุกคนคือเจ้านายของทหารไทยอย่างแท้จริง

ไม่ใช่พวกนักการเมือง หรือ คนที่คิดจะยึดอำนาจในบ้านในเมืองนี้ไปเป็นของตัวเองและพวก และเพื่อผลประโยชน์อันเท่าเทียมกันกับ ตัวนายทหาร ทุกนายเอง ไม่ใช่นายรับใช้พวกมีอำนาจ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน แล้วสั่งลูกน้อง ไปทำหน้าที่ในทางที่ผิด ลูกน้องก็ต้องทำตามคำสั่งนั้น เพราะไม่งั้นจะผิดระเบียบวินัย และโดนนายลงโทษ

ต่อแต่นี้ไม่ใช่อีกแล้ว นายผิด โกงกิน รับเงินรับทอง เอาผลประโยชน์ของคนไทยทั้งชาติไปเป็นของตน ด้วยการยอมเป็นขี้ข้านักการเมือง หรือ คนมีอำนาจบริหารบ้านเมือง เพื่อแลกกับ งบประมาณ แล้วผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองและลูกน้องเพียงไม่กี่นาย กี่คน แล้วทำให้ ทหารยศผู้น้อยต้องลำบาก เงินเดือนนิดเดียว แต่ต้องเสี่ยงชีวิต เสี่ยงตาย ทำตามคำสั่งที่ผิดๆ ของนาย ไม่ว่า ตำรวจ หรือ ทหาร ต้องจัดการระบบ ระเบียบ ของพวกท่านกันเอง เพราะมันเป็นโอกาสของพวกท่าน

เพราะ ไม่ว่า ทหาร หรือ ตำรวจ ก็เป็นประชาชนคนไทยเจ้าของประเทศเหมือนกันทุกคน แต่มีหน้าที่รับผิดชอบ คือ เป็นทหาร หรือ ตำรวจ พอถอดเครื่องแบบ ก็คือ ประชาชนนั่นเอง อย่ายึดติด แล้วเที่ยวกร่าง กับ ชาวบ้านชาวเมือง ว่าข้านี่ ทหารนะ ตำรวจนะ ต่อไปนี้จะไม่มีอีกต่อไป สังคม ทหาร ตำรวจ เลวๆ แบบนี้ ประชาชนต้องช่วยกันคิด ร่วมกับ สถาบันสูงสุด ให้สถาบันสูงสุด ได้โปรดพระราชทานพระเมตา ช่วยประชาชนในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ด้วย

อัยการ ดีเอสไอ กฤษฏีกา 3 องค์กรณ์ นี้ก็ต้องรื้อใหม่หมด เพราะเป็นตัวการ ทำให้กฎหมายบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน จนทำให้ปัญหาเกิด กับ องค์กรณ์ ศาล ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกันคิด ว่าจะทำยังไง เพื่อให้ ให้ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เป็นกฎหมาย ที่ถูกต้อง ไม่บิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนอีกต่อไป เพื่อให้ศาล

ได้ใช้ ดุลพินิจ วินิจฉัย ได้โดยชอบธรรม ไม่โดน ข่มขู่ รังควาน ข่มเหง เพื่อให้รับใช้คนมีอำนาจในบ้านในเมืองนี้ หรือ รับเงินรับทอง หรือ ผลประโยชน์ ใดๆ เพื่อแลกกับการ ตัดสินคดี ที่ผิดให้เป็นถูก หรือ ทำคดีที่น่าจะถูกต้องให้กลายเป็นผิด ต่อไปนี้ต้องไม่มีอีกแล้ว เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับ ความยุติธรรม อย่างตรงไปตรงมา

อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะยากจนข้นแค้น หรือ ร่ำรวยล้นฟ้า ต้องได้รับความยุติธรรม เท่ากันทุกคน

การเงิน การคลัง ของประเทศ ประชาชนคนไทยทุกคนต้องได้รับรู้ รับทราบ ไม่มีการเป็นดินแดน สนธยา อีกต่อไป ไม่ว่าจะหน่วยงานไหน ที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง ของแผ่นดิน การใช้จ่าย ใครเอาไปใช้ทำอะไร ยังไง เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงไหน ต้องนำมาให้ประชาชนเจ้าของเงินนั้นได้รับรู้กันทุกคน ว่าใครเอาไปโกงไปกินกัน มากน้อยแค่ไหน

