หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

ราชบัณฑิต ไม่เห็นด้วยเปลี่ยนสุภาษิตเป็น “รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 สิงหาคม 2555 16:36 น.
ราชบัณฑิต ไม่เห็นด้วยเปลี่ยนสุภาษิตเป็น “รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด”
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
        ราชบัณฑิต ไม่เห็นด้วยมติ คกก.ปฐมวัย เปลี่ยนสุภาษิต “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี” เป็น “รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด” ชี้ เป็นสุภาษิตคำพังเพยที่มีแต่โบราณ ควรเพิ่มได้แต่ไม่ควรเปลี่ยน ขณะที่ “สมพงษ์” ชี้ ควรไม่ควรเปลี่ยนสุภาษิตแต่เปลี่ยนที่ค่านิยม ระบุ เด็กยุคใหมาตีได้แต่ต้องมีเหตุผลทำไมถึงต้องตี
       
       สืบเนื่องจากวานนี้ (27 ส.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ มีมติเห็นชอบเปลี่ยนสุภาษิตที่ว่า “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี” เป็น “รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด” เพื่อหวังเปลี่ยนค่านิยมสร้างความอบอุ่น และเพื่อใช้เป็นนโยบายยุทธศาสตร์การศึกษาปฐมวัยและดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 โดยจะมีการเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้
       
       ศ.ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ว่า มองว่า เป็นเรื่องประหลาด สุภาษิตคำพังเพยเป็นคำโบราณที่มีมานานแล้ว ไม่ควรเปลี่ยนแต่ควรสร้างคำใหม่ ซึ่งเห็นว่า ของเก่าดีอยู่แล้ว และที่เด็กไทยปัจจุบันเสีย ส่วนตัวเห็นว่าเพราะผู้ใหญ่ไม่ตีเด็ก ส่วนการกอดก็สามารถทำได้แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
       
       ด้าน รศ.ดร.สมพงษ์ จิตรระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสุภาษิตคงทำได้ยาก เพราะเป็นวิถีชีวิตคงคนดั้งเดิมจนมาถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรเปลี่ยนสุภาษิตแต่ควรเปลี่ยนค่านิยมมากกว่า สำหรับการเลี้ยงลูกในยุคสมัยใหม่การตีก็ยังใช้ได้ผลดีอยู่แต่ต้องมีเหตุผลว่าทำไมถึงตีลูก

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ศธ.จี้ทุกองค์กรหลักเร่งใช้งบ เผย 3 เดือน ไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ 14%
“หมออุดม” ตั้งเป้าดัน “มหิดล” สู่มหา'ลัยชั้นนำของโลก ชูสร้างงานวิจัยเชิงพาณิชย์
บอร์ดปฏิรูป ศธ.นัดแรกตั้ง 7 อนุฯทำงานรอบด้าน “ณรงค์” ยันต่างจากอดีตเน้นปฏิรูปจากภาคปฏิบัติ
มทร.ธัญบุรี หนุนอาจารย์ผนึกเอกชน อัปการสอน ปั๊มงานวิจัยอุตสาหกรรม-ท้องถิ่น
วธ.จัดแสดงภาพโบราณอายุ 150 ปี
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 62 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 22 คน
36 %
ไม่เห็นด้วย 40 คน
64 %
ความคิดเห็นที่ 50 +122 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี"

ผมว่า เราตีความหมายสุภาษิตนี้ผิดไปรึเปล่า เรามาเข้าใจตรงประโยคหลัง "รักลูกให้ตี"

แต่เราลืมประโยคหน้า???...

