หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

“สุชาติ” ฝันสลายให้จบทุกสาขาสอบครูทำไม่ได้ “คุรุสภา” ชี้ขัดกฎหมาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2555 15:03 น.
       คุรุสภา ชี้แนวคิด “สุชาติ” ให้ผู้จบทุกสาขามาสอบมาตรฐานวิชาชีพครูแล้วได้ตั๋วครูทันที ขัดต่อกฎหมาย ระบุดีที่สุดได้แค่เพียงใบอนุญาตประกอบการสอนซึ่งไม่สามารถนำไปใช้สอบบรรจุเป็น ขรก.ได้
       
       วันนี้ (21 มี.ค.) นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวถึงกรณีที่ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีแนวคิดว่าอยากให้ผู้ที่จบการศึกษาทุกคณะ ทุกสาขาวิชาที่ไม่ใช่ศึกษาศาสตร์ และครุศาสตร์บัณฑิต แต่ต้องการจะเป็นครูสามารถมาสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพครู และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาทันที โดยไม่ต้องเรียนทางด้านวิชาชีพครู จึงได้มอบให้คุรุสภาไปศึกษา ว่า ได้ชี้แจงให้ รมว.ศึกษาธิการ ทราบเบื้องต้นแล้วว่าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 44 นั้นได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ประสงค์ยื่นใบขออนุญาตประกอบวิชาชีพครู เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จบปริญญาตรีทางการศึกษา หรือจบระดับปริญญาตรีในสาขาอื่นๆ ที่คุรุสภารับรอง ต้องมีประสบการณ์การสอนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะขอใบอนุญาตฯ จะต้องมีคุณสมบัติตามนี้ แต่แนวทางของ รมว.ศึกษาธิการ นั้นไม่สามารถทำได้เพราะขัดต่อกฎหมาย แต่หากจะได้รับใบอนุญาตจะเป็นเพียงใบอนุญาตปฏิบัติการสอน เพื่อประโยชน์ในการทำงานเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำใบนี้ไปยื่นประกอบใช้ในการสอบบรรจุแข่งขันเป็นข้าราชการครูได้

“สุชาติ” ฝันสลายให้จบทุกสาขาสอบครูทำไม่ได้ “คุรุสภา” ชี้ขัดกฎหมาย
ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต
       ด้าน นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ประธานคุรุสภาและตนจะเข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อชี้แจงและรายงานให้ทราบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ทราบว่ามีข้อกฎหมายกำกับไว้ อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ นั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะว่าวิชาชีพครูนั้นเป็นวิชาชีพชั้นสูงเหมือนวิชาชีพแพทย์ ทุกคนที่มาเป็นครูจะต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มีการบ่มเพาะ สร้างสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่สำคัญต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู เพราะต้องเสียสละทุ่มเทในการสอน และขณะนี้ก็มีการส่งเสริมการผลิตครูมากมายที่กำลังจะจบมาเป็นกำลังสำคัญ เช่น นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครู 5 ปี ดังนั้นจึงไม่สามารถเอาใจคนทุกคนได้
       
       “ให้เปรียบเทียบกับคนเรียนแพทย์ หากเรียนแต่ทฤษฎีแต่ไม่เคยฝึกปฏิบัติตรวจคนไข้ หรือฝึกฉีดยา จบมาก็มารักษาเลย ผมถามว่าเราจะกล้าให้รักษาหรือไม่ เช่นเดียวกับคนจะมาเป็นครูต้องมีการฝึกสอน ฝึกปฏิบัติจริง เพื่อที่เราจะได้คัดคนดี คนเก่งจริงๆ มาเป็นครู ที่ผ่านมาเคยมีกรณีตัวอย่างครูสอนคอมพิวเตอร์คนหนึ่งที่โรงเรียนจ้างมาสอนแต่ได้กระทำการลวนลามเด็ก จนเกิดการร้องเรียน คุรุสภาได้ลงไปตรวจสอบก็พบว่าครูคนนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่ได้จบครูโดยตรง และไม่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งตรงนี้เราก็เอาผิดไปถึงผู้บริหารโรงเรียนได้เพราะละเลย โดยต่อไปคุรุสภาจะเร่งตรวจสอบไปยังโรงเรียนต่างๆ ด้วยว่ามีโรงเรียนใดบ้างที่ครูยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รวมถึงโรงเรียนใดที่มีครูไม่จบตรงสาขาและยังไม่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนที่คุรุสภาออกให้ เพื่อจะติดตามให้มาดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป” นายองค์กรกล่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
สมศ.เมินเสียงค้านเดินหน้าใช้ ยอดบริจาคศิษย์เก่า ประเมินคุณภาพตามเดิม
“สุทธศรี” มั่นใจ 3 รมต.ช่วยพัฒนางานของ ศธ.เป็นรูปธรรม
อึ้ง! มีคำค้นหารับจ้างทำการบ้านสูงกว่า 1.5 ล้านรายการ
ผอ.เผย นศ.เต็มใจร่วมรับน้อง เร่งหาคนผิดมาลงโทษกรณีเด็กเสียชีวิต
สอศ.ตั้ง คกก.สอบ ผอ.เทคนิคปทุมฯ เหตุรับน้องโหด
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 88 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 60 คน
69 %
ไม่เห็นด้วย 28 คน
31 %
ความคิดเห็นที่ 28 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วทำไมเด็กทั่วประเทศ จึงอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ สอบโอเน็ตตกทั้งประเทศ
ไอคิวต่ำที่สุดในอาเชี่ยน และเป็นแบบนี้มากว่า20ปีแล้ว
คนเป็นครูช่วยบอกหน่อยซิ
ก็ใหนบอกว่าคนเรียนครูมา เก่ง ไม่ใช่เหรอ?
