เก็บภาษี “แม้ว” แค่ปาหี่ทำขึงขังแล้วปัดพ้นตัว-ลากยาวถึงชาติหน้า !!

โดย MGR Online   
16 มีนาคม 2560 06:55 น. (แก้ไขล่าสุด 16 มีนาคม 2560 07:20 น.)
เก็บภาษี “แม้ว” แค่ปาหี่ทำขึงขังแล้วปัดพ้นตัว-ลากยาวถึงชาติหน้า !!
        เมืองไทย 360 องศา
       
       “เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัดว่าใครผิด ใครถูก เพราะกรมสรรพากรระบุอาจดำเนินการไม่ได้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจ ส่วนจะแน่ใจเมื่อไหร่ จำเป็นต้องมีคำพิพากษาศาล จะมาคิดเองไม่ได้ จึงต้องให้มีการประเมินและดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยหลักการต้องรู้ว่าเรื่องนี้มีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอาไว้ว่า การเสียภาษีกรณีนี้ไม่ถูกต้อง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง โดยการเรียกให้เสียภาษี ส่วนจะทำได้หรือไม่ ขณะนี้มี 2 ความเห็นว่า ถ้ายึดความเห็นที่หนึ่งของกรมสรรพากร คือ เรียกไม่ได้ และอีกความเห็นของ สตง. คือ สามารถเรียกเก็บได้ เมื่อยังไม่รู้ว่าใครถูก ผิด ก็ต้องไปทำให้ได้รับความชัดเจน คือ ประเมิน ให้ความเป็นธรรม และสามารถอุทธรณ์ จากนั้นถ้าไม่มีการจ่าย รัฐก็ต้องไปฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งเมื่อถ้าตัดสินแล้วไม่พอใจก็ยังไปอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรได้ และการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการประเมินภาษีปกติทุกอย่าง เมื่อมีคำตัดสินแล้วจะได้ใช้เป็นบรรทัดฐาน เพราะ สตง. ได้แจ้งว่า มีกรณีลักษณะนี้หลายสิบคดีด้วยกัน อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ไม่มีการขยายเวลา ไม่มีการขยายอายุความ ไม่มีการใช้มาตรา 44 ใช้ประมวลรัษฎากรปกติทุกอย่าง ซึ่งเวลาที่เหลือ 16 วัน ก็ไม่ยากอะไร เมื่อยื่นประเมินแล้ว อายุความก็หยุด”
       
       นั่นเป็นคำพูดของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่พูดถึงเรื่องการเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปเมื่อปี 2549 จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ของ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังจะหมดอายุความในวันที่ 31 มีนาคมนี้
       
       ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ให้ความเห็นในเรื่องเดียวกันว่า
       
       “ผมไม่ได้นิ่งนอนใจตั้งแต่วันแรกที่ได้ยินกรณีนี้ขึ้นมา ในหลักการสำคัญเรื่องนี้ได้ให้แนวคิดไปว่ารัฐบาลจะต้องไม่ทำขัดต่อหลักยุติธรรม และผมจะไม่ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาเรื่องนี้ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปรุกไล่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ได้ให้ประชุมร่วมกันของคณะใหญ่ทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย เช่น สตง. ปปง. และกฤษฎีกา ได้ข้อยุติให้ใช้กฎหมายปกติดำเนินการ”
       
       “กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากรจะดำเนินการเรียกภาษี จะได้หรือไม่ ต้องไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทุกฝ่ายมีโอกาสโต้แย้งในชั้นศาล ต้องดูความเป็นมาของศาลที่ผ่านมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นศาลฎีกาฯเพราะหลายอย่างมีความซับซ้อน มีการวางแผนแยบยลเงินหลายทอด สังคมก็เชื่ออย่างนั้น ผมพยายามแกะมาอาทิตย์กว่าๆ แล้วจนได้ข้อยุติดังกล่าว การที่จะให้ผมมาสั่งโน่นสั่งนี่ บางอย่างผมไม่สั่งก็สั่งไม่ได้ เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายไปพิจารณามา สรุปกรมสรรพากรต้องดำเนินการเรียกเก็บภาษี ถ้าไม่ได้ก็ไปอุทธรณ์ว่ากันไปตามกฎหมาย และต้องทันเวลาก่อนวันที่ 31 มีนาคมนี้ด้วย”
       
       ฟังดูจากทั้งสองคนพูดถือว่าขึงขังเอาจริงเอาจังมาก ซึ่งมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ต้องมีท่าทีให้เห็นแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าขืนบอกว่ามันหมดอายุความแล้ว หรือทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ"จบแล้วครับนาย"แบบนั้นรับรองว่าโดนชาวบ้านด่าเปิงแน่
       
       สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ หากพิจารณาจากคำพูดดังกล่าวทำให้ทราบว่าเพิ่งมีการประชุมแบบ “ชุดใหญ่” เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับปัญหา “อภิมหากาพย์ภาษี” ของ “เทวดา” ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา นี่เอง หรือจากคำพูดของ วิษณุ เครืองาม ที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านั้นว่าเป็นการประชุมต่อเนื่องมาจากวันที่ 10 มีนาคม ความหมายก็คือ รัฐบาลเพิ่งมาตื่นตัวตาลีตาเหลือกเอาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง หรืออย่างมากก็ภายในเดือนนี้เอง ในเดือนที่กำลังจะหมดอายุความ 10 ปี ในขณะที่ฝ่ายกรมสรรพากรถึงกับมีคนบอกว่า “หมดอายุความ” ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2555 ทำอะไรไม่ได้แล้ว ฝ่ายนี้ก็หมายความว่า “มันจบแล้วนาย” อย่ารื้อฟื้นเลยมันไม่มีทางทำได้แล้ว ซึ่งฝ่ายหลังนี่เป็นฝ่ายจัดเก็บรายได้เข้ารัฐเป็นหน่วยงานหลักเสียด้วย กลับมีท่าทีเฉยเมยยอมแพ้ไปก่อน และจนถึงบัดนี้อธิบดีกรมสรรพากรคนปัจจุบัน ประสงค์ พูนธเนศ ยังไม่โผล่หน้าออกมาให้ความเห็นให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด
       
       ย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ก็เข้าใจถึงขั้นตอนนับจากนี้ภายใต้อายุความ 10 ปี คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ต้องดำเนินการเริ่มจากกรมสรรพากรต้อง “ส่งไปประเมินภาษี” ไปถึง ทักษิณ ชินวัตร หรือจะส่งถึงใครก็ได้ที่เป็นตัวแทน เช่น พานทองแท้ ชินวัตร และ พินทองทา ชินวัตร ให้มาชำระภาษีตามที่ประเมิน ซึ่งก็คือ ราว 1.2 หมื่นล้านบาท จากนั้นหากเห็นแย้งก็ไปยื่นอุทธรณ์ขอความเป็นธรรม แล้วหากไม่มาจ่ายภาษีตามกำหนด รัฐก็จะฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง เมื่อศาลนี้ตัดสินแล้วเขา (ทักษิณ) ไม่พอใจก็ไปยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรได้อีก
       
       ในความเป็นจริงก็คือ แต่ละขั้นตอนแต่ละศาลลองหลับตาคิดดูว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปี และผลในอนาคตจะออกมาก็หลังจากที่รัฐบาลชุดนี้พ้นไปแล้ว และชัดเจนที่สุดก็คือ “โยนไปให้ศาลตัดสิน” ซึ่งก็ดูดีให้ความเป็นธรรม เปิดโอกาสให้มีการแก้ต่างต่อสู่กันอย่างเต็มที่ แต่คำถามเดิมก็คือทำไมเพิ่งมาตื่นตัวกันเอาตอนนี้ ก่อนที่จะหมดอายุความกันเพียงไม่กี่สัปดาห์ เวลาที่ผ่านมาเป็นปีๆ ทำไมไม่มีใครกระตือรือล้นปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะกรมสรรพากร จะต้องมีการสอบสวนอดีตอธิบดีกรมสรรพากรตั้งแต่ก่อนปี 2555 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันให้ได้รู้ความจริงว่าที่ไม่เรียกเก็บภาษีก้อนใหญ่ก้อนนี้มีสาเหตุเพราะอะไร และอธิบดีกรมสรรพากรคนไหนที่ไม่ดำเนินการกันแน่
       
       เพราะมันผิดปกติมากสำหรับการไล่บี้เก็บภาษี เมื่อเปรียบเทียบกับชาวบ้านทั่วไป กับแม่ค้ารายเล็กรายน้อยบางรายถึงขนาดส่งเจ้าหน้าที่ไปตามประกบ “นั่งนับชามก๋วยเตี๋ยว” เพื่อพิสูจน์รายได้ก่อนเสียภาษีก็มี แต่ทำไมเงินภาษีนับหมื่นล้านบาทถึงได้ตกหล่นวางเฉยกันมานานมันเพราะอะไร
       
       ทำไมระเบียบ ข้อกฎหมายมันถึงไม่เคลียร์เฉพาะกับคนรวย หรือคนอย่าง ทักษิณ ชินวัตร หรือว่าใช้กฎหมายในการพิจารณาเรียกเก็บภาษีคนละฉบับกับคนไทยคนอื่นๆ
       
       ดังนั้น หากพิจารณาในภาพรวมๆก็ต้องสรุปว่ากรณี “ภาษีหุ้นชิน” หรือภาษีรายอื่น หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา เคร่งครัดรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างเท่าเทียม มันก็ไม่มีปัญาหาคาราคาซังมาจนถึงปัจจุบัน เพราะทุกเรื่องมันมีกฎระเบียบวางกรอบเอาไว้หมดแล้ว ที่มีปัญหาเพราะมีการ “ละเว้น เลือกปฏิบัติ” ขณะเดียวกันในกรณีของรัฐบาลชุดปัจจุบันพิจารณาจากท่าทีที่เห็นทำดูเป็น “ขึงขัง” แต่อีกด้านหนึ่งมันก็ไม่ต่างจาก “ปาหี่” ตบตาชาวบ้าน เพราะในที่สุดก็รู้อยู่แล้วว่าต้อง “โยนภาระ” ไปที่ศาล ซึ่งกว่าจะไปถึงศาลฎีกาแผนกภาษีอากรกลาง ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี หรืออาจจะเป็น “ชาติหน้า” แล้วก็ได้ !!

จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017