หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

เปลี่ยนสุภาษิต “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี” เป็น “รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2555 17:11 น.
เปลี่ยนสุภาษิต “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี” เป็น “รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด”
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
       บอร์ด คกก.ปฐมวัยเห็นชอบเปลี่ยนสุภาษิต “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี” เป็น “รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด” หวังเปลี่ยนค่านิยมเติมความอบอุ่นให้ครอบครัว
       
       นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ ที่มี ศ.ดร.สชุาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบยุทธศาสตร์การศึกษาปฐมวัย โดยเร็วๆ นี้ จะเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำหรับใช้เป็นนโยบายดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอให้เปลี่ยสุภาษิตที่ว่า “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี” มาเป็น “รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด” ด้วย ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว
       
       “การเสนอเปลี่ยนภาษิตนั้น เพราะต้องการเปลี่ยนค่านิยมคำพังเพยนี้ใหม่ เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นภายในครอบครัวให้มีมากขึ้น” นายเอนก กล่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บอร์ดแท็บเล็ตฟ้อง บ.แม่ เสิ่นเจิ้น อิงถังฯ เรียกค่าปรับ สั่งขึ้นบัญชีดำ “ทิ้งงาน”
พิธีกงเต๊ก 108 วัน ถวายสมเด็จพระสังฆราช
จ่อปรับเพดานค่าเทอม ร.ร.เอกชน อ้างไม่ได้ปรับกว่า 10 ปี
เคาะ 2 ระบบคัดเด็กมหา'ลัย “แอดมิชชันกลาง-รับตรงผ่านเคลียริ่งเฮาส์”
ครูมวยไทยครวญถูกทอดทิ้ง จวกทุ่มงบไทยไฟต์หลายสิบล้าน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 78 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
17 %
ไม่เห็นด้วย 65 คน
83 %
ความคิดเห็นที่ 8 +71 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
@คนเดี๋ยวนี้เลี้ยงลูกไม่เข้าท่า
ยังจะมาอวดฉลาดชาติจะล่ม
กำแหงหาญเปลี่ยนภาษิตติดอาจม
ทำอวดดีโง่บรมคนอะไร

เลี้ยงดูลูกตามใจเห็นไหมเล่า
มีเรื่องราวทุกวันน่ะเห็นไหม
พ่อแม่โง่ลูกเลยเลวเอาเข้าไป
กอดเอาไว้อย่าให้ลูกมาก่อเวร

ทำมาเป็นรักลูกผูกหัวจิต
ไม่มีเลยหัวคิดทำเป็นเล่น
เด็กก่อเรื่องก้าวร้าวทั้งเช้าเย็น
ไม่ตีบ้างมันจะเป็นมหาโจร
กวี กำรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้พวกควาย ไม่มีงานทำหรือไง แล้วพวกเมิงโตมาเพราะพ่อแม่เมิงกอดหรือเปล่า
ส้งเตง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ

ผมว่าเราตามฝรั่งแบบขาดการวิเคราะห์อย่างถ่องแท้ พอเห็นผรั่งไม่ตีลูก ก็เลยไม่ตีบ้าง มันไม่ใช่แค่นั้นซักหน่อย

การตี คือ วิธีการทำโทษวิธีหนึ่ง ถ้าคุณคิดว่ามันป่าเถื่อน คุณจะไม่ตีก็ได้ แต่คุณก็ต้องมีวิธีการทำโทษแบบอื่นมาทดแทนสิ

อย่างฝรั่งสมัยโบราณก็ใช้วิธีตี มาตอนหลังก็เลิกตี แต่เค้าก็มีวิธีลงโทษแบบอื่นมาทดแทน ที่นิยมกัน เช่น วิธีกักบริเวณ หรือ หักเงินค่าขนม หรือทำเวณงานบ้านชดใช้ความผิด มีหลายวิธี

แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีการทำโทษเลย อย่าเข้าใจตรงนี้ผิด

เลี้ยงเด็กโดยไม่มีการทำโทษเมื่อเด็กทำผิด เด็กจะไม่กลัวการทำผิด แล้วต่อไปจะโดเป็นผู้ใหญ่ประเภทไหน? สังคมในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

