ปรับ ครม.เดือนตุลาฯ เวอร์ชัน “ป้อม” พ่วง “แป๊ะ” พ้น ผบ.ตร.!?

โดย MGR Online   
18 กรกฎาคม 2560 07:04 น. (แก้ไขล่าสุด 18 กรกฎาคม 2560 09:49 น.)
ปรับ ครม.เดือนตุลาฯ เวอร์ชัน “ป้อม” พ่วง “แป๊ะ” พ้น ผบ.ตร.!?
        เมืองไทย 360 องศา
       
       “ผมยังไม่รู้กระแสให้ผมย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลการเลือกตั้ง หากถามใจผมก็อยากอยู่ที่กระทรวงกลาโหมมากกว่า เพราะผมได้ทำงานร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มาตลอด จนสนิทสนมกันเป็นอย่างดี อีกทั้งทางนายกฯ ก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรด้วย อย่างไรก็ดี หากมีการปรับจริงก็น่าจะเป็นช่วงผ่านพระราชพิธีสำคัญไปก่อน”
       
       นอกจากนี้ ถามถึงเรื่องกระแสเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า “ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน ทาง ผบ.ตร. คนปัจจุบันก็ยังเหมาะสมในการทำหน้าที่อยู่ และขอยืนยันว่า ผมไม่เคยมีสัญญากับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) จะให้นั่งในตำแหน่ง 2 ปี อีกทั้งก็ไม่มีความลำบากใจอะไรที่มีรุ่นน้องมาต่อคิวอยู่ เราพิจารณาดูว่าคนใดมีความเหมาะสม”
       
       คำพูดข้างต้นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ให้ความเห็นถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
       
       อย่างไรก็ดี ก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่า กระแสการปรับคณะรัฐมนตรีคราวนี้ มันเหมือนจู่ๆ ถูกจุดพลุขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ว่าที่ผ่านมาก็เคยกระแสข่าวแบบนี้มาเป็นระยะก็ตาม แต่ก็เงียบหายไป โดยก่อนหน้านี้เมื่อราวสามสี่เดือนก่อนกระแสแบบนี้ถูกดับโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวตัดบท ว่า “ไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี ”กระแสจึงฝ่อลงไปจนเงียบไปในที่สุด
       
       ดังนั้น จู่ๆ เมื่อมีการถามเรื่องนี้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกครั้ง และได้รับคำตอบแบบ “แปลกๆ” กลับมาในความหมายที่ดูเหมือน “เป็นไปได้” มีช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมอะไรแบบนี้ตามมาอีกทำให้ต้องมานั่งประเมินกันใหม่จากองค์ประกอบที่เป็นอยู่และลากยาวไปถึงแนวโน้มในอนาคตอีกด้วย
       
       หากวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้เริ่มจากตัว “พี่ใหญ่” คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก่อน ก็ต้องยอมรับว่า อีกด้านหนึ่งก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขามีปัญหาสุขภาพรุมเร้า ทั้งประสบอุบัติเหตุหกล้ม และมีอาการโรคหัวใจกำเริบจนต้องมีการพักฟื้นมาพักหนึ่งซึ่งในเวลาลาต่อมาเจ้าตัวก็ยอมรับ แต่ยืนยันว่า “ยังไหว”
       
       ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังยืนยันว่า เขาจะไม่ตั้งพรรคการเมือง (พรรคทหาร) เพื่อรองรับการเลือกตั้งในครั้งหน้าเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช. และย้ำว่าจะจบเส้นทางการเมืองไปพร้อมกับรัฐบาลชุดนี้ทำนองว่า “ไม่เอาแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้ว” อะไรประมาณนี้ เมื่อเขาพูดแบบนี้ทำให้กระแสปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้นก็เริ่มเงียบหายไปในที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญในเวลานั้นล้วนพุ่งมาที่เขาเป็นหลัก ทั้งจากเรื่องปัญหาสุขภาพและกระแสถูกท้าทายในด้านงานความมั่นคงหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาถูกวิจารณ์ในเชิงลบ และเมื่อถูกสำทับจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีอำนาจในการปรับคณะรัฐมนตรียืนยันว่า “ไม่” ก็ต้องไม่ตามไปด้วย อีกทั้งยังคาดว่าทุกอย่างจะคงที่แบบนี้ไปจนครบอายุรัฐบาลที่เหลืออยู่ประมาณปีเศษตามโรดแมป
       
       เมื่อวกกลับมาที่คำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่กล่าวว่า เขายังอยากอยู่ที่กระทรวงกลาโหมมากกว่า เพราะมีความถนัดมากกว่าอีกทั้งได้ทำงานต่อเนื่อง มากกว่าที่จะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
       
       ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลในการปรับคณะรัฐมนตรีสำหรับการเปลี่ยนแปลงให้ พล.อ.ประวิตร ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อควบคุมดูแลการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงก็ถือว่ามีความสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้กัน เพราะหากเขา “ไม่ไปต่อ” แต่คนอื่นในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คนอื่นไปต่อ สมมติว่า เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องมารับตำแหน่งนายกฯอีกรอบในโควตา “คนนอก” ก็ต้องหาคนที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญ หาก พล.อ.ประวิตร นั่งเก้าอี้ มท.1 จริงๆ นั่นก็น่าจะเป็นคำตอบในเรื่องการวางมือแล้วจริงๆ เพราะเมื่อคุมกลไกการเลือกตั้งแล้วก็ไม่ควรมารับตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ให้เป็นที่ครหาในภายหลัง
       
       อย่างไรก็ดี นั่นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานกันไปจากคำพูดล่าสุดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ถูกจับตามองมากกว่าใคร และคราวนี้ยังพ่วงไปด้วยคำพูดปริศนาพาดพิงไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน ที่ย้ำว่าไม่เคยมีสัญญาใจเรื่องการรับปากให้นั่งเก้าอี้บิ๊กตำรวจ 2 ปี และ “ไม่หนักใจที่รุ่นน้องรอจ่อคิว” ความหมายที่อาจเป็นไปได้ว่า “ถึงเวลาที่ต้องหมุนเวียนให้คนอื่นบ้าง” เพราะเขายังเหลืออายุราชการอีกหลายปี ดังนั้น หากขยับก็ต้องขยับไปที่อื่นน่าจะใหญ่กว่าเดิม ซึ่งน่าจะเป็นเก้าอี้รัฐมนตรีอะไรสักตำแหน่งหรือไม่ อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากความดีความชอบจากการลงทุนไปบัญชาการอำนวยการคลี่คลายคดีฆ่ายกครัวที่กระบี่ทั้งสัปดาห์จนได้รับการเอ่ยปากชมจาก “พี่ใหญ่” ออกนอกหน้า
       
       ดังนั้น เมื่อประมวลเหตุการณ์และองค์ประกอบหลายอย่างดังกล่าวทั้งความจำเป็นและเงื่อนไขเวลารวมไปถึงอนาคตข้างหน้ามันก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่อาจมีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ประมาณแค่ปีกว่าโดยอาจขยับ “พี่ใหญ่” นั่งรองนายกฯ ควบ มท.1 ดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการเลือกตั้ง ขณะที่เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจนั่งควบเอง และอาจปรับเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไปนั่งช่วยงาน ก็เป็นไปได้ แบบวินวิน ได้ขยับรุ่นน้องที่จ่อคิวเข้ามาเสียบ
       
        และอย่างที่บอกหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีจริงก็น่าจะหลังพระราชพิธีสำคัญในเดือนตุลาคม ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวเอาไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับ “เบอร์หนึ่ง” คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะประเมินเหตุการณ์แบบไหน!

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017