ความจริงที่เกิดขึ้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดไม่ยากเลย..ถ้าอยากที่จะเป็นครู...รักที่จะสอนลูกศิษย์..ก็มาเรียนครูสิ..ไม่ใช่ว่าเรียนอะไรก็ได้แล้วพอจบมาหางานไม่ได้หรือไม่มีงานทำแล้วจะมาเป้นครูมันง่ายไปมั้ย..เหมือนกับดูถูกอาชีพครูเลย..บางคนอาจจะเรียนเกงสอนเก่งแต่หากจิตใจไม่มีความเป้นครูแล้วก็มาไม่ควรมาอยู่อาชีพนี้
juntewin@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นแสดงความคิดเห็นเยอะ เลยอยากแสดงบ้างค่ะ...
การที่จะให้คนที่ไม่ได้เรียนครูโดยตรงมาสอบก็ได้นะคะ (แต่แอบหมั่นไส้พวกที่บอกว่าตัวเองเก่งเลยไปเรียนอย่างอื่นเพื่อเอาความรู้แน่นๆ เพื่อสอนเด็กมากกว่าเรียนครูทั้งๆ ที่อยากเป็นครู คุณคะ...ครูก็พัฒนาได้ค่ะ คุณจบครูแล้วคุณสามารถเรียนต่ออีกเพื่อให้ความรู้คุณแน่นได้นะคะ ลืมไปหรือเปล่า) ...แต่น่าจะมีกฏออกมาด้วยว่า...ก่อนที่คุณจะได้ใบประกอบคุณจำเป็นต้องเรียนรู้กฏหมายครูไทย มาตฐานวิชาชีพ จิตวิญญาณและความเป็นครูก่อน อย่าคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญนะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ครูจำเป็นต้องรู้ จากนั้นคุณควรเรียนรู้เรื่องการเขียนแผน และการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อว่าคุณจะได้มีแผนและแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคต สิ่งเหล่านี้สำคัญมากนะคะ เพราะการวางแผนก่อนเป็นเรื่องจำเป็น แต่คุณต้องเตรียมใจไว้อย่างนะคะ ในอาชีพอื่น แผนดี การแต่งตัวดี วาจาดี ความคิดดี คุณจะผ่านฉลุยและยิ้มได้อย่างงดงาม แต่ในอาชีพครูอะไรมันก็ผิดพลาดได้ค่ะ ไม่ใช่จากตัวครูแน่นอนแต่มาจากลูกศิษย์ ยิ่งครูใหม่เจอกับเด็กที่แก่นมาก คุณจะโดนพวกเขาสามารถตีรวนจนทำอะไรไม่ถูกเลย เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนเด็กสมัยก่อนค่ะ เขาไม่ค่อยฟังผู้ใหญ่ เขาเชื่อเฟสบุ๊ค เชื่อสื่อและสิ่งแวดล้อมมากกว่า คุณจะพบว่าภายในห้องเรียนที่มีเด็กแค่ 30 คน มีตัวก่อกวนแค่ 2-3 คน แต่แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้แผนคุณเสียได้ หากคุณจะบอกว่า 'ในเมื่อเด็กมันไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องสนใจสิ' แบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ การเป็นครูไม่ใช่สักแต่ว่าสอนให้เด็กได้ความรู้ค่ะ 'งานของครูคือพัฒนาคน ทั้งความคิด ร่างกาย และสติปัญญา' พวกเราไม่ต่างจากพ่อแม่ของเขาหรอกค่ะ ต่างกันแค่ไม่ได้ให้กำเนิดเขาเท่านั้นเอง (ถ้าคุณเป็นคนโชคดี คงได้เจอกับเด็กที่เชื่อฟัง) อืม...