ที่สำคัญเลย กองสลาก ต่อไปนี้ต้องเอาเงินเข้าคลัง นักการเมือง หรือ คนมีอำนาจในบ้านเมืองนี้ ไม่สามารถเอาไปใช้อะไรได้ตามอำเภอใจ อีกต่อไป ต้องนำเข้าคลัง และเปิดเผย ว่ากำไร อะไรยังไงเท่าไหร่

หรือแม้แต่ ปตท หลังจากเอากลับคืนมา เป็นของรัฐบาล และของประชาชน ได้ดูแล และรับรู้ ว่ามีกำไร เท่าไหร่

เอาเข้าคลัง ให้หมด และใครจะเอาไปใช้ เบิกจ่าย อะไรยังไง งบประมาณจะจ่ายตรงไหน ยังไง เท่าไหร่ จ่ายไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศ และประชาชนจริงๆ โดยตรงมั้ย หรือ เบิกงบประมาณมาเพื่อเอาไปโกงกิน หรือ เข้ากระเป๋าเพื่อแจกจ่ายกลุ่มก้อน และคนที่ยอมรับใช้ นักการเมืองอีกต่อไป ไม่ได้อีกแล้วต่อไปนี้ ประชาชนทุกคนต้องตรวจสอบได้

และการจะไป ตกลง ทำสัญญาอะไรก็แล้วแต่ กับต่างชาติ ต้องมาบอกประชาชนเจ้าของประเทศทุกคน ให้ละเอียด ว่าจะได้ประโยชน์ อะไรยังไง กับคนไทยทั้งชาติ บ้าง ในการจะลงนาม แล้วต้องถามความคิดเห็น และ ขอความเห็นชอบจากประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่ใช้พวกมากหลากไป หรือ อ้างว่าเป็นเสียงข้างน้อย แล้วผลประโยชน์วินวิน กันทั้งสองฝ่ายในพวกนักการเมือง และพวกข้าราชการขี้ข้านักการเมือง และพวกที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน อีกต่อไป ทุกคนต้องช่วยกันคิดหาทางปกป้อง และปกป้อง ผลประโยชน์ของเราคนไทยทั้งประเทศ เพื่อให้ลูกหลานเราเก็บรักษาสืบต่อไป

ไม่ใช่ให้นักการเมืองไปเจรจา โดยเอาประเทศไทยไปค้ำประกัน เพื่อแลกกับผลประโยชน์ และ เอื้อประโยชน์ให้กับพวกนักการเมือง นักธุรกิจ ซึ่งก็คือพวกเครือข่ายที่รับใช้นักการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศไทยเข้ากระเป๋าตัวเองและพวกเท่านั้น ประชาชนต้องช่วยกันดูแลเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยทั้งชาติ ทุกคน

ปปช กกต ศาล 3 องค์กรณ์ นี้ ที่จะชี้ขาด ความผิด และ ลงโทษ ผู้กระทำความผิด ต้องจัดระเบียบระบบ ให้ทำงาน อย่าเตะถ่วง หรือ ดึงเวลา เพื่อช่วยคนผิด อีกต่อไป ต้องให้ 3 องค์กรณ์ ผิด ก็ชี้ไปเลยว่า ผิด ถูก ก็ชี้ไปเลยว่า ถูก เพื่อทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ และ เป็นที่เชื่อถือได้ กับประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะจนต่ำต้อย หรือ รวยล้นฟ้า

ต้องตัดสินอย่างถูกต้อง และ ยุติธรรม ไม่ใช่ ตำรวจสืบสวน อัยการส่งสำนวน แล้วศาลก็ตัดสินตามนั้นแล้วลงโทษ

ตามที่ ตำรวจ อัยการ ดีเอสไอ ส่งเรื่องขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะประชาชนจะโดนรังแก
จากคนมีอำนาจ หรือ คนมีสี ไม่ได้อีกแล้วต่อไปนี้ ไม่ใช่ เก็บขยะ ขาย เก็บ ซีดีได้จากกองขยะ แล้วเอาไปขาย แล้วตำรวจก็มาจับ ปรับเป็นหมื่น แล้วศาลก็ตัดสินให้ติดคุก แบบนี้จะไม่มีอีกต่อไปอีกแล้ว การใช้กฎหมาย มารังแก คนจนๆ จะไม่มีอีกต่อไป คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน

ส่วนของประชาชนคนไทยทุกคนทุกภาคส่วนทุกจังหวัดบนผืนแผ่นดินไทย ทุกคน ว่าจะ ศาสนาใด ก็คือคนไทย ไม่ว่าจะจน หรือ จะรวย ทุกคนต้องได้รับปัจจัยขั้นพื้นฐาน 5 ประการ ได้รับอย่างเท่าเทียมกันอย่างเต็มที่ เช่น

1 . คนยากคนจนไม่มีเงินส่งลูกเรียนสุงๆ ต้องได้เรียนฟรี อย่างแท้จริง ไม่ใช่ฟรีแค่ค่าเทอม แต่ไปเก็บค่าโน่น ค่านี้ เพิ่ม ไม่ได้อีกแล้ว ต้องได้เรียนฟรี และได้รับช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน จนได้เรียนจบในระดับสูงสุด เท่าที่ประชาชนจะเรียนได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง เหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

ดูตัวอย่าง จากโรงเรียน ของในหลวง ที่ให้คนยากคนจนเรียนฟรีจนจบสูงที่สุดเท่าที่เด็กจะเรียนได้ อย่างแท้จริง โดยใช้เงินส่วนพระองค์ มาดูแลนักเรียนของพระองค์ นี่ไง สิ่งที่พ่อทำให้ลูกๆ แม้ว่าลูกเรียนจบไป ไม่มาดูแล หรือ สนใจพ่อ พ่อก็ไม่เคยตำหนิเลย เหมือน นพดล คนเนรคุณ อาศัยทุนจากในหลวง เล่าเรียน สุดท้ายไม่ทดแทนบุญคุณไม่ว่า แต่กลับมาเนรคุณ รับใช้คนคิดมาทำร้ายทำลาย พ่อของพวกเรา

2. รักษาฟรี คนยากคนจนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา ไม่ว่าจะโรคใด ค่าใช้จ่ายแพงแค่ไหน ก็ต้องได้รับการรักษา
แบบเท่าเทียมกัน และ เต็มประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ไม่ใช่ อะไรๆ ก็พารา อีกต่อไป ทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะเรียนฟรี หรือ รักษาฟรี รัฐต้องให้เงินอุดหนุน โรงพยาบาล ของรัฐ โรงเรียนของรัฐ อย่างเต็มจำนวน

และ เต็มกำลัง เหมือนกับรัฐ ต้อง จ่ายค่ารักษา ค่าเล่าเรียน ให้คนไทยเจ้าของประเทศที่ยากจนทุกคน
ให้ได้รับการรักษา ที่ดี ที่ถูกต้อง และได้ เรียนฟรี ทุกคนอย่างเสมอภาค เพื่อให้เด็กๆ เหล่านั้นได้โตมา
แล้วสามารถ ทำมาหากิน เลี้ยงตัวเองได้ เพื่อเป็นอนาคตของประเทศ สืบไปเช่นกัน

ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ การใช้น้ำมัน การใช้แก๊ส หรือ การใช้ก๊าซ สาธารณูปโภค ทุกอย่างประชาชนต้องได้ใช้ ได้รับ อย่างไม่โดนเอารัดเอาเปรียบ ใครยากจน แม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินยังไม่มี ก็ไม่ต้องเสีย ไม่ต้องจ่าย และประชาชนคนไทยต้องได้รับการบริการ และ จ่ายอย่างไม่โดนเบียดเบียนอีกต่อไป
ต้องช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน เพื่อให้ได้รับความเสมอภาคกันทุกคนทั่วประเทศ
แค่นี้ ประชาชน เค้าก็จะใช้ชีวิต ทำมาหากินของเค้ากันได้อย่างไม่ลำบาก และเป็นประชาชนที่มีคุณภาพ
และเลี้ยงลูกหลาน ของเค้าให้โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ต่อไปเพื่ออนาคตของประเทศไทยของเราทุกคน

ถ้ามีการปฏิรูปประเทศไทยและมีการเขียนรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ต้องเพิ่มเติมหมวดนี้ให้กับสถาบันสูงสุด คือสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย คนไทยคนไหนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก รวมถึงราชนิกูล ที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อไปต้องมีบทลงโทษให้หนักที่สุด เพราะตัวเองมีสายเลือดบรรพบุรุษที่อยู่เคียงข้างสถาบันมาตลอด แต่

