นายกฯเซ็งสื่อวิจารณ์แม่น้ำ 5 สาย ไร้ผลงาน ซัด “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

โดย MGR Online   
18 กุมภาพันธ์ 2560 00:17 น. (แก้ไขล่าสุด 18 กุมภาพันธ์ 2560 07:28 น.)
นายกฯเซ็งสื่อวิจารณ์แม่น้ำ 5 สาย ไร้ผลงาน ซัด “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”
        “ประยุทธ์” อัดสื่อไร้จรรยาบรรณ มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ หลังวิจารณ์แม่น้ำ 5 สายไร้ผลงาน โวสำเร็จไปแล้วหลายเรื่อง ทั้งบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจดีขึ้น วอนขอความเป็นธรรม ให้กำลังใจรัฐบาลบ้าง
       
       วันนี้ (17 ก.พ.) เมื่อเวลา 20.15 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ขออนุญาตกล่าวถึงสื่อเล็กน้อย ในกรณีที่มีสื่อบางฉบับ บางคอลัมน์ บางสำนักพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์บางช่อง มักเสนอข่าวในเชิงดูถูกดูแคลนการทำงานของแม่น้ำ 5 สายของรัฐบาล อาจจะเขียนด้วยความสะใจ หรือไร้ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาล และ คสช. รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่มีผลงาน ไม่มีการแก้ไข หรือไม่มีการปฏิบัติใดๆ ที่เป็นเรื่องของการปฏิรูป
       
       อยากให้ประชาชนและสังคมได้พิจารณาอย่างเป็นกลาง บรรดาสื่อที่ขาดจรรยาบรรณเหล่านี้ มีส่วนน้อยที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงไม่ใช่ติเพื่อก่อ เป็นลักษณะของการมือไม่พายเอาเท้าราน้ำมากกว่า
       
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หลายๆ สิ่งที่กำลังทำ เราก็กำลังระดมความคิดเห็น กำลังศึกษา หลายๆ เรื่องก็เสร็จไปแล้ว ไม่ใช่คิดกันเอง ก็รับฟังความคิดเห็นมาตลอด ทุกเรื่องปรึกษา ไม่ใช่ทหารคิดเองทำเองหมด ในส่วนของภาคเอกชน ข้าราชการต่างๆ ก็มาร่วมมือกันทำงาน บ้านเมืองวันนี้สงบขึ้น เศรษฐกิจก็ดีขึ้น การค้าการลงทุนจากต่างประเทศก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าโลกภายนอกจะมีภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจอยู่บ้างก็ตาม
       
       นายกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการปฏิรูปประเทศนั้น ก็พูดมาหลายครั้ง วันนี้เรามีแม่น้ำทั้ง 5 สายร่วมกันทำงานอยู่แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา 2 ปีกว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันติดตาม แล้วก็ใช้เสรีภาพทางความคิด อิสระในการเขียนที่น่าจะต้องหาข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยให้รอบด้าน ครบทุกมิติ อย่าไปคิดเอาเอง คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม เขียนแบบเดิม มันก็ได้แบบเดิม ตนไม่อยากให้เอาสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งอาจจะมีนักการเมืองไม่ดีหลายคนออกมาพูดกล่าวอ้างผลิตซ้ำทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า เราไม่ทำอะไร หรือทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ เหล่านี้มันทำให้เสียเวลาเปล่าๆ
       
       เพราะฉะนั้นรัฐบาล คสช. ทำเต็มที่ ไม่อยากให้เสียเวลาเปล่าอย่างที่ว่า ให้ความเป็นธรรม ให้กำลังใจกับรัฐบาล ข้าราชการ คสช. ด้วย ก็อยากให้ติดตามดูว่าข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ เขาทำอะไรกันบ้าง ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันจะต้องมีทั้งกฎหมาย มีวิธีการใหม่ๆ ในการที่จะต้องปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เสร็จไปแล้วเป็นร้อยๆ เรื่องแล้ว
       
       คำต่อคำ : ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 17 กุมภาพันธ์ 2560
       
       สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน ขอขอบคุณนะครับในทุกวันศุกร์นั้น ผมได้มีโอกาสมาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศสัปดาห์ละ 1 วัน ผมถือว่ามันมีความสำคัญในช่วงนี้ เพราะมันเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน เป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปประเทศของเรา หลายเรื่องต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
       
       เรื่องแรกผมขอเริ่มในเรื่องที่เป็นสิริมงคลแห่งคณะรัฐมนตรี และผมถือว่ากับประเทศชาติด้วย ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวายพระพร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงขอน้อมนำพระราชดำรัส และมงคลชีวิตต่างๆ มาฝากพี่น้องประชาชนในวันนี้ด้วย
       
       โดย สมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงสอนให้พวกเรามีสติ ให้รู้คิด รู้ตัว รู้ปฏิบัติ และเป็นกำลังใจให้แก่รัฐบาล และ คสช. ในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท พร้อมทั้งรับสั่งว่า ในเมื่อทุกคนมีลาภก็ย่อมมีเสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศได้ อย่าไปผูกติดตรงนั้น ซึ่งผมและคณะรัฐมนตรี และ คสช. ก็ตระหนักในส่วนนี้เป็นอย่างดีเสมอมา เรารู้ดีอยู่ว่าไม่มีอะไรที่คงทน เว้นแต่ความดีความชั่วเท่านั้นนะครับ ก็ตั้งใจในการทำความดีเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้คนไทยได้มีความสุขที่ยั่งยืน เป็นการสนองพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ด้วย ในเรื่องของการปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยทุกคนที่ได้ทรงปฏิบัติมา อันเป็นศาสตร์พระราชาที่ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงสานต่อพระราชปณิธานนั้นสืบต่อมา
       
       สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นธรรมะที่สำคัญ แต่หลายคนอาจจะถูกลืมกันไปก็คือคำว่า หิริโอตัปปะ ที่มีความหมายว่า มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ที่อยากให้พวกเราทุกคนได้ยึดถือยึดปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะว่าถ้าเราขาดคำว่า หิริโอตัปปะแล้ว ความชั่วสิ่งไม่ดีอาจจะเข้ามาครอบงำจิตใจได้
       
       พี่น้องประชาชนที่รักครับ ผมขออนุญาตกล่าวถึงสื่อเล็กน้อย ในกรณีที่มีสื่อบางฉบับ บางคอลัมน์ บางสำนักพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์บางช่อง อาจจะมักเสนอข่าว หรือเขียนข่าวในเชิงที่มาดูถูกดูแคลนการทำงานของแม่น้ำ 5 สายของรัฐบาล อาจจะเขียนด้วยความสะใจ หรือไร้ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่รัฐบาล และ คสช. รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่มีผลงาน ไม่มีการแก้ไข หรือไม่มีการปฏิบัติใดๆ ที่เป็นเรื่องของการปฏิรูป ผมอยากให้ประชาชนและสังคมได้พิจารณาอย่างเป็นกลาง บรรดาสื่อที่ขาดจรรยาบรรณเหล่านี้ มีส่วนน้อยที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงไม่ใช่ติเพื่อก่อ เป็นลักษณะของการมือไม่พายเอาเท้าราน้ำมากกว่า หลายๆ สิ่งที่กำลังทำ เราก็กำลังระดมความคิดเห็น กำลังศึกษา หลายๆ เรื่องก็เสร็จไปแล้ว ไม่ใช่คิดกันเอง ก็รับฟังความคิดเห็นมาตลอด ทุกเรื่องปรึกษา ไม่ใช่ทหารคิดเองทำเองหมด ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นผู้นำเฉยๆ ในส่วนของภาคเอกชน ข้าราชการต่างๆ ก็มาร่วมมือกันทำงาน บ้านเมืองวันนี้สงบขึ้นขึ้น เศรษฐกิจก็ดีขึ้น การค้าการลงทุนจากต่างประเทศก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าโลกภายนอกจะมีภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจอยู่บ้างก็ตาม
       
