หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

สพฐ.จวก ร.ร.เอกชนสอนภาษาไทย ผิดหลักวิชาการ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2557 14:40 น.
สพฐ.จวก ร.ร.เอกชนสอนภาษาไทย ผิดหลักวิชาการ
       สพฐ. ชี้การสอนภาษาไทยของ ร.ร. เอกชนที่ถูกวิจารณ์ให้แซดในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นการสะกดแบบการเขียน ชี้เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ไม่ผิดแต่ไม่ถูกหลักวิชาการ ยันไม่สนับสนุนและไม่ให้ ร.ร.สพฐ. สอนด้วยวิธีนี้ยึดหลักการสอนแบบแจกรูป ที่ทำมาแต่อดีตทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้มากกว่า
       
       วันนี้ (4 ก.ค.) นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายเกี่ยวกับการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของโรงเรียนสารสาสน์ ที่มีการสอนสะกดภาษาไทยโดยที่ไม่ได้เน้นให้อ่านเพื่อให้เด็กจดจำการออกเสียงที่ถูกต้อง แต่ให้อ่านเพื่อให้เขียนถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ อาทิ คำว่า “จำ” ไม่ได้อ่านว่า “จอ+อำ=จำ” แต่อ่านว่า “จอ+อำ+อา=จำ” หรือ คำว่า “มือ” ไม่ได้อ่านว่า “มอ+อือ=มือ” แต่อ่านว่า “มอ+อือ+ออ=มือ” ว่า ตนได้หารือกับสำนักวิชาการและมาตรฐานการเรียนรู้ และสถาบันการศึกษาภาษาไทย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้เกี่ยวข้องแจ้งว่าการสอนลักษณะดังกล่าวเป็นการสอนเพื่อการเขียน ไม่ใช่การสอนเพื่อการอ่านแบบที่มีการดำเนินการอยู่ ซึ่งรูปแบบและวิธีการที่โรงเรียนเอกชนดังกล่าวใช้อยู่นั้นถือเป็นเทคนิคการสอนอย่างหนึ่งซึ่งไม่ผิดแต่ไม่ถูกหลักวิชาการ อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการสอนที่แม้แต่ในอดีตก็ไม่มีสอนแบบนี้ อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนภาษาไทยแก่นักเรียนที่ สพฐ.ดำเนินการอยู่นั้นจะสอนแบบเดียวกับการอ่าน เช่น คำว่า “เป็น” จะอ่านว่า ปอ-เอะ-นอ=เป็น และเมื่อสอนให้เด็กเขียนในคำเดียวกันเด็กจะเรียนรู้ได้เองว่าจะต้องเอาสระมาไว้ข้างหน้าก่อน ซึ่ง สพฐ.เรียกลักษณะการสอนแบบนี้ว่า การสอนแจกรูปที่ถูกหลัก ที่ใช้สอนมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน
       
       ทั้งนี้ ในส่วนของโรงเรียนของ สพฐ. นั้นไม่มีโรงเรียนใดใช้วิธีการสอนแบบนี้ และส่วนตัวเห็นว่าโรงเรียนไม่ควรใช้และจะไม่ให้ใช้วิธีการนี้สอนนักเรียนของเราด้วย ซึ่งตนมองว่าการสอนแจกรูปที่ถูกหลักแบบเดิมที่ทำอยู่นั้นเหมาะสมและช่วยให้เด็กอ่านคล่องเขียนคล่องมากกว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรงเรียนที่ใช้เทคนิคดังกล่าวเป็นโรงเรียนเอกชน สพฐ.คงไปทำอะไรไม่ได้ แต่เบื้องต้นจะแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) แจ้งให้ศึกษานิเทศก์ของ สช.ไปลงติดตามตรวจสอบวิธีการสอนต่อ
       
