หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

การศึกษาไทยร่วงอันดับ 50 ศธ.สั่งรื้อหลักสูตรทุกชั้นปี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ธันวาคม 2555 16:59 น.
“พงศ์เทพ” รับการศึกษาไทยตกต่ำลง ล่าสุด ถูกดันลงไปอยู่อันดับ 50 ในการประเมินผลการศึกษานานาชาติ เล็งปรับหลักสูตรทุกระดับชั้น อัดวิทย์-คณิตเพิ่มขึ้น ปี 56 เตรียมปรับหลักสูตร ป.ตรีสายอาชีวะด้วย

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
การศึกษาไทยร่วงอันดับ 50 ศธ.สั่งรื้อหลักสูตรทุกชั้นปี
พงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ (แฟ้มภาพ)
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในรายการหอกระจายข่าวว่า จากการประเมินผลการศึกษานานาชาตินั้น ไทยถูกจัดลำดับการศึกษาให้อยู่ลำดับที่ 50 ซึ่งมีระดับที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ศธ.จึงต้องการที่จะปฏิรูปหลักสูตรทุกระดับชั้น พร้อมทั้งพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการยกระดับด้านการผลิตอุตสาหกรรมที่ยังขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้เพียงพอ
       
       นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า ในปี 2556 ศธ.จะมีการปรับหลักสูตรปริญญาตรี ให้กับผู้เรียนสายอาชีวศึกษาด้วย เพื่อยกระดับความรู้ และพัฒนาประเทศด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศต่อไปได้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จับพิรุธสอบครูผู้ช่วยวันแรก พบผอ.ร.ร. – ขรก.ครู เข้าสอบด้วย ล่าสุดภาคอีสาน ตกเบ็ดเรียกเงินแสน อ้างช่วยสอบผ่าน
จาตุรนต์ หนุน สพฐ.ใช้แบบเรียนเร็วใหม่
บอร์ด กช.ไฟเขียวเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่ม 1-2 พันบาท
อลังการฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 232 ปี
สพฐ.สั่งเก็บตัวคนออกข้อสอบครูผู้ช่วย ห้ามเฉลยก่อนสอบเสร็จ หวั่นทุจริต
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 26 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อนิจจา... เมืองไทยมีมหาวิทยาลัย เกือบ 100 แห่งทั่วประเทศ... มีดอกเตอร์ นักการศึกษา เยอะมากใมหน่วยงานผู้รับผิดชอบการศึกษาของชาติ หลายหน่วยงาน ตั้งแต่ สภาการศึกษาแห่งชาติ สกอ. สมศ. กพร. สกว. (จำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรอีก) มีระบบประเมิน+ประกัน+ตรวจสอบ+กำกับ...คุณภาพการศึกษา....มากมายจนครูไม่มีเวลาสอนนักเรียน....ต้องไปเขียนเอกสาร+ผลิตงานวรรณกรรมตอบคำถามนักวิชาการ+นักวิจัย+นักประเมินคุณภาพการศึกษา... เขียนวาทะกรรมตอบโจทย์+ประชุม ...ฯลฯ ตัวบ่งชี้ KPI มาตรฐานการศึกษา เป็น 10 เป็น 100 ข้อ....... แล้วเป็นไง ... นักเรียนไทยฉลาดกว่านายกนิดเดียวเอง... อย่าว่าแต่ระดับอาเซียนเลยนะ... เขมร+ลาว+แกว รอบบ้านชายแดนไทย.... ยังแพ้เขาเลย... อุเบกขา....ลาตายไปเถิดท่านนักการศึกษา... ท่านมีความรู้สูงมาก... แต่ช่วยกันทำให้การศึกษาของชาติล่มสลาย... เด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออก...เขียนไทย ผิด ตก ยกเว้น...พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง.... คิดอะไรไม่ออก.... เพราะได้ฝึกนิ้วมือเขี่ย Tablet มาตั้งแต่อนุบาล... ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย... ในอนาคตไม่เกิน 5 ปี เราต้องได้เห็น เด็กๆ มันไม่ได้ดังใจ มันก็จะเอาปืนมายิงกราดใส่ผู้คน ตั้งแต่พ่อ+แม่+เพื่อน.... แบบมีสติและตั้งใจ (ไม่ใช่คนบ้าแบบที่เกิดในอเมริกา)... :-(
เมืองไทยนักการศึกษาเต็มบ้านเต็มเมือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถูกใจมากแต่เขาให้กดบวกได้แค่ครั้งเดียว
เสียดายจัง
 