ผมมองว่า สุภาษิตนี้ในบริบทรวม คือการดูแล ไม่ว่าจะเป็นลูก สัตว์เลี้ยง อะไรก็ตามแต่นั้น

อย่า "ตามใจ" เขาไปเสียทุกเรื่อง ต้องมีการกำหนดกรอบกติกาเอาไว้บ้าง

บางหน วัวก็ต้องถูกผูกไว้ ไม่ให้หากินไปไกลเกินควร อาจไม่ได้ตามใจวัวที่ปล่อยหากินอิสระ

เลี้ยงลูกก็ต้องไม่ตามใจไปเสียทุกเรื่อง มีกติกา มีการทำโทษกันบ้าง

สำหรับผม การเปลี่ยนจาก "รักลูกให้ตี" เป็น "รักลูกให้กอด" เป็นการไปเปลี่ยนความหมายเดิม และทำให้เกิดการขัดแย้งกันเองระหว่างประโยคหน้ากับหลัง
pp
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 63 +61 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก :
คนสมัยก่อน ยุคสร้างบ้านแปลงเมือง ท่านก็ไปบุกเบิกป่าเขาลำเนาไพร ทำปศุสัตว์ เกษตรกรรม ทีนี่พอเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ยังไม่ได้ทำรั้วกั้น ก็เลี้ยงแแบบปล่อยให้หากินเอง พอวัวหรือควายยยย กินหญ้าเพลินก็เลยแนวไร่แนวสวน เสือมันก็ตะปบไปแดก

รักลูกให้ตี ;
ก็คือพ่อแม่ อย่ารักลูกจนเกินไป พ่อแม่ทุกคนรักลูกทั้งนั้น ผิดถูกก็มักจะให้ลูกตัวเองถูก (ดูอย่างไอ้เฉ-ลิม) ก็กลายเป็นการให้ท้ายเด็ก พ่อแม่จึงมี "หน้าที่" ต้อง "สั่ง" และ "สอน" กุลบุตรกุลธิดา ให้อยู่ในศีลธรรมโอวาทอันดี สั่งก็คือสั่ง ถ้ามันไม่ทำสิ่งดี สอนก็คือสอนให้มันรู้จักทำในสิ่งดี

พวกเมิงเอาอะไรมาคิดเรื่องนี้ (วะ) หรือว่าพ่อแม่พวกเมิงกอดพวกเมิงมากเกินไป
แล้วม้างงงงง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 48 +42 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าเผาเมือง
รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าโกหก
รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าพูดผิด
รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าเลือกเพื่อไทย
Bell
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 46 +41 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดได้แต่ของพวกนี่อ่ะนะ

ประเทศชาติมันถึงไม่เจริญซักที

........
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +33 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสรือกจะเปลี่ยนสุภาษิต หัวสมองมันมีหรือเปล่า มรึงจะบอกแนวทางวิธีการก็ทำไปเผยแพร่ไป แต่เสรือกจะมาเปลี่ยนสุภาษิตที่มีมาเป็นร้อยปีนี่ไอ้คนนคิดมันอัปรีย์จริงๆ
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่างมาก

เอาเวลาไปคิดทำอย่างอื่นดีกว่า

สุภาษิต โบราณ เข้าใจไหมว่า "โบราณ"

