หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

การศึกษาไทยร่วงอันดับ 50 ศธ.สั่งรื้อหลักสูตรทุกชั้นปี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ธันวาคม 2555 16:59 น.
“พงศ์เทพ” รับการศึกษาไทยตกต่ำลง ล่าสุด ถูกดันลงไปอยู่อันดับ 50 ในการประเมินผลการศึกษานานาชาติ เล็งปรับหลักสูตรทุกระดับชั้น อัดวิทย์-คณิตเพิ่มขึ้น ปี 56 เตรียมปรับหลักสูตร ป.ตรีสายอาชีวะด้วย

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
การศึกษาไทยร่วงอันดับ 50 ศธ.สั่งรื้อหลักสูตรทุกชั้นปี
พงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ (แฟ้มภาพ)
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในรายการหอกระจายข่าวว่า จากการประเมินผลการศึกษานานาชาตินั้น ไทยถูกจัดลำดับการศึกษาให้อยู่ลำดับที่ 50 ซึ่งมีระดับที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ศธ.จึงต้องการที่จะปฏิรูปหลักสูตรทุกระดับชั้น พร้อมทั้งพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการยกระดับด้านการผลิตอุตสาหกรรมที่ยังขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้เพียงพอ
       
       นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า ในปี 2556 ศธ.จะมีการปรับหลักสูตรปริญญาตรี ให้กับผู้เรียนสายอาชีวศึกษาด้วย เพื่อยกระดับความรู้ และพัฒนาประเทศด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศต่อไปได้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
คณบดีครุศาสตร์ ยื่น คสช.ชะลอเพิ่มครูช่างโดยไม่ต้องมีตั๋ว ชี้ทำลายเกียรติวิชาชีพ
ชมหนังกลางแปลง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ฟรี เทิดพระเกียรติพระราชินี
ทุ่ม 577 ล.ติดกล้อง CCTV 5 พันตัว ร.ร. 3 จังหวัดชายแดนใต้
สมศ.เสียงอ่อน! เล็งยกเลิกตัวบ่งชี้ระดมทุนศิษย์เก่า หลังถูกมหา'ลัย-อาชีวะจวกไม่ควรใช้
เตรียมผุดศูนย์เรียนรู้ ศก.พอเพียงด้านการศึกษา 350 ศูนย์ทั่วประเทศ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 26 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อนิจจา... เมืองไทยมีมหาวิทยาลัย เกือบ 100 แห่งทั่วประเทศ... มีดอกเตอร์ นักการศึกษา เยอะมากใมหน่วยงานผู้รับผิดชอบการศึกษาของชาติ หลายหน่วยงาน ตั้งแต่ สภาการศึกษาแห่งชาติ สกอ. สมศ. กพร. สกว. (จำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรอีก) มีระบบประเมิน+ประกัน+ตรวจสอบ+กำกับ...คุณภาพการศึกษา....มากมายจนครูไม่มีเวลาสอนนักเรียน....ต้องไปเขียนเอกสาร+ผลิตงานวรรณกรรมตอบคำถามนักวิชาการ+นักวิจัย+นักประเมินคุณภาพการศึกษา... เขียนวาทะกรรมตอบโจทย์+ประชุม ...ฯลฯ ตัวบ่งชี้ KPI มาตรฐานการศึกษา เป็น 10 เป็น 100 ข้อ....... แล้วเป็นไง ... นักเรียนไทยฉลาดกว่านายกนิดเดียวเอง... อย่าว่าแต่ระดับอาเซียนเลยนะ... เขมร+ลาว+แกว รอบบ้านชายแดนไทย.... ยังแพ้เขาเลย... อุเบกขา....ลาตายไปเถิดท่านนักการศึกษา... ท่านมีความรู้สูงมาก... แต่ช่วยกันทำให้การศึกษาของชาติล่มสลาย... เด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออก...เขียนไทย ผิด ตก ยกเว้น...พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง.... คิดอะไรไม่ออก.... เพราะได้ฝึกนิ้วมือเขี่ย Tablet มาตั้งแต่อนุบาล... ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย... ในอนาคตไม่เกิน 5 ปี เราต้องได้เห็น เด็กๆ มันไม่ได้ดังใจ มันก็จะเอาปืนมายิงกราดใส่ผู้คน ตั้งแต่พ่อ+แม่+เพื่อน.... แบบมีสติและตั้งใจ (ไม่ใช่คนบ้าแบบที่เกิดในอเมริกา)... :-(
เมืองไทยนักการศึกษาเต็มบ้านเต็มเมือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สาเหตุที่การศึกษาของเด็กไทยตกต่ำ เหตุหนึ่งเป็นเพราะคนในกระทรวงต้องทำผลงานเพื่อทำปริญญาดิกเตอร์ เลยมีแต่ของใหม่ สิ่งดีเก่าๆไม่ได้นำมาสอนเด็ก คนในกระทรวงก็อ้ำอึ้งกันไปหมด เพราะระบบงานออกแบบมาให้คิดแค่งานตัวเอง เห็นอะไรไม่ดีก็ไม่สามารถพูดได้ เพะราะระบบไม่ให้พูด คนอยู่ตำแหน่งสูงๆ ก็ได้แต่อ้างว่าข้างล่างเสนอมา ระบบการบริหารการศึกษามันเสียไปแล้ว
คันปาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านเกือบทุกคอมเมนท์ไม่มีใครพูดถึงเนื้อหาในแต่ละวิชาเลยว่าเหมาะสมกับวัยเด็กหรือไม่ มีแต่มองในแง่การบริหารจัดการหรือมองแต่ตัวเองเห็นแก่ตัวสุดๆแล้วจะเจริญได้อย่างไร
00