       ด้านนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ตนได้มอบให้เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน สช. ไปตรวจสอบการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ว่า การสอนวิชาภาษาไทยในรูปแบบดังกล่าวดำเนินการมานานแล้วหรือยัง และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กเป็นอย่างไร หรือยังอยู่ในช่วงทดลองสอนเท่านั้น
       
       อย่างไรก็ตาม โดยหลักการไม่ถือว่าเป็นความผิด เพราะในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนนั้น สช.จะดูเป้าหมายสุดท้ายว่าเด็กมีความรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ่านออกเขียนได้หรือไม่ ส่วนเทคนิค และวิธีการสอนนั้น เป็นเรื่องที่สถานศึกษาดำเนินการเองได้ สำหรับแบบเรียนที่ใช้ในการเรียนการสอน รัฐบาลก็เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเขียนตำราขึ้นมาได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ และหากนำมาใช้ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน เพื่อให้เป็นที่น่าเชื่อถือ และยอมรับได้
       
       ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ ดร. สุภัค มหาวรากร ประธานหลักสูตรศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สอนภาษาไทยให้นิสิตระดับปริญญาโท คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า มีความเห็นเกี่ยวกับการสะกดคำตามหลักภาษาไทยที่ถูกต้องนั้นต้องเป็น พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และยังใช้ระบบนี้ในการสอนชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทย แต่สำหรับการสะกดแบบใหม่อาจเป็นเพียงแค่พื้นฐานของการสะกดคำ และอาจจะเป็นผลดีกับการเริ่มต้นในการสะกดคำเท่านั้น แต่ระบบนี้เป็นเพียง การทดลองนำมาใช้ กับเด็กนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องการอ่านไม่ออก เพราะเป็นการอ่านสะกดคำ เป็นคำๆ
       ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ ดร. ภาณุพงศ์ อุดมศิลป์ ประธานหลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณฑิต สอนภาษาไทยให้นิสิตระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้มีความคิดเห็นว่า การสะกดคำโดยใช้ระบบใหม่ ยังมีผลเสียอยู่ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากการใช้หลักดังกล่าว ไม่สามารถใช้ได้กับสระลดรูปได้ เช่น คำว่า ลด และ สระเพิ่มรูป เช่น คำว่า เพิ่ม จะสามารถใช้หลักนี้อธิบายอย่างไร
       ระบบการสะกดคำแบบใหม่เป็นการสะกดโดยผิดหลักโครงสร้างคำในภาษาไทย และได้ผลดีแค่ในระยะสั้น หรือโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนของนักเรียนไม่เกิน 20 คน ในด้านของความคิดเห็นของผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนการสะกดคำในระบบใหม่ มีความคิดเห็นว่าผู้ปกครองเคยชินกับการสะกดคำในระบบเก่า จึงคิดว่าระบบการสะกดแบบใหม่อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ จึงสรุปได้ว่าการสะกดคำแบบใหม่ อาจเป็นเพียงแค่การทดลองของนักวิชาการรุ่นใหม่ที่จะมาแก้ไขปัญหาการอ่านหนังสือของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่สามารถสะกดคำได้ และยังไม่ทราบว่าการสะกดคำแบบใหม่จะสามารถใช้ได้ผลกับเด็กทั่วประเทศได้หรือไม่
       
       ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่
       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
คนรุ่นใหม่เมินอาชีพนักจดหมายเหตุ
ในหลวง พระราชทานพุ่มเทียนพรรษา
กกอ.ดัน พ.ร.บ.การศึกษาอุดมฯ-ปฏิรูปผลิตครู
ปูดผู้ช่วยองค์กรหลัก ศธ.เรียกเงิน 7 หลัก คนสอบ ผอ.เขตการศึกษาภาคใต้
ศธ.ตั้งทีมวิจัยหาสาเหตุเด็กแห่เรียนกวดวิชา คาด 2 เดือนรู้ผล
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 24 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
59 %
ไม่เห็นด้วย 10 คน
41 %
ความคิดเห็นที่ 24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นการสอนที่ทำลายหลักภาษาไทยอย่างเลือดเย็น
ครูประถม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สารสาสน์สอนแบบนี้มานานล้านปีแสงแล้วคร้าาา เพิ่งมาอะไรกันตอนนี้ ชั้นเรียนจบที่นี่ ส่งลูกเรียนที่นี่ เขียนอ่านหนังสือคล่องกันทั้งบ้านนะ ไปสอบถามค้นคว้ากันมากกว่านี้ดีมั๊ยก่อนด่าเค้ากันฉอดๆ
Mint3@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าคงมีคนคิดอยากจะสร้างทฤษฎีการสอนของตัวเองขึ้นมาแต่ ผิดหลักธรรมชาติของภาษา ซึ่งที่เคยเรียนมาทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ เขาเรียนการออกเสียง ผสมเสียงตามธรรมชาติของเสียง เช่นภาษาไทย แคน = คอ-แอ-นอ อ่านว่า แคน // ส่วนภาษาอังกฤษ can = เคอะ -แอะ- เนอะ can (ออกเสียงว่า แคน) ส่วนที่ออกมาตามข่าวนั้นเป็นการสอนอ่าน เขียน โดยการจำตัวอักษร ไม่ใช่เสียงของตัวอักษร เป็นการแยกหน่วยความจำของสมอง ทำให้ยุ่งยากไปอีกแทนที่จะจำหน่วยใหญ่แล้วสามารถสังกัปความรู้ได้เองกลับต้องไปแยกให้หน่วยความจำย่อยๆลงไปอีกยุ่งยากทำให้สมองเด็กสับสน เห็นไหมละครับเยาวชน หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนยังใช้ภาษาไทยไม่ถูก ภาษาพูดนำมาเป็นภาษาเขียน เลยทำให้เขียนผิด ใช้ลักษณะของคำผิด คิดเอาเองว่าตัวเรามีส่วนทำให้ภาษาไทยเราผิดไปด้วยหรือเปล่า
ครูไทย
 