จะสร้างสุภาษิต ปัจจุบันก็ทำไป ดูซิว่าจะมีใครพูดไหม
abc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
หน้าแสดงความเห็นที่ 2 จากทั้งหมด 2 หน้า
หน้าที่แล้ว
2 | 1
ความคิดเห็นที่ 147 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าตีความหมายไม่ออก ก็ตั้งใหม่เองซิครับ หรือไม่มีปัญญา
m
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 144 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เริ่มต้นก็ผิดแล้ว ที่ไปบอกว่าจะเปลี่ยนสุภาษิตเก่า พวกบรรดาหัวอนุรักษ์นิยมก็ย่อมต้องออกมาคัดค้านเป็นธรรมดา ทำไมไม่บอกว่า คิดสุภาษิตใหม่ให้เข้ากับสภาวะปัจจุบัน ของเก่าก็ยังอยู่ ของใหม่ก็มี ใครจะใช้อันไหนก็เชิญตามจริตของแต่ละคน
ชาวกรุง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 141 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเวลาไปตามหา บุญมา ดีกว่าไหม
อิอิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 140 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คกก. นี่เพี้้ยนไปหรือเปล่า หรือว่าโง่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 139 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าจะหมดปัญหาถ้าให้ความสำคัญเฉพาะ "รักลูกให้กอด" ไม่ต้องเอาลูกไปเปรียบกับอะไรทั้งสิ้น มุ่งสู่การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และพ่อแม่ก็ควรทำตัวให้น่ากอดด้วยครับ
sakwut
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 137 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราเองคือตัวอย่างที่พ่อแม่ไม่เคยตี ยามเด็กๆเรารู้ว่าทำเลวอย่างไรพ่อแม่ก็ไม่ตี เราเลยได้ใจใหญ่ อยากได้อะไรลงนอนแถก เดี๋ยวก็โดนโอ๋ ทำให้เราเสียเด็กมากๆ เอาแต่ใจตัว โชคดีที่มีคุณย่าขี่ม้าขาวมาปราบ นานๆครั้งเวลาทำผิดมากๆก็ใช้ไม่เรียวอันเล็กๆตีก้นหนึ่งถึงสามที โดยก่อนตีจะบอกว่าเราทำผิดอะไร สิ่งใดไม่สมควรทำ สมควรแก้ไขอย่างไร ไม่ได้ใช้อารมณ์ตี แล้วถามว่าจะทำอีกไหมเราก็บอกว่าไม่ทำแล้ว จากนั้นพอตีเสร์จก็ให้เราไหว้ แล้วบอกว่ารักนะถึงต้องตีให้จำจะได้ไม่ทำอีก จากนั้นปล่อยให้เราอยู่คนเดียวสักพัก ท่านก็เรียกไปกินขนมที่ท่านทำเองกินแล้วให้มานั่งตักทำนั่นนี่ด้วยกันเล่นสนุกด้วยกันบนตักท่าน เราก็จะโอเค คุณครูที่โรงเรียนใช้ไม้บรรทัดตีสั่งสอน ไม้นั้นศักดิ์สิทธิ์มาก การตีสั่งสอนด้วยเมตตา หาไม่เราคงเป็นผู้ใหญ่ที่เหลวไหลไม่เอาถ่านแน่เลย

บอกจริงๆถ้าพ่อแม่เอาแต่กอดอย่างเดียว ลูกก็เสียคนเพราะทำอะไรใช้กอดๆๆๆ ลูกไม่เรียนรู้แน่ ส่วนการเอาแต่ตีอย่างเดียว ตีเอาๆๆๆวันหนึ่งลูกคงต้องหนีออกจากบ้าน ดังนั้นต้องผสมผสานกัน รักบ้าง กอดบ้าง ดุบ้าง ว่าบ้าง สุดท้ายเอาไม่อยู่จริงก็ต้องลงไม้บ้าง แต่ทำด้วยเมตตา เด็กก็จะรู้และไม่ทำแย่ๆอีก ขอให้ทำเป็นลำดับขั้น อย่าข้ามขั้น ไม้เรียวยังมีประโยชน์อยู่

อยากจะบอกว่าจากประสพการณ์ที่ผ่านมา ถ้าพ่อแม่เอาแต่กอดอย่างเดี่ยวก็อย่าคิดว่าลูกจะได้ดีนอกจากได้ใจกำเริบ ต่อไปจะเอาไม่อยู่ เจ้าอารมณ์แน่ ใครแตะไม่ได้ และชีวิตข้าหน้าจะเปราะ กลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน แต่ถ้าทำอย่างโบราณคือกอดบ้าง คลุกคลีกับลูกคุยกันเสมอๆ ไม่กดขี่ ไม่เอาลูกรองรับอารมณ์แย่ๆของตัวเอง หากลูกดื้ออธิบายเหตุผลแล้วไม่เชื่อฟัง ดื้อดึง อวดเก่งในทางที่ผิด ดุว่าแล้วไม่เชื่อ ก็ต้องใช้ไม้เรียวกำกับบ้างแต่อย่าทำในเวลาโกรธหรือโมโห จะตีก็ด้วยเมตตาเพื่ออนาคตวันข้างหน้าของลูก แค่ทีสองทีก็พอแล้ว อย่าตีเป็นชุดลูกจะด้านไม้