ความคิดเห็นที่ 25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้แก่หมาวิจานมีส่วนสำคัญยำจนเละเทะ หายหัวไปไหนมารับโทษด่วน
หมอศิริราช
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สาเหตุที่การศึกษาของเด็กไทยตกต่ำ เหตุหนึ่งเป็นเพราะคนในกระทรวงต้องทำผลงานเพื่อทำปริญญาดิกเตอร์ เลยมีแต่ของใหม่ สิ่งดีเก่าๆไม่ได้นำมาสอนเด็ก คนในกระทรวงก็อ้ำอึ้งกันไปหมด เพราะระบบงานออกแบบมาให้คิดแค่งานตัวเอง เห็นอะไรไม่ดีก็ไม่สามารถพูดได้ เพะราะระบบไม่ให้พูด คนอยู่ตำแหน่งสูงๆ ก็ได้แต่อ้างว่าข้างล่างเสนอมา ระบบการบริหารการศึกษามันเสียไปแล้ว
คันปาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำว่าปฏิรูปอีกแล้ว น่ากัวนะคำนี้

ถามที่เถอะตอนผมอยู่ ม ปลาย. เรียนวันละ 5-6 วิชา บริาๆปแล้ววว
ครุไม่ค่อยสอนให้เด็คิดแบบย้อนกลับ.

มหาลัยก็ขายวุฒิยิ่งกว่าฟิลิปปินอีก
กรุว่าละ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านเกือบทุกคอมเมนท์ไม่มีใครพูดถึงเนื้อหาในแต่ละวิชาเลยว่าเหมาะสมกับวัยเด็กหรือไม่ มีแต่มองในแง่การบริหารจัดการหรือมองแต่ตัวเองเห็นแก่ตัวสุดๆแล้วจะเจริญได้อย่างไร
00
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เนื้อหาที่บรรจุไว้ในหลักสูตรก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ที่ครูต้องศึกษาก่อนสอน ต้องออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับสภาพของนักเรียนในแต่ละกลุ่ม เพื่อพัฒนานักเรียนตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน แต่ครูในแต่ละพื้นที่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เนื้อหาที่ระบุไว้ในหลักสูตรเป๊ะ หมายถึงว่าครูผู้สอนสามารถพลิกแพลงเนื้อหาให้สอดคล้องกับสภาพของท้องถิ่น บริบทของสถานศึกษา และควรจะเหมาะสมกับความรู้ของนักเรียนที่ตนเองสอนด้วย โดยไม่ว่าจะพลิกแพลงเนื้อหายังไงแต่สิ่งที่ครูทั่วประเทศต้องยึดเป็นแนวทางเดียวกันก็คือนักเรียนต้องบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด
ครูคนหนึ่ง
 
ความคิดเห็นที่ 21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผลงานชิ้นโบว์แดงของบรรดาแก๊งปฏิรูปการศึกษา
ผ่านมาอ่านเจอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้บริหารไปราชการท้ังปี ไปไหนก็ได้.......เพราะเป็น ผู้บริหาร การงานสั่งการลูกเดียว การศึกษาล้มเหลวเพราะผู้บริการห่วยแตก บ้าอำนาจ ไม่ทำงาน ส่ังการลูกเดียว ดีแต่วิ่งซุกปีกการเมือง อย่าลืมว่าผู้สอนต้องดูแลเด็กต้องสอน ต้องตรวจงาน ต้องจัดกิจกรรมให้เด็ก
ต้องทำสื่อ ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่ผู้บริหารจะส่ังงานมอบหมายต่าง ๆ นา ที่ผู้บริหารควรทำแต่ไม่ทำ มอบงาน สั่งการลูกเดียว(เพราะเป็นการบริหารแบบลอยตัวและเอาประโยชน์ใส่ตัว)ส่วนตัวเองจะไปเล่นไปเทียวที่ไหนก็ได้
ทิดหงึด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วย แมร่งบ้าบริหาร ครูมี2-3 คน ก็ยังไม่ช่วยสอน แว้ปไปแวปมา สั่งงานธุรการอื่นๆ ให้ครูน้อยอีก กระทรวงนี้ ห่วยลง ยืนยัน เรียนมากวิชา แต่เด็ก ป.6 อ่านหนังแทบไม่ออก คิดเลข แทบไม่เป็น พวกเมริงเลิกระบบไม้เรียว ครูควบคุมเด็กไม่ได้ พ่อแม่ ไทยโอ๋เอาใจลูกหลาน ต่อไปเด็กไทยจะกลายเป็นควายไล่หลังเขมร ลาว แถมครูก็จ้องทำแต่อาจานย์ 3 -4 ทั้งๆ ที่หลอกกันทั้งระบบ เด็กๆ จึง ห่วย แตก เห็นๆ แสดงว่า ผู้บริหารกระทรวงนี้ห่วยแตก ด้วย ไร้วิสัยทัศน์ ไม่มองโลกตามจริง ไม่รู้ปัญหา ทำไงเด็กจะชอบมา โรงเรียน และชอบการอ่านการเขยีน ที่โรงเรียน
เด็กไทยส่วนใหญ่ใกล้เป็นควายแล้ว
 