ความคิดเห็นที่ 22 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หยุดได้แล้วค่ะ ท่าน คสช.ช่วยนักเรียนไทยด้วยเถิด สมัยก่อนกระทรวงเป็นผู้คิดและพิมพ์หนังสือขายราคาก็ไม่แพงแต่ตั้งแต่ให้เอกชนคิดเองพิมพ์เองมาใช้เป็นหลักสูตรให้เด็กเรียนก็ต้องเรียนหลายเล่มแถมเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง ยิ่งจะเอาแทบเลตให้เด็กป.1เรียนเนี่ยยอมรับว่าช๊อคไปเลยค่ะ ดิฉันคิดว่าน่าจะนำหนังสือมานีมีตา หรือก-อา-กา หรือหนูมะลิมาให้เด็กไทยเรียนจะดีมากๆ สมัยก่อนดีอยู่แล้ว ยิ่งปรับปรุงหลักสูตรก็ยิ่งแย่ หน้าที่พลเมืองหรือประวัติศาสตร์ก็ไม่มีให้เด็กเรียน พอเถอะค่ะ นักเรียนไทยไม่ต้องไปแข่งเรื่องความเป็นผู้นำเทคโนโลยีได้แล้ว เพราะต่อให้พัฒนายังไงเราก็สู้ประเทศที่เขาผลิตมือถือหรือบริษัทที่ออกแบบโปรแกรมอย่างฝรั่งหรืออินเดียเขาไม่ได้อยู่แล้วเปลืองงบทางด้านนี้มาก แต่ทำยังไงให้เด็กไทยเรียนแล้วมีงานทำ เก่งทางด้านพัฒนาเรื่องการเกษตรที่ถือว่าเป็นจุดด้อยของประเทศอื่น หรือสนับสนุนไปทางสายอาชีวะจะดีกว่าเพราะอาชีวะเก่งทั้งทฤษฏีและปฏิบัติดิฉันคิดว่าหลักสูตรวิศวะควรจะให้ทางสายอาชีวะผลิตจะดีกว่ามากค่ะ เรียนมหาลัยแล้วจบไปทำอะไรไม่เป็นนี่พอได้แล้วค่ะ ท่านผู้มีอำนาจยกเลิกสนับสนุนมหาลัยมหาหลอกเสียที แต่ละแห่งใช้เงินฟุ่มเฟือย มีรถบัสติดแอร์เย็นฉ่ำ รถตู้แต่งแบบวีไอพี ให้พวกอาจารย์นั่งออกไปทำงานวิจัยบนกระดาษข้างนอกจนเวอร์แล้วมานัดสอนเด็กช่วงกลางคืน หยุดได้แล้วค่ะเรื่องการทำประกันคุณภาพหรือทำ5ส.ที่มีแนวคิดจากพวกมหาลัย เพราะสร้างความแตกแยกในองค์กรเปล่าๆ ระบบเลื่อนซีด้วยการเขียนผลงานลวงหรือไปจ้างเขาทำแล้วไปขึ้นจอโชว์ให้กรรมการดูก็พอเถอะค่ะเอาเวลาไปทำงานจะดีกว่า ระบบสอบเลื่อนซีก็ดีอยู่แล้วแถมยุติธรรมแต่ก็ถูกยกเลิก ดิฉันคิดว่าตอนนี้มหาลัยเกิดปัญหาความแตกแยกมาก เพราะมีหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นพวกข้าราชการที่แบ่งชั้นวรรณะเป็นสาย ก. สาย ข. สาย ค.หรือกลุ่มพนักงานที่รับเข้ามาแล้วเงินเดือนก็สูง ทำไปทำมาจะเอาสวัสดิการเท่าข้าราชการแต่ไม่ได้ทำงานด้วยใจ พวกทำงานไม่มีคุณภาพผู้มีอำนาจก็ไม่กล้าประเมินให้ออก อย่างนี้จะออกนอกระบบให้มันยุ่งสับสนไปทำไมคะ เมื่อก่อนระบบเอ็นทรานซ์ยอมรับว่าขลังจริงค่ะ เด็กที่จะสอบต้องไปสอบศูนย์ใหญ่ มีกรรมการคอยดูมากมาย แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งทำยิ่งแย่แล้วจะพัฒนาขึ้นหรือลงกันแน่ ท่านประยุทธิ์ซึ่งเป็นทหารกล้า รักชาติบ้านเมืองช่วยนำไปคิดตรึกตรองดูเถอะค่ะ ระบบทหารยอมรับว่าดีมากๆค่ะ อย่านำระบบใหม่ๆในสถาบันรัฐหรือเอกชนมาใช้เด็ดขาด เพราะทำไปทำมาสร้างแต่ความแตกแยกเหมือนวิทยุชุมชนซึ่งตอนแรกคิดว่าจะดีแต่ทีหลังกลายเป็นผลเสียและควบคุมยากมากกว่าค่ะ
คุณไก่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แม่เป็นครู ปอ๑ เคยบอกแกว่า สอน ปอ๑ นี่สบายเลยเอาเด็ก ม๖ มาสอนแทนก็ได้

แต่แม่บอกว่า "สอนคนอ่านไม่เป็นให้อ่านได้ ไม่ง่ายเหมือนสอนคนที่อ่านได้อยู่แล้วให้รู้มากขึ้นหรอกนะ"

ประโยคนี้จี๊ดอยู่ในใจมาตลอด รู้สึกว่าแม่เราเจ๋งมาก คุณครูปอ๑ เจ๋งมาก
เจ๋งกว่าพวกที่สอนวิชาที่ไม่ได้ใช้ตามมหาลัยซะอีก
ความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ มันจะติดตัวเราไปตลอด