นี่มาแตกเหล่าผ่ากอ เหล่าราชนิกูล ต้องจัดการกันเองให้หนักๆเลยคะ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เพื่อให้ตระกูลเหล่านี้สำนึกผิด รู้จักผิดชอบชั่วดี และมีสำนึกดี เหมือนราชนิกูลอื่นๆ ที่จงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุด พวกท่านต้องหาทางจัดการกันเองคะ

เพราะนี่คือโอกาส ตั้งเป็นกลุ่ม หรือองค์กรณ์ หรือจะตั้งเป็นหน่วยงานของรัฐก็ได้คะ ขึ้นมา เพื่อปกป้องสถาบันสูงสุด เพื่อจัดการเอาผิดกับคนที่ใส่ร้ายป้ายสี หรือ ขบวนการที่คิดจะล้มล้างสถาบันสูงสุด เป็นหน่วยงานเฉพาะเลยคะ มีเฉพาะสถาบันสูงสุดกับราชนิกูล เท่านั้นที่อยู่ในหน่วยงานนี้ เพื่อปกป้อง ป้องกันและเพิ่มความมั่นคงให้กับสถาบันสูงสุดคะ

ส่วนหน้าที่ ของหน่วยงาน ก็คือ คอยดูและติดตามพวกขบวนการที่คิดจะล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แล้วจัดการดำเนินคดีความทางกฏหมาย เอาผิดทางกฏหมายได้เลย โดยไม่ต้องรอผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานไหนทั้งนั้น สามารถยื่นศาลได้โดยตรงเลยคะ

ขอเสนอแบบนี้คะ เมื่อถึงเวลาปฏิรูปประเทศไทยใหม่ ขอให้ลงเป็นกฏหมายรัฐธรรมนูญ ห้ามแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้ในหลวงและสถาบันสูงสุดเป็นเพียงผุ้มีอำนาจ แก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น

ต่อไปนี้เราต้องมาคิดว่าจะปฏิรูปการเมืองและประเทศไทยของเรายังไง ให้ประชาชนเจ้าของอำนาจได้ประโยชน์สูงสุดร่วมกัน เราต้องไม่ให้นักการเมืองผูกขาดอำนาจและไม่ให้ทุนนิยมสามานย์ เข้ามามีอำนาจในการบริหาร และเราต้องช่วยกันคิดว่าเราจะทำยังไงไม่ให้ทั้งสองอำนาจเข้ามาครอบงำประเทศของเราได้อีก ที่คิดได้และอยากแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยน ก็คือเราต้องมาสร้างประชาธิปไตยในแบบของประเทศเราเอง ไม่ต้องไปเอาประชาธิปไตยหรือยึดถือรูปแบบประชาธิปไตยจากประเทศอื่นอีกแล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของใคร

ประเทศไทย ก็คือ ประเทศไทยที่คนไทยทั้งชาติเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้น เราต้องมาคิดระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในแบบของคนไทยเอง

เริ่มจากการเมือง เราควรที่จะมีนักการเมืองเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปมั้ย เพราะมันแสดงให้เห็นที่ผ่านมาการให้มีนักการเมืองเป็นพรรค เป็นกลุ่ม หรือเป็นก้อน หรือ ต่อไปจะคิดแบบไม่ต้องสังกัดพรรค สุดท้าย อำนาจและเงินก็จะทำลายระบบนี้ได้เหมือนเดิมอยุ่ดี แล้วเราก็จะวนเวียนกลับไปในปัญหาไม่จบสิ้น

อยากเสนอให้ มีการเมืองแบบตัวแทนแต่ละสาขาวิชาชีพ ทุกอาชีพ ทุกสาขา ตั้งแต่ ตัวแทนเด็ก เยาวชน นักศึกษา ครู ทหาร ตำรวจ ประชาชน พ่อค้าแม่ขาย นักธุรกิจ ทุกอาชีพ ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ประชาชนธรรมดา ทุกคน เข้าไปมีบทบาททางการเมืองร่วมกันด้วย การตั้งเป็นกลุ่ม เป็นองค์กรณ์ แต่ละจังหวัด เมื่อเกิดปัญหาในการบริหารจัดการแต่ละอาชีพ แต่ละองค์กรณ์ ก็มาร่วมตัวกันจัดการแก้ไขปัญหา หรือจะตั้งกฎเกณฑ์ กติกา ก็ต้องช่วยกัน