ความคิดเห็นที่ 19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
you'll see the student , they're look like a whore for the girls you can see how they 're dressing and the guys like a queer.
chetty
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1.เสนอให้เอาหลักสูตรคณิตศาสตร์และวิชารักชาติของเวียตนามมาใช้ และครูผู้สอนส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 40 ปี(นอกจากครูเชี่ยวชาญจริงๆ)ที่สูงอายุกว่านี้จัดให้เป็นองค์กรสนับสนุนการเรียนการสอนและส่งเสริมวิชาชีพครู
2.สนับสนุนการการรวมโรงเรียนขนาดเล็กชั้น ป.3-6 แต่ ป.1-2 อยู่ที่โรงเรียนเดิม ดอยสนับสนุนพาหนะการเดินทาง
3.มีครูสนับสนุนจากครูอัตราจ้างภายนอก โดยหน่วยงานภายนอก เช่น เขตพื้นที่/อบจ./อบต.เพื่อเดินสอนในวิชาพิเศษในหลายๆโรงเรียน เช่นวิชาดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะ พลศึกษา การงานอาชีพ คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
4.ยุบสมส.(เปลืองงบประมาณ)มาใช้ ศน.แทน(จ่ายแค่เบี้ยเลี้ยง)
5.ยุบเขตพื้นที่กลับมาเป็นหน่วยงานดูแลในอำเภอ(คล้ายของ สปช.เดิม)ซึ่งให้ผลทางตรง ได้ดีกว่าแบบปัจจุบัน
6.งานอื่นนอกเหนือการเรียนการสอนให้ฝ่ายส่งเสริมอื่นๆทำแทนครู
7.ระดมสรรพกำลังมุ่งช่วยส่งเสริมหลักสูตรในสถานศึกษา เช่น พระ เกษตรอำเภอ ตำรวจ จราจร อนามัย แพทย์ ฯลฯ
8. เป็นไปได้ไหม ให้การลงโทษนักเรียนมาอยู่ที่ครูอีกครั้ง แต่มีระเบียบขั้นตอนที่รัดกุมแน่นอน
Thamrong1111@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับคห.นี้ จะให้ดีต้องให้คนเรียนเก่งมาเรียนครูด้วย การศึกษาไทยยิ่งปฎิรูปยิ่งแย่ ที่แน่ๆ ช่วยเสริมความรู้ให้กับคณะรัฐบาลก่อนเหอะ
ครูคนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปแก้ผู้บริหารระดับกระทรวงก่อนเลย แมร่งสอนให้ ผอ.ขี้เกียจ เอาเปรียบครูน้อย เงินเดือนเยอะ ไม่สอนไม่ช่วยธุรการ ไม่ช่วยซื้อบิล มีแต่สั่งๆ อยากไปไหนก็ไป แถมครูน้อยบางส่วนก็ มาสาย แล้วก็ชอบหายไป บ่อยๆ งานสอนเรื่องรอง เอางานธุระส่วนตัวมาก่อน มีมากเหลือเกิน วัฒธนธรรมการเอาใจเด็กโอ๋เด็กของพ่อแม่ ไทย ทำให้ครูไม่อยากแตะต้อง จ้ำจี้จำ้ไชแล้ว มรึงอยากจะเรียนก็เรียน ไม่อยากหัดอ่านหัดเขียน ก็เรื่องของแมร่งมรึง นี่คือปัญหา อ้ายพวกระดับกระทรวง มันรู้มั่งรึป่าว ว่าวิถีแบบนี้ เด็กไทยจะเป็นควาย
ไร้กึ๋น และมึนจริงๆ กระทรวงสร้างคนให้เป็นคว..าย
 
