หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

วิจัยเด็กกับการใช้แท็บเล็ต บทพิสูจน์...การศึกษาไทยถูกทาง?

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ธันวาคม 2554 07:44 น.
        โดย...เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ
       
       “....แท็บเล็ตจะเป็นเพียงตัวช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับนักเรียน เท่านั้น แต่ไม่สามารถมาแทนครูได้ เพียงแต่เป็นอุปกรณ์ที่ให้ครูและนักเรียนเลือกใช้ได้บางเวลา…”
       
       เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ “โครงการนำร่องการประยุกต์และบูรณาการคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาตามแนวนโยบายของรัฐบาล” เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดงานและสักขีพยานในการรับมอบเครื่องแท็บเล็ต ระหว่างบริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 600 เครื่องที่บริจาคผ่าน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อส่งต่อไปยังโรงเรียนนำร่อง 5 แห่งที่ได้รับคัดเลือกจาก สพฐ. ใช้ในการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ซึ่งในวันดังกล่าวตัวแทนผู้บริหาร นักเรียนทั้ง 5 แห่งเดินทางมาร่วมงานด้วย

วิจัยเด็กกับการใช้แท็บเล็ต บทพิสูจน์...การศึกษาไทยถูกทาง?
        ทั้งนี้ โรงเรียนนำร่องทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) โรงเรียนราชวินิต กทม. โรงเรียนอนุบาลลำปาง จ.ลำปาง โรงเรียนสนามบิน จ.ขอนแก่น โรงเรียนอนุบาลพังงา จ.พังงา โดยทดลองกับนักเรียนชั้น ป.1และ ป.4 ชั้นเรียนละ 1 ห้องๆละประมาณ 40-50 คน ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 - กันยายน 2555 และจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ก่อนหน้านั้น สพฐ.ได้ประกาศขอรับบริจาคแท็บเล็ตจากบริษัทเอกชน เพื่อใช้การเรียนการสอน โดยไม่มีเงื่อนไขผูกพันใดและได้รับการติดต่อมาหลายแห่ง แต่ในท้ายที่สุดตัดสินใจเลือก บ.เลอโนโว ด้วยเหตุผลว่าในการ การศึกษาวิจัยที่ มศว จะเป็นผู้ดำเนินการครั้งนี้นั้นจำเป็นต้องได้เครื่องที่มีคุณลักษณะหรือสเปกเดียวกัน
       
       สำหรับแนวทางการศึกษาเบื้องต้นนั้น ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี มศว ชี้แจงว่า การดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ครั้งนี้เป็นการดำเนินการระยะแรก ในภาพรวมได้กำหนดให้โรงเรียนสาธิต มศว (ฝ่ายประถม) เป็นโรงเรียนแกนกลางที่เชื่อมโยงระบบโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายไปสู่ทั้ง 4 โรงเรียน ซึ่ง มศว จะให้การสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน โดยเราจะวิเคราะห์และสังเคราะห์การใช้แท็บเล็ตของนักเรียน ป.1 และ 4 รวมถึงการติดตามผลกระทบทางการเรียนรู้จากการใช้แท็บเล็ตของนักเรียน รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ การเรียนรู้ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนักเรียน แต่หมายรวมถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่สำคัญคือ พฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูประจำวิชา ครูประจำชั้น รวมไปถึงผู้ปกครอง และชุมชนของโรงเรียนนำร่องด้วย นอกจากนี้ จะศึกษาด้วยว่าโอกาสในการใช้แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษาใน 7 กลุ่มสาระวิชานั้น กลุ่มสาระวิชาใดมีโอกาสใช้แท็บเล็ตมาก กลุ่มวิชาใดมีโอกาสใช้น้อย เช่น วิชาภาษาไทย หากครูไม่มีทักษะการออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง ได้ดีการมีแท็บเล็ตก็สามารถช่วยได้ เป็นต้น

วิจัยเด็กกับการใช้แท็บเล็ต บทพิสูจน์...การศึกษาไทยถูกทาง?
        อย่างไรก็ตาม มีตัวเลขที่เคยศึกษา พบว่า เด็กประถมศึกษาที่ใช้แท็บเล็ตทำตก ร้อยละ 12 โดยเป็นการทำตกที่สามารถซ่อมแซมได้ ร้อยละ 7 และที่ซ่อมไม่ได้อีกร้อยละ 5 เพราะสาเหตุมาจากการตกน้ำ เพราะฉะนั้น มศว จะมีการจัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคลงไปดูแลกรณีโรงเรียนประสบปัญหาการใช้แท็บเล็ต รวมถึงการซ่อมแซมหากเกิดกรณีแท็บเล็ตตกหล่นด้วย
       
