หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

ด่วน! “สุชาติ” เซ็นคำสั่งปิด ม.อีสาน แล้ว “อัษฎางค์” โร่ฟ้องศาลปกครอง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2555 14:16 น.
       “สุชาติ” เซ็นคำสั่งปิด ม.อีสาน ตามข้อเสนอ กกอ.และ คกก.ควบคุมฯ ด้าน “อัษฎางค์” โร่ชี้แจงผ่านสื่อ ยันให้ความร่วมมือมาตลอด จ่อฟ้องศาลปกครอง ขอมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ขณะที่ “กำจร” ชี้ เป็นสิทธิผู้รับใบอนุญาตสามารถฟ้องได้ เผย คำสั่งมีผล 31 ต.ค.เป็นต้นไป เพื่อให้ นศ.มีเวลาเรียนครบ และสภาฯอนุมัติจบได้ ระบุ มี นศ.ที่ต้องดูแลจากนี้กว่า 8 พันคน สำหรับ ป.ตรี ที่ยังเรียนไม่จบ ให้ย้ายไปเรียนสาขาเดิมในมหา’ลัยที่ประสานให้ ส่วน ป.โท ขอเวลาจัดกลุ่มแยกอีกครั้ง ย้ำ มอส.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากไม่เพียงพอจะขายทรัพย์สินบางส่วนมาบริหารจัดการ และส่งที่เหลือทั้งหมดคืนผู้รับใบอนุญาตฯ
       
       วันนี้ (19 ก.ย.) ที่กระทรรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) แล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมนี้ ซึ่งการลงนามในคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการควบคุม มอส.ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)แล้ว

ด่วน! “สุชาติ” เซ็นคำสั่งปิด ม.อีสาน แล้ว “อัษฎางค์” โร่ฟ้องศาลปกครอง
ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต
       ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาธิการ กกอ.) ในฐานะคณะกรรมการควบคุม มอส.กล่าวว่า เหตุที่เสนอให้การเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไปนั้น เพื่อให้นักศึกษาที่ใกล้จบในเทอมนี้มีเวลาเรียนจนครบ และสภามหาวิทยาลัย มีเวลาอนุมัติผู้จบการศึกษา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีนักศึกษาที่ยังไม่จบการศึกษา และได้มายืนยันตัวตนตามที่สำนักทะเบียนและประมวลผลแจ้งจำนวน 8,565 คน แบ่งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประมาณ 2,000 กว่าคน ที่เหลือเป็นนักศึกษาปริญญาโท ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานักศึกษาเหล่านี้ จะต้องมาดูรายละเอียด ซึ่งสำหรับนักศึกษา ป.ตรี คนไหนที่ยังเรียนไม่ครบก็จะให้ไปเรียนให้จบ ในหลักสูตรเดิมที่เรียน แต่ต้องย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยอื่น ที่ทางคณะกรรมการควบคุมฯได้ประสานไว้แล้ว หลายแห่ง
       
       “สำหรับนักศึกษา ป.โท ต้องมาแยกรายละเอียด ว่า เรียนไปถึงไหนแล้ว โดยในกลุ่มที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอิสระ หรือรอสอบประมวลความรู้ อาจต้องมีการโอนย้ายอาจารย์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานไปยังมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาอื่น พร้อมๆ กับนักศึกษา เพื่อให้ดูแลนักศึกษาในด้านการทำวิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระอย่างต่อเนื่อง จนสำเร็จการศึกษา โดยให้รับเงินเดือนและค่าจ้างจากทรัพย์สินของ มอส.หรือกลุ่มนักศึกษา ป.โท ที่ต้องเรียนบางรายวิชาเพิ่มเติมซึ่งมีจำนวนน้อยอาจจัดการเรียนการสอนแบบ block course เพื่อให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาก่อนระยะเวลาสูงสุดที่กฎหมายกำหนด โดยใช้เงินของ มอส.จัดสอนเป็นกรณีพิเศษ” รองเลขาธิการ กกอ.กล่าว
       
       รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เมื่อนักศึกษาต้องย้ายไปเรียนที่อื่นนั้น ซึ่งขณะนี้ มอส.ยังพอมีทรัพย์สินเหลืออยู่ คณะกรรมการควบคุมฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหาร ไปทำแผน บริหารจัดการ ซึ่งหากเงินที่เหลืออยู่ไม่พอดำเนินการก็จำเป็นต้องจำหน่ายทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่เหลืออยู่เพื่อนำมาบริหารจัดการให้เพียงพอ และคืนส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง ส่วนนักศึกษาที่ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อนั้น ก็จะมีการคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาที่นักศึกษาจ่ายเข้าระบบการเงินของสำนักการเงินและบัญชีที่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน จะจัดให้มีสำนักงานชั่วคราวเพื่อดูแลทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย นักศึกษา อาจารย์ และผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบภายใต้กำกับดูแลของ สกอ.
       