       ผมยกตัวอย่างนะครับ เช่น เรื่องน้ำ เรื่องป่า เรื่องที่ดิน เราก็อาศัยการผลักดันกฎหมายใหม่กว่า 200 ฉบับ เพื่อให้เกิดการปฏิรูป และเพื่อใช้ในการบริหารราชการในอนาคต ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน เพราะฉะนั้นเราก็แก้ปัญหาความไม่บูรณาการของกฎหมายในอดีตด้วย ที่ต่างกระทรวง ต่างหน่วยงาน ต่างต้องยึดถือ ซึ่งบางอย่าง บางกฎหมาย หรือบางกฎกระทรวงนั้นก็มีความขัดแย้งกันเอง ทำให้กิจกรรมที่เป็นภาพรวมนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าหากว่ากฎหมายบังคับใช้ไม่ได้ กฎหมายก็ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ รัฐบาลนี้ก็ได้พยายามปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยเป็นสากล และประยุกต์ให้สอดคล้องกับสังคมไทย หลายอย่างมันเอามาหมดไม่ได้หรอกครับ มันต้องเอามาเป็นตัวอย่าง และประยุกต์ใช้ให้ได้
       
       ในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กฎหมายไทยได้เขียนไว้แล้วว่า ต้องมีทั้งผู้ให้และผู้รับ ถ้าเราคิดให้ดี ผู้ให้ก็มี 2 ประเภท คือ ถูกเรียกรับและจำเป็นต้องให้ อันที่ 2 ก็คือเสนอให้เขาก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกอะไรทำนองนี้ เราจะทำยังไงล่ะครับ ผู้ให้นั้นก็มักจะไปพูดภายนอกเสมอว่า เสียเงินเสียทอง แต่ไม่กล้าร้องทุกข์กล่าวโทษ สมยอมบ้างอะไรบ้าง เพราะกลัวความผิด กลัวติดคุก แต่ได้ประโยชน์ อันนี้ผมว่าต้องเป็นสิ่งที่เราต้องมาคิดกัน หากว่าในกระบวนยุติธรรมที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนี้ เขาใช้คำว่าต้องมีหลักฐาน มีวัตถุพยาน มีพยานบุคคล ถ้ามันไม่มีตรงนี้ ไม่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ มันก็จะดำเนินคดีไม่ได้กับผู้รับได้ยาก ไม่มีโจทย์ก็ต้องใช้การสอบสวนตามกระบวนการ พอไม่มีหลักฐานขึ้นมาก็ทำอะไรไม่ได้มากนักก็กลับมาที่เดิม สังคมก็ไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐเข้าไปอีก หรือหน่วยตรวจสอบต่างๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสื่อสังคมควรจะพิจารณาร่วมกันกับเราด้วย อย่าเอาแต่โจมตีเรื่องนี้นักเลย เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำว่า เราจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร เพราะมันพันไปกับคนส่วนมากทั้งหมด
       
       เรื่องการอนุรักษ์ป่านั้นมีหลายประเภทด้วยกัน ที่เรามีทั้งป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน เราควรจะไปคิดว่า เราจะบริหารจัดการกันอย่างไร มันมีกฎหมายอยู่หลายฉบับที่มีความแตกต่างกันของหลายหน่วยงาน แผนที่ต้องมีการปรับแก้ให้มันตรงกัน ประการสำคัญวันนี้ก็คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรืออุทยานฯ มาก่อน เราจะทำอย่างไรกับเขา เพราะบางส่วนเขามาอยู่ก่อน มาทำมาหากินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ก่อนจะมีกฎหมาย หรือก่อนจะมีการกำหนดเป็นเขตป่านั้น ปัจจุบันกลายเป็นผิดกฎหมายทั้งหมด โดยไม่มีอะไรรองรับเลย เราก็ต้องพิสูจน์เป็นกรณีไปนะครับ โดยใช้ทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน เราต้องเข้าไปดูรายละเอียด และความคิดเห็น เราจะดูแลคุ้มครองเขาได้อย่างไร เพราะกฎหมายปัจจุบันนั้นถือว่า เป็นความผิดทั้งหมด ต้องย้ายออกทั้งหมด เราทำได้หรือไม่ล่ะครับ มันมีปัญหากับพ่อแม่พี่น้องทั้งหมดนั่นแหละ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะปล่อยให้มีการบุกรุกป่าอีกต่อไป อย่างที่อยู่ๆ แล้ว และไม่สามารถดำเนินการอย่างอื่นได้ ก็ต้องช่วยกันหาวิธีแก้ปัญหา ก็ช่วยกันคิดนะครับ เราก็เห็นใจพี่น้องประชาชนเหล่านั้น ซึ่งเห็นมาเรียกร้องมาประท้วงอยู่หลายที่ด้วยกัน ฟ้องศาลด้วยอะไรด้วย เราทำอย่างไรให้คนสามารถอยู่กับป่าได้ ช่วยรักษาป่าไม้ไปด้วยอย่างยั่งยืน เราต้องมีมาตรการควบคุม ติดตามให้รัดกุม เจ้าหน้าที่ก็ต้องเอาจริงเอาจัง ไม่ปล่อบปละละเลย มีมาตรการลงโทษที่เด็ดขาด รวมความไปถึงลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยควบคู่กันไปด้วย
       
       หลายอย่างที่เสนอข่าวกันมานั้น บางอย่าเกินเลย ถ้าอยู่ในกรอบบ้างผมก็จะไม่กล่าวถึง มันมีการวิพากษ์วิจารณ์กันหลายอย่าง อาจจะเพียงเพื่อสร้างกระแส แต่แล้วมาอ้างว่ารัฐบาลนี้ปิดกั้น ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าหากว่าสื่อขายดี แต่ประเทศชาติสังคมเกิดการแตกแยกทางความคิด มีความขัดแย้งขยายวงกว้าง จนมันเกิดความรุนแรงไปสู่การจลาจลทำนองนี้ ใครจะรับผิดชอบล่ะครับ ทุกคนก็เผชิญกับสถานการณ์เหล่านั้นมาโดยตลอดที่ผ่านมา
       
       เพราะงั้นจะรับผิดชอบกันไหวหรือเปล่า เพราะว่าถ้าหากว่าเกิดความเข้าใจผิด จากการบิดเบือน ปลุกระดม ความรุนแรงมันก็เกิดขึ้น แก้ไขได้ยาก เหมือนเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา สื่อทุกสื่อ ประชาชนหลายคน หลายส่วนก็เห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แปลกดีเหมือนกันว่า หาพยานยาก วันนี้เห็นว่าเอาเรื่องที่เคยมาในอดีต เอามาเขียนให้ทะเลาะกันอีกต่อไป มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ผมบอกแล้วไงว่า วันนี้กำลังพูดไปข้างหน้า การแก้ปัญหาต้องแก้วันนี้ให้ได้ แล้วเดินหน้าต่อไปข้างหน้า ที่ผ่านมาแล้วก็ใช้กฎหมายแก้กันไป ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มี ใช่หรือไม่ใช่ มีการทำร้ายประชาชน ทำลายประชาธิปไตย ใช้ความรุนแรง แล้วไปดูอีกฝ่ายเขาใช้อะไรกัน มันเริ่มต้นจาก 2 กลุ่มทั้งสิ้นที่ผ่านมา
       
       เพราะฉะนั้นอย่าลืมสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้ว เป็นบทเรียนราคาแพง เพราะว่ามีคนบาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก บ้านเราสังคมเราควรจะจดจำ มันเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีงามนัก ก็น่าจะดีกว่าถ้าเราป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้ ฝากสื่อด้วยแล้วกันในการใช้จรรยาบรรณสื่อที่ดี พิจารณาการแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสม อุจาดตา เป็นผลเสียต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชนนะครับ การเสนอภาพที่ละเมิดสิทธิผู้อื่น สิทธิผู้ตาย สิทธิผู้เสียหายอะไรเหล่านี้ มีทั่วไปทั้งในหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ด้วย ทั้งในโซเชียลด้วย บางทีเขาก็แก้ไขอะไรตัวเองไม่ได้ เขาเสียหายนะครับ ญาติพี่น้องเสียหายอับอาย แล้วมันก็เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนส่วนบุคคลของเขา ขอให้ระมัดระวังทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ โซเชียลมีเดีย หรือสื่ออื่นๆ อะไรก็ตาม ใช้ความระมัดระวังในการเสนอข่าวด้วย ช่วยกันจรรโลงสังคมให้น่าอยู่ขึ้นน่าจะดีกว่า
       