       “ผมยืนยันว่า แท็บเล็ตจะเป็นเพียงตัวช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับนักเรียน เท่านั้น แต่ไม่สามารถมาแทนครูได้ เพียงแต่เป็นอุปกรณ์ที่ให้ครูและนักเรียนเลือกใช้ได้บางเวลา ไม่ได้ใช้ตลอดเวลา และเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การเรียนการสอนบางอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น แต่ครูยังมีความสำคัญในการให้ความรู้ในด้านอื่น ๆ”อธิการ มศว กล่าวและว่า ท้ายที่สุด มศว จะสรุปผลจากโรงเรียนนำร่องทั้งหมดเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำหลักสูตรฝึก อบรม รวมทั้งจะจัดทำต้นแบบการบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยแท็บเล็ต
       
       ด้านนางกฤตยา หินเธาว์ ครูประจำชั้น ป.1/1 โรงเรียนสนามบิน ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นทางโรงเรียนมีการเตรียมห้องสำหรับจัดเก็บเครื่องแท็บเล็ต โดยจะให้นักเรียนได้ใช้แท็บเล็ตในชั่วโมงการเรียนที่โรงเรียนเท่านั้น คือ วิชาใดต้องใช้แท็บเล็ตก็นำมาใช้เมื่อเรียนเสร็จก็นำไปเก็บ โดยไม่ให้นำกลับบ้านซึ่งหากมีการบ้านก็จะใช้วิธีแจกชีทให้ไปทำที่บ้าน ทั้งนี้ เพราะเราเป็นห่วงอย่างเด็ก ป.1 ถ้าเขาวิ่งเล่นไม่ทันระวังก็อาจจะตกหล่นได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ปกครองนั้นทางโรงเรียนก็จะเตรียมทำความเข้าใจต่อไปด้วย
       
       ขณะที่ด.ญ.ฑิฆัมพร บุตรสามาลี ชั้น ป.1 และ ด.ญ.ภักจิราวดี จุลมา ชั้น ป.4 โรงเรียนสนามบิน จ.ขอนแก่น บอกถึงความรู้สึกที่จะได้ใช้แท็บเล็ต ว่า “ตื่นเต้น มากค่ะ หนูไม่เคยรู้จักแท็บเล็ตมาก่อนแต่พอรู้จากครูว่าจะได้ใช้แท็บเล็ตในการเรียน ก็เลยไปบอกแม่ พอดีเพื่อนแม่มีแท็บเล็ตก็เอาให้หนูดูว่าหน้าตาเป็นอย่างไรเล่นอะไรได้บ้าง หนูว่าเครื่องเล็กพกพาง่ายดี และปกติหนูก็ใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่แล้วทั้งที่บ้านและโรงเรียนตั้งใจว่าถ้า ได้ใช้แท็บเล็ตจะเอาไว้หาข้อมูล”
       
       จากวันนี้คงต้องรอดูผลการศึกษาการใช้แท็บเล็ตใน 5 โรงเรียน นำร่อง ที่ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้ มศว ไปดำเนินการครั้งนี้นั้นจะช่วยคลายข้อกังวลใจทั้งความเหมาะสมของวัยวุฒิ ผลกระทบจากการใช้งานในด้านสุขภาพ หรือที่กลัวว่าเด็กจะเล่นเกมมากกว่าหาความรู้ ที่ได้รับการติติงมาต่อเนื่องจากนักวิชาการ เอ็นจีโอ และผู้ปกครองนับแต่การประกาศนโยบายแจกแท็บเล็ตได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด ในหมวด
สร้างศูนย์การแพทย์ ม.พะเยา คืบหน้าแล้วกว่า 20%
โปรดเกล้าฯบำเพ็ญกุศล 1 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ศธ.จัดระบบดูแลเด็กอัจฉริยะทุกด้าน เว้นกีฬาเหตุมีกรมพละดูแล
รมว.ศธ.มอบ สกศ.ดูแลทิศทางปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ
“ณรงค์” สั่ง สพฐ.ติดตามสอบทุจริตสนามฟุตซอล ห่วงครู บุคลากร ร.ร.เป็นแพะรับบาป
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
36 %
ไม่เห็นด้วย 18 คน
64 %
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อก่อน เรากำหนดชัดว่า
จุดประสงค์ของการเรียนที่สำคัญ คือ "อ่านออก เขียนได้"