หลังจากเขียนแผน คุณควรทำสื่อเป็นด้วยค่ะ คุณต้องเรียนวิชาการผลิตสื่อการสอน อย่าคิดว่าสมัยนี้แล้วแค่สื่อซื้อๆ เสิร์ทๆ ก็หมดเรื่องนะคะ ของบางอย่างทำเองมันดีกว่าค่ะ อืม...มันเร้าความสนใจของเด็กได้ค่ะ อีกอย่างถ้าเราไปอยู่โรงเรียนที่ห่างความเจริญยิ่งจำเป็น ดูอย่างในหนังเรื่อง ครูบ้านนอก สิคะ สื่อที่ครูเค้าใช้ถือว่ายอดเยี่ยมเลยค่ะ ความจริงแล้วตัวดิฉันไม่เห็นด้วยกับการแจกไอแพดเท่าไร (ถึงมันจะเร้าความสนใจเด็กได้มากก็เหอะ เด็กสมัยนี้ชอบวิชาคอมจะตาย ทำไมน่ะหรอคะ เขาจะได้เล่นเกมแบบไม่ต้องเสียเงินไงคะ ในกรณีที่บ้านเด็กไม่มีอินเทอร์เน็ตน่ะ) เพราะหนึ่ง เด็กเล็กความรับผิดชอบต่อสิ่งของยังมีไม่มาก มันเป็นการเพิ่มภาระให้ครู และสอง เด็กเขาจะรู้สึกว่าของที่ได้มาง่ายๆ มันไม่สำคัญ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เช้าเด็กได้ของกลางวันเด็กมาฟ้องว่า 'ครูขาาาาสมุดหนูที่ได้เมื่อเช้าหายค่าาาาา' เอาล่ะ...คุณต้องแก้ไขจุดนี้ด้วย มันแค่จุดเล็กๆ ที่ต้องเจอค่ะ จากสื่อคุณจำเป็นต้องรู้วิธีการสอน เรื่องความรู้ด้านวิชาการคุณมีเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว และวิธีสอนหรือถ่ายทอดล่ะคะ ทำได้มั้ย ดิฉันเชื่อว่าคุณทำได้แต่ไม่เต็มที่...ในความหมายคือ เด็กหนึ่งห้องแบ่งออกเป็นสี่จำพวกค่ะ หนึ่ง...เก่งมาก สอง...ปานกลาง สาม...เด็กอ่อน และสี่...หนูไม่รู้ หนูไม่เอา หนูไม่เรียน หนูอยากเล่น สิ่งที่คุณต้องทำคือ ทำให้พวกเขาสี่เหล่าเนี่ยได้รับความรู้เหมือนกัน เดินสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กัน อาจจะเก่งไม่เท่ากันแต่พวกเขาต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน อืม...สิ่งเหล่านั้นคุณจำเป็นต้องเรียนรู้ก่อนค่ะ
แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ คุณต้องได้รับการอบรมลูกเสือด้วยเพื่อไปสอนเด็กในวิชาลูกเสือ เนตนารี อันนี้จำเป็นมากค่ะ เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ขาดไม่ได้ เขามีกันทั่วโลกค่ะ
และคุณควรฝึกสอนด้วย... อันนี้น่าจะจำเป็นที่สุด เพราะคนเรียนครูเขาฝึกค่ะ ฝึกเพื่อให้รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร แบบไหนถึงจะดี ฝึกเพื่อแก้ปัญหา ฝึกเพื่อเพิ่มทักษะ พวกเราจะเรียนรู้เด็กทุกระดับ ตั้งแต่ประถมต้น ประถมปลาย มัธยมต้น มัธยมปลาย เด็กแต่ละช่วงไม่เหมือนกันค่ะ ตามวัยของพวกเขา ในการเป็นครูจริงๆ ไม่ได้สอนหมดทุกระดับหรอกค่ะ แต่ควรฝึกกับเด็กทุกระดับเพื่อหาความถนัดของตนเอง เหมือนหมอยังไงล่ะคะ ครูฝึกเพื่อหาระดับที่ตนถนัด หมอฝึกเพื่อจะได้เป็นแพทย์เฉพาะทางนั้น ไม่ต่างค่ะ ต่างแค่หมอรักษาร่างกาย ครูรักษาสมอง สติปัญา ความคิด แค่นั้นเอง