       สำหรับเรื่องการปฏิรูปประเทศนั้น ผมก็พูดมาหลายครั้ง วันนี้เรามีแม่น้ำทั้ง 5 สายร่วมกันทำงานอยู่แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา 2 ปีกว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันติดตาม แล้วก็ใช้เสรีภาพทางความคิด อิสระในการเขียนที่น่าจะต้องหาข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยให้รอบด้าน ครบทุกมิติ อย่าไปคิดเอาเอง คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม เขียนแบบเดิม มันก็ได้แบบเดิมนะครับ ผมไม่อยากให้เอาสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งอาจจะมีนักการเมืองไม่ดีหลายคนออกมาพูดกล่าวอ้างผลิตซ้ำทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า เราไม่ทำอะไร หรือทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ เหล่านี้มันทำให้เสียเวลาเปล่าๆ
       
       เพราะฉะนั้นรัฐบาล คสช. ทำเต็มที่ ไม่อยากให้เสียเวลาเปล่าอย่างที่ว่า ให้ความเป็นธรรม ให้กำลังใจกับรัฐบาล ข้าราชการ คสช.ด้วย ก็อยากให้ติดตามดูว่าข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ เขาทำอะไรกันบ้าง ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันจะต้องมีทั้งกฎหมาย มีวิธีการใหม่ๆ ในการที่จะต้องปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เสร็จไปแล้วเป็นร้อยๆ เรื่องแล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้ติดตามดูด้วย หลายเรื่องมีการการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อจะขับเคลื่อนต่อไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ เช่น การบริหารจัดการน้ำ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำแผนร่วมกันให้ประสานสอดคล้องกัน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยฯ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องบริหารจัดการอย่างไร เดิมที่ผ่านมานั้น มันมีอยู่แค่ไหน เริ่มทำวันนี้เราทำไปถึงไหนแล้ว ติดตามด้วยนะครับ และเมื่อไรจะครบถ้วนนู้น 5 ปี แผนงานโครงการก็ทยอยอกมาตามลำดับ เราต้องมารับรู้ทั่วกันว่า เมื่อไรเราจะแก้ปัญหาได้ครบวงจร ไม่ใช่ว่าเรียกร้องตรงโน้นตรงนี้ ไม่เห็นได้ ไม่เห็นได้ แล้วมันจะได้ยังไงล่ะครับ เพราะอยู่ในแผนงานที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เพราะต้องเร่งดำเนินการตามลำดับความเดือดร้อนมากน้อยก่อน แล้วก็ดูอะไรที่เป็นเชิงโครงสร้าง เชิงที่มันจะเชื่อมโยงการกระจายน้ำ อะไรต่างๆ เหล่านี้ มันต้องใช้เวลาก็ไม่อยากให้เอาทีละเรื่อง ทีละจุด มาติ มาต่อว่า แล้วก็มาขยายความขัดแย้ง แล้วประชาชนแล้วสังคมก็ไม่เข้าใจอีก ก็ไม่ร่วมมือ ทุกคนก็ถูกกดดัน ให้ออกมากดดันรัฐบาล มาเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งเรายิ่งต้องพยายามสร้างการเรียนรู้ สร้างความเข้มแข็ง เราต้องทำให้พี่น้องเหล่านั้นช่วยตัวเองได้ ยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองได้ สื่อจะช่วยผมได้มาก ก็ขอร้องกันแล้วกัน มันจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนให้กับประเทศด้วย
       
       ในเรื่องการดูแลผู้มีรายได้น้อยนั้นนับตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แต่เพียงการให้เงินอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องให้ความรู้ เราต้องเพิ่มขีดความสามารถ เราต้องสร้างความเข้มแข็ง สร้างกระบวนการเรียนรู้ ยกระดับให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เราไม่อยากให้เป็นเหมือนในอดีต วันนี้ที่เราทำมาทั้งหมด พอเดือดร้อนก็รอความช่วยเหลือจากรัฐแต่เพียงอย่างเดียว ตัวเองก็ไม่เข้มแข็ง เป็นเช่นนี้มานานหลายสิบปีแล้ว เขาก็ยังยากจน มีหนี้สินเหมือนเดิม จะทำยังไง แล้วมันแก้ได้เร็วๆไหม มันก็ยังไม่ได้ หลายอย่างเราก็พยายามทำแล้วนะ การลดหนี้ การชะลอหนี้ การแก้ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ ทำนองนี้ก็แก้ไปหมดแล้ว ติดตามดูแล้วกัน อย่ามาหาว่าเราไม่ดูแลผู้มีรายได้น้อยนะ ทำไมว่ารัฐบาลนี้ทำไมให้เขาน้อย แล้วให้มากมันผิดกฎหมายหรือเปล่า กฎหมายเขาเขียนไว้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แล้วมีมาตรการอื่นก็เสริมเข้ามา เราต้องควบคุมการทำงานของเรา แล้วก็ให้ประชาชนเรียนรู้ด้วย แล้วเขาต้องเข้มแข็งด้วยตัวเองด้วย รัฐบาลถึงจะทำงานให้ได้ ส่งเสริมให้ได้ ตามขีดความสามารถของรัฐบาลด้วย ฉะนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง เงินงบประมาณแผ่นดินนั้นมันก็ต้องใช้อย่างเป็นประโยชน์ ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อจะได้ดูแลคนไทยทั้งประเทศทุกกลุ่มให้ได้ ไม่ใช่แค่บางกลุ่มได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และเราก็พยายามสร้างกลไกมาช่วยเสริมด้วย เช่น การร่วมมือ รูปแบบประชารัฐ เหล่านี้เป็นต้น ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นกว่าเดิม
       
       นอกจากนั้น การดูแลช่วยเหลือเร่งด่วนกับผู้ที่เดือดร้อนนั้น นอกจากเราจะต้องเพิ่มขีดความสามารถและความเข้มแข็งแล้วนั้น เราต้องไปดูตรงกลางกับบนด้วย ว่าเศรษฐกิจมันมีระดับบน ระดับกลาง ระดับล่าง เราต้องไปดูตรงกลางกับข้างบนด้วย ว่ามันจะสอดคล้องเชื่อมโยงเผื่อแผ่ให้ถึงข้างล่างได้อย่างไร ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ แล้วพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันไม่ได้ รัฐบาลนี้พยายามทำอย่างเต็มที่ บริหารงานทุกอย่างตามกฎหมาย อย่ามามองว่าเอื้อประโยชน์ให้นายทุน รังแกผู้มีรายได้น้อย ก็ทบทวนให้ดีๆหลักการ หลักเกณฑ์ หลักคิด มันมีอยู่แล้ว ถ้าคิดแบบนั้นมันก็ไม่ได้ มันก็มีปัญหาไปตลอด
       
       ในการปฏิรูประบบราชการ หรือส่วนราชการนั้น เราต้องคำนึงถึงกรอบยุทธศาสตร์ชาติด้วย ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ประเทศของเรามีเรื่องที่เราจำเป็นต้องมีการปฏิรูปหลายๆประเด็นด้วยกัน บางประเด็นก็ทำไม่ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากสถานการณ์โลก ทั้งปัจจัยภายใน ภายนอก มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นการทำงานในวันนี้ ไม่ว่าจะของรัฐ หรือการปฏิบัติตัวของประชาชน ต้องมีการปรับตัว ต้องมีการพัฒนาตนเอง ไปด้วยกัน ข้าราชการก็ต้องมีประสิทธิภาพ มีขีดความสามารถสูงขึ้น ทำงานให้หนักขึ้น รัฐบาลเองก็จะมีที่ในการกำหนดนโยบาย และบริหารราชการจากบนลงล่าง ในกรอบของประเทศ และเพื่อประชาชนทั้งประเทศ กำกับดูแลการทุจริตต่างๆที่ได้จัดทำงบประมาณกันไปแล้ว โดยหน่วยงานทั้งในหน่วยงานราชการ และในหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระ ไม่ได้ไปหวงห้ามใคร เมื่อแผนงานต่างๆ นั้น ลงไปในระดับพื้นที่แล้ว กระทรวงมหาดไทย ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญมากที่สุดในการที่จะขับเคลื่อนทุกอย่างในพื้นที่ และมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่อีกมากมายจากทุกกระทรวง
       