เพราะทักษะการใช้ภาษา มี 4 ทักษะหลัก คือ "ฟัง พูด อ่าน เขียน"

เรื่องฟัง กับ พูด นี่ เป็นเรื่องที่สามารถเรียนได้ จากชีิวิตประจำวัน
คือได้ฟัง ตั้งแต่เกิด และได้หัดพูด จนพูดได้ เรื่อยมา

แต่การอ่าน การเขียน ต้องเรียนในร.ร.

สมัยก่อน ก็บังคับแค่ ป. 4 เนื่องจากอย่างน้อย ให้ "อ่านออก เขียนได้"

ผมคิดว่า การใช้ tablet หรืออุปกรณ์เสริมแบบนี้
อย่างน้อย ควรเริ่ม หลัง ป.4 ไปแล้ว
หรือ มัธยม ขึ้นไป
หรือ ไม่ใช้เลย ก็ไม่เห็นแปลก

เชื่อว่า ความคุ้มค่า มีน้อย
ข้อเสีย ทำให้การเขียนของเด็กแย่ลง หากครู ไม่ระวังให้ดี

นอกจากนี้ การอ่านผ่านจอ tablet อาจทำให้สายตาเสียได้ด้วย

ขอให้พิจารณาให้ดี
อย่าเอาแต่ แจก แจก แจก เพื่อหาเสียงเลย

เชื่อเถอะครับ "ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว"
จง "เว้นชั่ว ทำดี ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์" เถิด

ท่านอาจารย์พุทธทาส เคยกล่าวไว้ว่า
"คอมพิวเตอร์ คือ ยักษ์ตาบอด"

คือมันทำอะไรได้มาก แต่มันควบคุมทิศทางได้ยาก

ทุกวันนี้ ยอมรับว่า internet มีประโยชน์มาก
แต่เมื่อเทียบกับโทษแล้ว อาจพอ ๆ กัน จริงไหม

สอนด้วย ปาก ด้วยการดาน ด้วยสมุด ดินสอ ปากกา และกระดาษ แบบเดิมเถิด

ส่วนคอมพิวเตอร์ ให้มีชั่วโมงสอนการใช้งาน โดยเฉพาะ

สำหรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการศึกษาและทำงาน

ถ้าจะแจก เห็นด้วยกับความเห็นที่ว่า
แจก "Talking dictionary" จะดีกว่า ราคาก็ถูกกว่าด้วย

ขอให้ทุก ๆ คน เอาผลประโยชน์ส่วนตนออกไปก่อน
แล้วใช้สติปัญญา พิจารณาว่า "อะไรควรทำ ก็ทำ อะไรไม่ควรทำ ไม่ต้องทำ" ครับ

หวังว่า จะมีคนหันมาฟังกันบ้าง

ขอให้กำลังใจ "ครู" ทุก ๆ คน ที่เป็น "แม่พิมพ์" ของชาติ
ให้สอนบุตรหลานของเรา ที่จะเป็นอนาคตของประเทศ อย่างที่ควรจะเป็น
เวรกรรมของประเทศไทยจริง ๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศธ.
อดีต รมว.วัฒนธรรม ที่เคยสร้างความฮือฮา
"จะส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย ...น้ำมันพราย ควายธนู รัก-ยม... ให้เป็นสินค้า OTOP ส่งขายไปทั่วโลก"
พตท.ดร.นช.บูรณาการ ทุกภาคส่วน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อนาคตการหลอกเด็กผ่านอินเตอร์เน็ตมาชำเราข่มขืนจะเยอะขึ้น และเด็กจะอายุน้อยลงเรื่อยๆ ตัวอย่างมีให้เห็นมาหยกๆ ใช้เฟสบุกส์หลอกเด็ก 12-13 มาข่มขืน ตอนนี้กลุ่มเป้าหมายของคนพวกนี้เด็กลงเรื่อยๆ ถ้ามีการหลอกเยอะขึ้นแถบเหนือและอีสาน พ่อแม่ทั้งหลายจงภูมิใจเทิดว่านี่คือผลงานจากการใช้คะแนนเสียงของท่าน
สีลม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพื่อ??????
รัฐมนตวยง่วว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควรให้เด็กและผู้ปกครองมีทางเลือก ครับ
ไม่ใช่ไปยัดใส่มือเด็ก
ของแบบนี้มันเหมาะกับเด็กบางคน ไม่ใช่ทุกคน
คนที่ไม่อยากได้ ควรมีทางเลือก เช่น
ให้เลือก
1 แท็บเล็ต
2 คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ( อาจให้เป็นคูปองไปเป็นส่วนลด )
3 โน๊ตบุ๊ค ( อาจให้เป็นคูปองไปเป็นส่วนลด )
4 เครื่องแปลภาษา
5 อื่นๆ สื่อการเรียนต่างๆ