เหมือนว่าคนเราเรียนหนังสือกันมากไป ท่องเอาจากหนังสือมากไป
จะมีสักกี่ที กี่อย่าง ที่เราได้เรียน ได้รู้ ได้เข้าใจ จากครูคนสอนโดยตรง
ครูสอนให้เข้าใจ โดยมีหนังสือเป็นแค่เครื่องมือง่อยๆคอยช่วยจำ

หนังสือ ปอ๑ มีแค่ไม่กี่หน้า หนึ่งหน้ามีไม่กี่คำ
หน้ากระดาษว่างๆพวกนั้นเขาเว้นไว้ให้ทักษะครูคนสอนเติมเอาเอง
ต่อให้มีแท็บเล็ทเมพๆก็มาแทนครูที่ใส่ใจไม่ได้

ประเด็นข่าวนี้ พูดไปเลยว่าโรงเรียนผิด อิฟายเอ๊ย การสะกดคำแบบเดิมเขาเน้นให้อ่านง่าย
แบบโรงเรียนในข่าวนี้เน้นให้ "จำภาพไปเขียนซ้ำ" พอเด็กไม่เข้าใจเรื่องการประสมเสียง ก็อ่านไม่ออก
เขียนได้เฉพาะคำที่เคยเห็น คำที่ไม่เคยเห็นเด็กก็เขียนไม่ได้ ผสมเสียงไม่ถูก

การอ่านสำคัญกว่าการเขียน เด็กเล็กอ่านออกเพราะเข้าใจ เขียนได้เพราะจำได้
แต่ถ้าผู้ใหญ่อย่างเราๆอ่านไหลปรื๊ดๆ เพราะจำตัวหนังสือได้
นอกจากไปเจอคำแปลกๆซั๊กฒีหณึ่ง เฬาจึงฆ่อย เอาธัคศะ กาฬภ่ะศมคัม กลับมาใช้

พออ่านได้ เห็นตัวหนังสือบ่อยๆ เห็นรูปแบบสระบ่อยๆ
เด็กก็จะจำได้เองว่าสระแต่ละตัวเขาให้วางตรงไหน รูปแบบยังไง

การอ่านได้มันเป็นความเข้าใจด้วยตัวของเด็กเอง สามารถอ่านคำที่ไม่รู้จักก็ได้
อ่านคำที่ไม่เคยเห็นก็ได้ โดยอาศัยทักษะการผสมเสียงที่ครู ปอ๑ ให้มา

โรงเรียนอยากทำตัวอินดี้มาเก็บค่าเรียนแพงๆแบบนี้ น่าจับมาตบกะบาลสักที เขาแค่สอนวิธีทำข้อสอบให้ได้คะแนน สอนให้เขียนถูก ไม่ได้ใส่ใจว่าเด็กจะเข้าใจรึเปล่า สอนเหมือนไปกวดวิชา สอนเอาตัง ..พูดมาแล้วลูกครูโม๊โห๋

(ถ้ามีใครทนอ่านมาถึงตรงนี้ได้ รู้ไว้เลยว่าความสามารถนี้ของทั่นได้มาจากครู ปอ๑ ตัวน๊อยน๊อยยในระบบการเรียนการสอนอันก้วงขวงโหวงเหวงแห่งประเทศสยาม)
Fyi
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วิธีนี้เขาสอนเหมือนติวหนังสือน่ะ. คือสอนให้เขียนถูก เวลาสอบได้คะแนนเพราะเขียนถูก สอนเหมือนพวกกวดวิชา สอนให้ได้คะแนน ไม่ได้สอนให้เข้าใจ คนในรัฐบาลบอกว่าสอนแบบนี้ได้ไม่เป็นไร ..เพลียเลย
Fyi
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ห่วยแตก
ไปสอยควายไป๊
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สอนแบบแจกลูก (ไม่ใช่แจกรูป)

พยัญชนะต้น+สระ+ตัวสะกด..