ถ้าจะเปลี่ยนค่านิยมเรื่องตีเด็กโดยจะสื่อทางสุภาษิตคำนี้อย่างเหมาะสม มันควรจะเป็นแบบที่ผมเขียนจั่วหัวไว้
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควรตีหรือไม่ตีนั่นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่การเสนอให้เปลี่ยนสุภาษิตแบบนี้ มันไม่เข้าท่า
รักวัวให้ผูก มันควรจะต่อด้วยคำที่มันมีความหมายสอดคล้องกับคำว่า "ผูก"
เวลาวัวถูกผูกมันก็คงไม่ชอบใจนัก เจ้าของวัวถ้าเป็นคนขี้สงสารก็คงไม่อยากผูก แต่ก็ต้องฝืนใจเจ้าของ ฝืนใจวัวผูกเพื่อไม่ให้วัวที่รักมันหายไปไหน
เช่นเดียวกับคำว่า "ตี" ลูกก็คงไม่ชอบใจนัก พ่อแม่ที่รักลูกไม่มีใครอยากตีลูก แต่ก็ต้องฝืนใจทำเพื่อไม่ให้ลูกที่เรารักเสียคน(ตามค่านิยมของคนที่คิดสุภาษิตที่เชื่อว่าการตีเป็นการลงโทษที่มีประสิทธิภาพ)

ความหมายของ "ตี" กับ "ผูก" มันสอดคล้องกัน แต่คำว่า "กอด" นั้น ลูกจะทำตัวดีหรือไม่ดีเราไปกอด เขาก็ชอบใจทั้งคู่ พ่อแม่ไม่ต้องฝืนใจกอด แบบนี้ความหมายมันไม่สอดคล้องกัน มันจะกลายเป็นสุภาษิตที่ไม่ได้เรื่อง ฟังดูแล้วขัดหู อีกอย่างมันแสดงให้เห็นถึงความสะเพร่าของคนคิด แล้วแบบนี้บรรดาพ่อแม่หรือลูกที่ยังถือค่านิยมตีลูก เขาจะเชื่อถือค่านิยมแบบใหม่ที่กระทรวงศึกษาต้องการจะสร้างได้อย่างไร?

ถ้าไม่เห็นด้วยกับค่านิยมการลงโทษด้วยการตีลูก ก็ควรยกเลิกสุภาษิตนี้ไปเสีย หรือจะเปลี่ยนเป็น
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ" อย่างที่ คห14 ว่าไว้ ผมว่าก็เข้าท่าดี
ที่สำคัญถ้ากระทรวงศึกษาต้องการจะบอกกับคนในสังคมว่าไม่ควรลงโทษลูกด้วยการตี คุณก็ต้องบอกด้วยว่าจะหาวิธีการลงโทษแบบไหนมาแทน ที่จะเหมาะสมและสามารถใช้ได้จริงภายใต้สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแบบนี้

ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการตี ถ้าไม่ใช่กรณีที่พิเศษจริงๆกรณีแบบไหนขอไม่พูดถึงเดี๋ยวจะยาวไป การตีคือการลงโทษที่มักง่ายของพ่อแม่ที่ไม่มีความรับผิดชอบหรืองมงาย มันมีโอกาสได้ผลขณะเดียวกันมันก็มีโอกาสที่จะไม่ได้ผลและสร้างผลเสียระยะยาวหรือถาวรต่อสภาพจิตใจของเด็ก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความมักง่ายตามประสาประชากรของประเทศด้อยพัฒนา(ที่กระแดะเรียกตัวเองว่าประเทศกำลังพัฒนา)ที่มักจะทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
พ่อแม่ ที่อ้างว่าไม่มีเวลา ไม่มีความรู้ ไม่มีปัญญาทำความเข้าใจเรื่องจิตวิทยาของมนุษย์ก่อนที่ลูกจะคลอด ไม่สมควรมีลูกตั้งแต่แรก
ลูก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 52 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเสนอถ้าจะเปลี่ยนจริงๆควรเป็น "รักวัวให้ผูก รักลูกให้อบรม" มากกว่าเปลี่ยนเป็นคำว่า กอด หรือ ทำโทษ นะครับ
xxx
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 50 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
ความหมายนี้มีค่าน่าสรรเสริญ
เพราะว่าเอาแต่กอดตลอดเกิน
ลูกเลยเกินเป็นเทวดาจะว่าไป
สุภาษิตไทยสมัยก่อนมีคุณค่า
มาทำบ้าเปลี่ยนแปรไม่สดใส
ตัวของเราโตมาได้ไม่ร้อนใจ
ความห่วงใยพ่อแม่มีนี้ซึ้งดี
อยากจะกอดแม่พ่อก็จนจิต
เพราะชีวิตของเราท่านเฝ้านี้
ภาพความหลังครั้งกอดนี
พ่อแม่นี้มีความรักมักกอดมา
แต่ว่าลูกหลายรายได้ถูกประหาร
แม่พ่อนั้นไม่เยี่ยมชะเง้อหา
กลับถูกลูกต่อว่าทั้งน้ำตา
ที่ต้องมาเป็นเช่นนี้เพราะพ่อแม่
คือไม่บอกผิดชอบและชั่วดี
ว่าสิ่งนี้ควรทำไม่ควรทำแน่
กลับปล่อยลุกทำระกำแท้
ไม่ห้ามแม้ทำผิดคิดชื่นชม
พ่อแม่ฟังช้ำจิตพินิจเห็น
เราเลี้ยงลูกไม่เป็นเห็นขื่นขม
เพราะว่าไม่สั่งสอนให้การอบรม
จึงเหมาะสมลูกว่าย้อนไม่สอนผม ฯ
กระหร่องกระแหร่ง สิงห์อีสาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 48 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"ไปไหนมาลูก"
"ไปซิ่งมา"
"ไหนๆ มาให้แม่กอดหน่อยซิลูก"

"ไปทำอะไรมา...ลูก"
"ไปเสพยาบ้ามา"
"ไหนๆ มาให้แม่กอดหน่อยซิลูก"

"ทำไมลูกแต่งตัวโป๊จังเลย"
"มันเป็นแฟชั่นของคนรุ่นใหม่"
"ไหนๆ มาให้แม่กอดหน่อยซิลูก"

"แล้ววันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือ..ลูก"
"เดี๋ยวนี้เขาเรียนกันทางแทปเลตแล้ว..เชยจัง"
"โอ้..เก่งจังเลย.."ไหนๆ มาให้แม่กอดหน่อยซิลูก"

แล้วบ้านเมืองมันจะเป็นยังไง..นึกไม่ออกว่ะ
ฮาๆๆๆๆๆๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 46 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรวย
jkl
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี รักสามีให้กอด
เข้าท่ากว่า ไม่เปลี่ยนของเดิม แค่แผลง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...ควายชิปหาย...สุภาสิตไทย ยังไม่เข้าใจ...
มงคล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของเดิมเขาดีอยู่แล้วจะเปลี่ยนทำไม ปล่อยไว้อย่างนั้น

ดีแล้ว แต่ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งกว่า เข้าใจการเลี้ยงลูกดีกว่า

ก็บัญญัติภาษิตใหม่เลยสิ แต่มันต้องดีกว่าของเดิมเขานะ

ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าเขาก็บัญญัติภาษิตใหม่ไปเลย
คนรักลูก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 32 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าลูกไปยิงตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในผับ แล้วหนีไป ถ้าจับได้จะยังมากอดอีกไหม