       ในฐานะพ่อเมืองก็ควรจะเป็นคนที่มีระดับพึงประสงค์ ก็คือ ต้องมีทั้งวิสัยทัศน์ มีการทำงานเชิงรุก และก็มองประเด็นปัญหาในพื้นที่ได้ครบทุกมิติ และนำนโยบายจากรัฐบาลที่ถ่ายทอดลงมานั้นไปสู่การปฏิบัติ แก้ปัญหาในระดับพื้นที่ มองพื้นที่ในมิติของตัวเองด้วย ว่าประชาชนต้องการอะไร ปัญหาหลัก รอง มันคืออะไร อะไรที่จะแก้ให้เร่งด่วน อะไรที่ยังแก้ไม่ได้ ก็สร้างความเข้าใจกับเขา เขาจะได้มีกำลังใจ ไม่ออกมาต่อต้าน ไม่ออกมาขัดขวางเพราะเขาไม่รู้ไง ไม่ทราบ ต้องชี้แจงทำความเข้าใจให้มากขึ้น อะไรที่จะใช้ทรัพยากรในพื้นที่ได้ อะไรใช้คนในพื้นที่ได้ ก็ทำไป อยู่ในกรอบ ให้มันโปร่งใส อะไรที่มันจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ก็ริเริ่มตามวิสัยทัศน์ ตามอะไรต่างๆ กรอบนโยบายที่รัฐบาลให้ไปแล้ว แล้วก็อะไรที่มันขาดเหลือก็ขอขึ้นมา ผ่านกระทรวงมหาดไทย อยากจะให้ทุกส่วนราชการได้ใช้ศักยภาพในพื้นที่ของตนให้เต็มที่ก่อน ไม่อยากให้มุ่งเน้นในฟังก์ชันอย่างเดียว มันต้องดูงานบูรณาการด้วยให้สอดคล้องกับแผนงานโครงการที่เราจัดทำลงไป รัฐบาลก็ถือว่า เราจะทำงานให้เป็นการสื่อสาร 2 ทาง จากล่างขึ้นบน จากบนลงล่าง ในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นในพื้นที่ ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง มีการบูรณาการในพื้นที่
       
       ฉะนั้น ผู้ว่าฯ ก็ต้องเป็นผู้ที่ทำงานเหล่านี้ได้ ไม่ได้เพียงแค่บำบัดทุกข์บำรุงสุขอย่างเดียวแล้ว วันนี้มันต้องทำงานฟังก์ชัน งานบูรณาการ มองงานในภาพกว้าง ทั้งในจังหวัด ในกลุ่มจังหวัด ในเวลาเดียวกัน แล้วก็ดูกลุ่มจังหวัดอื่นๆด้วย มันจะเชื่อมโยงกันได้อย่างไร เพราะมันต้องอยู่ในภูมิภาค กลุ่มจังหวัด และชุมชน ประเทศไทยประกอบด้วยอย่างนี้ ไม่อยากให้รอรัฐบาลสั่งการอย่างเดียวบางอย่างง่ายๆทำเองก็ได้ ทำไมต้องรอสั่ง กฎหมายอะไรก็มี คนก็มี เหล่านี้ผมอยากให้ผู้ว่าฯ ได้มีการเร่งรัดพัฒนาตนเองให้เป็นอย่างที่ผมพูด วันนี้ท่านก็ทำเยอะแล้ว ผมว่า รัฐบาลเองก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน ทำตัวให้พร้อมรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ ผู้ที่ร้องขอได้อย่างเหมาะสม
       
       หลายอย่างที่ผู้นำ หรือผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิธิคิด วิธีสั่งการ วิธีประเมิน มีการติดตามกำกับดูแลการขับเคลื่อน ตรวจสอบการทุจริต ให้เกิดความรวดเร็ว ช่วยขจัดปัญหา อุปสรรคให้กับข้าราชการด้วย ฉะนั้นทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องดูแลซึ่งกันและกัน บางอย่างนั้นมันต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ฉะนั้น ต้องช่วยกันสอดประสานให้ได้ ถ้ากรณีที่กฎหมายไม่ทันสมัย รัฐบาลก็ยังพยายามแก้ไขอยู่ อะไรที่มีปัญหาก็นี่ไง รัฐบาลก็แก้ปัญหาระหว่างที่ทำกฎหมายใหม่ บางอย่างก็ใช้มาตรา 44 ไปทดแทนไปก่อน แต่สาระใจความก็คือให้เหมือนกับกฎหมายที่เราต้องปรับปรุงใหม่เท่านั้นเอง
       
       พี่น้องประชาชนที่รัก วันนี้การทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดองที่เราเรียกว่า ป.ย.ป. นั้น ปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมผลงาน ที่รัฐบาลนี้และ คสช. ได้ปฏิบัติไปแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมากมายหลายกิจกรรม ป.ย.ป. เอางานที่ทำมาแล้ว กับงานที่ยังไม่ได้ทำ มารวบรวมกันให้ชัดเจนขึ้น หลายอย่างก็ต้องทำแผน งานโครงการ ทำโรดแมปของแต่ละกิจกรรมไปด้วย ผมอยากให้ประชาชนและสังคม ได้เปรียบเทียบกันก่อนที่ผมมา กับวันนี้ หลายอย่าง อะไรดีขึ้น อะไรมันแย่ลง
       
       อย่าไปมองเฉพาะบางกิจกรรม ทุกอย่างไม่ว่าจะทำความผิดอะไรก็ตาม มันก็เข้าในกระบวนการ แต่ก่อนไม่เข้ายังไง วันนี้ผมเอาเข้า แต่เข้ายังไม่หมด ก็ต้องใช้เวลาในการนำเข้าด้วยหลักฐาน ด้วยพยาน อะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างก็ต้องนำเข้าให้หมดในช่วงที่ผมยังอยู่ เท่าที่ทำได้มากที่สุดนะ ไม่ใช่รังแกใครทั้งสิ้น เพราะงั้นก็ไปสู้กันในศาล ในกระบวนการยุติธรรมแล้วกัน ฉะนั้นขอให้ตรวจสอบด้วย เปรียบเทียบด้วย ก่อน 22 พฤษภา 57 กับวันนี้เป็นยังไง อะไรดีขึ้น ก็ฝากไปดูรายละเอียดด้วยแล้วกัน อย่าไปเชื่อคำบิดเบือนกันมากนักนะ อ่านเอามันอะไรอย่างนี้ หรือเขียนเอาสนุกอย่างนี้ไม่ได้ บ้านเมืองไม่ใช่ของเล่นนะ
       
       เพราะฉะนั้นองค์ประกอบของ ป.ย.ป. ในส่วนของรัฐบาล และ คสช. นั้น มีหน้าที่เพียง สั่งการ มอบนโยบาย กำกับดูแล ก็เหมือนกับ ครม. เพียงแต่เอางานอื่นมาเติมเข้าไปด้วย งานจาก สปท. สนช. สปช. เก่าด้วยนะ เอามาเสริมกันเข้าไปว่าทำครบหรือยัง เอาใส่กล่องเขย่ากันได้ยังไง แล้วทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ที่ ครม. ก็เป็นการทำงานตามงานปกติ ซึ่งที่ผ่านมานั้นค่อนข้างจะเป็นงานฟังก์ชัน ก็มีคณะกรรมการขับเคลื่อน กขป. ขึ้นมาอยู่แล้ว เดิมนะ วันนี้ก็มี PMDU เข้ามาอีกด้วย ก็แค่นั้นเองนะ จะได้ไม่เป็นการแก้ปัญหารายปี รายกิจกรรม เรียกร้องครั้งหนึ่งแล้วก็มาใหม่วันหน้า อะไรทำนองนี้ หรืออะไรที่ผิดกฎหมายก็ปล่อยปละละเลย จนเกิดความเคยชิน พอเคยชินแล้ววันนี้จะมาบังคับก็ไม่ได้อีกแล้ว ก็อ้างว่าเจ้าหน้าที่เดิมนั่นแหละ เป็นคนปล่อยปละ วันนี้เจ้าหน้าทีเดิมนั่นแหละมาจับกุม นี่แหละคือปัญหาของประเทศ ทุกคนก็ต้องหยุดเรื่องเก่าแล้วทำเรื่องใหม่ให้ได้นะ ประชาชนก็ต้องเห็นใจ เพราะที่ผ่านมานั้นอาจจะขาดการดูแลที่ดีเพียงพอ อาจจะไม่เข้มงวดในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่แก้ไขต่างๆ ให้ยั่งยืน วันนี้เราเข้ามาแก้ไขแน่นอนต้องเจอปัญหามากมาย อาจจะทำให้เกิดความถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจของคนหลายคนนะ เพราะด้วยกฎหมาย ด้วยวิธีการใหม่ๆ ด้วย
       