ส่วนนักการเมืองแบบเลือกตั้ง ก็ไม่ต้องให้สังกัดพรรค เสนอตัวมาให้ประชาชนเลือกได้เลย แบ่งครึ่งกันอย่างละครึ่ง ตัวแทนเลือกตั้ง กับ ตัวแทนสรรหา อย่างละครึ่ง เข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ ทั้ง สส สว เลยให้ทำเหมือนกัน เพราะยังไงผลประโยชน์ก็รวมกันทั้งหมดอยู่แล้ว

และที่สำคัญที่สุด เราจะให้สถาบันสูงสุด เป็นคนกลาง ของเราคนไทยทั้งชาติ เพราะสถาบันกษัตริย์ ก็ทรงเป็นเจ้าของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น ขอเสนอให้สถาบันสูงสุด ทรงช่วยเป็นสถาบันกลาง ที่ช่วยชี้แนะ แนะนำ สิ่งต่างๆให้กับสภาของประชาชน ต่อไปนี้เราจะทำให้ประชาชนยึดโยงกับสถาบันสูงสุด ให้มากขึ้น ไม่ใช่ประชาชนต้องยึดโยงกับนักการเมืองอีกต่อไป เพราะมันเป็นการผูกขาดอำนาจเกินไป

ทุกสิ่งอย่างในสภาต้องถ่ายทอดสดทุกครั้ง โดยไม่มีข้ออ้างใดๆ เพื่อให้ประชาชนทุกจังหวัดทุกภาคส่วนได้รับรู้ และต้องถ่ายทอดพร้อมกันทุกช่อง เพื่อไม่ให้มีช่องไหนมาเป็นตัวถ่วงการรับรู้การบริหารบ้านเมืองของตัวแทนของปวงชนชาวไทย

แน่นอนเรื่องนี้มันทำไม่ง่าย แต่ถ้าเราเจ้าของแผ่นดินร่วมแรงร่วมใจกันทำ ช่วยกันคิด ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป มันก็จะสำเร็จได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงจนชั่วลูกหลานเหลนโหลนเราสืบต่อไป มาสร้างแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานเราได้อยู่กันอย่างยั่งยืน

เรามาสร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในแบบของคนไทยกันเถอะ เพื่อให้ประชาชนกับพระเจ้าแผ่นดินนั้นได้ยึดโยงกัน มากกว่าปล่อยให้นักการเมืองมายึดอำนาจ ของทั้งสถาบันสุด และ ประชาชน ไปเป็นของตนและพวกเพียงไม่กี่กลุ่มก้อน เพียงไม่กี่ตระกูล
คนพิดโลก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขียนได้น่าสนใจ แต่พอเห็นว่า แค่คำว่าองค์กรยังเขียนผิด ก็ไม่น่าสนใจ
อ่นเยอะๆ แล้วค่อยเขียน
 
ความคิดเห็นที่ 11 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สปป.ย่อมาจากสมัชชาปกป้องธนาธิปไตย
เบื่อสาวกแดงทุกตัว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในที่สุด นักการเมืองมันก็ไม่คืนอำนาจประชาชนอย่างแท้จริง ดีแต่สร้างวาทะกรรมประชาธิปไตย คืนอำนาจให้ประชาชนไปเลือกตั้ง แล้วไงต่อล่ะ เจ๋งแล้ว ขาดทุนหมดแล้วประเทศนี้ อย่าลืมที่ IMF ประกาศนะ ว่าจะเข้ามาตรวจสอบการเงินในประเทศไทย ถ้าคิดจะเดินหน้าโครงการจำนำข้าวน่ะ ต้มยำกุ้งรอบสองเกิดแน่ ไม่อยากคิด ใครเป็นหนี้เป็นสินกับภาครัฐก็หาทางเอาตัวรอดกันเองนะ เพราะงานนี้หมดตัวตามๆกันแน่ คืนไม่ปฏิรูปประเทศทั้งระบบและระบอบ ก่อนแล้วค่อยมีเลือกตั้ง ถ้าดันทุรังเลือกตั้ง ให้นักการเมืองกลับเข้าไปอยู่ในอำนาจแล้วทำการโกงกินกันต่อไปเป็นหมื่นล้าน แสนล้านต่อไป ประเทศชาติล่มจมแน่
คนพิดโลก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบอบทักษิณ
ระบอบทักษิณ หมายถึง ระบอบ การบริหาร การปกครอง ประเทศ ที่ไม่ใช่ รูปแบบที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็น ลักษณะ รูปแบบ ธนาธิปไตย ซึ่งระบอบทักษิณมองว่า ศูนย์รวมแห่งอำนาจของประเทศ อยู่ที่ฝ่ายบริหาร และสามารถให้คุณให้โทษกับทุกภาคส่วนได้ โดยใช้อำนาจการบริหาร ผ่านทางกลไกคณะรัฐบาล
ระบอบทักษิณ มองว่า การเมือง เป็นธุรกิจ เป็นการลงทุน จึงต้องถอนทุนบวกกำไร เพราะต้องสะสมทุน เพื่อซื้อ สส.ซื้อเสียง ซื้อฐานคะแนนเสียง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการเป็นรัฐบาล
ดังนั้น ระบอบทักษิณ คือ ระบอบนายทุน มีลักษณะเป็นธุรกิจการเมือง จึงเกิดเป็น วงจรอุบาทว์ เพราะต้องถอนทุนด้วยการทุจริต เพื่อซื้อเสียงอีก และพยายามครอบงำองค์กรต่างๆที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เอาผิดและลบล้างความผิด มุ่งทำลาย กำจัดศัตรูที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคแก่ฝ่ายตน
ดังนั้น เป็นความจำเป็น ที่ ทุกภาคส่วน และ องค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทชี้นำของสังคม ต้องร่วมกับมวลมหาประชาชน
จะเป็น ภาคสรุป ของ การเรียกร้อง ภาคประชาชน โดยแท้จริง….
ไม้บรรทัด..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นายเกษียร เตชะพีระ นางผาสุก พงษ์ไพจิตร นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นางพวงทอง ภวัครพันธุ์