ดังนั้นทุกอย่างทั้งพระคุณและพระเดชต้องใช้ให้เป็น ถูกเวลาและอย่างมีศิลปะด้วยรักและเมตตากรุณาจึงจะได้ผลดีที่สุด
อดีตเด็กแสบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 135 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อ เอากะมัน คิดได้ยังไง (ฟะ)

เหมือน "กับที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกเอ๋อ
ออกมาปกป้อง นายกิตติรัตน์
ว่าโกหกแหกตาประชาชนชาวโลก ทำไปด้วยความหวังดี"
ก๊ากๆๆๆๆๆๆ

ใอ้รัถบานชั่วชาติ แจกแท๊บเบล็ท
นั่นก็เป็นการ "ทำลายประเทศชาติ และเยาวชน โดยตรง"
อีกหน่อยเด็กๆ จะเขียนภาษาไทยไม่ได้
หรือ คิดอะไรเองไม่เป็น
เอะอะก็ต้องเพิ่ง คอมพิวเตอร์ หรือ อากู๋ (กูเกิล) เรื่อยไป
สมองไม่ได้พัฒนา มันก็จะฝ่อลงไปเรื่อยๆ

และประวัติศาสตร์ชาติตัวเองก็จะไม่มีใครสนใจ
ลืมบุญคุณบรรพบุรุษที่กู้ชาติ ให้พวกเรามีถิ่นฐานอาศัย
และมีศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น

ใครที่บ้าตาม ก็ซื้อ ไอค๊อก ไอแค๊ค ให้ลูก
คิดตรึกตรองกันดูดีๆ ว่าเป็นการรักลูกให้ถูกทาง หรือเปล่า

น่าสมเพช พวกตามตูดคนอื่น โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
กรรมของเวร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 133 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็โอ๋กันเข้าไป เดี๋ยวนี้พ่อแม่ดุด่า ตีลูกไม่ได้ กลัวลูกไม่รัก
ขออะไรก็ให้ ทำผิดก็ออกรับหน้าแทน
ไม่รู้เลี้ยงมาใช้งาน หรือเลี้ยงมาบูชา
สมัยก่อนตอนเรียน โดนครูตี ยังไม่กล้าบอกพ่อแม่เลย อายด้วย
แล้วก็กลัวพ่อแม่ด่า
แต่เดี๋ยวนี้ โดนครูตี กลับไปฟ้องพ่อแม่
พ่อแม่บุกโรงเรียนฟ้องครู
แทนที่จะถามว่าทำอะไรผิดถึงโดนตี