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็คนที่มากำกับดูแลกรรมกลับกระทรวงศึกษาเป็นแค่รัฐมนตรี จะให้ระดับการศึกษาขึ้นได้อย่างไร ต้องหา รัฐมนเอก มาดูแลกรรมกลับถึงOK OK จริงบ่
ร.เอก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาการศึกษาไทยถอยหลังเข้าคลอง เพราะ
1.เปลี่ยนหลักสูตร/ปฏิรูปกันเมื่อไรคนที่มีบทบาทมากทุกๆๆๆครั้งก็คือ พวกนักวิชาการหัวนอก พวกนี้ไม่เคยมาถามครูหรือให้ครูมีบทบาทเลยว่า ปฏิรูปแล้วของใหม่ดีกว่าเก่าอย่างไร มั่นใจได้แค่ไหนว่าดีกว่า หรือผ่านการทดลองวิจัยกับเด็กชนบทหรือไม่ แต่เวลาทดลองก็ไปทดลองกับเด็กในเมือง เช่น โรงเรียนใหญ่ๆ หรือ ร.ร.สาธิตฯในมหาวิทยาลัย เป็นต้น
2.การปฏิรูปทุกครั้งถ้าล้มเหลวก็มาลงที่ครู นักวิชาการทั้งหลายรอดตัว
3.ครูรู้อยู่แล้วว่าการปฏิรูปการศึกษาในหลักสูตรส่วนใหญ่จะใช้คำศัพท์ทางวิชาการใหม่ๆ แต่เนื้อหาสาระก็แทบไม่แตกต่างจากของเดิมสักเท่าไร เพียงแค่ความฝันของนักวิชาการหัวนอก
4.ต้องมีครูสอนครบทุกๆชั้น ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่มีครูไม่ครบชั้นเรียน บางโรงเรียนครู 1คน ต้องสอนหลายๆชั้น (ชั้นเดียว8วิชา+ประวัติศาสร์อีก1=9 วิชา)สมมุติว่าถ้าครูสอนคนเดียว3ชั้น=27วิชา นักวิชาการช่างฝันจะแก้อย่างไร ลองมาสอนเด็กให้ดูหน่อย
5.กรมวิชาการเต่าพันปีทำอะไรได้อีกนอกจากผลิตตำราที่มาตรฐานเพื่อเด็กในเมือง ยิ่งหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับประถมฯนั้นแย่มากๆ (แต่ขอชมเชย สสวท.ว่าผลิตหนังสือเรียนได้ดีที่สุด(ถึงจะยังบกพร่องอยู่บ้างก็ส่วนน้อย)
และน่าจะมีหน่วยงานที่ช่วยผลิตสื่อฯสำหรับครูเพิ่มขึ้นให้ครบตามเนื้อหาหลักสูตร
6. ยุค สปช.เป็นยุคที่การศึกษาพัฒนามาอย่างครอบคลุมปัญหาและถูกทางที่สุด แต่ก็มาถูกนักวิชาการและนักฝันทั้งหลายตีความว่าแย่ล้าสมัย หน่วยศึกษานิเทศก์ที่คอยแก้ปัญหาให้ครูก็ถูกยุบมารวมอยู่ที่เขตพื้นที่ฯ กลายเป็น
เจ้านายครูและเสือนอนกินงบฯ(ไม่มีงบไม่ออกเยี่ยม)
7.นักวิชาการหัวนอกนักฝัน ได้จัดให้องค์กรภายนอก สมส.(สำนักพิมพ์เอกชนต่างๆ)ผลาญงบประมาณสูญไปเปล่าๆปีหนึ่งๆเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ทำไมไม่ให้หน่วยศึกษานิเทศก์ทำหน้าที่ประเมินโดยตรงล่ะ
8.งบประมาณที่ว่ามากในการจัดการศึกษาแท้จริงแล้วมันไปมากในส่วนงบฯเงินเดือนครู แต่งบในการเรียนการสอนแท้ๆนั้นมีเพียงหยิบมือเดียว
9. และน่าจะมีหน่วยงานที่ช่วยผลิตสื่อฯสำหรับครูเพิ่มขึ้นให้ครบตามเนื้อหาหลักสูตร 1 หน่วยงาน
10.งานครูที่ต้องทำส่วนใหญ่(โดยเฉพาะครูระดับประถมฯ)จุกจิกหยุมหยิมกับงานนอกเหนือการเรียนการสอนมากเกินไป เช่น งานธุรการ งานเอกสาร แผนฯ การเตรียมข้อมูลจากการตรวจเยี่ยม/ประเมิน ฯลฯ ผิดกับสายครูมัธยมที่ทำเฉพาะในหน้าที่(ครูเยอะ)
11.เสนอให้มีครูอัตราจ้างพิเศษเพื่อเดินสอนหลายๆโรงเรียนเหมือนครูเดินสอนของกศน.แทนครูประจำที่ต้องสอนในวิชาทักษะหลักๆ เช่น ครูพละ ครูดนตรี-นาฏศิลป์ ครูศิลปะ ครูภาษาต่างประเทศ
สรุป ครูในระดับประถมฯขาดความเป็นเอกภาพและขาดการโต้แย้งทางความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ผู้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาทุกครั้งมักมาจาก นักคิด นักฝัน นักวิชาการศึกษาหัวนอกและนักวิชาการนอกระบบ ที่มาจัดการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปเสียเองโดยไม่เคยระดมพลังสมองจากครูเลย จนทำให้สภาพการศึกษาเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้
Thamrong1111@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วิทยาลัยครู โครงสร้างการเรียนวิชาชีพนี้ดีอยู่แล้วเพียงแต่ปรับปรุงเพิ่มเติมข้อบกพร่องตามผลการวิจัยของแต่ละปีให้เข้มข้นทันต่อวิทยาการสมัยใหม่ยุคโลกาภิวัฒน์..แต่กลับไม่ทำ..เพิ่มเติมภาควิชาที่ไม่เกี่ยวกับสายวิชาชีพนี้จนโครงสร้างบิดเบี้ยวไปหมด..แม้แต่ชื่อ "วิทยาลัยครู" ยังถูกเปลี่ยนเหมือนปล้นจิตวิญญาณศูนย์รวมวิชาชีพนี้ไปโดยสิ้นเชิง
ครูเมืองแพร่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดิมน้ะเคยเป็นบ้านแข็งแรงดีดีอยู่
แม่มมาที รื้อที รื้อจนเหลือแต่โครงแล้ว
เก่งแต่เรื่องโง่ๆ จนอายต่างชาติได้แล้ว