เชื่อผมเถอะครับ อย่างคิดแทนเด็ก
จุ๋มจิ๋ม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้ของพวกนี้ดีกับเด็กบางคนที่รับหน้าที่คอยแกไขปัญหาให้เพื่อนคนอื่นส่วนที่เหลือก็ทำไม่เป็นต่อไป
asafuse
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในที่สุดความจริงก็ปรากฎ
เอา tablet เก็บไว้ที่โรงเรียน จากนั้นให้กระดาษเด็กถือกลับบ้าน แล้วเด็กจะทบทวนสิ่งที่เรียนไปยังไง แล้วไอ้ที่ว่าใช้ tablet เป็นการประหยัดค่ากระดาษหนังสือเรียน สรุปมันเปลืองกระดาษมากกว่าหรือเท่าเดิม เพิ่มเปลืองค่า tablet อีกอย่าง

ตามที่เคยเขียนหลายๆ ที่หลายๆ หน tablet มันเสียง่ายกว่าหนังสือเยอะ และค่าเครื่องก็แพงกว่าหนังสือมาก หากรัฐไม่จ่ายค่าซ่อม พ่อแม่เด็กยากจนจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมให้ลูก สุดท้ายเมื่อเด็กไม่มี tablet มาเรียน ครูผู้สอนจะทำอย่างไร ถ้ารัฐซ่อมให้ฟรี มีหวังงบบานอีกหลายเท่า เพราะอุปกรณ์พวกนี้เขาสร้างมาพอมีรุ่นใหม่ อะไหล่ต่างๆ ก็จะไม่ผลิตต่อ แค่ 2-3ปี ก็ตกรุ่นแล้ว แล้วไหนจะต้องมีสำรองให้เด็กใช้หากเครื่องเสียอีก
เทียบข้อดีข้อเสียทั้งหลายทั้งปวงแล้ว หนังสือดีกว่าหลายเท่า
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าผมเป็นเจ้าของโรงเรียนผมจะโฆษณาว่า "โรงเรียนนี้ไม่ใช้แท็บเบล็ตในการเรียนการสอนเด็กประถม"
777
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต่อไปอีกหน่อย คงเอาแท๊บเล็ตตั้งที่โต๊ะหมู่แล้วกล่าวว่า....
...ปาเจราจริยา โหนติ คณุตะรานุสาสกา
ข้อขอประณตน้อมสักการ
บูรพคณาจารย์
ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา....
อย่าเน้นวัตถุให้มากนัก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่า"แทบเร็ด"มันกว่าเย๊อะ
อุ๊งเอ๋อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประชาชนยังเดือดร้อนถ้วนหน้า บางคนไม่มีอะไรเหลือจากน้ำท่วม แต่รัฐบาล ยังเอาเงินไปใช้อย่างไร้สาระ สมัยฉันเรียนกระดานดำ เขียนแล้วลบ จำให้ได้ แต่เด็กสมัยนี้ทำอะไรไม่เป็น เขียนหนังสือยังไม่ถูก และยังให้ใช้ อะไรบ้าบออีก ไม่ต้องเขียนกันเลย โง่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆต่อไปประเทศชาติ
คนโบราณวะ รักภาษาไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โง่ไว้ปกครองง่าย มันจะเขียนเป็นมั้ย
หัวโบราณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าแจก talking dict จะสนับสนุนเต็มที่ แต่แจก tablet นี่อันตรายเกินไป
ผู้ใหญ่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทีนี้เด็กไม่ต้องเรียนหนังสือกันเอาแต่เล่นแทปเลตกัยทั้งวัน มีหนังโป๊ให้เด็กดูไม่ละ
จันทร์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แม๊ว ปูน้องคุณก็โง่ระดับประเทศคนหนึ่งแล้ว อยากให้เด็กไทยโง่อย่างน้องคุณใช่ไหม เด็กมันรู้ไหมว่า OS คืออะไร ให้เด็กทำงาน หาเงินเป็น ค่อยหาซื้อมาใช่ตอนนั้นไม่ดีกว่าหรือ เครื่องมือแบบนี้ ไม่ช่วยให้เด็กโง่ๆ ฉลาดขึ้นมาได้หรอก ก็ให้ลูก eปู ใช้ไปคนเดียว มันรวยจากการผูกขาด ไม่มีปัญหาเรื่องเงินซื้อหรอก พวกครู พวกอาจารย์สมัยนี้ ก็เปลี่ยนไป จะกราบแบบสนิทใจได้ซักกี่คน
ทุด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระหว่างการเรียนการสอน