       “ หากผู้รับใบอนุญาตฯ เห็นว่า คำสั่งเพิกถอนดังกล่าวไม่เป็นธรรม ก็สามารถฟ้องศาลปกครองได้ ตามสิทธิ ซึ่งศาลปกครองก็คงต้องพิจารณาตามเหตุผล โดยที่ผ่านมาทางคณะกรรมการควบคุมฯเองก็พยายาม ช่วยเหลือมาระยะหนึ่ง แต่เมื่อมาถึงที่สุดแล้วก็มาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก และคิดว่าหากปล่อยทิ้งไว้นักศึกษาก็จะได้รับการจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ โดยหลังจากเพิกถอนแล้ว ถ้าผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งจะพัฒนามหาวิทยาลัยให้ดีขึ้น และเปิดทำการเรียนการสอนใหม่ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญซึ่งกรณีของ มอส.ถือเป็ทเรียนสำคัญ ให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เห็นว่า หากยังจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพตามที่กำหนด ก็ขอให้เร่งพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอน ให้มีคุณภาพ ไม่เช่นนั้น ก็อาจจะเกิดปัญหาในระยะยาวได้” รศ.นพ.กำจร กล่าว
       
       ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 11.00 น. นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี มอส.พร้อมคณะได้เดินทางมายังกระทรวงศึกษาฯ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน ว่า ตนในฐานะตัวแทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง มอส.ขอใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมา ได้ให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการควบคุมฯ ตามที่ร้องขออย่างเต็มที่แล้ว และได้พยายามขอคืนมหาวิทยาลัยกลับมาบริหารจัดการเอง ซึ่งตนมั่นใจว่า สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ภายใน 6 เดือน และยืนยันด้วยว่า ตนไม่เคยข่มขู่ หรือคุกคามการทำงานของคณะกรรมการควบคุมฯ ตามที่มีข้อกล่าวหาเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับทราบคำสั่งเพิกถอนการควบคุมมหาวิทยาลัย รวมถึงไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงนามคำสั่ง หากได้รับคำสั่งตนจะยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองทันทีเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
       
       “ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมฯ เพื่อลงมติเพิกถอนใบอนุญาตมหาวิทยาลัย ในวันที่ 18 กันยายน 2555 ผมและผู้รับใบอนุญาตได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการควบคุมฯ แล้ว เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2555 ซึ่งก็ได้มีข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าผู้รับใบอนุญาตยินดีจัดสรรเงินให้แก่มหาวิทยาลัย แต่ในที่สุดก็มาทราบข่าวผ่านสื่อ ว่า คณะกรรมการควบคุมฯ ได้มีมติดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ผมจะเข้าให้ข้อมูลกรณีที่เกิดขึ้นแก่คณะกรรมาธิการการศึกษาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงจะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย” นายอัษฎางค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
กรมศิลป์โอน “วังจันทน์” ให้ท้องถิ่น
มหา'ลัยอัดอยากได้งานวิจัยต้องหนุนงบ ไม่ใช่ตัดเหี้ยนอันดับแรกๆ
ฝั่งศึกษาแชตไลน์หลุดบ้าง! กระจายเพียบหนังสือ สมศ.ถึง คสช.ชะลอประเมินมหา'ลัยรอบ 4
เด็กไทยเจ๋งอีกแล้ว! คว้าเหรียญทองคณิตศาสตร์โอลิมปิก
คสช.ไฟเขียวโยกซี 10 ศธ.3 ตำแหน่ง เด้ง “ประเสริฐ” เข้ากรุผู้ตรวจ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 20 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
75 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
25 %
ความคิดเห็นที่ 1 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้ดูถูกนะ แค่เห็นหัวปริญญาก็หมดmoodแล้ว
HR
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มหาวิทยาลัยบางแห่ง (ชื่อของเมืองหลวงที่อยู่ฝั่งธนบุรี) ก็เปิดสอนแบบเำกรอะ เช่นเดียวกัน ... ตรวจสอบด้วย อย่าได้ทำเป็น สอง สาม สี่ ห้า มาตรฐาน
k_kk
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัษฎางค์ แสวงการ...นามสกุลคุ้นๆนะ...ทำไมถึงทำเรื่องชั่วๆ อย่างนี้ล่ะ..ทำกับเด็กๆนักศึกษาได้ยังงัย
เลวจริงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มหาวิทยาลัยเอกชนหลายที่ ไม่ได้มาตรฐาน มุ่งเน้นแต่จัดโครงการพิเศษ เพื่อเอาตัง และเอาเปรียยนักศึกษาภาคปกติมาก โปรดตรวจสอบด้วยครับ สงสารนักศึกษา อุตส่าห์เสียเงินเสียเวลาไปเรียน แต่ไม่ได้คุณภาพในด้านการเรียนการสอนที่ดีพอ อาจารย์ 1 ท่าน อัดนักศึกษาเข้าไป 80 - 100 คน
อาจารย์พิเศษ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นผู้ได้รับผลกระทบ เรียนตั้งแต่7โมงเช้าจน5โมงเย็นไม่ได้ออกจากห้องเรียนเลย ทำวิทยานิพนธ์จนได้เล่มดำ10เล่มแล้วผู้อนุมัติจบตั้งแต่มี.ค.54จนวันนี้ยังต้องมาเสียเงินสอบประมวนเปลี่ยนแผนและรอทำเล่มดำใหม่ อะไรกัน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
sayjan2008@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปิดเสียได้ก็ดี เพราะมหาวิทยาลัยนี้เปิดเพื่อขายปริญญาหาใช่เพื่อการเรียนการสอนไม่ ปรัชญาการจัดการศึกษา คือ "จ่ายครบจบแน่"
นะครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านข่าวไม่รู้เรื่อง เห็นพาดหัวแล้วสนใจ แต่เข้ามาปุ๊บ เห็นสีสันตัวหนังสือแล้วไม่อยากอ่านต่อ ช่วยเลิกใช้ตัวหนังสือสีเถอะ ปวดตามาเมื่ออ่านจากจอ