อ้อ คุณต้องฝึกความอดทนด้วยอันนี้สำคัญมากค่ะ เพราะเมื่ออยู่โรงเรียนครูคือทุกอย่างของเด็กค่ะ เป็นครูให้ความรู้ เป็นหมอรักษาเมื่อเค้าเจ็บป่วย เป็นตำรวจตรวจหาของหายต่างๆ เป็นทนายความติดสินคดีเมื่อเด็กทะเลาะกัน เป็นตัวตลกเมื่อเด็กเครียด เป็นเพื่อนเมื่อพวกเค้าเหงา เป็นแม่ค้าเมื่อพวกเขาต้องการของ (ครูสหกรณ์ไงคะ) เป็นบรรณารักษณ์จัดหนังสือ เป็นจำเลยเมื่อเจอกับผู้ปกครองที่รักลูกเกินเหตุ อันนี้ต้องระวังนะคะ...เราต้องดูแลลูกเขาดีๆ ถ้าลูกเขาหกล้มหัวแตก หรือทะเลาะกันจะถึงขั้นเลือดตกยางออกนี่เราลำบากแน่ค่ะ พ่อแม่บางคนเขาเข้าใจธรรมชาติของเด็ก แต่ถ้าหากว่าคุณเจอกับพวกพ่อแม่รังแกฉันแบบที่ลูกผิด หรือลูกทำเองก็ไม่รู้ล่ะ ลูกฉันถูกเสมอคุณจะแย่ และมันเสียความรู้สึกมาก คุณจะโดนว่าว่า "เป็นครูภาษาอะไรทำไมไม่ดูแลลูกฉันดีๆ ปล่อยให้เล่นจนหัวแตกได้ยังไง คุณจะรับผิดชอบยังไง บลาๆๆๆ" อันนี้มีจริงๆ นะคะ ไม่ใช่ความผิดครูแต่เหมือนครูผิด คุณต้องเตรียมรับมันค่ะ มันคือเรื่องตลกร้ายสำหรับครูเลย

และสุดท้ายการเป็นครูต้องพึงระลึกว่า ครูของคุณคือลูกศิษย์ พวกเขาจะสั่งสอนเราให้เป็นครูที่ดี พวกเขาคือผู้ที่จำพัฒนาคุณให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นครูที่มีประสิทธิภาพ เป็นผู้มีความรู้ คุณรับได้หรือไม่...ที่คนมีความรู้ความสามารถเก่งกาจอย่างคุณจะถูกพวกเขาที่เป็นเหมือนกระจกเงาก่อกวนและสั่งสอน คุณจำยอมรับได้หรือไม่หากสิ่งที่คุณบอกถูกถูกพวกเขาตัดสินว่าผิดและไม่เหมาะสมและคุณต้องเปลี่ยนตามนั้น หากคุณอยากเป็นครู คุณต้องทำได้ค่ะ
ดิฉันขอยืนยันว่าผู้ที่จะมาเป็นครูควรผ่านกระบวนการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ก่อน พวกเรานักศึกษาครูไม่ได้แค่ฝึกหนึ่งปีนะคะ พวกเราฝึกทุกเทอมที่เรียนค่ะ เริ่มจากสังเกตุ และมาสอนจริง งานครูใช่ว่าแต่สอนนะคะมีอีกจิปาถะค่ะ ถ้าหากคุณพอนึกย้อนกลับไปดูว่าครูที่เคยสอนมาทำอะไรบ้าง นั่นแหละค่ะคืองานของเรา
หากคุณพูดว่าง่าย คุณทำได้....งั้นต้องลองฝึกก่อนค่ะ การับใบประกอบวิชาชีพ คุณลองฝึกสอนดู สอนในโรงเรียนที่มีเด็กทุกรูปแบบด้วยนะคะ อืม...จะพูดว่าเด็กบ้านนอกก็ได้แล้วคุณจะรู้ว่า ครุ....มันแปลว่าหนักยังไง จนคุณต้องนับถือคนเรียนครูและคนเป็นครูเลยล่ะ!
คนเรียนครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมขอเสนอความคิดเห็นว่า การที่จะพัฒนาระบบการศึกษาไทยนั้น ครูเป็นสิ่งสำคัญ ในเมื่อต้องการครูดี ครูเก่ง ทำไมไปแก้ปัญหาเรื่องของการต้องการครูเก่งที่ปลายเหตุ หากอ้างว่า ครูที่จบสาขาอื่นบางสาขา สามารถสอนได้เก่งกว่าครูที่จบจากสาขาการศึกษาโดยตรง จึงจำเป็นต้องเอาคนเก่งด้านนั้นๆมาสอน ถ้าใช้วิธีนี้มันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งจะส่งผลกระทบบานปลายไปยังนักศึกษาครู และครูในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความเดือดร้อนทางด้านการสอบขอใบประกอบวิชาชีพที่จะต้องมากมายเรื่องราว หรือปัญหาการแย่งงานในสายวิชาชีพ เพราะฉะนั้น ถ้าจะต้องการแก้ปัญหา คุณต้องแก้ที่ต้นเหตุ หากปัญหาบอกว่า ต้องการครูดีและครูเก่ง ก็จะต้องแก้ที่เหตุ นั่นคือการจะทำอย่างไรจึงจะผลิตครูที่มีคุณภาพตามที่ต้องการได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการผลิตครูขึ้นมา แล้วจับคนจากสาขาอื่นมาทำงาน แล้วเด็กที่จบครูมาให้ไปเป็นสส. สว.หรอครับ สมองน่ะคิดให้เป็นระบบระเบียบ วางเรื่องการเมืองไว้นอกสมองที่ใช้ทำงาน การงานที่ได้จะได้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
ครูพันธุ์ใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอให้เข้าใจเราไม่ได้บอกว่า คนที่ไม่ได้จบครูมาเป็นครูไม่ได้ แต่ควรจะไปเรียนสายวิชาชีพมาก่อน เพราะภาระงานครูที่แท้จริง ไม่ได้มีแค่วิชาชีพ

จากประสบการณ์ที่พบว่า
1.) ครูที่ไม่ได้จบเอกวิชาครู แม้ว่าจะมีความรู้ได้ดี แต่ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ดี มีการยกตัวอย่างที่ดี แต่ไม่สามารถวัดและประเมินผลเด้กได้ดี อย่าคิดว่าการวัดประเมินผลไม่สำคัญ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ reflect ต่ออนาคตของเด็ก

2.) การเรียนทฤษฎีการสอน คนที่เรียนครู ได้เรียนทฤษฎีการสอนที่มากกว่า และสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ นิสิตนักศึกษาได้รู้จักการนำทฤษฎีต่างๆไปประยุกต์ใช้ได้ดี

3.) ครูจบเอกภาษาอังกฤษก็มีครูที่สอบได้ไปต่างประเทศเช่นกัน แต่การไปต่างประเทศก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับภาระงานสอนของเด็ก (บางทีก็ไม่ได้ไปดูงานสอนนะ ส่วนใหญ่เห็นไปเที่ยว)

4.) อยากให้สังคมเปิดกว้างกับบุคคลที่เรียนครูมากขึ้น บุคคลที่เก่งๆมาเรียนครูมากมาย

ถ้าวิชาชีพนี้ไม่ดีจริง โปรดจงกลับไปถามครูที่สั่งสอนคุณมาว่าครูเรียนจบครูมาหรือเปล่า คุณอาจจะได้รับคำตอบที่ไม่ใช่เพียงแค่ กศ.บ ศษ.บ หรือ ค.บ คุณอาจจะได้คำตอบเป็น ป.กศ สูง ซึ่งตำกว่า ปริญาตรีด้วยซ้ำ

สุดท้ายอยากย้ำว่า เราไม่ได้มีเจตนาจะไปกำกับว่าคนที่จบนอกสายมาเป็นครูไม่ได้ แต่ควรให้ไปเรียนวิชาครูเพื่อมห้มีความพร้อมในการประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่ อยากสอนก็สอน อยากเป็นก็เป็น อย่ามาดูถูกครูว่าใครจะเป็นก็ได้ อาชีพนี้ มักมากกว่าที่คุณคิด
คนเรียนครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆแล้วควรเปิดสถาบันสร้างครูเอาคนที่ตั้งใจจะเรียนครูพอเรียนจบได้เข้าบรรจุเป็นครูทันที เราก็จะได้ครูที่เก่งจริงๆมาสอนเด็กสักที ไม่ใช่ว่าเรียนจบครูมาแล้วต้องมาสอบแข่งขันกันบรรจุ และสถาบันนี้ก็มีอยู่เกลื่อนเมือง แถมครูอัตราจ้างก็ใช้เส้นกันเข้ามาเป็นครูกันเยอะแยะแล้วจะเอาคุณภาพเด็กได้อย่างไร