คิดหรือว่า วัว มันชอบให้ผูก ไปจำกัดสิทธิ จำกัดอิสระเสรีภาพ ในการเดินทางไปไหนมาไหน จะหาหญ้ากินอร่อยๆ ก็ไม่ได้ ก็ต้องทรมาน กินหญ้าอยู่รอบๆเสา เชือก ที่ผูกมัด มันถึงจะเป็นวัวที่ดี ไม่หายไปไหน ไม่มีใครมาขโมย แต่คน มีความคิด นานา มีสิ่งยั่วยุต่างๆ จากสิ่งรอบข้าง จากสื่อ ถ้าลูกไปทำผิด แล้วมามัวกอด ไม่สอน ไม่ทำโทษว่าสิ่งนี้ไม่ดี อีกหน่อย ลูกมันก็ว่าได้ พ่อแม่ รังแกฉัน ก็เมื่อเวลาฉันทำผิด แล้วพ่อแม่มากอดทำไม................
คนไทย.....................
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวกลัวหายเขาให้ผูก รักลูกอยากให้ลูกดี ต้องตี (สั่งสอนเจ้าข้า
เอ้ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควรตีหรือไม่ตีนั่นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่การเสนอให้เปลี่ยนสุภาษิตแบบนี้ มันไม่เข้าท่า
รักวัวให้ผูก มันควรจะต่อด้วยคำที่มันมีความหมายสอดคล้องกับคำว่า "ผูก"
เวลาวัวถูกผูกมันก็คงไม่ชอบใจนัก เจ้าของวัวถ้าเป็นคนขี้สงสารก็คงไม่อยากผูก แต่ก็ต้องฝืนใจเจ้าของ ฝืนใจวัวผูกเพื่อไม่ให้วัวที่รักมันหายไปไหน
เช่นเดียวกับคำว่า "ตี" ลูกก็คงไม่ชอบใจนัก พ่อแม่ที่รักลูกไม่มีใครอยากตีลูก แต่ก็ต้องฝืนใจทำเพื่อไม่ให้ลูกที่เรารักเสียคน(ตามค่านิยมของคนที่คิดสุภาษิตที่เชื่อว่าการตีเป็นการลงโทษที่มีประสิทธิภาพ)

ความหมายของ "ตี" กับ "ผูก" มันสอดคล้องกัน แต่คำว่า "กอด" นั้น ลูกจะทำตัวดีหรือไม่ดีเราไปกอด เขาก็ชอบใจทั้งคู่ พ่อแม่ไม่ต้องฝืนใจกอด แบบนี้ความหมายมันไม่สอดคล้องกัน มันจะกลายเป็นสุภาษิตที่ไม่ได้เรื่อง ฟังดูแล้วขัดหู อีกอย่างมันแสดงให้เห็นถึงความสะเพร่าของคนคิด แล้วแบบนี้บรรดาพ่อแม่หรือลูกที่ยังถือค่านิยมตีลูก เขาจะเชื่อถือค่านิยมแบบใหม่ที่กระทรวงศึกษาต้องการจะสร้างได้อย่างไร?

ถ้าไม่เห็นด้วยกับค่านิยมการลงโทษด้วยการตีลูก ก็ควรยกเลิกสุภาษิตนี้ไปเสีย หรือจะเปลี่ยนเป็น
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ" อย่างที่ คห14 ว่าไว้ ผมว่าก็เข้าท่าดี
ที่สำคัญถ้ากระทรวงศึกษาต้องการจะบอกกับคนในสังคมว่าไม่ควรลงโทษลูกด้วยการตี คุณก็ต้องบอกด้วยว่าจะหาวิธีการลงโทษแบบไหนมาแทน ที่จะเหมาะสมและสามารถใช้ได้จริงภายใต้สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแบบนี้

ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการตี ถ้าไม่ใช่กรณีที่พิเศษจริงๆกรณีแบบไหนขอไม่พูดถึงเดี๋ยวจะยาวไป การตีคือการลงโทษที่มักง่ายของพ่อแม่ที่ไม่มีความรับผิดชอบหรืองมงาย มันมีโอกาสได้ผลขณะเดียวกันมันก็มีโอกาสที่จะไม่ได้ผลและสร้างผลเสียระยะยาวหรือถาวรต่อสภาพจิตใจของเด็ก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความมักง่ายตามประสาประชากรของประเทศด้อยพัฒนา(ที่กระแดะเรียกตัวเองว่าประเทศกำลังพัฒนา)ที่มักจะทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
พ่อแม่ ที่อ้างว่าไม่มีเวลา ไม่มีความรู้ ไม่มีปัญญาทำความเข้าใจเรื่องจิตวิทยาของมนุษย์ก่อนที่ลูกจะคลอด ไม่สมควรมีลูกตั้งแต่แรก
ลูก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศธ. เอาเวลาที่มานั่งปรึกษากับท่านนายก ญ. ไปทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ดีไหมคะ ? หรือว่า นายกคิดได้แค่นี้แล้วศธ. เลยต้องเออออตามไปด้วย ?