จะไปอ้างประเทศอื่นได้ยังไง
ก็เด็กประเทศอื่นมันคิดได้เอง ไม่เหมือนไทย
เพราะงั้น บางทีพ่อแม่ก็ต้องจำใจเล่นบทโหดบ้าง
รักด้วยวิธีอื่นน่ะเป็นมั้ย ไม่ใช่โอ๋อย่างเดียว
..........
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 132 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันจะบ้าไปใหญ่แล้ว คำพังเพยโบราณ อยากจะมาเปลี่ยน พวกมันคิดอะไรอยู่หรือ บ้า หรืออยากจะเปลี่ยนอะไรต่างๆที่มีอยู่เดิมที่ดีๆ พวกพ่อแม่ไม่สั่งสอน คำว่าตีโบราณไม่ได้หมายความว่าทำทารุณ แต่หมายถึงดุดาว่ากล่าวด้วย อย่าบ้าตามฝรั่งให้มากชาติจะวิบัติ
pol9
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 130 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาอย่างนี้นะ สอนลูกหลานให้แปลความหมายสุภาษิตให้ถูกต้องตามโบราณสั่งสอนให้ได้ก่อน ท่านกล่าวคำคล้องจองไม่กี่คำ เพื่อสั่งสอนคนรุ่นหลังให้จำได้ เชื่อว่าคนที่คิดจะเปลี่ยนไม่แตกฉานในภาษาไทยมากกว่า
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 128 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักลูกให้ตีในที่นี้หมายถึง"ตีสอน"คือ การที่จะตีนั้นต้องมีเหตุผล สอนลูกด้วย จะได้ให้เขาเดินถูกทาง เด็กสมัยก่อนโตขึ้นมาด้วยการตีสอนหมดไม่ได้ตีให้ตาย คนที่คิดจะเปลี่ยนนี่ปัญญาอ่อนหรือไง ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลองจริงๆ การตีมันไม่ได้หมายถึงการทารุณกรรมเสมอไปนะ
โตมาได้ก็เพราะแม่ตี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 127 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก (มิตรไว้เรียงราย) รักลูกต้อง(หมั่น)ตี(ตัวเอง)
พระยาอนุมานราชธนเคยอธิบายถึงความหมายที่แท้จริงของสุภาษิต รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ไว้ประมาณนี้ หมายถึงถ้ามีมิตรไปทั่ววัวเดินไปไหนก็มีคนคอยช่วยดูแล ส่วนการเลี้ยงเด็กพ่อแม่ต้องใช้ความอดทนสูง
ตั้งแต่สมัยท่าน ท่านก็เปรยว่าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง มาเจอคนสมัยนี้นอกจากไม่ศึกษาหาที่มาที่แท้จริง ยังหาญกล้าจะมาเปลี่ยนแปลงคำโบราณที่สั่งสอนกันมานาน เพียงเพราะตัวเองไม่เคยเข้าใจความหมายที่แท้จริง
kpr
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 126 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี มันเป็นคำโบราณ และมีความหมายที่ดี และดีอยู่แล้ว แต่มีคนอุบาท เอามาแปลงใหม่เป็น รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด เอาคำดี ๆ ของปราชญ์โบราณแต่งเอาไว้มาแปลงจนเสียหมด ถ้าจะทำก็คิดคำใหม่ๆ ออกมาจะดีกว่า ไม่ควรเอาคำนักปราชญ์โบราณท่ีดีอยู่แล้วมาแปลง ผมว่านะ ทำแบบนี้มันเหมือนกับเอาเท้าเหยียบหัวคนเก่าที่แต่งเอาไว้
สมพงษ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 125 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับการเปลี่ยนครับ แต่เปลี่ยนกรรมการฯนะ
เห็นชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 124 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
“รักควายแดงให้ผูก รักลูกอย่าให้เฟชบุ๊คด่าว่าคนอื่น”
“รักควายแดงให้ผูก รักลูกอย่าให้ทุจริตการสอบ”
“รักควายแดงให้ผูก รักลูกอย่าให้ติดโยงติดยา”
“รักควายแดงให้ผูก รักลูกมาก ก็พาไปอยู่ อเมริกา ไป๊ๆๆๆๆ”
ครู สำ รวย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 121 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รมว.ระดับด๊อกเตอร์นะนี่ ทำงานบริหารกระทรวง คิดงานใหญ่ได้แค่นี่หรือนี่..มันควรจะตั้งใหม่ดีกว่าตามอจ.กาญจนาฯท่านว่านั่นแหละดีที่สุดแบบ" รักควายให้ดูแลดีๆ อย่าให้รี่ออกลูกมาเป็นควายแดง "
สงสัยมันว่างมากไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 120 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วยหน่อยเถอะครับ ไอ้คำว่า "ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย แต่ทำใน
สิ่งที่กฏหมายห้าม" มันทำให้ภาษา วิบัติ หรือ อะไรวิบัติ
ผมมันฉลาดน้อยน่ะ ด๊อก--/////เตอร์ เฉ-ลิม
321
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 117 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้สอน
2555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 115 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คอมพิวเตอร์....บัญญัติว่า กระด้างภัณฑ์

โปรแกรมคอมพิวเตอร์....บัญญัติว่า ละมุนภัณฑ์

เม้าส์....บัญญัติว่า.... เนินหรรษา

3 คำ ข้างต้นนั้น ขอร้องห้ามเปลี่ยน ชอบมั๊กๆ
ราชเลขา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 114 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักหมาให้เอาใจใส่ รักชาติให้เลิกโกงแบบเหลี่ยม(ตอแหลเดินได้ ณ กินวัตร)
มีการศึกษาแต่ไม่มีสามัญสำนึก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 111 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งงจริงๆ...ว่าเอาสิทธิื์อะไรมาเปลี่ยนแปลงเรื่องพวกนี้