       วันนี้เราคงต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า ทั้งวันนี้ วันหน้า และก็วันต่อๆ ไปด้วยนะ เพราะงั้นเราก็น่าจะต้องมีแผนแม่บท มีข้อมูลมีกฎหมายลูก ที่สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบันที่ออกมาแล้ว หลายอย่างก็ยังไม่ออกนะ เราจะต้องปฏิบัติให้ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยไม่ใช่รัฐธรรมนูญเป็นบทที่จะมาใช้ปฏิบัติสำหรับในการบังคับใช้กับประชาชนไม่ใช่ รัฐธรรมนูญนั่นเป็นกฎหมายหลักของประเทศ ของรัฐ แต่จำเป็นต้องมีกฎหมายลูกออกมา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตราทุกมาตราในรัฐธรรมนูญ เพราะงั้นประชาชนก็ต้องมาปฏิบัติตามกฎหมายลูกตัวนี้ กฎหมายที่ออกมาเป็น พ.ร.บ. โน่น นี่ หรือกฎกระทรวงอะไรเหล่านี้ เรียกว่ากฎหมายลูกนะ
       
       ฉะนั้น เราต้องทำงานหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน เวลาก็น้อย 2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะมองว่านาน ผมคิดว่าถ้าทำงานเยอะๆ ไม่นานหรอก จะไม่มีเวลาที่ว่างให้คิดว่าเออ เวลาเหลือๆ ไม่เหลือหรอก ปัญหาเราเยอะเกินไป ปล่อยปละละเลยกันมากมาย จนแก้ไม่ทันนะ ต้องรอบคอบ แล้วก็ต้องทำงานมุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ให้ดีที่สุด ในทั้ง 4 คณะนั้น หน้าที่จริงๆ ก็คือ ผมต้องการเตรียมการส่งต่อรัฐบาลในอนาคตนั่นแหละ
       
       วันนี้อย่ามาพูดเลยนะว่า ผู้มีรายได้น้อยถูกรังแกเพราะการบังคับใช้กฎหมายจนเกิดปัญหา ปัญหาเดิมก็คือไม่ใช้กฎหมายไง คนก็เลยไม่ปฏิบัติตาม ก็เคยชิน ปล่อยปละละเลยกันจนเคยชิน วันนี้อย่าให้เป็นเช่นอดีตที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสร้างปัญหามาโดยตลอด ก็ไม่อยากให้มันทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ถ้าเราอยากให้บ้านเมืองสงบก็ช่วยกันหยุดกระทำความผิด แล้วคิดใหม่ ทำให้ถูก มีหลักการในการคิด ตั้งแต่วันนี้ ทุกภาคส่วนนั่นแหละ ผมขอพูดกับสังคม ประชาชน อย่าปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ในอนาคต รัฐบาลก็กำลังจะทำให้คนทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน นั้น เขามีความสุข มีความพึงพอใจ ก็ต้องกระจายความสุขเหล่านี้ให้ถึงเขาให้ได้ และมีชีวิตที่ดีขึ้น ประเทศก็มีรายได้มากขึ้นเพื่อใช้ในการพัฒนา
       
       เรื่องสังคมสูงวัย เรื่องของการพัฒนาประเทศ เรื่องของการใช้จ่ายในเรื่องของการสาธารณสุข การศึกษา เยอะแยะไปหมด ที่ทุกคนเรียกร้อง อยากได้เงินเพิ่ม อยากได้ฟรีโน่น ฟรีนี่ แล้วถามว่า ถ้าไม่ทำแบบนี้ มันจะไปแบบนั้นได้ไหม มันจะหาเงินได้มั้ย อย่าคิดแต่รายจ่ายโดยไม่คำนึงถึงรายรับนะ วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่าง หารายรับเพิ่ม ก็ต้องมีกฎ ทำตามกฎหมายนะ
       
       เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญก็คือว่า รอแล้วกันนะ รอผลสรุปเขาออกมาว่าไง แล้วนั้นแหละคืออนาคตของประเทศ เพราะฉะนั้นก็อยากขอความร่วมมือจากคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ทั้งหมด ทำความเข้าใจกันให้ได้ ว่าเราจะอยู่กันยังไงต่อไป อย่าไปมองประเด็นใดประเด็นหนึ่งอย่างเดียว มันมีหลายอย่างที่มันมีปัญหา เช่น ความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยเป็นอะไร มันบิดเบือนไปหรือเปล่า อันที่ 2 คือเศรษฐกิจ และสังคมประชาชนไม่เข้มแข็ง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และการศึกษาไม่มีประสิทธิผลมากเท่าที่ควร ผมรู้ทุกคนเหน็ดเหนื่อย ครูลำบาก เหนื่อยมาก แต่ทำไมน่าจะต้องทำให้ดีกว่านี้ ผมทราบว่ากำลังทำอยู่แล้ว ขอบคุณไว้ล่วงหน้านะครับกระทรวงศึกษา ผลสรุปทั้งหมดจะรวบรวมไว้ทั้ง 4 คณะ และก็ไปทำงานในประเด็นต่างๆ และโรดแมปบรรจุยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วยนะครับ วันหน้าเราจะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กำกับดูแลติดตามงานเหล่านี้ ที่เขียนไว้ให้แล้วว่า รัฐบาลหน้าจะทำอย่างไรต่อไป เพียงแต่ประคับประคองไปให้ได้ การปรองดองผมเห็นพูดกันทั้งวัน สนใจอยู่เรื่องเดียวการปรองดองมีผล อยู่ที่คนบังคับได้ไหม ถ้าทุกคนไม่อยากปรองดองผมไม่รู้จะช่วยยังไง ทุกคนต้องช่วยตัวเองบ้าง เพื่อประเทศชาติโดยรวม หลายอย่าง ความขัดแย้งทางการเมือง ในเรื่อง PMDU บอกแล้วเป็นตัวขับเคลื่อนวันนี้ เท่านั้นแหละ ก็ไปร่วมกับ คสช. เดิมที่มีอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลอยู่จะได้ขับเคลื่อนเร็วขึ้น การจัดลำดับความเร่งด่วนในการทำงานของ ป.ย.ป. กขป. และPMDU นั้น เราจะมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของประเทศ คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เช่น การบริหารจัดการน้ำ วันนี้ดีขึ้นตามลำดับนะครับ เป็นการแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม ได้อย่างทันเหตุการณ์ ผ่านพ้นมา 2 ปีกว่าแล้ว
       
       เรื่องที่ 2 เรื่อง การบุกรุกป่า การยึดพื้นที่ครอบครองพื้นที่ผิดกฎหมายคืน นำมาเป็นที่ดินจัดสรรให้กับประชาชนเป็นที่อยู่อาศัยในแนวทางใหม่ ของคณะกรรมการนโยบายจัดที่ดิน ไม่ออกโฉนดให้ เป็นพื้นที่ทำกิน
       
       เรื่องที่ 3 คือ ส่งเสริมเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ในทุกผลิตภัณฑ์ ทุกผลิตผลเกษตร การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่วนผสม ทั้งประมง ทั้งเลี้ยงสัตว์ รวมอยู่ในนี้ด้วยเป็นแปลงใหญ่เราจะได้ส่งเสริมหลายอย่างให้ได้เป็นกลุ่มๆ ไป โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิตในการประกอบอาชีพ
       
       เรื่องที่ 4 คือ ภาคสื่อ ภาคประชาชน เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยทุกกลุ่มจากการมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน และมีมาตรการสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถอย่างยั่งยืนหลายโครงการนะครับ ใช้งบประมาณจำนวนมากพอสมควร
       
       เรื่องที่ 5 การขึ้นบัญชีช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพื่อที่จะคงมาตรการช่วยเหลือต่อไปที่เหมาะสม ไม่ใช่เหวี่ยงแหเหมารวมไปเรื่อยๆ ทั้งหมด แล้วจะเพียงพอไหม คนตั้ง 70 ล้าน วันหน้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ และไม่ตรงความต้องการด้วยกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณรั่วไหลได้นะครับ
       