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้บริหารไปราชการท้ังปี ไปไหนก็ได้.......เพราะเป็น ผู้บริหาร การงานสั่งการลูกเดียว การศึกษาล้มเหลวเพราะผู้บริการห่วยแตก บ้าอำนาจ ไม่ทำงาน ส่ังการลูกเดียว ดีแต่วิ่งซุกปีกการเมือง อย่าลืมว่าผู้สอนต้องดูแลเด็กต้องสอน ต้องตรวจงาน ต้องจัดกิจกรรมให้เด็ก
ต้องทำสื่อ ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่ผู้บริหารจะส่ังงานมอบหมายต่าง ๆ นา ที่ผู้บริหารควรทำแต่ไม่ทำ มอบงาน สั่งการลูกเดียว(เพราะเป็นการบริหารแบบลอยตัวและเอาประโยชน์ใส่ตัว)ส่วนตัวเองจะไปเล่นไปเทียวที่ไหนก็ได้
ทิดหงึด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1.เสนอให้เอาหลักสูตรคณิตศาสตร์และวิชารักชาติของเวียตนามมาใช้ และครูผู้สอนส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 40 ปี(นอกจากครูเชี่ยวชาญจริงๆ)ที่สูงอายุกว่านี้จัดให้เป็นองค์กรสนับสนุนการเรียนการสอนและส่งเสริมวิชาชีพครู
2.สนับสนุนการการรวมโรงเรียนขนาดเล็กชั้น ป.3-6 แต่ ป.1-2 อยู่ที่โรงเรียนเดิม ดอยสนับสนุนพาหนะการเดินทาง
3.มีครูสนับสนุนจากครูอัตราจ้างภายนอก โดยหน่วยงานภายนอก เช่น เขตพื้นที่/อบจ./อบต.เพื่อเดินสอนในวิชาพิเศษในหลายๆโรงเรียน เช่นวิชาดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะ พลศึกษา การงานอาชีพ คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
4.ยุบสมส.(เปลืองงบประมาณ)มาใช้ ศน.แทน(จ่ายแค่เบี้ยเลี้ยง)
5.ยุบเขตพื้นที่กลับมาเป็นหน่วยงานดูแลในอำเภอ(คล้ายของ สปช.เดิม)ซึ่งให้ผลทางตรง ได้ดีกว่าแบบปัจจุบัน
6.งานอื่นนอกเหนือการเรียนการสอนให้ฝ่ายส่งเสริมอื่นๆทำแทนครู
7.ระดมสรรพกำลังมุ่งช่วยส่งเสริมหลักสูตรในสถานศึกษา เช่น พระ เกษตรอำเภอ ตำรวจ จราจร อนามัย แพทย์ ฯลฯ
8. เป็นไปได้ไหม ให้การลงโทษนักเรียนมาอยู่ที่ครูอีกครั้ง แต่มีระเบียบขั้นตอนที่รัดกุมแน่นอน
Thamrong1111@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาการศึกษาไทยถอยหลังเข้าคลอง เพราะ
1.เปลี่ยนหลักสูตร/ปฏิรูปกันเมื่อไรคนที่มีบทบาทมากทุกๆๆๆครั้งก็คือ พวกนักวิชาการหัวนอก พวกนี้ไม่เคยมาถามครูหรือให้ครูมีบทบาทเลยว่า ปฏิรูปแล้วของใหม่ดีกว่าเก่าอย่างไร มั่นใจได้แค่ไหนว่าดีกว่า หรือผ่านการทดลองวิจัยกับเด็กชนบทหรือไม่ แต่เวลาทดลองก็ไปทดลองกับเด็กในเมือง เช่น โรงเรียนใหญ่ๆ หรือ ร.ร.สาธิตฯในมหาวิทยาลัย เป็นต้น
2.การปฏิรูปทุกครั้งถ้าล้มเหลวก็มาลงที่ครู นักวิชาการทั้งหลายรอดตัว
3.ครูรู้อยู่แล้วว่าการปฏิรูปการศึกษาในหลักสูตรส่วนใหญ่จะใช้คำศัพท์ทางวิชาการใหม่ๆ แต่เนื้อหาสาระก็แทบไม่แตกต่างจากของเดิมสักเท่าไร เพียงแค่ความฝันของนักวิชาการหัวนอก
4.ต้องมีครูสอนครบทุกๆชั้น ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่มีครูไม่ครบชั้นเรียน บางโรงเรียนครู 1คน ต้องสอนหลายๆชั้น (ชั้นเดียว8วิชา+ประวัติศาสร์อีก1=9 วิชา)สมมุติว่าถ้าครูสอนคนเดียว3ชั้น=27วิชา นักวิชาการช่างฝันจะแก้อย่างไร ลองมาสอนเด็กให้ดูหน่อย
5.กรมวิชาการเต่าพันปีทำอะไรได้อีกนอกจากผลิตตำราที่มาตรฐานเพื่อเด็กในเมือง ยิ่งหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับประถมฯนั้นแย่มากๆ (แต่ขอชมเชย สสวท.ว่าผลิตหนังสือเรียนได้ดีที่สุด(ถึงจะยังบกพร่องอยู่บ้างก็ส่วนน้อย)
และน่าจะมีหน่วยงานที่ช่วยผลิตสื่อฯสำหรับครูเพิ่มขึ้นให้ครบตามเนื้อหาหลักสูตร
6. ยุค สปช.เป็นยุคที่การศึกษาพัฒนามาอย่างครอบคลุมปัญหาและถูกทางที่สุด แต่ก็มาถูกนักวิชาการและนักฝันทั้งหลายตีความว่าแย่ล้าสมัย หน่วยศึกษานิเทศก์ที่คอยแก้ปัญหาให้ครูก็ถูกยุบมารวมอยู่ที่เขตพื้นที่ฯ กลายเป็น
เจ้านายครูและเสือนอนกินงบฯ(ไม่มีงบไม่ออกเยี่ยม)
7.นักวิชาการหัวนอกนักฝัน ได้จัดให้องค์กรภายนอก สมส.(สำนักพิมพ์เอกชนต่างๆ)ผลาญงบประมาณสูญไปเปล่าๆปีหนึ่งๆเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ทำไมไม่ให้หน่วยศึกษานิเทศก์ทำหน้าที่ประเมินโดยตรงล่ะ
8.งบประมาณที่ว่ามากในการจัดการศึกษาแท้จริงแล้วมันไปมากในส่วนงบฯเงินเดือนครู แต่งบในการเรียนการสอนแท้ๆนั้นมีเพียงหยิบมือเดียว
9. และน่าจะมีหน่วยงานที่ช่วยผลิตสื่อฯสำหรับครูเพิ่มขึ้นให้ครบตามเนื้อหาหลักสูตร 1 หน่วยงาน
10.งานครูที่ต้องทำส่วนใหญ่(โดยเฉพาะครูระดับประถมฯ)จุกจิกหยุมหยิมกับงานนอกเหนือการเรียนการสอนมากเกินไป เช่น งานธุรการ งานเอกสาร แผนฯ การเตรียมข้อมูลจากการตรวจเยี่ยม/ประเมิน ฯลฯ ผิดกับสายครูมัธยมที่ทำเฉพาะในหน้าที่(ครูเยอะ)
11.เสนอให้มีครูอัตราจ้างพิเศษเพื่อเดินสอนหลายๆโรงเรียนเหมือนครูเดินสอนของกศน.แทนครูประจำที่ต้องสอนในวิชาทักษะหลักๆ เช่น ครูพละ ครูดนตรี-นาฏศิลป์ ครูศิลปะ ครูภาษาต่างประเทศ