อย่าทำลายกันเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลักสูตรมันก็เกือบจะเป็นปลายปัญหาแล้ว ต้องสร้างครูที่เก่งก่อน ครูเก่งไม่ใช่หลักสูตรครู 5 ปี เหมือนแพทย์ แต่ครูเก่งต้องวางระบบใหม่คือค่าตอบแทนและค่านิยมต้องปรับใหม่หมดเลย ไม่ใช่วางครูไว้เท่าระดับผู้ใช้แรงงานแต่อยากได้หัวสมองระดับท็อป คุณก็ไม่ได้หรอก คนเก่ง ๆ อย่างน้อยก็ต้องให้เครดิตเขา จะมาให้เงินเดือนหมื่นเดียว คนเก่งที่ไหนจะมากัดก้อนเกลือกิน เตรียมสอนลากเลือด แถมยังต้องช่วยเด็กที่บ้านจนข้าวกลางวันเด็กก็แทบไม่ได้แตะ ครูต้องออกเงินให้ไปก่อน บางทีพาไปหาหมอ บางทีต้องไปประกันตัว บางทีก็ต้องซื้อขนมให้บ้างเป็นรางวัล ครูไม่ใช่สักแต่ว่ามาสอนก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วเปิดตูดกับบ้าน แต่ครูต้องมีทั้งความเก่งในเนื้อหาวิชา ต้องมีจิตวิทยา มีไหวพริบ มีความเมตตา มีมโนธรรม มีทุกอย่างนั่นแหละ เงินก็ยิ่งต้องมีเพราะต้องเป็นด่านหน้าในการช่วยเด็ก ในเมื่อครูรองรับแทบทุกอย่างเพื่ออนาคตชาติ แล้วคุณยังจะไปเอาคนไม่มีอนาคต จ่ายเงินน้อย ๆ รู้แค่งู ๆ ปลาๆ มาสอนหนังสืออีกมั้ย วางระบบผิดแต่แรกแต่กลับอยากได้คนที่มีคุณสมบัติครบ โธ่เอ๊ย
หลักสูตรไว้ทีหลังมันไม่ได้ยาก แก้ที่คนก่อนเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาอยู่ที่ ครู ครับ
เด็กโง่ไม่โง่อยู่ที่ครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ต้องแจก"แท็บเล็ต"อีกซิพี่ แจกเยอะๆ ปีหน้าจะได้หล่นไปที่ 100 แน่นอน ยิ่งแจกเด็กไทยยิ่งโง่ แต่พรรคเพื่อควายยิ่งรวย ฮา
สงสารประเทศไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การวางยุทธศาสตร์การศึกษาของไทยต้องเน้นไปที่ช่างผู้ชำนาญงานด้านเทคโนโลยี่ทุกด้านและการส่งเสริมการเรียนภาษาให้แก่เด็กตั้งแต่ระดับปฐมศึกษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนหรือภาษาญี่ปุ่นเพราะมีความสำคัญในการติดต่อสื่อสารด้านการเรียนและการค้าต่อไปในอนาคต
samilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้เด็กเก่งวิทย์ - คณิต แต่ไม่เอาคนที่จบวิทย์ - คณิต มาสอน
แต่เอาคนจบการสอนที่ไม่เก่ง วิทย์ - คณิต มา
ผิดตั้งแต่เริ่มต้นแล้วประเทศไทย
คนที่เป็นครูสายวิทย์ - คณิต ต้องจบสายวิทย์ - คณิต แล้วมาเรียนครูอีก 2 ปี ถึงเรียกว่า ครู 6 ปี ไม่ใช่ที่เป็นแบบปัจจุบันนี้ไปไม่รอดหรอก
ครูไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาหนึ่งที่ไม่ได้รับการแก้ไขจนเป็นปัญหาสะสมมาเนิ่นนานของโรงเรียนขนาดกลางและเล็กก็คือ ปัญหาขาดแคลนครู บางโรงเรียนครู 1 คน สอน2ชั้น วิ่งไปวิ่งมาทั้งวัน ไหนจะงานธุรการอีก และอีกอย่างคือมีโรงเรียนอีกจำนวนมากที่มีครูไม่ครบเอก โรงเรียนขาดครูคณิต อังกฤษ แต่ดันส่ง เอกสังคม เอกคหกรรมมาให้ แล้วเมื่อไหร่มันจะพัฒนา ครูที่ตั้งใจทำงานมีเยอะแยะ แต่กระทรวงขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา ทำไม ไม่เปิดสอบเอกขาดแคลนให้มันเพียงพอกับความต้องการ เงินงบประมาณไปไหนหมด ทุกครั้งที่มีปัญหา คิดเป็นอย่างเดียวคือรื้อหลักสูตร หลักสูตรก็สำคัญ แต่ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ก็คือ โรงเรียนขาดแคลนครูในวิชาเอกที่สำคัญๆนี่แหละ กระทรวง ลองสำรวจดูเถอะ โรงเรียนในประเทศไทย มีอีกกี่โรงเรียนที่ไม่มีครูเอกอังกฤษ คณิตศาสตร์ เอกเหล่านี้มันต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ใช่ใครก็สอนได้
ครตรัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้วจะให้ปริญญาตรีกับสายอาชีวะ มั่วไปใหญ่ละ แทนที่จะยกระดับอาชีวะ ทำให้นายจ้างเห็นคุณค่าของคุณวุฒินี้ แต่กลับจะไปทำให้ทุกคนเป็น ป.ตรี
เงิบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าให้ไอ้ภาวิช ทองโรจน์ มายุ่งกับระบบการศึกษาไทย ก็เท่านั้น แล้วบรรดาไอ้ อี ที่ ไปเรียนจากนอกบ้านมาจนคิดว่าตัวมันเป็นเทวดา อย่ามาสะเออะจัดหลักสูตรเด็กไทย เดี๋ยวนี้ความเป็นไทยมันหายไปจากจิตวิญญาณเด็กไทยหมดแล้ว
คนสารคาม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การศึกษาห่วยเพราะการบริหารงานไม่ดีครับ ใช้คนไม่เป็น ใช้คนไม่ถูกกะงาน ไม่ใช่เพราะครูไทยไม่มีเก่งอันนั้นไม่ใช่ แตเอกนาฏศิลป์แล้วให้มาสอนอังกฤษ พลศึกษานี่ก็ไม่ไหวจะเพลีย