รางวัลของพวกคุณมรึงคือ "เนรเทศออกจากประเทศตลอดชีวิตสถานเดียว"
ประชาชนคนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นายเกษียร เตชะพีระ นางผาสุก พงษ์ไพจิตร นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ ฯลฯ พวกนี้จงไปลงนรกให้มด
ประชาชน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อนาถใจ… ที่มีคนไทยทำร้ายตัวเอง !!!

การที่มีมวลมหาประชาชนจำนวนนับหลายล้านคน ออกมาแสดงตัวตนเพื่อประกาศให้คนไทยทั้งประเทศ และประชาคมทั่วโลก ได้รับรู้ว่าไม่เอา “ระบอบทักษิณและรัฐบาลเถื่อนที่บริหารประเทศไทยอยู่ในขณะนี้”

เพราะตระหนักรู้ว่า ประเทศชาติ ประชาชนคนไทย และลูกหลานคนไทยในอนาคตของประเทศนี้ ต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน คือ ประเทศชาติจะวิบัติหายนะ ด้วยน้ำมือของนักการเมืองทุนสามานย์ ดังที่เริ่มเห็นเค้าลางความหายนะจากผลงาน 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล “พี่สั่ง น้องแหล” ด้วยนโยบาย “นักโทษหนีคุกคิด พรรคขี้ข้าทำ”

ซึ่งแน่นอนความวิบัติหายนะของประเทศ เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมไม่มีประชาชนคนไทยคนใดคนหนึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบในความวิบัติหายนะที่จะเกิดขึ้นในรอบนี้ นั้นคือความห่วงใยและหวังดีของมวลมหาประชาชนนับหลายล้านคนที่ออกมาทนลำบากตรากตรำต่อสู้ต่อต้านกับทุนสามานย์ในขณะนี้

แต่ไม่วายที่คนไทยต้องประสบกับสภาพ “ไก่ตรุษจีน ไล่จิกไล่ตีกันเอง” ผลสุดท้ายถูกเชือดตายทั้งเข่ง !!!

น่าอนาถใจอย่างเหลือเชื่อ ที่ยังมีประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งส่วนหนึ่ง ออกมาไล่จิกไล่ตีมวลมหาประชาชนนับหลายล้านคน ที่เสียสละเพื่อคนไทยทั้งประเทศ แถมเข้าข้างเชียร์ “นักการเมืองทุนสามานย์ รัฐบาลเถื่อน” ตลอดจนสรรเสริญผู้นำประเทศที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “อีโง่”

ทั้ง ๆ ที่ความวิบัติหายนะเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศนั้น คนกลุ่มดังกล่าวก็หลีกหนีไม่พ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นการกระทำของคนกลุ่มนั้น มิใช่เป็นการทำร้ายตัวเองดอกหรือ ???