ee@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มัวแต่เถียงกันอยุ่นั้นแระเรื่องครูเก่งกับครูไม่เก่ง เด็กโง่ก็โทษครู ว่าสอนยังไงให้เด็กโง่ การศึกษาไทยล้มเหลวก็โทษครู เคยมีใครคิดหรือนึกย้อนบ้างไหมว่าการศึกษาไทยที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะครูเพียงแค่ฝ่ายเดียวหลอ ทำไมไม่นึกรัฐบาล นึกถึงกระทรวงศึกษา นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงครอบครัวของเด็ก และที่สำคัญนึกถึงตัวเด็กที่ขึ้นชื่อว่านักเรียนน่ะค่ะ นึกถึงสังคมไทย ที่มันแย่ลงๆ อย่างทุกวันนี้ อยากถามหน่อยค่ะว่าที่มันแย่ลงๆ นั้น มันเป็นเพราะครูน่ะหรือ ฉันเชื่อนะค่ะว่าครูไทยทุกคนทำหน้าที่ของความเป็นครูได้อย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าใครไม่ลองมาสัมผัสชีวิตความเป็นครู ได้ลงมือสอนจริง ลงมือจัดการชีั้นเรียนจริง ลงมือปฏิบัติจริงๆ ก็จะไม่รู้หรอกค่ะว่ามันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นคุณอย่าคิดว่าคุณเก่งแต่เนื้อหาวิชาเท่านั้น แต่คุณจะต้องสามารถควบคุมอารมณ์ เข้าใจและเข้าถึงจิตวิทยาของความเป็นครูได้ด้วย ถ้าคิดว่าเรียนอะไรก็ได้แล้วจะมาเข้าสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครูนั้นคุณคิดว่ามันไม่ง่ายไปหน่อยหลอค่ะ ไม่อย่างนั้นจะกำหนดคณะครุศาสตร์ซึ่งเป็นคณะที่สอนคนให้เป็นครูไปทำไมกันล่ะค่ะ---
นักศึกษาฝึกสอน ค.บ. 5 ปี ค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณหางานทำไม่ได้ จึงอยากมาเป็นครู ??
ประโยคนี้ จะกลายเป็นประโยคที่เฉยจริงๆ เพราะทุกวันนี้คนที่คิดได้แบบนี้แล้วยังกล้าอยากจะมาเป็นครูอีกก็ควรที่จะพิจารณาตัวเองใหม่ และที่สำคัญทุกคนมีความรู้ประดับตัวเองได้อย่างเช่นทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะครูหรอที่เป็นคนบ่มเพาะ อบรมสั่งสอนมา บางข้อคิดเห็นพยายามใช้ถ้อยคำที่พูดเอาดีเข้าตัวเอง แต่สงสัยจะลืมไปแล้วจริงๆว่าตัวเองก็เป็นสิทธิ์ที่มีครู ไม่ว่าจะจบสาขาไหนมาเขาก็มีกฏมีเกณฑ์ตายตัวของเขาอยู่แล้ว ในเมื่อครั้งแรกคุณตัดสินใจเลือกเรียนอะไรไปก็คิดว่าคุณเลือกและตัดสินใจดีแล้วทั้งนั้น ก็ไม่ควรที่จะมาเสียใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดในครั้งแรกและได้เลือกมันด้วยความเต็มใจ
Plam
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การเป็นครูจะจบครูหรือไม่จบ ขึ้นอยู่ที่จิตวิญญาณของความเป็นครู และตัวตนของคนนั้นเอง...คุณไ่ม่ได้จบครู แต่จบสาขาอื่น มาเป็นครูก็ถือว่าดี คุณมีเนื้อหาและองค์ความรู้มากที่จะมาถ่ายทอด...ส่วนคนเรียนครู ไม่ว่าคุณตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมาเรียน คุณจะได้การขัดเกลาจิดใจของคนที่เป็นครู คุณจะมีการจัดกิจกรรม กระบวนการต่างๆให้นักเรียนได้คิด ได้ลงมือทำ ถ้าถามว่าความรู้เฉพาะสาขาต่างกว่าคนที่จบสาขาอื่นไหม ก็ไม่น่าจะต่างมากเท่าไร เพราะสิ่งที่คนเรียนครูได้เรียนกันจะเป็นความรู้ต่างๆที่เหมาะกับนักเรียน

ทุกวันนี้ เราสอนเด็กให้เก่ง หรือสอนให้เป็นคนดี
คนเก่งไม่ได้สร้างสังคมให้สงบสุขเสมอไป
momoo_32@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับความคิดนี้น่ะค่ะ เพราะคนที่เรียนอะไรมาก็ย่อมอยากเป็นอาชีพนั้น คนเรียนครูก็ต้องอยากเป็นครู คุณเรียนวิชาอื่นมาคุณก็ไปประกอบอาชีพเกี่ยวกับที่คุณเรียนมาซิค่ะ ไม่อย่างนั้นคนเรียนครูจะเรียนครูมาทำไม แล้วถ้าคุณอยากเป็นครูจริงทำไมไม่เรียนครูตั้งแต่แรก หรือเพราะว่าคุณหางานทำไม่ได้ จึงอยากมาเป็นครู ??