หลักสูตรนะตอนนี้ก็ใช้ได้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าคนเอามาปฏิบัตินั้นทำได้ไม่ดีเท่านั้นเอง ส่วนการเสียเงินเสียทองเข้ามานะยอมรับว่าจริงแต่ว่าคนเสียเงินเข้ามาก็มีทั้งคนเก่งด้วย เพราะว่าถ้าไม่ยอมจ่ายมันบางตัวก็ไม่มีทางที่จะเรียกคนเข้าบรรจุซักที ละเ_ี่ยใจมาก

ผอ.ก็เ_ี่ยมาก บางร.ร.ใกล้ชายแดนแ_่งมันเข้าแต่กาสิโน หุหุ ไม่ต้องบอกนะว่าที่ไหนเครียดดดดด บางคนก็ไปเลียทีนนักการเืมืองโน่นเลยโดยเฉพาะจังหวัดติดชายแดนอีสานตะัวันออกนี่เป็นกันเยอะ ก็ต้องอดทนกันต่อไปเพราะครูน้อยทำตามคำสั่งเบื้องบนจนแทบไม่มีเวลาจะสอนจ้าาาาอันนี้แหละหนักที่สุดครับ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมครูบางคนทำไมเค้าเออลี่กันเยอะ
เอ็ม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมัยเรียนจบใหม่ๆ อุดมการณ์สูงเลือกไปบรรจุซะไกล
ปรากฎว่าโดนครูใหญ่เกณฑ์ไปนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนกับผู้ตรวจจากกระทรวง
ประเมินกันแต่ละทีไม่ได้ดูรายละเอียดแค่เดินชมผักชีโรยหน้าหนึ่งรอบ
ครูใหญ่ทำตัวเหมือนพ่อเล้าคอยเชียร์ครูสาวๆ ให้บรรดาผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นกับผู้บริหาร
สรุปแล้วต้องวิ่งเต้นย้ายเพราะกลัวโดนฉุด
ไกลปืนเที่ยง
 