เข้าใจค่ะว่าพวกคุณน่ะขาดความอบอุ่น
แต่เด็กจะได้ได้ต้องรู้จักผิดรู้จักถูก ไม่ใช่ว่าทำผิดแล้วไปกอดมันจะแก้ปัญหาได้

แค่เด็กมีปัญหาในสังคมตอนนี้ก็มากมายไม่รู้เท่าไหร่ ทั้งลูกคนจนคนมีเงิน
ดูอย่างเด็กสาวที่ขับรถเสยท้ายรถตู้สิคะ หรือว่าดาราสาวที่ด่าตำรวจทั้งที่ตัวเองผิด หรือแม้กระทั่งดาราเลี่ยงภาษีที่กำลังเป็นข่าวฮอต ทั้งหมดนั่นเจ๊มั่นใจว่าผู้ปกครองไม่ค่อยได้อบรมสักเท่าไหร่ ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด

อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมแบบอบอุ่นแต่ไม่รู้จักถูกผิดหรือคะ ?
เจ๊เอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ตามที่จำความได้ตอนที่เรียนหนังสือน่าจะเป็นเรื่องการอบรมบ่มนิสัยลูกให้เป็นคนดี เหมือนผูกวัวตัวเองไม่ให้เตลิดหนีหายไป ลูกก็ต้องอบรม ตีเมื่อลูกทำผิด เราอาจจะไม่ต้องตีความหมายคำว่า 'ตี' เป็น การกระทำ 'ตี' ลูกทุกครั้งที่ทำผิด แต่เป็นการอบรมสั่งสอนลูกถ้าทำอะไรที่ผิดที่ไม่ควร และเรื่องไหนดี ไม่ดี แยกแยะให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะมีแต่พวกเด็กเหลือขอ รวมไปถึงพวกที่แยกแยะไม่ได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี อะไรผิดอะไรถูก เพราะว่าพ่อแม่มันไม่ อบรมสั่งสอน เต็มบ้านเต็มเมือง โกงได้ไม่ผิด โกหกได้ไม่ผิด...สังคมจะเป็นยังไงต่อไปก็ลองคิดเอา

ซึ่งแตกต่างจาก 'รักลูกให้กอด' มันก็เป็นความจริง เรื่องกอดลูก ให้ความอบอุ่น ให้ความมั่นใจกับลูก แต่มันคนละเรื่องกับภาษิต คำพังเพยไทย

หาอะไรทำให้มันจรรโลง สังคม พัฒนาประเทศชาติ ดีกว่าครับ ดีกว่า เสียเวลามาเปลี่ยนอะไรที่ไม่ก่อประโยชน์ ให้ประเทศ

ไปสร้างคำพังเพยใหม่ หรือสุภาษิตใหม่ มาใช้ให้ทันกับสถานการณ์ในประเทศดีไหมครับ เช่น สุภาษิตสอนลูกไม่ให้เป็นคนทุจริต คนโกง คนโกหก ปลิ้นปล้อน...
น่าจะดีกว่าครับ
ผิดประเด็นหรือเปล่าครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักเพื่อนถ้าอยากโทร085255547
แพรว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ดีนะ
แพรว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาสมองส่วนไหนคิด...กอดก็ส่วนกอดสิ ผิดก็ต้องลงโทษ จะได้หลาบจำ ถ้าโอ๋กันทั้งชีวิตเดี๋ยวแมร่งก็สันดานเหมือนอาเฮียดวง อาเฮียโอ๊ค ใครจะรับผิดชอบ ทำไมเชื่อโบราณแล้วมันจะบานบุรีหรือไง แล้วรัฐบาลนี้นี่มันยังไงกันวะ..
พญาเสือ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ

ผมว่าเราตามฝรั่งแบบขาดการวิเคราะห์อย่างถ่องแท้ พอเห็นผรั่งไม่ตีลูก ก็เลยไม่ตีบ้าง มันไม่ใช่แค่นั้นซักหน่อย