พวกหัวสันขวานทางวิชาการ ถ้าคิดอะไรไม่ออกไปนอนเอาตีงก่ายหน้าผากก่อนก็ได้ แล้วถ้าคิดอะไรดีๆ ออกค่อยออกมาลงมือทำ

ถ้าเรื่องแค่นี้แยกแยะไม่ออกว่า "อะไรสมควร" "อะไรไม่สมควร" ก็จงลาออกไปสะ

บ่งบอกปัญญาในสมองว่ากลวงสนิท เค้ามีแต่คิดว่าของโบราณอันไหนดีก็เก็บรักษาไว้ไม่ต้องไปแก้อะไร ส่วนอันไหนที่คิดได้ดีเพิ่มขึ้น ก็เพิ่มขึ้นต่างหากเข้าไป ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขตัดทอนแต่อย่างใด

ลาออกไปเถอะ ง่ายที่สุดถ้าคิดได้แค่นี้
century21@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 109 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้ลาออกทั้งคณะแล้วไปเลี้ยงควาย 5555555
ตะหานน้ำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 107 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
".....รักวัวให้ผูก รักลูกให้ซื้อแทปเล็ตจีนแดง...."
ไอเด้งซ่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 103 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่างมากเลยเน้อ พนักงานยันสงสัยราชการกลุ่มนี้สมองกลวงและ ว่างจัด ไม่มีอะไรทำ...

ใช้ส่วนไหนของขี้เล็บคิดว่ะ

เอาสุภาษิต คำสั่งสอน คำคมของไทย ที่มีมาแต่เดิม พวกนี้ริจะมาเปลี่ยนตามใจชอบ พวกนี้ชอบเดินตามก้นฝรั่งไปทุกเรื่อง ฝรั่งทำอะไรดีไปหมด ทั้งที่วัฒนธรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง

ฝรั่งที่โตมาจากการกอดและหอม โตมาไม่เห็นมันจะดีกันทั้งทวีปเลย เลวและชั่วมากมายกายกอง ไม่เห็นมันจะดีกว่า ประเทศไทยและเอเชียตรงไหน เห็นฝรั่งเลวๆ ชั่วๆ ทำอะไรสิ้นคิดมากมาย

ขณะที่ รักวัวให้ผูก ก็ชัดเจนดีว่าเปรียบเปรย ถึงอะไร
รักลูกให้ตี ยิ่งกว่าชัดเจนอีก หากเด็กทำผิด ก็ต้องมีตี ให้หลาบจำ และจะได้ไม่ทำผิด

หากมันเปลี่ยนเป็น

รักวัวให้ผูก... เอาวัวผูกไว้เป็นที่เป็นเป็นทาง เพื่อไม่ให้วัวไปกินพืชพันธู์ เพื่อไม่ให้วัวไปสร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น

รักลูกให้กอด... ลูกทำผิดก็กอด ลูกทำถูกก็กอด กอด... สุดท้ายลูกงง ไม่รู้อันไหนผิด อันไหนถูก ลูกโตกลายเป็นสัตว์ในร่างคน

สมัยนี้เห็นมีหลายคนทำตามตำราฝรั่ง ไม่เห็นว่าเด็กมันจะพัฒนาไปไหนไกลเลย หน่ำซ้ำถอยหลังเข้าคลองอีก

