หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

ด่วน! “สุชาติ” เซ็นคำสั่งปิด ม.อีสาน แล้ว “อัษฎางค์” โร่ฟ้องศาลปกครอง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2555 14:16 น.
       “สุชาติ” เซ็นคำสั่งปิด ม.อีสาน ตามข้อเสนอ กกอ.และ คกก.ควบคุมฯ ด้าน “อัษฎางค์” โร่ชี้แจงผ่านสื่อ ยันให้ความร่วมมือมาตลอด จ่อฟ้องศาลปกครอง ขอมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ขณะที่ “กำจร” ชี้ เป็นสิทธิผู้รับใบอนุญาตสามารถฟ้องได้ เผย คำสั่งมีผล 31 ต.ค.เป็นต้นไป เพื่อให้ นศ.มีเวลาเรียนครบ และสภาฯอนุมัติจบได้ ระบุ มี นศ.ที่ต้องดูแลจากนี้กว่า 8 พันคน สำหรับ ป.ตรี ที่ยังเรียนไม่จบ ให้ย้ายไปเรียนสาขาเดิมในมหา’ลัยที่ประสานให้ ส่วน ป.โท ขอเวลาจัดกลุ่มแยกอีกครั้ง ย้ำ มอส.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากไม่เพียงพอจะขายทรัพย์สินบางส่วนมาบริหารจัดการ และส่งที่เหลือทั้งหมดคืนผู้รับใบอนุญาตฯ
       
       วันนี้ (19 ก.ย.) ที่กระทรรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) แล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมนี้ ซึ่งการลงนามในคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการควบคุม มอส.ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)แล้ว

ด่วน! “สุชาติ” เซ็นคำสั่งปิด ม.อีสาน แล้ว “อัษฎางค์” โร่ฟ้องศาลปกครอง
ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต
       ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาธิการ กกอ.) ในฐานะคณะกรรมการควบคุม มอส.กล่าวว่า เหตุที่เสนอให้การเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไปนั้น เพื่อให้นักศึกษาที่ใกล้จบในเทอมนี้มีเวลาเรียนจนครบ และสภามหาวิทยาลัย มีเวลาอนุมัติผู้จบการศึกษา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีนักศึกษาที่ยังไม่จบการศึกษา และได้มายืนยันตัวตนตามที่สำนักทะเบียนและประมวลผลแจ้งจำนวน 8,565 คน แบ่งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประมาณ 2,000 กว่าคน ที่เหลือเป็นนักศึกษาปริญญาโท ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานักศึกษาเหล่านี้ จะต้องมาดูรายละเอียด ซึ่งสำหรับนักศึกษา ป.ตรี คนไหนที่ยังเรียนไม่ครบก็จะให้ไปเรียนให้จบ ในหลักสูตรเดิมที่เรียน แต่ต้องย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยอื่น ที่ทางคณะกรรมการควบคุมฯได้ประสานไว้แล้ว หลายแห่ง
       
       “สำหรับนักศึกษา ป.โท ต้องมาแยกรายละเอียด ว่า เรียนไปถึงไหนแล้ว โดยในกลุ่มที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอิสระ หรือรอสอบประมวลความรู้ อาจต้องมีการโอนย้ายอาจารย์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานไปยังมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาอื่น พร้อมๆ กับนักศึกษา เพื่อให้ดูแลนักศึกษาในด้านการทำวิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระอย่างต่อเนื่อง จนสำเร็จการศึกษา โดยให้รับเงินเดือนและค่าจ้างจากทรัพย์สินของ มอส.หรือกลุ่มนักศึกษา ป.โท ที่ต้องเรียนบางรายวิชาเพิ่มเติมซึ่งมีจำนวนน้อยอาจจัดการเรียนการสอนแบบ block course เพื่อให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาก่อนระยะเวลาสูงสุดที่กฎหมายกำหนด โดยใช้เงินของ มอส.จัดสอนเป็นกรณีพิเศษ” รองเลขาธิการ กกอ.กล่าว
       
       รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เมื่อนักศึกษาต้องย้ายไปเรียนที่อื่นนั้น ซึ่งขณะนี้ มอส.ยังพอมีทรัพย์สินเหลืออยู่ คณะกรรมการควบคุมฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหาร ไปทำแผน บริหารจัดการ ซึ่งหากเงินที่เหลืออยู่ไม่พอดำเนินการก็จำเป็นต้องจำหน่ายทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่เหลืออยู่เพื่อนำมาบริหารจัดการให้เพียงพอ และคืนส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง ส่วนนักศึกษาที่ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อนั้น ก็จะมีการคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาที่นักศึกษาจ่ายเข้าระบบการเงินของสำนักการเงินและบัญชีที่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน จะจัดให้มีสำนักงานชั่วคราวเพื่อดูแลทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย นักศึกษา อาจารย์ และผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบภายใต้กำกับดูแลของ สกอ.
       