อุตส่าห์ทนอ่านจนจบก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมถึงปิด ช่วยเล่าที่มาของข่าวสักหน่อยเถอะ
คุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงครับ อ่านแล้วงง สงสัยเราไม่มีปริญญา
จงงง
 
ความคิดเห็นที่ 9 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักศึกษา ป.โท 6,000 กว่าคนเชียวเหรอ น่าจะรวม ป.บัณฑิต ด้วยรึเปล่า ถ้า ป.โท อย่างเดียว มันเยอะมาก ๆ เลยนะ

แล้ว ป.โท เปิดกี่หลักสูตร หลักสูตรละกี่คน อาจารย์มีเท่าไร สอนกันยังไงเนี่ย
red@rmy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การทำงานทุกอย่างขอให้มีมาตรฐานถูกว่าตามถูกผิดก็ว่าไปตามผิดผมเองก็เสียดาย มหาวิทยาลัยอิสานแต่ก็ยอมรับว่าทางมหาวิทยาลัยอิสานทำผิดจริงที่ไปขายปริญญาบัตรการถอนใบอนุญาติเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วท่าน สว อัษฎางค์ แสวงการโดยส่วนตัวแล้วท่านเป็นคนดีมีความตั้งใจที่จะพัฒนาด้านการศึกษาแต่การบริหารของมหาวิทยาลัยนี้ยังไม่เนี๊ยบเฉียบขาดพอการยึดใบอนุญาติถือว่าเป็นโทษสูงสุดก็จริงแต่ชีวิตคนเราก็ต้องสู้ต่อไปขอให้กำลังใจท่าน อดีต สว ดร อัษฎางค์ แสวงการแม้วันนี้จะเป็นวันที่เศร้าที่สุดในชีวิตของท่านแต่พวกเราชาวขอนแก่นจะเป็นกำลังใจให้คนดีดีอย่างท่านผมเชื่อว่าท่านจะผ่านความตกต่ำครั้งนี้ไปได้ ขอให้เชื่อภาษิตอิสานที่ว่า ฟ้ามืดบ่ดน
ชาตรี นะขอนแก่น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มหาวิทยาลัยตั้งได้ง่ายๆๆ

แต่สอนนักศึกษาให้มีคุณภาพดีๆๆ
ไม่ได้ง่ายๆๆ

อีดี้ อยากรวย เลยตั้งชี่อ อีสานซะ
อยากเท่ๆๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้ว ม.นอร์ทกรุงเทพ ไปถึงไหนแล้ว
คนหน้าเดิม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักศึกษาปริญาโท มีมากกว่า ปริญญาตรี เหมือนกัน
M/Ed.
 
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องมันไปยังไงมายังไง นำเสนอผลมันอย่างเดีืยว แล้วไม่คิดจะท้าวความให้ฟังบ้างเหรอ มันเป็นยังไงถึงได้ปิด คนจะได้อ่านต่อได้
งงง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เนื้อข่าวก็เสนอมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ มาเป็นระยะๆ ถ้าอ่านข่าวก็จะรู้
janras
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องนี้เป็นข่าวมานานแล้วครับ ลองค้นหาดูอาจเจอ
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เล่นเน็ตเป็นหรือเปล่าเนี่ย เข้าไปเสิร์ชหาใน Google สิฟะ
โง่จังว่ะ
 
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วนักศึกษาที่เรียน ป.บัณทิต ทีจบไปแล้วมีใบอนุญาตจากครุสภาเรียบร้อย เวลาไปต่อใบอนุญาต จะมปัญหาอะไร รึป่าว????
คนที่อยากเป็นครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่จบไปแล้ว ก็ไม่เป็นปัญหานี่ครับ เขารอถึง 31 ต.ค. 55 เพื่อรอให้สภาอนุมัติจบพวกที่เรียนครบแล้ว
จะได้ไม่รับคนใหม่เข้ามาทุกข์
 
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จ่ายครบจนแน่ ไม่ใช่มีที่นี่ที่เดียว
สส.เสื้อแดงชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ลองถามคนชื่อเยาวเรศดูซิ
jam
 
ความคิดเห็นที่ 1 +14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้ดูถูกนะ แค่เห็นหัวปริญญาก็หมดmoodแล้ว
HR
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยอย่างยิ่งล้านเปอร์เซ็นต์
one87@windowslive.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาตั้งชื่อไม่ดี แต่ที่แย่กว่าคือเอาแต่เงิน
ชั่งมันเถอะ
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014