หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

ถึงเวลาปฏิรูปฯ “ครู-หลักสูตร” แรงกระเพื่อม O-NET ตกต่ำ!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 เมษายน 2554 09:59 น.
ถึงเวลาปฏิรูปฯ “ครู-หลักสูตร” แรงกระเพื่อม O-NET ตกต่ำ!
       เชื่อเลยว่า ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ปีการศึกษา 2553 (ก.พ.2554) ที่เพิ่งประกาศออกมาสดๆ ร้อนๆ คงสร้างแรงกระเพื่อมแก่วงการการศึกษาไทยได้ไม่น้อยทีเดียว เพราะในการก้าวสู่ปีที่ 3 แห่งการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ที่ตั้งธงหวังเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้เด็ก “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น” นั้น คงไกลนักที่จะเห็นเป็นรูปธรรม เพราะจากคะแนนเฉลี่ยทั้งประเทศระบุชัดว่าตกต่ำ 3 ปีติดต่อกัน โดยเฉพาะคะแนนวิชาหลัก คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ที่ได้ไม่ถึง 50% หรือน้อยกว่านั้น
       
       จากผลคะแนนที่ออกมาทำให้นักเรียนหลายต่อหลายคนต้องเดินคอตก เพราะนั่นหมายถึงว่าพวกเขากำลังเสียความมั่นใจต่อคะแนนที่ได้รับ ซึ่งเป็นอาการเดียวกันที่ “เบนซ์” ธีรภพ กิจเดชากรณ์ ชั้นม.6 จาก ร.ร.เทพศิรินทร์ พบเจอ โดยเบนซ์ เล่าว่า ก่อนสอบเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี โดยฝึกทำโจทย์ O-NET เก่าๆ แต่ผลปรากฎว่าข้อสอบกลับผิดคาดอย่างที่เตรียมตัวมา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบข้อสอบที่เปลี่ยนไป อย่าง คณิตศาสตร์ ในเวลา 2 ชั่วโมงจากเดิมเป็นอัตนัย 3 ข้อ ปรนัย 37 ข้อ แต่ปีนี้กลายเป็นครึ่งต่อครึ่ง คือ 20 : 20 ซึ่งหากพลาดคำตอบอัตนัยเพียงแค่ 0.01 ก็จะไม่ได้คะแนนเลย ตรงนั้นถือว่ามีค่ามาก ส่วนภาษาอังกฤษ เดิมมี 4 ตัวเลือก แต่นี่เพิ่มเป็นต้องเลือก 1 ใน 16 ตัวเลือก โอกาสที่จะได้คะแนนก็ได้ยากขึ้น

ถึงเวลาปฏิรูปฯ “ครู-หลักสูตร” แรงกระเพื่อม O-NET ตกต่ำ!
       “เราไม่ได้เรียนเจาะลึกมากขนาดนั้น และไม่ได้ต้องการข้อสอบแข่งขันอย่างโอลิมปิก เพราะสอบไปเพื่อนำความรู้จากที่เรียนมาไปใช้ในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น จึงอยากให้ออกแบบเข้าใจเด็กมากกว่า นอกจากวิเคราะห์ข้อสอบแล้ว ยังต้องวิเคราะห์คำตอบที่ลึกเกินไป เด็กจึงเครียดมากกับรูปแบบข้อสอบในปีนี้” เบนซ์ ให้ภาพ
       
       ไม่ต่างกับ “ขวัญ” รังสิมา กาญจนเกศ ชั้นม.6 ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว ที่บอกว่า การสอบครั้งนี้วิชาคณิตศาสตร์ทำไม่ได้เลย ถึงขั้นต้องส่งกระดาษคำตอบเปล่า ในส่วนของปรนัย ส่วนอัตนัยส่วนใหญ่ก็เดา ขณะที่วิชาภาษาอังกฤษ ที่ตั้งความหวังไว้มาก คะแนนก็ได้น้อยเช่นกัน ข้อสอบปีนี้เน้นการคิดวิเคราะห์ ทั้งเนื้อหาจากในโรงเรียนและนอกตำรา ซึ่งกระบวนการเรียนในห้องเรียน มีบ้างที่ตรง มีบ้างที่แตกต่างออกไป และถึงแม้จะไม่พอใจคะแนนเท่าไรแต่ก็ต้องยอมรับ