ประชาชนคนไทยในยุคนี้ประสบชะตากรรมกับเผด็จการนายทุนสามานย์ครองเมือง กอบโกย โกงกิน ไม่ต่างจากคนฟิลิปปินส์ในยุคผู้นำชื่อ มาร์กอสและครอบครัว กอยโกย โกงกินประเทศ โดยคนฟิลิปปินส์ พร้อมใจกันแสดงตัวตนออกมาต่อต้านขับไล่ผู้นำเผด็จการของเขา ด้วยมวลชนที่น้อยกว่ามวลมหาประชาชนคนไทย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 หลายเท่า แต่ประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย

เพราะกองทัพของฟิลิปปินส์ขณะนั้น ประชาชนคนฟิลิปปินส์ขณะนั้น ตระหนักรู้ถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกันความมั่นคงประเทศของเขา โดยไม่มีประชาชนฟิลิปปินส์แบ่งฝักแบ่งฝ่ายทำร้ายฟาดฟันกันเอง มีแต่ร่วมจิตร่วมใจกันกำจัดและขับไล่ ผู้นำของเขาให้พ้นจากแผ่นดินฟิลิปปินส์ เพื่ออนาคตของประเทศฟิลิปปินส์

แล้วผลเป็นอย่างไร หลังจากผู้นำเผด็จการมาร์กอสและครอบครัวถูกขับไล่ให้พ้นจากแผ่นดินฟิลิปปินส์ ประเทศฟิลิปปินส์มีแต่เจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนคนฟิลิปปินส์ที่เคยยากจน มีขอทานเต็มบ้านเต็มเมืองในยุคมาร์กอสครองเมือง เริ่มมีอนาคตที่สดใส บ้านเรือนที่เคยมองเห็นแต่สลัมถูกพัฒนาเป็นตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัย มีย่านธุรกิจที่เชิดหน้าชูตาทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้น

แต่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับฟิลิปปินส์ในอดีต กลับมาเกิดขึ้นกับประเทศไทยในยุคปัจจุบันนี้ ถ้าไม่โทษเพราะคนไทยด้อยการศึกษา ก็ต้องเข้าใจว่าคนไทยในยุคนี้ยากจนมากขึ้น เห็นแก่ตัวมากขึ้น จึงติดยึดกับผลประโยชน์อันเป็นเศษเนื้อข้างเขียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทุนสามานย์โยนให้ จนหน้ามืดตามัว ทำร้ายทำตัวเอง ทำร้ายประเทศชาติของตัวเอง ดังเช่นที่ได้เห็นในขณะนี้ !!!

ประชาชน
14 ธันวาคม 2556
....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักวิชาการเหล่านี้
เนื่องจากโดยรวมเชื่อว่าระบบการเมืองที่ก้าวหน้าต้องมุ่งสู่ระบบเลือกตั้งแนวโลกตะวันตกตามตำราที่ตนร่ำเรียนมาอย่างฝังหัวแต่หาได้ฉุกคิดว่า เจ้าแนวคิดนี้มักต้องผ่านสงครามการเมือง ที่มีแต่พวกเบี้ยเท่านั้นที่ล้วนแต่สูญเสียชีวิตและบ้านเมืองพังทลายดังหลายประเทศที่เป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้และบางประเทศก็ยังติดหล่มสงครามอยู่เลย เปรียบเสมือนสนับสนุนกลุ่มการเมืองที่อยากให้ประเทศมุ่งตะวันตก
แต่กับประเทศนี้น่าจะมุ่งลงนรกแทน
jk
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 -3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่รู้จ้างมาคนละเท่าไหร่นะ เงินใช้ผีโม่แป้งได้ นักวิชาการที่ไม่มีจิตสำนึกที่จะทำประโยชน์ให้ประเทศซื้อง่ายกว่าผีอีก
จ้างมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อนาจ เกิดมาเสียชาติเกิด
ดร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"ดูหน้าแต่ละคน โหง้วเฮ้งแย่มาก
ไม่ได้สมภูมิความเป็นนักปราชญ์
กลายเป็นคนไร้สาระแห่งยุคสมัย
ตายไปคนในสังคมก็ไม่นับถือ
เปลืองภาษีที่ให้คนเหล่านี้เป็นอาจารย์สอนลูกฉัน "
ประชาคมมธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สปป. = สมัชชาปกป้องทักษิณาธิปไตย
เศษเดนนักวิชาเกิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014