       “ หากผู้รับใบอนุญาตฯ เห็นว่า คำสั่งเพิกถอนดังกล่าวไม่เป็นธรรม ก็สามารถฟ้องศาลปกครองได้ ตามสิทธิ ซึ่งศาลปกครองก็คงต้องพิจารณาตามเหตุผล โดยที่ผ่านมาทางคณะกรรมการควบคุมฯเองก็พยายาม ช่วยเหลือมาระยะหนึ่ง แต่เมื่อมาถึงที่สุดแล้วก็มาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก และคิดว่าหากปล่อยทิ้งไว้นักศึกษาก็จะได้รับการจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ โดยหลังจากเพิกถอนแล้ว ถ้าผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งจะพัฒนามหาวิทยาลัยให้ดีขึ้น และเปิดทำการเรียนการสอนใหม่ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญซึ่งกรณีของ มอส.ถือเป็ทเรียนสำคัญ ให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เห็นว่า หากยังจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพตามที่กำหนด ก็ขอให้เร่งพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอน ให้มีคุณภาพ ไม่เช่นนั้น ก็อาจจะเกิดปัญหาในระยะยาวได้” รศ.นพ.กำจร กล่าว
       
       ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 11.00 น. นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี มอส.พร้อมคณะได้เดินทางมายังกระทรวงศึกษาฯ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน ว่า ตนในฐานะตัวแทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง มอส.ขอใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมา ได้ให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการควบคุมฯ ตามที่ร้องขออย่างเต็มที่แล้ว และได้พยายามขอคืนมหาวิทยาลัยกลับมาบริหารจัดการเอง ซึ่งตนมั่นใจว่า สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ภายใน 6 เดือน และยืนยันด้วยว่า ตนไม่เคยข่มขู่ หรือคุกคามการทำงานของคณะกรรมการควบคุมฯ ตามที่มีข้อกล่าวหาเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับทราบคำสั่งเพิกถอนการควบคุมมหาวิทยาลัย รวมถึงไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงนามคำสั่ง หากได้รับคำสั่งตนจะยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองทันทีเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
       
       “ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมฯ เพื่อลงมติเพิกถอนใบอนุญาตมหาวิทยาลัย ในวันที่ 18 กันยายน 2555 ผมและผู้รับใบอนุญาตได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการควบคุมฯ แล้ว เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2555 ซึ่งก็ได้มีข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าผู้รับใบอนุญาตยินดีจัดสรรเงินให้แก่มหาวิทยาลัย แต่ในที่สุดก็มาทราบข่าวผ่านสื่อ ว่า คณะกรรมการควบคุมฯ ได้มีมติดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ผมจะเข้าให้ข้อมูลกรณีที่เกิดขึ้นแก่คณะกรรมาธิการการศึกษาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงจะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย” นายอัษฎางค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อุเทนฯ-ปทุมวัน ร่วมถกมาตรการป้องกันความรุนแรง พรุ่งนี้
วธ.จัดคอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์
จ่อไล่บี้ ป.เอก คนร้องทำวิทยานิพนธ์เล่มเดียวจบได้ ไม่ต้องเรียน
คลอดแนวทางให้ “การบ้าน” เด็ก เน้นไม่ยาก-ง่ายเกินไป สกัดรับจ้าง
คสช.สั่งเดดไลน์ 15 วัน จี้ ศธ.คลี่ปมสอบทุจริตองค์การค้า สกสค.
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 20 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
75 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
25 %
ความคิดเห็นที่ 14 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัษฎางค์ แสวงการ...นามสกุลคุ้นๆนะ...ทำไมถึงทำเรื่องชั่วๆ อย่างนี้ล่ะ..ทำกับเด็กๆนักศึกษาได้ยังงัย
เลวจริงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านข่าวไม่รู้เรื่อง เห็นพาดหัวแล้วสนใจ แต่เข้ามาปุ๊บ เห็นสีสันตัวหนังสือแล้วไม่อยากอ่านต่อ ช่วยเลิกใช้ตัวหนังสือสีเถอะ ปวดตามาเมื่ออ่านจากจอ

อุตส่าห์ทนอ่านจนจบก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมถึงปิด ช่วยเล่าที่มาของข่าวสักหน่อยเถอะ
คุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักศึกษา ป.โท 6,000 กว่าคนเชียวเหรอ น่าจะรวม ป.บัณฑิต ด้วยรึเปล่า ถ้า ป.โท อย่างเดียว มันเยอะมาก ๆ เลยนะ

แล้ว ป.โท เปิดกี่หลักสูตร หลักสูตรละกี่คน อาจารย์มีเท่าไร สอนกันยังไงเนี่ย
red@rmy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การทำงานทุกอย่างขอให้มีมาตรฐานถูกว่าตามถูกผิดก็ว่าไปตามผิดผมเองก็เสียดาย มหาวิทยาลัยอิสานแต่ก็ยอมรับว่าทางมหาวิทยาลัยอิสานทำผิดจริงที่ไปขายปริญญาบัตรการถอนใบอนุญาติเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วท่าน สว อัษฎางค์ แสวงการโดยส่วนตัวแล้วท่านเป็นคนดีมีความตั้งใจที่จะพัฒนาด้านการศึกษาแต่การบริหารของมหาวิทยาลัยนี้ยังไม่เนี๊ยบเฉียบขาดพอการยึดใบอนุญาติถือว่าเป็นโทษสูงสุดก็จริงแต่ชีวิตคนเราก็ต้องสู้ต่อไปขอให้กำลังใจท่าน อดีต สว ดร อัษฎางค์ แสวงการแม้วันนี้จะเป็นวันที่เศร้าที่สุดในชีวิตของท่านแต่พวกเราชาวขอนแก่นจะเป็นกำลังใจให้คนดีดีอย่างท่านผมเชื่อว่าท่านจะผ่านความตกต่ำครั้งนี้ไปได้ ขอให้เชื่อภาษิตอิสานที่ว่า ฟ้ามืดบ่ดน
ชาตรี นะขอนแก่น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องมันไปยังไงมายังไง นำเสนอผลมันอย่างเดีืยว แล้วไม่คิดจะท้าวความให้ฟังบ้างเหรอ มันเป็นยังไงถึงได้ปิด คนจะได้อ่านต่อได้
งงง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จ่ายครบจนแน่ ไม่ใช่มีที่นี่ที่เดียว
สส.เสื้อแดงชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้ดูถูกนะ แค่เห็นหัวปริญญาก็หมดmoodแล้ว
HR
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014