สรุป ครูในระดับประถมฯขาดความเป็นเอกภาพและขาดการโต้แย้งทางความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ผู้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาทุกครั้งมักมาจาก นักคิด นักฝัน นักวิชาการศึกษาหัวนอกและนักวิชาการนอกระบบ ที่มาจัดการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปเสียเองโดยไม่เคยระดมพลังสมองจากครูเลย จนทำให้สภาพการศึกษาเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้
Thamrong1111@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดิมน้ะเคยเป็นบ้านแข็งแรงดีดีอยู่
แม่มมาที รื้อที รื้อจนเหลือแต่โครงแล้ว
เก่งแต่เรื่องโง่ๆ จนอายต่างชาติได้แล้ว
อย่าทำลายกันเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลักสูตรมันก็เกือบจะเป็นปลายปัญหาแล้ว ต้องสร้างครูที่เก่งก่อน ครูเก่งไม่ใช่หลักสูตรครู 5 ปี เหมือนแพทย์ แต่ครูเก่งต้องวางระบบใหม่คือค่าตอบแทนและค่านิยมต้องปรับใหม่หมดเลย ไม่ใช่วางครูไว้เท่าระดับผู้ใช้แรงงานแต่อยากได้หัวสมองระดับท็อป คุณก็ไม่ได้หรอก คนเก่ง ๆ อย่างน้อยก็ต้องให้เครดิตเขา จะมาให้เงินเดือนหมื่นเดียว คนเก่งที่ไหนจะมากัดก้อนเกลือกิน เตรียมสอนลากเลือด แถมยังต้องช่วยเด็กที่บ้านจนข้าวกลางวันเด็กก็แทบไม่ได้แตะ ครูต้องออกเงินให้ไปก่อน บางทีพาไปหาหมอ บางทีต้องไปประกันตัว บางทีก็ต้องซื้อขนมให้บ้างเป็นรางวัล ครูไม่ใช่สักแต่ว่ามาสอนก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วเปิดตูดกับบ้าน แต่ครูต้องมีทั้งความเก่งในเนื้อหาวิชา ต้องมีจิตวิทยา มีไหวพริบ มีความเมตตา มีมโนธรรม มีทุกอย่างนั่นแหละ เงินก็ยิ่งต้องมีเพราะต้องเป็นด่านหน้าในการช่วยเด็ก ในเมื่อครูรองรับแทบทุกอย่างเพื่ออนาคตชาติ แล้วคุณยังจะไปเอาคนไม่มีอนาคต จ่ายเงินน้อย ๆ รู้แค่งู ๆ ปลาๆ มาสอนหนังสืออีกมั้ย วางระบบผิดแต่แรกแต่กลับอยากได้คนที่มีคุณสมบัติครบ โธ่เอ๊ย
หลักสูตรไว้ทีหลังมันไม่ได้ยาก แก้ที่คนก่อนเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ต้องแจก"แท็บเล็ต"อีกซิพี่ แจกเยอะๆ ปีหน้าจะได้หล่นไปที่ 100 แน่นอน ยิ่งแจกเด็กไทยยิ่งโง่ แต่พรรคเพื่อควายยิ่งรวย ฮา
สงสารประเทศไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้เด็กเก่งวิทย์ - คณิต แต่ไม่เอาคนที่จบวิทย์ - คณิต มาสอน
แต่เอาคนจบการสอนที่ไม่เก่ง วิทย์ - คณิต มา
ผิดตั้งแต่เริ่มต้นแล้วประเทศไทย
คนที่เป็นครูสายวิทย์ - คณิต ต้องจบสายวิทย์ - คณิต แล้วมาเรียนครูอีก 2 ปี ถึงเรียกว่า ครู 6 ปี ไม่ใช่ที่เป็นแบบปัจจุบันนี้ไปไม่รอดหรอก
ครูไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาหนึ่งที่ไม่ได้รับการแก้ไขจนเป็นปัญหาสะสมมาเนิ่นนานของโรงเรียนขนาดกลางและเล็กก็คือ ปัญหาขาดแคลนครู บางโรงเรียนครู 1 คน สอน2ชั้น วิ่งไปวิ่งมาทั้งวัน ไหนจะงานธุรการอีก และอีกอย่างคือมีโรงเรียนอีกจำนวนมากที่มีครูไม่ครบเอก โรงเรียนขาดครูคณิต อังกฤษ แต่ดันส่ง เอกสังคม เอกคหกรรมมาให้ แล้วเมื่อไหร่มันจะพัฒนา ครูที่ตั้งใจทำงานมีเยอะแยะ แต่กระทรวงขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา ทำไม ไม่เปิดสอบเอกขาดแคลนให้มันเพียงพอกับความต้องการ เงินงบประมาณไปไหนหมด ทุกครั้งที่มีปัญหา คิดเป็นอย่างเดียวคือรื้อหลักสูตร หลักสูตรก็สำคัญ แต่ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ก็คือ โรงเรียนขาดแคลนครูในวิชาเอกที่สำคัญๆนี่แหละ กระทรวง ลองสำรวจดูเถอะ โรงเรียนในประเทศไทย มีอีกกี่โรงเรียนที่ไม่มีครูเอกอังกฤษ คณิตศาสตร์ เอกเหล่านี้มันต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ใช่ใครก็สอนได้
ครตรัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้วจะให้ปริญญาตรีกับสายอาชีวะ มั่วไปใหญ่ละ แทนที่จะยกระดับอาชีวะ ทำให้นายจ้างเห็นคุณค่าของคุณวุฒินี้ แต่กลับจะไปทำให้ทุกคนเป็น ป.ตรี
เงิบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าให้ไอ้ภาวิช ทองโรจน์ มายุ่งกับระบบการศึกษาไทย ก็เท่านั้น แล้วบรรดาไอ้ อี ที่ ไปเรียนจากนอกบ้านมาจนคิดว่าตัวมันเป็นเทวดา อย่ามาสะเออะจัดหลักสูตรเด็กไทย เดี๋ยวนี้ความเป็นไทยมันหายไปจากจิตวิญญาณเด็กไทยหมดแล้ว
คนสารคาม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การศึกษาห่วยเพราะการบริหารงานไม่ดีครับ ใช้คนไม่เป็น ใช้คนไม่ถูกกะงาน ไม่ใช่เพราะครูไทยไม่มีเก่งอันนั้นไม่ใช่ แตเอกนาฏศิลป์แล้วให้มาสอนอังกฤษ พลศึกษานี่ก็ไม่ไหวจะเพลีย