ถึงเวลาปฏิรูปฯ “ครู-หลักสูตร” แรงกระเพื่อม O-NET ตกต่ำ!
รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร
       ขณะเดียวกัน นักวิชาการด้านการศึกษา อย่าง “รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร” คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้สะท้อนจุดอ่อนสำคัญจนส่งผลให้คะแนน O-NET ตกต่ำว่า ปัญหาอยู่ที่ตัว “ครู” เพราะยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนให้ตรงกับเป้าหลักตามที่หลักสูตรแกนกลางต้องการได้ เนื่องจากสมรรถนะที่หลักสูตรแกนกลางต้องการนั้นเป็นสมรรถนะขั้นสูงเน้น คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ไม่ใช่แค่ระดับการจดจำ ซึ่งการจะออกแบบข้อสอบระดับสูงเช่นนี้ จึงต้องมาพร้อมกับการออกแบบการสอนที่สร้างสรรค์ แตกต่างไปจากเดิมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งครูยังถ่ายทอดไม่ถึง ตรงนี้สำหรับการสอนในห้องเรียนและการออกข้อสอบจากสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ต้องมองหลักสูตรแกนกลางให้ตรงกันด้วย
       
       “ที่บอกว่า เด็กทำข้อสอบไม่ได้นั้น เพราะข้อสอบ O-NET ไม่ได้วัดแค่ความรู้ ความจำธรรมดาๆ แต่มาจากความรู้ขั้นสูง ตรงนี้เองที่ระบบการเรียนการสอนยังพัฒนาไปไม่ถึง จึงต้องมาปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนกันใหม่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญสำหรับรัฐบาล” คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา แนะ
       
       รศ.ดร.มนตรี ชี้ให้เห็นอีกว่า อีกส่วนที่สำคัญ คือ หลักสูตรซึ่งนักวิชาการหลายคนพูดตรงกันว่า เหมือนกันตั้งแต่เด็กยันโต คือ 8 กลุ่มสาระ แต่ไม่ได้จัดตามพัฒนาการของเด็ก อย่างในเด็กประถมเอาแค่อ่านออกเขียนได้ก็พอแล้ว โดยตัวเด็กเองก็อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่จะจัดเงื่อนไขอย่างไรให้กับเขา ทั้งนี้ความพร้อมทุกอย่างนั้นเด็กไทยมีศักยภาพสูงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทำให้เด็กเสียนิสัย ทำอะไรก็คัดลอกมาจากอินเทอร์เน็ต จนกระบวนการคิดไม่เกิด ดังนั้น ระดับนโยบายต้องมองปัญหา กำหนดประเด็นให้ชัด คิดทั้งระบบ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก คงต้องใช้เวลาอีกนานในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอน และเชื่อว่าในระยะปฏิรูปฯ รอบ 2 นี้ อาจยังไม่เห็นผลเลยก็ได้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
สอศ. ตั้ง คกก.สอบ ผอ.เทคนิคปทุมฯ เหตุรับน้องโหด
ทปอ.ลงนามปฏิญญาหาดใหญ่ ชูการศึกษาสร้างสันติสุข-ดูแล นศ.พิการ
“สมคิด” ขอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.มธ.ให้ผู้ทรงคุณวุฒิครองเก้าอี้ต่อเนืองไม่มีกำหนด
รู้จัก “ณรงค์-สุรเชษฐ์-กฤษณพงศ์” 3 รมต.แห่งกระทรวงคุณครู
อุเทนฯ-ปทุมวัน ร่วมถกมาตรการป้องกันความรุนแรง พรุ่งนี้
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
16 %
 
ความคิดเห็นที่ 1 +17 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้ครูสอนในชั้นเรียน10เปอร์เซ็นต์แล้วบอกนักเรียนว่าอีก90เปอร์เซ็นต์ไปเอาที่บ้านครูนะ แก้ตรงนี้ไม่ได้ ก็อย่าคิดทำอะไรเลย พะนะทั่น (เขียนในฐานะประธานผู้ปกครอง)
พี่หลวงนายหัวครก
ความคิดเห็นที่ 18 +14 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอเสนอความเห็นต่อเนื่องจากที่ท่านคณบดีกล่าวว่า "...เป้าหลักตามที่หลักสูตรแกนกลางต้องการได้ เนื่องจากสมรรถนะที่หลักสูตรแกนกลางต้องการนั้นเป็นสมรรถนะขั้นสูงเน้น คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ไม่ใช่แค่ระดับการจดจำ" ผมว่าตรงนี้คือต้นตอของปัญหา ผมไม่ใช่นักการศึกษาแต่ขอเสนอความเห็นให้ท่านผู้เกี่ยวข้องรับฟังสักหนึ่งเสียง

ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวก่อนว่าผมเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์จบปริญญาเอกเป็นรองศาสตราจารย์และมีผลงานวิจัยตีพิมพ์มากพอที่จะขอเข้าสู่ตำแหน่งศาสตรจารย์ได้แล้ว ผมเรียนมาเยอะเหมือนกันและทำวิจัยเป็น

สมัยผมเรียนมัธยมต้นมีท่านอาจารย์จากคณะครุศาสตร์ม.ชั้นนำท่านหนึ่งมาช่วยสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียน ท่านพยายามสอนให้เราใช้เหตุผลคิดวิธีการคำณวนต่างๆเองโดยไม่บอกสูตร ถ้ามองหัวข้อนั้นในวันนี้มันช่างง่ายมากๆ แต่มองในสายตาเด็กนักเรียนขณะนั้น มันช่างไม่รู้เรื่องเลย ไม่เข้าใจ ทำไม่ได้ เรียกว่าวิกฤตจริงๆ เรขาคณิตก็เหมือนกัน ได้อาจารย์เพิ่งจบป.โทครุศาสตร์มาใหม่ๆจากม.เดียวกัน ท่านพยายามสอนให้เราคิดเอง ผมคิดไม่ได้ล้มเหลวและร่อแร่มาก ไม่รู้เรื่องเลย มันยากเกินไป สำหรับผมในอายุขนาดนั้น แต่สุดท้ายตอนสอบม.ต้นสมัยนั้นใช้ข้อสอบกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ผมผ่านมาได้เพราะไปหาซื้อหนังสือเฉลยแบบฝึกหัดมานั่งศึกษาวิธีทำโจทย์เอง ผมทำคะแนน คณิตศาสตร์ ได้ 99/100 เพราะดูตัวอย่างโจทย์ ดูเฉลยและทำแบบฝึกหัดเองเทียบกับเฉลย ยังจำได้ว่าท่านอาจารย์ที่เขียนหนังสือชื่อ อ.สุทธิ ภิบาลแทน

ต่อมาเรียนป.ตรีผมก็ใช้วิธีทำโจทย์เทียบกับเฉลยท้ายบทเอาตัวรอดมาจนจบวิศวกรรมไฟฟ้าได้เกียรตินิยมและได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศจนจบป.เอก

สรุปความเห็นของผมก็คือ ในระดับชั้นมัธยมนั้นควรสอนวิชาสำคัญๆเช่นคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้นักเรียนมีความรู้ให้แน่น ยกตัวอย่างและทำแบบฝึกหัดให้มากๆ สอนจริงๆแน่นๆให้เขารู้เรื่องไม่ใช่ให้นักเรียนพยายามทำวิจัยคิดองค์ความรู้หรือสังเคราะห์อะไรใหม่ๆเองโดยที่เขายังไม่มีความพร้อมในขณะที่พื้นฐานเขายังไม่พอ เสริมการทดลองบ้างให้เขาเห็นระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะคิดไม่เป็น ที่เขาดูเหมือนจะคิดไม่เป็นนั้นผมพบว่าความจริงส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในหัวข้อนั้นๆจนไม่สามารถคิดอะไรต่อได้มากกว่า ผมคิดว่าถ้าสอนกันจริงจังยกตัวอย่างเพียงพอและทำโจทย์มากๆ คะแนนO-Net โดยเฉลี่ยจะออกมาดีกว่านี้และหวังว่ากรณีของผมจะเป็นกรณีศึกษาหนึ่งสำหรับพัฒนาการศึกษาของประเทศเราได้บ้าง
อาจารย์วิศวะคนหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 3 +10 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ลองเอาครูและอาจารย์มานั่งสอบ ดูซิว่าจะได้คะแนนสักเท่าไหร่ แล้วค่อยเอาไปใช้กับเด็ก
เผลอๆ จะสอบตกเหมือนกัน
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Car insurance quotes comparison michael kors handbags http://www.michaelkorshandbagsoutletonlineus.com/
michael kors handbags
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ตอบกลับ : ความคิดเห็นที่ 4
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014