การตี คือ วิธีการทำโทษวิธีหนึ่ง ถ้าคุณคิดว่ามันป่าเถื่อน คุณจะไม่ตีก็ได้ แต่คุณก็ต้องมีวิธีการทำโทษแบบอื่นมาทดแทนสิ

อย่างฝรั่งสมัยโบราณก็ใช้วิธีตี มาตอนหลังก็เลิกตี แต่เค้าก็มีวิธีลงโทษแบบอื่นมาทดแทน ที่นิยมกัน เช่น วิธีกักบริเวณ หรือ หักเงินค่าขนม หรือทำเวณงานบ้านชดใช้ความผิด มีหลายวิธี

แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีการทำโทษเลย อย่าเข้าใจตรงนี้ผิด

เลี้ยงเด็กโดยไม่มีการทำโทษเมื่อเด็กทำผิด เด็กจะไม่กลัวการทำผิด แล้วต่อไปจะโดเป็นผู้ใหญ่ประเภทไหน? สังคมในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

ถ้าจะเปลี่ยนค่านิยมเรื่องตีเด็กโดยจะสื่อทางสุภาษิตคำนี้อย่างเหมาะสม มันควรจะเป็นแบบที่ผมเขียนจั่วหัวไว้
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว แค่ใช้ให้เหมาะสมกับเวลาต่างหาก ใช้ไม่เป็นแล้วมาหาว่าของโบราณไม่ดี เก่งจริงก็คิดเอาเองอย่า มาดัดแปลงของเดิม
สงสัยว่างมากจริงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมตีลูกด้วยความรัก ผมไม่ได้ตีลูกด้วยอารมณ์ โกรธ เกลียด
ลูกผมเข้ามากอดผมทุกครั้งเมื่อเขารู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ที่เคยได้รับ "การตักเตือน" แล้ว
ลูกผมยอมรับทุกครั้งเมื่อได้รับการลงโทษ
การกอดและการตี มันมีดีทั้งสองอย่าง
ta tum
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +71 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
@คนเดี๋ยวนี้เลี้ยงลูกไม่เข้าท่า
ยังจะมาอวดฉลาดชาติจะล่ม
กำแหงหาญเปลี่ยนภาษิตติดอาจม
ทำอวดดีโง่บรมคนอะไร

เลี้ยงดูลูกตามใจเห็นไหมเล่า
มีเรื่องราวทุกวันน่ะเห็นไหม
พ่อแม่โง่ลูกเลยเลวเอาเข้าไป
กอดเอาไว้อย่าให้ลูกมาก่อเวร

ทำมาเป็นรักลูกผูกหัวจิต
ไม่มีเลยหัวคิดทำเป็นเล่น
เด็กก่อเรื่องก้าวร้าวทั้งเช้าเย็น
ไม่ตีบ้างมันจะเป็นมหาโจร
กวี กำรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เป็นสุภาษิตที่ใช้กันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล อยากเปลี่ยนใหม่ก็เปลี่ยนไปสิอย่าไปลบของเก่าทิ้ง ถ้ามีคนเห็นด้วยเขาก็ใช้กันเองแหละน่า อย่าไปบังคับเขาเลย
kru.we@hotmail.com
 
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของเดิมดีอยู่แล้ว แต่ต้องเพิ่มให้พ่อแม่หัดซื้อหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาวิธีการเลี้ยงดูลูกมาอ่านบ้าง และตัดสินลงโทษโดยใช้หลักเหตุผล ไม่ใช่ตีเอามันสะใจควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
yes
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้พวกควาย ไม่มีงานทำหรือไง แล้วพวกเมิงโตมาเพราะพ่อแม่เมิงกอดหรือเปล่า
ส้งเตง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรำ น่ากลัวจะใช่แล้วละ ไม่งั้นพวกเขาจะมีความคิดอย่างนี้ได้อย่างไร
เอวังไทยแลนด์ หนีไปอยู่ยุโรปดีก่า
 
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าไปตามตรูดฝรั่งให้มากเกินเลย
คนไทยเราก็รักลูกแบบไทยๆได้
ไม่เห็นด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014