       เรื่องที่ 6 คือ การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย วันนี้เรามาดูว่าคนขาดที่อยู่อาศัยเท่าไหร่ หลายล้านครัวเรือนนะครับ รายได้น้อยกว่า 2 ล้านในปัจจุบัน เราดูเรื่องบ้านพัก อพาร์ทเม้นท์ แฟลตดินแดง ชุมชนริมคลอง ทำให้ทั้งนั้น ระยะเริ่มแรก ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด บ้านพักข้าราชการด้วยนะครับ เพื่อสวัสดิการต่างๆ มันค่อยๆ เริ่ม ถ้าเราเอาทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มันในสลัม หรือที่ไม่น่าอยู่ เอาขึ้นไปอยู่บนแฟลต บนตึกได้ มันจะดี เหมือนต่างประเทศเขาทำ มันน่าจะดีกว่าอยู่แบบเดิม คุณภาพชีวิตไม่ได้
       
       เรื่องที่ 7 เรื่องวัฒนธรรม สังคม การปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาครู หลักสูตร นักเรียน ระบบการศึกษา ยกระดับอาชีวศึกษา วันนี้มีการร่วมมือกับผู้ประกอบการ ทั้งการวิจัย และพัฒนา และดูแลเรื่องการศึกษาด้วย 1 บริษัท 1 อาชีวะ ทำนองนี้ ทำทั้งหมด มีการทำสัญญาร่วมกัน ส่งเสริมระบบการเรียนรู้ระบบการศึกษาต่างๆ วิจัย พัฒนา ที่มาจากภาคอุตสาหกรรมด้วย ในอาชีวะศึกษามี รัฐก็มีด้วย วันนี้ต้องระดมทั้งหมด เพราะเราไม่สามารถจัดหาเงินทั้งหมดไปให้การวิจัยพัฒนาได้มากอย่างที่ทุกคนต้องการ ต้องผสมผสานกันอย่างนี้นะครับ มันจะได้ไม่ซ้ำซ้อน
       
       เรื่องที่ 8 การตั้งศูนย์ดำรงธรรม 2 ปีครึ่ง แก้ปัญหาต่างๆ ไปเยอะ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นล้านๆ เรื่อง แบบเบ็ดเสร็จ แก้จุดเดียว ทั้ง คสช. ข้าราชการรวมกันแก้ทันที ถนนหนทาง ท้องถิ่นมีปัญหา ผมดูจากข่าวทีวี หนังสือพิมพ์ ผมก็สั่งการลงไป เขาก็ลงไปทำให้ บางครั้งติดเรื่องงบประมาณ ติดเรื่องโครงการที่ยังไม่ได้ทำเหล่านี้ มีทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก อันนี้คือถนนหนทางหลายอย่างติด ทำไม่ได้ ประชาชนไม่ยินยอมขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่มีผลกระทบจากสิ่งที่ไม่ได้ทำ ต้องหาทางทำให้ได้ หลายเรื่อง
       
       เรื่องที่ 9 เรื่องลดความเหลื่อมล้ำทางกฎหมาย และให้ทุกคนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม มีความยุติธรรม มีเกณฑ์ติดตาม ดูแลการคืนสู่สังคมผู้พ้นโทษ การดูแลผู้พ้นโทษ เด็ก และสตรี มีโครงการกำลังใจใน พระองค์เจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มาทำพระราชทานด้วยขณะนี้
       
       เรื่องที่ 10 คือ การส่งเสริมกลไกในการสร้างความเข้มแข็ง ระดับฐานรากและชุมชน อันได้แก่ บริษัทประชารัฐ รัก สามัคคี จำกัด วิสาหกิจชุมชน 1 ธุรกิจ 1 ตำบล และการปรับปรุงระบบสหกรณ์ ซึ่งบางอย่างมันค่อนข้างจะไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องปรับตัวกันด้วยนะครับ
       
       เรื่องที่ 11 ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การสร้างห่วงโซ่คุณค่า พื้นฐาน เพื่อจะสร้างความเข้มแข็ง เพื่อประสิทธิภาพของประเทศ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ
       
       เรื่อง 12 การประมูลรถไฟฟ้า รถไฟ หลาย 10 ปี ทำไม่ได้ วันนี้ทำได้เยอะแล้ว มันเลยทำให้ทุกอย่างประดังประเดมาอยู่ตอนนี้ รถติดเวลาก่อสร้าง และผมถาม ที่ผ่านมาทำไมไม่สร้าง ทยอยสร้างมันก็ไม่ติดแบบวันนี้หรอก ต้องเข้าใจนะครับ ถ้าต้องการ ต้องลำบากวันนี้ก่อน วันหน้าจะได้สบาย วันนี้สบาย วันหน้าก็ลำบาก คิดเอา โครงการเดินหน้าเรื่องรถไฟในจีน มีการเดินหน้า พูดคุยเจรจา ทำอย่างระมัดระวัง เราอยากมีกันอยู่แล้ว อย่าคิดว่าเราไปเอื้อประโยชน์ให้เขา ทุกอย่างต้องเป็นธรรมนะ เรื่องการปรับปรุงรถไฟเดิม จำเป็นต้องทำ ต้องซ่อม ซื้อใหม่ก็ซื้อ ซ่อมก็ซ่อม อย่ามาตีกันทั้งหมด บอกรัฐบาลไม่เห็นทำไร เอารถไฟเก่ามาซ่อมอย่างเดียว ผลงาน เรื่องการปรับปรุง ขสมก. ทุจริตไป รับไม่ได้ก็รับไม่ได้ รับได้คือรับได้ ผมไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน กฎหมายว่าไง ก็ไปว่ากัน มีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว
       
       เรื่องที่ 13 เดินหน้าโครงการถนนมอเตอร์เวย์ วันนี้เราต้องเชื่อมต่อให้ได้ ขยายโครงการเดิม ตัดเส้นทางใหม่ แก้ปัญหาจราจร ส่งเสริมขีดความสามารถของประเทศ ต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ขึ้นมา สร้างแรงจูงใจให้คนในประเทศสุขสบายขึ้น ขนส่งดีขึ้น รถไม่ติด ต่างประเทศอยากมาลงทุน เพราะเครือข่ายลอจิสติกส์เราดี ใช่ไหม
       
       เรื่องที่ 14 โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไอซีที ไอลอว์ วันนี้หลายอย่าง เป็นการแจ้งเรื่องต่างๆ จากรัฐบาลถึงพี่น้องผ่านออนไลน์ ทั้งหน่วยจัดการน้ำก็มี เรื่องค่าน้ำแต่ละวัน มันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร สภาพอากาศ ฝน เปิดดู เป็นข้อมูลที่ทางราชการ ทางรัฐอยากให้ทราบ อยู่ในเว็บไซต์ หรือไม่ก็อยู่ในโทรศัพท์ เปิดหาเอา ไม่สนใจ จะไม่บอกว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นทำอะไร ก็ไม่ถูก ฝากสื่อทุกสื่อเปิดดูด้วยนะครับ ถ้าเปิดดูจะรู้ เอาแล้วมาติผมดีกว่า ดีกว่าไปคิดเอาเองแล้วมาติผม เรื่องการส่งเสริมการแข่งขันทางธุรกิจประเทศ การประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวเหล่านี้ ต้องพัฒนาหมด เราทำกันเยอะแล้วนะครับ แก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ อะไรต่างๆ เหล่านี้ ก็เห็นว่ารายได้เข้าประเทศมีจำนวนมากขึ้น และไทยเป็นประเทศที่ทุกคนอยากมาเที่ยวในช่วงนี้ อย่าทะเลาะกันแล้วกัน
       
       เรื่องที่ 15 เรื่องการจัดการประมูล 4จี วันนี้เรียบร้อยไประดับหนึ่งแล้ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลองเปรียบเทียบดูแล้วกัน สมัยก่อนทำได้ประมาณซัก 40,000 มั้ง วันนี้เราทำได้เป็นแสนล้านจากการประมูล เหมือนช่วงที่ผ่านมา วันนี้ทำได้ถึงแสนล้าน นี่ไงทำให้มันโปร่งใส และเป็นการแข่งขันที่เป็นธรรม แต่เขาก็สู้กันด้วยราคา ด้วยสิ่งตอบแทนประชาชน ด้วยอะไรเหล่านี้ ไปดูซิครับเรื่องความแตกต่าง
       