หลักสูตรนะตอนนี้ก็ใช้ได้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าคนเอามาปฏิบัตินั้นทำได้ไม่ดีเท่านั้นเอง ส่วนการเสียเงินเสียทองเข้ามานะยอมรับว่าจริงแต่ว่าคนเสียเงินเข้ามาก็มีทั้งคนเก่งด้วย เพราะว่าถ้าไม่ยอมจ่ายมันบางตัวก็ไม่มีทางที่จะเรียกคนเข้าบรรจุซักที ละเ_ี่ยใจมาก

ผอ.ก็เ_ี่ยมาก บางร.ร.ใกล้ชายแดนแ_่งมันเข้าแต่กาสิโน หุหุ ไม่ต้องบอกนะว่าที่ไหนเครียดดดดด บางคนก็ไปเลียทีนนักการเืมืองโน่นเลยโดยเฉพาะจังหวัดติดชายแดนอีสานตะัวันออกนี่เป็นกันเยอะ ก็ต้องอดทนกันต่อไปเพราะครูน้อยทำตามคำสั่งเบื้องบนจนแทบไม่มีเวลาจะสอนจ้าาาาอันนี้แหละหนักที่สุดครับ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมครูบางคนทำไมเค้าเออลี่กันเยอะ
เอ็ม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นผลมาจากการปฏิรูปการศึกษา