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นผลมาจากการปฏิรูปการศึกษา

ที่ทำให้ครูต้องทำงานอื่นที่มิใช่งานสอนมากขึ้นๆๆๆๆ

และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริหาร ทำให้ครูที่ดีและสอนเก่งๆ ต้องแปรสภาพเป็นผู้บริหารห่วยที่ไร้คุณภาพมากมาย

เพราะระบบไม่เอื้อให้ครูเก่งๆสามารถก้าวหน้าได้ด้วยคุณภาพงานสอนซึ่งเป็นแก่นหลักของความเป็นครู

แต่กลับไปวัดกันที่งานกระดาษ การอบรม และการเข้าหาผู้ใหญ่
เอาครูเก่งๆคืนมา เอาผู้บริหารโ- คืนไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องไปไกล เอาแค่จำนวน สส ที่สื่อภาษาได้ไม่น่าจะเกิน 10 คน แค่นึ้ก็วัดความตกต่ำระดับประเทศได้อย่างดี ไม่ต้องถึงระดับนานาชาติให้มันอับอายไปถึงไหน
รวมทั้งรัฐมนตรีด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สื่อภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ก็ต้องโง่กันทั้งประเทศอย่างแกนั่นแหละ
รู้ตัวซะบ้าง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าครูยังต้องจ่ายเงินเพื่อบรรจุอยู่ ก็ยังคงต้องเป็นอย่างงี้ต่อไป คนเก่งไม่ได้สอน ต้องมีตังค์จ่ายเงินถึงจะได้เป็นครู
อยากเป็นครูไม่แต่ไม่จ่าย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014