ก+โอ+ง = โกง

ข+เอีย+น = เขียน

การสอนแบบแจกลูกเด็กจะอ่านและเขียนได้..

ระหว่าง

ง+เอาะ = เงาะ

กับ เอ+ง+อา+อะ = เงาะ

แบบไหนอ่านและเขียนได้ง่ายกว่ากัน
ครูประถมสังกัดสพฐ.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรงเรียนในเครือสารสาสน์ สอนจนสะกดไม่เป็น อ่านไม่ออก เด็กสับสน

ลูกเคยเรียนที่นี่ 4ปี จนถึง ป1. ยังอ่านไม่ได้ เลยให้ย้ายออกไปต่อ ป2 ที่อื่น
ลูกเคยเรียนที่นี่ เลยให้ย้ายออก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำเก่งทั้งนั้น โรงเรียนสังกัด สช. เขากล้าคิด ทดลอง ทำ และที่มีคุณภาพดี มีเยอะไป ทีอย่างนี้ห่วงเงินอุดหนุน ก็เป็นเงินภาษีของเอกชนเหมือนมิใช่หรือ อย่าคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
นินจา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตำราพิมพ์ดีดหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ตำราภาษาไทยหน้าแหกกันหมด
หวังดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ้าว หลักสูตรที่จะสอนในโรงเรียนทุกหลักสูตรต้องผ่านการอนุมัติจากศธ.ก่อนไม่ใช่หรือ
ไม่รู้ว่ามีได้ยังไง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่คิดวิธีชั่วช้าอย่างนี้ มีสองพวก หนึ่งพวกคิดทำลายชาติโดยการทำลายเยาวชนของชาติให้โง่เขลา สอง พวกปัญญานิ่มที่กลัวคนอื่นรู้ เลยคิดอะไรแปลกๆทำเพื่อให้คนอื่นมองว่าตัวฉลาด
ช่วยคิด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในฐานะศิษย์เก่าสารสาสน์ ....เจ้าของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ฯ น่าจะคัดเลือกครูภาษาไทยที่มีคุณภาพมากกว่านี้ ไม่เอาครูที่เพี้ยนมาสอนนักเรียน ครูภาษาไทยสมัยก่อนที่โรงเรียนนี้มีคุณภาพดี อาวุโสมากด้วย
ศิษย์เก่าสารสาสน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในฐานะศิษย์เก่าสารสาสน์ ....เจ้าของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ฯ น่าจะคัดเลือกครูภาษาไทยที่มีคุณภาพมากกว่านี้ ไม่เอาครูที่เพี้ยนมาสอนนักเรียน ครูภาษาไทยสมัยก่อนที่โรงเรียนนี้มีคุณภาพดี อาวุโสมากด้วย
ศิษย์เก่าสารสาสน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรงเรียนรัฐก็ไม่ผิดจากเอกชนหรอก แต่จำไม่ได้เท่านั้นว่ามันเป็นนักวิชาการตัวไหนที่ให้เปลี่ยนตอนเป็นเด็ก เช่น เคยอ่านคำว่า "กาบ" โดยเริ่มจาก กอ -อา กา - บอ= กาบ เด็กสะกดเป็นผันเป็น พอมานักวิชาการรุ่นเก่งกาจสามารถเกินมนุษย์ มาให้สอน ก-า-บ ( กอ - อา - บอ ) กาบ เลย ถ้าไม่ใช่นักวิชาการรุ่นเก่งกาจสามารถเกินมนุษย์บอกให้เปลี่ยนใครจะเปลี่ยนครูเขาก็ต้องใช้แบบเรียนแบบเก่า นี่ให้เปลี่ยนการสอนและก็เปลี่ยนหนังสือแบบเรียนซะใหม่ ไปเอาแบบการอ่านภาษาอังกฤษเขามา ab แอบ of ออฟ โดยไม่ได้ดูรากเหง้าภาษา ภาษาไทยมีทั้ง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด
รับไปนะครูเอกชน แต่เราเข้าใจท่าน
ได้ไม่ได้ก็โยนความผิดให้คนอื่น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขนาดสอนว่า“มอ+อือ=มือ” เด็กยังพูด
“มอ+อือ=อือ”
ยิ่งแบบว่า"จอ+อำ+อา=จำ”
เด็กจะไม่ออกเสียงว่า"จอ+อำ+อา=จำ” หรอก
แต่จะออกว่า "จอ+อำ+อา=อา”
ท่านเลขาฯลองมาสอนของจริงก่อนแล้ว กรุณาอย่านั่งเทียน เด็กยุคfb ไม่มานั่งท่องแบบท่านหรอก
และทางที่ดีควรหาทางแก้ปัญหาเรื่องตัวสะกดด้วย
เบื่อดร.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถามจริง สพฐ ไปอยู่รูไหน มา เค้าว่ากันมาสอนแนวนี้มาหลาย 10 ปี แล้ว พอไม่เป็นข่าวไม่เคยพูด ทั้งที่เป็นหน้าที่ของตัวหรือเปล่า
cc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เห็นด้วยที่คิดสอนแบบนี้การศึกษาไทยควรเดินไปทางเดียวกันโรงเรียนคุณแน่ สักวันเมื่อ ผปก.นักเรียนรู้ว่าไม่ควรเอาลูกมาเลย สช. ดูแลหน่อยชักห่วงลูกแล้วรับเงินอุดหนุนยังเก็บสารพัดอีกแมลงเมาก็บินเข้าไป
หลานครูหยอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลูกของผมเรียนที่นี่ ก็พบปัญหานี้เหมือนกัน ตอนอนุบาลเรียนที่อื่นซึ่งสอนระบบเก่ายังอ่านได้ดีกว่า พอมาที่นี่ใช้ระบบใหม่ ทำให้ลูกสับสนไปหมดและเครียด อ่านได้ช้าและแย่ลง หากจะทดลองระบบใหม่นี้ก็น่าจะทดลองในกลุ่มเล็กๆดูก่อน แต่นี่สอนกันมานานแล้ว และนักเรียนในเครือทั้งหมดก็น่าจะมีเป็นหลายพันหรือเป็นหมื่นคนไปแล้ว
พ่อเด็กสารสาสน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่า เอาหนั้งสือเรียน มานะ มานี ปิติ ชูใจ เจ้าหมอก มาสอนใหม่ดีกว่ามั้ง
มานะ มานี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนแต่งหนังสือและคนสอนมั่วในหลักการณ์พอกัน ยิ่งผู้บริหารสถานศึกษาไม่ดูบ้างเลยหรือ
25012501ss
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภาษาไทยของตัวเองแท้แต่ดันไปเอาวิธีเรียนแบบฝรั่งมา
พวก ดร. ในศธ. ใครทำไว้เอาชื่อมาประจานหน่อย
ไม่เคารพภูมิปัญญาคนรุ่นก่อนๆ
nat
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องถามใครแต่งหนังสือเรียนเล่มนี้มากกว่า
คนแต่งมันอ่านเป็นแล้วนี่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าไปว่าเขาเลย สพฐ. ก็ควรพัฒนาปรับปรุงตัวเองด้วย ลูกชายอยู่ ป.๔ ยังอ่านหนังสือที่อยู่นอกตำรา หรือที่ครูยังไม่สอน ไม่ค่อยจะถูก ไม่ใช่ว่าลูกชายหัวไม่ดีนะ เพราะก็ได้ 4 ทุกวิชา แต่น่าจะเป็น ระบบการจัดการเรื่องการเรียนและวิธีการสอน ที่หลงทางกันมาตลอด
คนเป็นพ่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014