คนไทยสมัยก่อน เป็นคนดี ได้ดี รู้ดีรู้ชั่วก็มาก เหล่านี้ ก็จากไม้เรียวแห่งการสั่งสอนทั้งนั้น
เอาเงินไปจัดงานบ้าบอนี้ หมดไปเท่าไหร่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 98 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คกก.ปฐมวัย ไม่มีอะไรทำหรือไง เอาเวลาไปสร้างหลักสูตร ให้มันดีดีกว่านี้หน่อย หลักสูตร มีแต่เน้นวิชาการ ไม่เน้นคุณธรรมจริยธรรม เรื่องอย่างนี้ถ้าปลูกฝังแต่เด็ก ๆ มันก็จะติดตัวเด็กไปจนเติบใหญ่เป็นคนดีในสังคม แต่หลักสูตรทุกวันนี้เน้นแต่ด้านวิชาการ เน้นแต่ให้เด็กเก่ง ไม่เน้นให้เป็นคนดี พ่อแม่อยากให้เด็กเก่ง ก็ส่งลูกไปเรียนพิเศษ วิทย์ คณิต ภาษา พ่อแม่ก็ทำงานหาแต่เงินประเคนให้ลูก เวลาที่พ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูกก็น้อยลง ถ้าลูกทำผิด ก็ กอด อย่างงั้นเหรอเจริญ แน่ประเทศชาติ
คนธรรมดา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 97 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนยุคนี้เริ่มไร้สาระมากขึ้นทุกที
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 96 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้เหลิม
แล้วจะเลวได้ใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 93 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด" แล้วก็เลยกลายเป็น "พ่อแม่รังแกฉัน" ไปฉิบ !!!
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 92 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ครอบครัวของเรา มีพี่น้อง 5 คน แม่เล่นทุกบท...บทรัก บทดุ บทด่า และ บทลงมือ ตี.......
ตอนนี้ทุกคนเกษียณหมดแล้ว..ชายเป็นระดับ ซี 11...4 คน... หญิง ซี-8 1 คน...
ทุกคนซื่อตรงต่อหน้าที่ ไม่คดโกงแผ่นดิน ผู้คนนับหน้าถือตา......แล้วจะว่าไงเนี่ย...
มันอยู่ที่พื้นฐานครอบครัวนะะ.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 89 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดได้ไงเนี่ย ทุกวันนี้เด็กเยาวชนมันยังเสียผู้เสียคนกันไม่พอหรือไง บ้ากันไปใหญ่แล้ว
เอาสมองส่วนไหนคิด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 86 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้ภาษาไทยก็แย่ ยังจะมาทำให้แย่ลงอีก เขียนก็ผิด คำโบราณเขาสอนไว้ดี มาทำให้เสื่อมลงอีก
ถาษาไทยเสื่อม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 85 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าอยากจะแก้ อย่าแก้ออกไปทำนองจะเข้าทาง แบบฝรั่ง เดี๋ยวจะกลายเป็นทำอนาจารลูก เพราะเป็นดาบสองคม แก้ได้บ้าง แต่อย่าให้หมิ่นเหม่ เพราะเห็นพวกพ่อรักลูกสาวมาก เรียกมากอด ไม่ได้ อันตราย อย่าให้น่ารังเกียจ เราไม่ใช่ฝรั่ง ทำอะไร ก็ควรคิดขนบธรรมเนียมเรา น่าจะเป็น รักวัวให้ผูก รักลูกให้สอน ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ขอให้คงไว้อย่างเดิม ปลอดภัยกว่า โบราณมีความหมายที่ลึกซึึ้งอยู่แล้ว
รัตนา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 84 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำผิดแทนที่จะรับผิด มันให้แก้กฎหมาย
เลี้ยงลูกไม่ดี ติดยากันงอมแงม
มันจะแก้โดยเปลี่ยนสุภาษิต
แม่...เอ๊ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 82 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องอธิบายที่สุภาษิตหรอก ใครๆก็รู้ แถมบางคนมั่วอีกต่างหาก