       เรื่องกฎหมายการค้า เรื่องที่ 16 กฎหมายอำนวยความสะดวก กฎหมายเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารภาครัฐ ซึ่งจะเป็นช่องทางการเรียนรู้และให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อจะลดปัญหาการทุจริต โครงการทุกโครงการมันจะแพร่ไปอยู่ในเว็บไซต์ ลองไปดูสิครับทุกจังหวัด แล้วก็ไปตามดูก็แล้วกันว่าตรงไหน ที่มันทุจริต แล้วมีหลักฐานมาก็ฟ้องร้องขึ้นมา ก็จะดำเนินการให้ ขณะเดียวกัน หน่วยงานราชการเขาก็ไปตรวจกันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าวันนี้รัฐบาลนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบ ตรวจสอบทุกวันนะ ก็เห็นมั้ยมีฟ้องศาล วันนี้เขาก็ฟ้องนายกรัฐมนตรีอยู่ ฟ้องรองนายกฯ ฟ้องใครอีก 6 - 7 คน เห็นมั้ยครับ อย่าไปเขียนแบบนั้น เขียนว่ารัฐบาลนี้ไม่มีการตรวจสอบ ต่างชาติเขาดูแล้วเขาจะรู้สึกยังไง เขาก็ไม่ไว้ใจ
       
       เพราะฉะนั้นก็ต้องส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ให้ง่ายต่อการลงทุน ถ้าบอกว่าไม่ให้อะไรเขาเลย แล้วเขาจะมามั้ยล่ะครับ ถ้าเขาไม่มาแล้วรายได้มันจะเพิ่มมั้ย คิดแบบนี้นี่หลักคิด นะ แต่ก็ไม่ได้ว่าให้เขาไปเลย จนกระทั่งประเทศไทยสูญเสียทรัพยากรไปจนหมด มันไม่ใช่ เป็นการเช่า ห้วงเวลามันมีอยู่ ในช่วงนั้นผลตอบแทนมันก็ต้องกลับมาสู่คนไทย
       
       เรื่องภาษี เรื่องที่ 17 การปฏิรูปโครงสร้างเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม มีมาก บริโภคมาก ใช้มาก ก็มีขีดความสามารถในการเสียภาษีสูง ในส่วนที่มีรายได้น้อย บริโภคน้อย ก็อาจจะไม่เสียภาษี หรือว่าเสียภาษีต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่ถ้าเขาใช้แบบฟุ่มเฟือย เขาก็ต้องไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเอง ประชาชนที่เขารายได้ไม่ถึงเสียภาษี แต่เขาต้องกิน ต้องอยู่ ต้องใช้ ถ้าเขาใช้ฟุ่มเฟือย เขาก็ต้องไปเสียมากขึ้น ต้องมองอย่างนี้ มันจะไม่ขัดแย้ง ทั้งคนรายได้มาก รายได้ปานกลาง รายได้น้อย มันมีหลักการของมันอยู่แล้ว อย่ามาตีกัน
       
       เรื่องที่ 18 ระบบงบประมาณใหม่ วันนี้ก็ทำ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาหลายสิบปีแล้ว วันนี้ทำใหม่ทั้งหมด มีการบูรณาการแยกงบประมาณออกมา อันไหนฟังก์ชั่น อันไหนงบประมาณ ที่จะต้องบูรณาการไม่ซ้ำซ้อน หลายหน่วยงานต้องมาคิดร่วมกัน ให้มีประสิทธิผลมากขึ้น
       
       เรื่องที่ 19 การบริหารราชการ ก็มีการแบ่งงบพัฒนา ออกไปในกรอบของ 6 ภูมิภาค ไปคุมดูสิว่า 6 ภูมิภาคมันจะโตยังไง จากนั้นก็ลงไปสู่ 18 กลุ่มจังหวัด ไปสู่ 76 จังหวัด กระจายออกไป แล้วเราก็มีการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้นตามจังหวัดชายแดน 10 จังหวัด เพื่อให้เกิดเป็นเครือข่ายในทางด้านเศรษฐกิจ และรวมความไปถึงโครงการขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ที่เปิดตัวไปเมื่อวันก่อนนี้
       
       เรื่องที่ 20 ระบบการเงินการคลัง เราก็จัดระเบียบใหม่ จัดทำกฎหมายใหม่ เช่น มีการทำ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใหม่ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง เพื่อจะช่วยป้องปรามการทุจริต แน่นอนครับอยู่ที่คนน่ะแหละ กฎหมายนั้นบังคับใช้ให้ดีแล้วกัน ให้เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ เราก็จะได้มีการใช้จ่ายงบประมาณที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความขัดแย้ง
       
       เรื่องที่ 21 กฎหมายเพื่อสังคม ยาเสพติด ทุจริต กฎหมายตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ (IUU + ICAO) เป็นร้อยฉบับนะทำออกมา กว่าจะสำเร็จ
       
       เรื่องที่ 22 พ.ร.บ. ป้องกันภัยแห่งชาติ ที่ครอบคลุมภัยพิบัติทางธรรมชาติของประเทศในวงรอบปี ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ ที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพของประชาชนทุกกลุ่ม เหล่านี้ก็ทำใหม่ทั้งหมด ออกมาเมื่อปี 2558 เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาภาคใต้จึงเร็วขึ้น เพราะมี พ.ร.บ. ตัวนี้ออกมา รู้งาน รู้หน้าที่ รัฐบาลก็ไปกำกับดูแล มีส่วนหน้าดู ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มันก็เร็วขึ้น ไม่ซ้ำซ้อน
       
       ในเรื่องของการบูรณาการศูนย์ข้อมูลน้ำและการพยากรณ์อากาศ วันนี้เรามีกว่า 30 หน่วยงาน นี่งานที่ 23 ของเรา เช่น มีทั้ง สสวท. ศูนย์เมขลา และหน่วยงานที่อยู่ภายในกระทรวง ภายในหน่วยงานอื่นๆ อีก ในพื้นที่ ในท้องถิ่น เยอะแยะไปหมด วันนี้เราบูรณาการได้หมดแล้ว แล้วก็มีเปิดให้ดูในโทรศัพท์ได้ด้วย ลองหาดูแล้วกัน
       
       เรื่องที่ 24 การจราจรและการป้องกันอุบัติภัยทางถนน ก็คิดแนวทาง วิธีการ ในการที่จะลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ก็ต้องไปดูทั้งคนขับ ดูทั้งรถ ดูทั้งบริษัท และข้อสำคัญประชาชนทุกคนก็ต้องร่วมมือกันด้วย รักษาตัวเองให้ได้ อย่าไปขึ้นรถขับรถเร็ว อะไรทำนองนี้ มันก็เกิดอุบัติเหตุทั้งหมดนั่นแหละ โทษรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่รู้จะทำยังไง ทำได้อย่างเดียวคือบังคับใช้กฎหมาย ฉะนั้นทุกคนต้องดูแลตัวเองด้วย
       
       เรื่องที่ 25 e-Ticket ใบสั่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดปัญหาจราจร และอุบัติเหตุ ที่เขาแก้ปัญหาจราจรได้ในระดับหนึ่ง
       
       26. การจัดระเบียบบ้านเมือง จัดระเบียบสังคม ชายหาด สถานบริการ แหล่งท่องเที่ยว ก็จัดไปแล้ว ยังไม่ครบหมดหรอกนะหลายอย่างก็ หลายคนก็ต่อต้านอยู่เหมือนกันนะ แต่มันดีขึ้น ที่ทำไปแล้วเขาก็พอใจ
       
       27. การกวาดล้างยาเสพติด วันนี้ก็หลายคดี คดีใหญ่ๆ ทั้งนั้นที่จับกุมได้ ถ้าไม่นึกถึงว่าไอ้ที่จับไม่ได้อีกเท่าไหร่ ก็ต้องช่วยกัน เป็นหูเป็นตา เฝ้าระวัง แจ้งข่าว อะไรต่างๆ เหล่านี้ ไม่ต้องไปกลัวคนเหล่านี้ เราก็จะจับกุมได้เอง
       
       เรื่องที่ 28 การดำเนินคดีที่สำคัญๆ ในอดีต ที่ปล่อยปละละเลย ละเว้น ก็ให้มีการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามกฎหมายปกติ ผมไม่ได้ไปสั่งโน่นนี่ให้เอาเข้าไป เขาต้องทำเท่านั้นเอง ที่ผ่านมาบางอย่างมันไม่ได้ทำ เพราะไม่ได้ให้เขาทำ วันนี้ผมให้ทำหมด
       