zerzaa_pupe@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราจบ ปริญญาตรี สาขาหนึ่ง สมัยก่อนสมัครครูได้ สมัครครูกรมสามัญ จากผู้สมัครเป็นพันคน สอบได้ที่ 20 กว่า ๆ ไม่เคยเรียนวิชาครูมาเลย อ่านวิชาครูในคู่มือก่อนสอบ สองวัน ไม่ได้ตั้งใจสอบ แต่สอบได้ที่ดังกล่าว ได้เรียกบรรจุเป็นครูทำงานมาถึงปัจจุบัน เพื่อนครูชมว่าสอนได้ดี ทำงานเก่งทุกด้าน รับผิดชอบดีด้วย และไม่เคยมีปัญหาชู้สาว ในขณะที่คนที่จบครูมาโดยตรง ในโรงเรียนนั้นยังหลีเด็ก และแต่งงานกับเด็กนักเรียนก็มี ...ดังนั้น จึงเชื่อว่าการจะเป้นครูที่ดีนั้นไม่ใช่อยู่ที่การจบครูและมีใบประกอบวิชาชีพอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตัวบุคคลด้วย...ครูรุ่นใหม่ ถ้าคัดเด็กเกรด 3 กว่ามาเรียนจึงจะเชื่อว่าได้ครูเก่งและรับผิดชอบดี ..ก่อนมีกฎหมายครู ไม่ได้พัฒนาอะไร อยู่ๆก็มาแจกใบประกอบวิชาชีพ แล้วยกระดับตัวเองเป็นวิชาชีพชั้นสูงเพราะพวกมาก เป็นกลุ่มข้าราชการที่มีมากที่สุด ร้องขออะไรก็เสียงดัง
วิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพราะวิชาครู สำคัญกว่า วิชาการ ไงค่ะ ลองเอาพวกที่ไม่ได้จบครูไปทำ วิจัยทางการศึกษา ไปวัดประเมินผลทางการศึกษาให้ตรงกับมาตรฐาน ไปเขียนแผนการสอน ไปสอนเด็กสมาธิสั้น ถ้าคิดว่าเรียนครูมันเรียนง่าย คนโง่ก็เรียนได้ มาเรียนมาค่ะ จะได้รู้ว่า อาชีพนี้มันก็ยากเหมือนกัน ไม่รักวิชาชีพนี้จริงๆ เรียนได้ดีไม่ได้หรอก
introvert
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอบ คห.3 ขอให้เงยหน้าอ่าน คห.4 สัก 10 เที่ยว แล้วจะเข้าใจ เด็กที่ไปเรียนพิเศษนั้น คือเด็กที่สนใจจะหาความรู้เพิ่มเติม จึงง่ายที่ครูผู้สอนจะป้อนความรู้ให้ และก็ใช้เวลาในการเรียนการสอนไม่เกิน 2 ช.
ม. ครูจึงไม่ต้องใช้จิตวิทยาอะไรเลย เพราะเด็กตั้งใจมาเรียนอยู่แล้ว แต่ครูที่สอนอยู่ใน ร.ร. ต้องอยู่กับเด็กร่วม 8 ช.ม. ต่อวัน ซึ่งมีเด็กทุกสถานภาพ ตั้งแต่ลูกคนหาเช้ากินค่ำ จนถึงลูกรัฐมนตรี ต้องใช้จิตวิทยาและความรู้ความสามารถควบคุมเด็กร้อยพ่อพันแม่นั้นให้อยู่ในระเบียบของห้องเรียน และจัดการเรียนการสอนให้เกิดผลสัมฤทธิ์นั้น มันไม่ง่ายอย่าง คห.3 ละเลงขนมเบื้องด้วยปากหรอก จะบอกให้.