สรุปง่ายๆคือ พวกบริหารประเทศดูแลการศึกษาจบจากนอก

ไม่ใช่ว่าไม่ดี หมายถึงรากฐานความเป็นไทยอ่อนและไม่เข้าใจสังคมไทยกับฝรั่งลึกซึ้งพอ

บางคนตอนเด็กจบโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนคริสต์

เรียนตำราฝรั่ง ยุ่งเกี่ยวแต่เรื่องราวฝรั่ง อ่อนเรื่องไทยๆ

พอโตไปเรียนเมืองนอก เห็นเขาไ่ม่ตีเด็กกัน บางประเทศโดนจับด้วยถ้าพ่อแม่ตีเด็ก

ทำให้เด็กไม่เกรงพ่อแม่ ทำอะไรตามอำเภอใจ

ไม่กตัญญูด้วยเพราะคำสอนศาสนาเขาไม่มีและรัฐเลี้ยงดูเขาไม่ต้องง้อพ่อแม่

แต่พวกนี้เวลาก่อปัญหาจะน่ากลัว ฆ่าได้กระทั่งพ่อแม่

หรือพวกชอบยิง แทง วางระเบิดฆ่าคนมากๆตามที่เป็นข่าวนั่นแหละ

ที่นี่พวกผู้บริหารประเทศจบมาก็ก๊อปวิถีฝรั่งมา ด้วยอยากเป็นอารยะ

แต่ไม่ดูรากฐานสังคมตัวเอง เพราะไม่มีพื้นฐานพวกนี้ในสมอง

ทำให้สัมคมเราเหมือนหนูทดลองของพวกนี้ ลองคิดดูให้ดี

แทนที่จะลดปัญหา กลับยิ่งเพิ่มปัญหาให้สังคมหนักขึ้นทุกวัน
ปลาหวาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 77 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไหนๆจะเพิ่มหรือจะเปลี่ยนแล้ว ให้เพิ่มให้เปลี่ยน สุภาษิต โง่เหมือนควายแดง, สมองกลวงเหมือนปู ,หลวมโพรกเหมือนปู, ชั่วเหมือนหน้าเหลี่ยม, เลวทั้งตระกูลเหมือนตระกูลชิลลฺ์, โกงทั้งโคตรเหมือนตระกูลชิลล์ ,ปูเอาอยู่แปลว่ารับมือไม่ไหวแล้วฯลฯ
จัดประกวดสุภาษิตและคำพังเพยใหม่ไปเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 69 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้าเหรอ ของเก่ามีมาแต่เดิม ถือเป็นมรดกของชาติอย่างหนึ่งนะ
อยากได้คอนเซปต์ใหม่ก็คิดคำใหม่สิ ไปยุ่งกับของเก่าทำไม
ของเก่าสอนผิดหรือไง
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 63 +61 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก :
คนสมัยก่อน ยุคสร้างบ้านแปลงเมือง ท่านก็ไปบุกเบิกป่าเขาลำเนาไพร ทำปศุสัตว์ เกษตรกรรม ทีนี่พอเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ยังไม่ได้ทำรั้วกั้น ก็เลี้ยงแแบบปล่อยให้หากินเอง พอวัวหรือควายยยย กินหญ้าเพลินก็เลยแนวไร่แนวสวน เสือมันก็ตะปบไปแดก

รักลูกให้ตี ;
ก็คือพ่อแม่ อย่ารักลูกจนเกินไป พ่อแม่ทุกคนรักลูกทั้งนั้น ผิดถูกก็มักจะให้ลูกตัวเองถูก (ดูอย่างไอ้เฉ-ลิม) ก็กลายเป็นการให้ท้ายเด็ก พ่อแม่จึงมี "หน้าที่" ต้อง "สั่ง" และ "สอน" กุลบุตรกุลธิดา ให้อยู่ในศีลธรรมโอวาทอันดี สั่งก็คือสั่ง ถ้ามันไม่ทำสิ่งดี สอนก็คือสอนให้มันรู้จักทำในสิ่งดี

พวกเมิงเอาอะไรมาคิดเรื่องนี้ (วะ) หรือว่าพ่อแม่พวกเมิงกอดพวกเมิงมากเกินไป
แล้วม้างงงงง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 62 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักวัวให้ผูก รักลูกให้อบรม

ความจริง ของเก่า นั้น ดีที่สุด

อย่า ดัดจริต ไปเปลี่ยน ของเขา เลย

ต้องเปลี่ยน ผู้นำ ผู้ใหญ่ ให้ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง
เพื่อ เป็นตัวอย่าง ที่ดี ให้ เด็ก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 57 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่างจัดหรือไง สุภาษิตมีมาแต่โบราณ และยังใช้ได้ทุกยุคสมัย เอ็งว่างจัดเหรอเวลโก
เอกท่าน้ำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
หน้าแสดงความเห็นที่ 2 จากทั้งหมด 2 หน้า
หน้าที่แล้ว
2 | 1
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014