หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

เด็กไทยติด “สมาร์ทโฟน” กับดักเทคโนโลยีบนความอยาก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มกราคม 2556 09:09 น.
เด็กไทยติด “สมาร์ทโฟน” กับดักเทคโนโลยีบนความอยาก
       โดย...สานนท์ เจริญพันธุ์
       
       เทคโนโลยีเพื่อการติดต่อสื่อสารที่รุดหน้าไปอย่างก้าวกระโดด ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน แม้เดินทางไปที่ใดไม่มีโน๊ตบุคส์ติดมือ เพียงแค่มีสมารท์โฟน หรือแท็บเล็ตสักเครื่องก็ช่วยให้ชีวิตการทำงาน การสื่อสารระหว่างกันง่ายขึ้นผ่านใช้งานด้วยวิธีการ “แชท” ผ่านแอปพลิเคชัน อาทิ ไลน์ วอทซ์แอป หรือบีบี เท่านี้ก็รู้เรื่องโดยไม่ต้องยกหูส่งเสียงเช่นที่ผ่านมา
       
       ที่สำคัญปฏิเสธไม่ได้ว่าความก้าวหน้าเหล่านี้ยังส่งผลต่อกลุ่มวัยรุ่นยุคศตวรรษที่ 21 ที่เกิดมาในยุคของความรุ่งเรืองของเทคโนโลยีต่างไปจากยุคก่อนๆ ที่สิ่งเหล่านี้เข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตแบบก้ำกึ่ง ดังนั้น ทุกวันนี้หันไปทางใดก็จะเห็นว่ากลุ่มวัยรุ่นทุกคนล้วนมีสมาร์ทโฟนคู่ใจราคาสูงลิ่วที่บรรดาพ่อแม่ยอมควักเงินซื้อให้ถือติดมือทั้งนั้น บางรายมีถึง 2 เครื่องแม้จะคนละยี่ห้อก็ตาม และด้วยคุณสมบัติชั้นเลิศตามที่กล่าวมาข้างต้นส่งผลให้เด็กวัยรุ่นพกพาไปทุกที่ แชททุกเวลาไม่เว้นแม้แต่ในห้องเรียน
       
       “นั่งหลังห้อง แอบเล่นใต้โต๊ะ บ้างก็แชทคุยกับแฟน ร้ายไปกว่านั้นก็จะขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำบ้าง แกล้งป่วยบ้าง แล้วไปนั่งเล่น เปิดเครื่องแชทกันทั้งวัน” คำบอกเล่าบางส่วนจาก นายอนุสรณ์ กะดามัน ครูผู้สอนภาษาไทย โรงเรียนวัดบวรนิเวศ
       
       ครูอนุสรณ์ บอกด้วยว่า เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีในปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อการให้เด็กนำไปใช้เพื่อการค้นคว้าหาความรู้ได้ง่ายขึ้น แต่ปรากฎว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะใช้ประโยชน์ในสิ่งนี้ ส่วนมากเด็กนำมาใช้เพื่อเล่นเกมฟังเพลงในชั้นเรียน ซึ่งประสบการณ์ตรงในฐานะครูผู้สอนนั้น ตนเห็นได้ชัดว่านักเรียนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่ตั้งใจเรียน บางรายติดแชทตลอดเวลาที่เรียน ไม่สนใจในการเรียนขาดสมาธิ พอสอบถามเรื่องที่เรียนก็ตอบไม่ได้ เพราะเอาสมาธิที่มีไปสนใจกับการแชท พอถึงเวลาสอบก็ทำไม่ได้ก็ปรากฎว่าการเรียนตกไปกว่าที่เคย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นผู้ปกครองไม่เข้าใจว่าเหตุใดผลการเรียนลูกตกก็ไม่ได้คิดว่าเพราะลูกไม่ตั้งใจ แต่เชื่อที่ลูกบอกว่าที่ผลการเรียนตกลงต้นเหตุเพราะครูสอนไม่เข้าใจ
       
       สิ่งที่ตนเป็นห่วงที่สุด คือ การที่ผู้ปกครองซื้อสมาร์ทโฟนราคาสูงให้เด็กใช้เป็นการสร้างค่านิยมผิด สร้างความฟุ้งเฟ้อใช้ของเกินตัวซึ่งยังไม่เหมาะสมกับวัย แล้วเมื่อมีของก็นำมาอวดกันในหมู่เพื่อน
       
       ในมุมกลับกัน ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า ตอนนี้เลยเวลาที่จะมาตั้งคำถามแล้วว่าเด็กควรใช้หรือไม่ใช้สมาร์ทโฟน เพราะยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี อีกทั้งเวลานี้ประเทศไทยได้สนับสนุนและกระตุ้นให้เด็กใช้เทคโนโลยี เช่น เด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ก็ใช้แท็บเล็ตในการเรียนแล้ว เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีจึงมีความจำเป็นสำหรับเด็กทุกวัย
       
       “แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นต้องมีแน่นอน คือเราพัฒนาให้เด็กไทยรู้จักเทคโนโลยี เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย หมายถึงหาซื้อได้ง่ายและกลายเป็นกระแสแห่งความถูกต้องชอบธรรมที่เด็กจะใช้เทคโนโลยี แต่ข้อเสียก็คือเราไม่ได้พัฒนามิติของวุฒิภาวะของเด็กเลย เรื่องของสำนึกความรับผิดชอบ เด็กไทยยังต่ำมากแล้วก็ถูกละเลยจากครอบครัว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นโรงเรียน หรือหน่วยงานที่พัฒนาเยาวชน ไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนหรือแผนการที่ชัดเจน ในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาวุฒิภาวะ ความรับผิดชอบในตนเอง การยับยั้งชั่งใจ การใช้สติพิจารณาตนเอง เด็กไทยถือว่าต่ำมาก เพราะฉะนั้นพอเราไปกระตุ้นการใช้เทคโนโลยี สร้างความชอบธรรม แต่ในขณะที่วุฒิภาวะของเด็กน้อย ผลเสียมันก็จะตามมาคือเด็กจะใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การแชท เล่นเกม ในห้องเรียน”
       