ครูเก่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ นั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะว่าวิชาชีพครูนั้นเป็นวิชาชีพชั้นสูงเหมือนวิชาชีพแพทย์ ทุกคนที่มาเป็นครูจะต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มีการบ่มเพาะ สร้างสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่สำคัญต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู เพราะต้องเสียสละทุ่มเทในการสอน" นี่ล่ะค่ะหัวใจของความเป็นครู
anneann1@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอออกตัวก่อนนะครับผมเป็นครูที่จบมาจากการเรียนครูโดยตรง มีใบประกอบวิชาชีพและตอนนี้สอนในโรงเรียนของรัฐครับ จากกรณีที่ครูสอนกวดวิชาสอนให้เด็กเก่งทางด้านความรู้ อันนี้ผมไม่เถียงครับ เพราะผมก็เป็นครูสอนในสถาบันกวดวิชาชื่อดังหลายที่ เขาต้องสอนวิชาการดีจริง ทางสถาบันถึงจะจ้างต่อ แต่เขาสอนดีแค่วิชาการนะครับ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และการวางตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก อย่าถามครับ ไม่มีเลย ผมก็เลยไม่เห็นด้วยที่จะให้คนเหล่านี้เข้าไปเป็นครูในระบบโรงเรียนของรัฐได้เลย เพราะคุณไม่ได้จบครูมาโดยตรง คุณยังไม่เคยรู้ถึงความแตกต่างระหว่างนักเรียนในสถาบันกวดวิชากับในโรงเรียนของรัฐ การเรียนการสอนมันต่างกัน (มากกกกกกกกกกกกกก) เด็กที่สถาบันกวดวิชาคือเด็กที่เก่ง พร้อม และสนใจเรียนอยู่แล้ว แต่เขามาเรียนเสริมเพื่อต้องการให้ผลการเรียนมันดีขึ้น แต่ในโรงเรียนมีทั้งเด็กเก่ง เด็กอ่อน ปะปนคละเคล้ากัน มันไม่ได้มีเด็กตั้งใจเรียนไปซะทุกคน เมื่อคุณไม่ได้ผ่านการฝึกประสบการณ์กับการจัดการในชั้นเรียนตอนที่ฝึกสอนมา ผมเชื่อว่าคุณจัดการตามรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเด็กไม่ได้แน่นอน และอีกกรณีหนึ่งที่ผมอยากจะถามมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก คือ 1.ถ้าพวกคุณอยากจะเป็นครูจริง ทำไมไม่มาเรียนครูตั้งแต่แรก?? 2.ถ้าเก่งมากทำไมไม่ไปทำงานตามสายที่จบมาหล่ะครับ?? 3.คนที่เรียนครู จบครูมาโดยตรงสอนลูกศิษย์ได้ด้อยกว่าคนที่จบสายตรงมายังไง ??
benmore_zaza@hotmail.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลี้ยงลูก 1 คน ไม่ว่าจะเด็กเล็ก หรือวัยรุ่น ยังเหนื่อยใจ นี่ครูต้องรับผิดชอบดูแลห้องละ 40 คนมีพื้นฐานทางครอบครัวต่างกัน การเลี้ยงดูต่างกัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ต้องใช้ความอดทนสูงมากและต้องมีใจรักจริงๆ
llooll
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่เรียนครูแสนฉลาด โดยสถาบันราชภัฎ ได้คัดเลือกนศ.เข้าเรียนครูแต่ละคน อย่างละเอียดละออ เวลาไปฝึกสอนก็ไม่มีใครพกผัวไปนั่งคอย เวลาสอนก็ไม่เคยเปิดเฟตบุ๊ค มีน้ำใจช่วยเหลืองานครูประจำการโดยไม่ต้องร้องขอ
เลิศประเสริฐศรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +38 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าถูกต้องของคุรุสภาแล้วหละครับ จบจากสาขาอื่นมาเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพนั้นไม่ได้แน่นอน การจะเป็นครูได้ ต้องเรียนวิชาชีพครูเพิ่ม เพื่อสร้างเสริมความเป็นครู สร้างจิตวิญญาณของความเป็นครู การปฏิบัติการสอนให้ได้เสียก่อน ถึงคุณจะเก่งรู้วิชาการมากจริง แต่ถ้าคุณถ่ายถอดไม่ถูกต้อง ไม่ถูกหลักการ ไม่สามารถคุมชั้นเรียนได้ มันก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะเด็ก ประถม มัธยม ไม่เหมือนเด็กโตระดับมหาลัย น๊ะครับ
อยากเป็นครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014