ที่ทำให้ครูต้องทำงานอื่นที่มิใช่งานสอนมากขึ้นๆๆๆๆ

และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริหาร ทำให้ครูที่ดีและสอนเก่งๆ ต้องแปรสภาพเป็นผู้บริหารห่วยที่ไร้คุณภาพมากมาย

เพราะระบบไม่เอื้อให้ครูเก่งๆสามารถก้าวหน้าได้ด้วยคุณภาพงานสอนซึ่งเป็นแก่นหลักของความเป็นครู

แต่กลับไปวัดกันที่งานกระดาษ การอบรม และการเข้าหาผู้ใหญ่
เอาครูเก่งๆคืนมา เอาผู้บริหารโ- คืนไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องไปไกล เอาแค่จำนวน สส ที่สื่อภาษาได้ไม่น่าจะเกิน 10 คน แค่นึ้ก็วัดความตกต่ำระดับประเทศได้อย่างดี ไม่ต้องถึงระดับนานาชาติให้มันอับอายไปถึงไหน
รวมทั้งรัฐมนตรีด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สื่อภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ก็ต้องโง่กันทั้งประเทศอย่างแกนั่นแหละ
รู้ตัวซะบ้าง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าครูยังต้องจ่ายเงินเพื่อบรรจุอยู่ ก็ยังคงต้องเป็นอย่างงี้ต่อไป คนเก่งไม่ได้สอน ต้องมีตังค์จ่ายเงินถึงจะได้เป็นครู
อยากเป็นครูไม่แต่ไม่จ่าย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014