ครู: นักเรียนเปิดหนังสือเรียน(ใน tablet)ไปที่หน้า 32 นักเรียนจะเห็นว่า...บลา บลา บลา

นักเรียนถือ tablet เหมือนตั้งใจอ่านตามที่ครูบอก แต่จริงๆแล้วบางคนอ่านการ์ตูน PDF บางคนก็นั่งเล่นเกมส์ app หรือใช้ Social Network คุยกันผ่าน Tablet

เยี่ยมไปเลย
eton
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 -6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควนใส่หนังสือเอาไว้ เด็กก็จะได้ประโยชน์ ไม่ต้องเอากระเป๋าหนักๆไปโรงเรียน และทุก 7วันก็ตรวจ ไม่ควนมีอะไรมากเกินควนจะเป็นอย่างน้อย เด็กก็จะมีสือที่ จดติดตัวตลอด และควนให้เด็กในพื่นที่ห่างไกลด้วย และควนจักให้ มีที่ชาตพลังงานแสง ในพื่นที่ห่างไกล ควนให้เด็ก ป.4 ขึ้นไปจนจบตรี (ถ้าเปลียน ฟรี และถ้าหายก็ เสียเงินเท่าราคาหนังสือ) จับผู้ขโมย โดย ip wifi
rr16
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้เด็ก ป.4 ยังจะโอเคกว่า และควรทำให้เป็นระบบ คือ รัฐบาลควรเร่งส่งเสริมให้มีการผลิตเครื่องภายในประเทศ และออกแบบสเป็คให้ตรงกับการใช้งานจริง เช่น สามารถกันน้ำได้ มีอุปกรณ์กันกระแทก เหมือนอย่างโครงการ One Labtop per Child (OLPC) แม้ว่ามันอาจจะดูว่าเร็วเกินไปที่เด็กๆจะใช้เครื่องพวกนี้ แต่อย่างน้อยผมก็เห็นว่า อย่างน้อยก็จะประหยัดค่าหนังสือ(กระดาษ)ไปได้เยอะ
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่า "ควร" ใช้วิธีเดิมคือปากกา,ดินสอ เขียนบนสมุด(กระดาษ) เพราะอย่างน้อยจะทำให้เด็กเขียนหนังสือได้...นี่ขนาดยังไม่ได้ใช้ tablet กัน เด็กรุ่นนี้ยังเขียน/พิมพ์ ภาษาไทยไม่ถูกเลย
เฮ้อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขียน 5 อะไรว๊ะ ไม่รู้เรื่อง
dek evo
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควน พ่อ ควน แม่ มอึงดิ
หอ่า
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่คนไทยป่ะเนี่ย....
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เฮี่ยนี่คงเป็นเขมรหัดพิมพ์ภาษาไทยแน่ๆ ร้องเพลงชาติได้ป่าว
แม้วพ่อง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็มีแต่อ้ายพวกที่เขียนไม่ได้พออ่านออกนี่แหละอยากจะได้
เอาเป็นว่าไปหัดคัด ก - ฮ แล้วก็ ฝึกอ่านเขียนภาษาไทยให้
มันถูกต้องก่อนเถอะ
อ่าน เขียน ไม่เหมือนกัน
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014