       อ.ปนัดดา บอกด้วยว่า กรณีที่เด็กเล่นโทรศัพท์หรือติดเทคโนโลยีจนขาดสมาธิและความตั้งใจในการเรียน นั้นเพราะเด็กเหล่านี้ขาดวุฒิภาวะ แต่คนที่จะใช้เทคโนโลยีได้ต้องมีวุฒิภาวะ เช่นคุณจะอ่านหนังสือคุณต้องปิดโทรศัพท์ แต่เด็กเหล่านี้ไม่ได้ถูกสอนเรื่องวุฒิภาวะมา คุณต้องมีความรับผิดชอบ มีวินัยต่อตนเอง เด็กไทยไม่ได้ถูกฝึกในส่วนนี้ พ่อแม่ โรงเรียน หรือทักษะทางสังคมไม่ได้ช่วยสร้างปัจจัยในการฝึกฝนให้เด็กรู้จักแยกแยะ แบ่งเวลาที่เหมาะสม ทำให้เวลาเรียนแทนจะสนใจตั้งใจเรียน ก็อาจจะเบนความสนใจไปที่การแชทพูดคุยกับเพื่อนมากกว่า
       
       “ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องโทรศัพท์อย่างเดียว แต่สังคมไทยในยุคนี้เป็นยุคของทุนนิยม รวมถึงการถูกกระตุ้นจากระบบทางการตลาด ซึ่งในบางประเด็นรัฐก็เป็นผู้ส่งเสริมทำให้ความต้องการในเรื่องของเทคโนโลยีมีมากขึ้น สำหรับคนที่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ขาดความห้ามใจก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของการตลาดได้ง่าย และการที่รัฐไปมุ่งเน้นไปในเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป ก็อาจทำให้หลงลืมบทบาทในการพัฒนาสังคมและเยาวชน”อ.ปนัดดา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุรุสภา ตั้ง คกก.แก้ปัญหาครูเฉพาะทางขาดแคลน
สกอ.ร่อนหนังสือเตือนมหา’ลัย คุมกิจกรรมรับน้อง
กรมศิลป์โอน “วังจันทน์” ให้ท้องถิ่น
มหา'ลัยอัดอยากได้งานวิจัยต้องหนุนงบ ไม่ใช่ตัดเหี้ยนอันดับแรกๆ
ฝั่งศึกษาแชตไลน์หลุดบ้าง! กระจายเพียบหนังสือ สมศ.ถึง คสช.ชะลอประเมินมหา'ลัยรอบ 4
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เบื่อไอ้พวกที่ชอบเดินไปจิ้มไป ขยันนัก เรื่องอย่างนี้ ทางก็ไม่มอง โดยเฉพาะห้างหรือฟุตบาทที่คนแน่นๆ วันไหนกรูหงุดหงิดมากๆ จะทำเป็นไม่เห็นบ้าง เดินชนให้เครื่องกระเด็นเลย
ตี๋
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งร้านกาแฟ ทั้งคู่ตั้งหน้าตั้งตาเล่นสมาร์ทโฟน... แปลกที่ที่ "โทรศัพท์ที่เคยทำให้คนเราใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น มาตอนนี้กลับทำให้คนเราห่างเหินกันยิ่งกว่า"
-*-
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมก็เด็กรุ่นใหม่นะครับ

เวลาเห็นพวกนี้เดินไปไหนต้องก้มหน้าเอามือถูหน้าจอ ดูแล้วรู้สึกว่ามันบ้าอ่ะครับ

แต่มันก็เป็นเรื่องของเขา ผมไม่อยากจะยุ่งหรอก
ผมไม่เป็นแบบนั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พาดหัวไปเลยว่า "คนไทย" ทั้งประเทศนั่นแหละ เพราะมันเป็นยังงั้นจริง ๆ
เรามันบ้าเห่ออยู่แล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เบื่อไอ้พวกที่ชอบเดินไปจิ้มไป ขยันนัก เรื่องอย่างนี้ ทางก็ไม่มอง โดยเฉพาะห้างหรือฟุตบาทที่คนแน่นๆ วันไหนกรูหงุดหงิดมากๆ จะทำเป็นไม่เห็นบ้าง เดินชนให้เครื่องกระเด็นเลย
ตี๋
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องไปว่าเด็กมันหรอก พวกผู้ใหญ่ก็เป็นเหมือนกัน ผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างให้เด็กมัน
จัดเต็ม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจอแรงงานพม่าใช้สมาร์ทโฟนคุยภาษาอังกฤษด้วยนะ
หางแดงทำไม่ได้แบบนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เห็นแปลกเลย
ไม่ดูถูกกัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นแรงงานไทยแชทภาษาไทยเยอะแยะเลย
จริงนะ
 
ความคิดเห็นที่ 1 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมก็ขายของได้เพราะควายพวกนี้แหละครับ โง่ขึ้นทุกวัน ปกครองง่าย เหมือนทักษิณทำให้คนเสพประชานิยม สร้างนโยบายมาหลอกพวกนี้ไง แล้วก็กลับมาซื้อของพวกตนเอง รวยๆ

คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื่อไปไหนครับ
_
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014