       เรื่องที่ 29 การจำนำข้าว การเบิกจ่ายเงินค้างชำระ การระบายข้าว ทั้งหมดเหล่านี้กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด นั่นคือปัญหาของประเทศเราที่ผ่านมาด้วย จะผิดจะถูกเป็นเรื่องของศาลไปว่ามา
       
       เรื่องที่ 30 คดีทุจริตต่างๆ หลายคดีที่ไม่เป็นคดี ผมก็แปลกใจเหมือนกัน หลายอย่างมันมีความบกพร่อง จะต้องไปหาวิธีการมาในการที่จะต้องนำเข้ากระบวนการยุติธรรมให้ได้ เพราะมันจะเกิดความเสียหายกับประเทศชาติ หรือในวงการระบบกรเงินการคลังของประเทศ อะไรก็แล้วแต่ต้องไปหาดู
       
       เรื่องที่ 31 เราจะต้องมีการปฏิรูปเรื่องของศาสนาด้วย ปฏิรูปง่ายๆ ก็คือ ทุกคนกลับมาใช้คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางในการครองตนครองเรือน ก็แค่นั้นเอง พระก็จัดระเบียบของตนเองให้เรียบร้อย ให้เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนโดยทั่วไป ขจัดคนที่อยู่ในวงการพระที่ไม่ดี เอาออกไป เพราะฉะนั้นมันต้องมีหลักฐาน มีการทำงานทั้งหมด ในเชิงที่ต้องบูรณาการกันทั้งฝ่ายฆราวาสกับพระด้วย
       
       เรื่องที่ 32 พ.ร.บ. สงฆ์ ก็มีการแก้ไข แล้วก็ทูลเกล้าฯ ขึ้นไปเสนอรายชื่อจนเราได้มีสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ในปัจจุบัน
       
       เรื่องที่ 33 การแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตดีขึ้นทางสังคม ทางเศรษฐกิจ สร้างสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ วันนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าอยู่ทั้งหมด
       
       34. การปรับปรุงเรือนจำ และการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม
       
       35. ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจ ปฏิรูปตำรวจ การปฏิบัติตามขั้นตอน และกระบวนการคดีต่างๆ การสอบสวนต่างๆ ก็กำลังปรับปรุงอยู่ทั้งหมด แล้วก็ผลการจับกุม การดำเนินคดี มันก็มากขึ้นไปเรื่อยๆ ตามลำดับ ให้กำลังใจคนดีเขาบ้าง
       
       เรื่องสุดท้ายเรื่องปรองดอง ทุกคนก็รู้อยู่แล้วนะ ปรองดองอย่างไร ทำไมต้องไปปรองดองให้กับคนบางคน คนบางกลุ่ม ปรองดองให้กับตัวเราเองไม่ดีกว่าหรือ ให้ประเทศชาติ ถ้าทุกคนคิดแบบนี้มันก็ไปได้หมด อย่าไปคิดแทนคนอื่น ปรองดองให้เขา เขาถึงจะอย่างนี้ ก็เขาทำอะไรขึ้นมาล่ะ เขาทำผิดกฎหมายหรือเปล่า ทำผิดกฎหมายก็ต้องรับกฎหมาย วันหน้าก็ให้อภัยกันอยู่แล้ว อย่าให้เราต้องมาบังคับกันเลย เรื่องการปรองดอง หันหน้าเข้าหากัน จับเข่าคุยกัน ภาครัฐ ภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้ามาคุยกัน แล้วทำยังไงเราจะปรับปรุงตัวเองให้ได้ ถ้าทุกคนปรับปรุงตัวเองได้หมด มันก็ดีหมด รัฐบาลก็ปรับปรุง คสช. ก็ปรับปรุง ท่านก็ต้องยอมปรับปรุงตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นเราไม่ได้มีข้อยกเว้นใดๆ เลยในการทำงานวันนี้ ผมก็เสี่ยงกับกองกฎหมาย กับการตรวจสอบต่างๆ วันหน้า แต่ผมก็คิดว่าเราทำเพื่อแผ่นดินนะ ไม่เป็นไรหรอก ก็ต่อสู้ทางคดีกันไป
       
       หลายโครงการที่เราอนุมัติไปแล้วก็ถูก ถามมาจาก สตง. จาก ป.ป.ช. จากผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น ก็ตอบกลับไป ชี้แจงกลับไป ถ้าชี้แจงได้มันก็จบ ถ้าชี้แจงยังไม่ได้ก็ไปแก้ไขแล้วรายงานให้ทำงานต่อไปได้ ใครทุจริตก็ลงโทษ ฟ้องศาล ดำเนินคดี ก็มีอยู่แค่นั้น
       
       ก็อยากฝากข้อคิดสุดท้ายนะครับ ก็คือ เรื่องการสร้างความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตย มันต้องมีกรอบของรัฐ ของประชาชน ของปวงชน เมื่อใดก็ตามที่กฎหมายถูกละเมิด แล้วรัฐควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทุกกฎหมายที่มีอยู่ แสดงว่าประชาธิปไตยเราเวลานั้นมีปัญหา มันกำลังไปสู่อนาธิปไตย แล้วเราจะทำอย่างไร ที่จะไม่ไปถึงจุดนั้น รัฐ ประชาชน ปวงชน ต้องหาจุดพอดีให้ได้ กฎหมายเขามีเส้นแบ่งอยู่แล้ว เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าเราจะทำเกินเลยไป ก็ต้องหยุด รัฐบาลต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ แก้ปัญหาให้ได้ โดยจะต้องไม่ให้ใครเดือดร้อน ต้องอยู่ในกรอบของสิทธิเสรีภาพ ในกรอบของประชาธิปไตย ซึ่งจะต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
       
       การประท้วง สร้างความวุ่นวาย จนวุ่นวายไปหมด มันก็เกิดทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ตั้งแต่ ... ผมก็อยู่มาด้วยตลอดทุกรัฐบาล ก็ประท้วงกันไปมานั่นแหละ อย่ามาโทษว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งเลย ผมอยู่ตรงกลาง ผมเห็นทั้งคู่ แต่ฝ่ายใดที่ทำความเสียหายให้กับรัฐ ให้กับสถานที่ราชการ ให้กับศาล มันก็จำเป็นที่ต้องมีการใช้เจ้าหน้าที่คอยดูแล แต่ถ้าประชาชนต่อประชาชน ก็ต้องไปแก้ไขตรงโน้น รัฐบาลก็ต้องแก้ ก็ไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงต่อกัน ต้องไม่มีการใช้อาวุธ ถ้ามันหยุดได้ตรงนั้นพอดีก็สามารถใช้กระบวนการประชาธิปไตยปกติในการแก้ไขปัญหาได้ และทุกฝ่ายยอมรับกัน มันมีกลไกของสภาฯ มีไปสู่การเลือกตั้ง การตั้งรัฐบาลใหม่ เหล่านี้เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย ที่ผ่านมามันไม่เป็นอย่างนี้ ก็ขัดแย้งกันไปกันมา ประท้วง บานปลายไปสู่การใช้อาวุธ และท้ายสุดก็ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ จะให้ทหารไปปราบฝั่งโน้น ฝั่งนี้ มันไม่ได้หรอก ไอ้ที่ทหารเขาออกมาครั้งก่อนโน้นเพราะว่าใครล่ะครับ ยิงเข้าวัด ยิงเข้าสถานที่ราชการ ยิงเข้าศาล ยิงเข้าคลังน้ำมัน ไปหาเอาเอง
       
       วันนี้ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายถึงจุดนั้นอีก ที่ผมพูดเนี่ยไม่ต้องการที่จะไปเป็นอุปสรรคต่อการปรองดองนะ ผมพูดให้คนคิด ให้เข้าใจ แล้วก็แก้ไขกันซะ อย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นรัฐบาล ปวงชน ประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทหารเราเข้ามานั้นเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุที่มันลุกลามบานปลายไปแล้ว ไปสู่การจลาจล ไปสู่การใช้อาวุธ มีการบาดเจ็บ สูญเสีย เราถึงต้องเข้ามา ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย
       
       ขอบคุณนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้ก็พยายามฟังหน่อย เพราะผมพูดเร็ว หลายๆ เรื่องมันจำเป็นนะ ขอขอบคุณและขอโทษ ถ้าหากว่าไม่เข้าหูใคร ขอโทษ สวัสดีครับ

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017