หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | การศึกษา
การศึกษา ข่าว

เด็กไทยรั้งท้ายทักษะไอซีที แนะปรับการเรียนการสอน - อบรมครูทุกวิชา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤศจิกายน 2557 15:24 น.
        สสวท. เผยผลประเมินความรู้ด้านไอซีที เด็กไทยเทียบนานาชาติ พบอยู่รองบ๊วยจากผู้เข้าร่วม 14 ประเทศ แนะปรับปรุงหลักสูตรกลาง ฝึกเด็กใช้ทักษะแก้ปัญหา อบรมครูทุกวิชาใช้ไอซีทีในการสอน

เด็กไทยรั้งท้ายทักษะไอซีที แนะปรับการเรียนการสอน - อบรมครูทุกวิชา
        วันนี้ (21 พ.ย.) สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดแถลงข่าวผลการวิจัยโครงการประเมินการเรียนรู้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ของนักเรียนไทยเทียบกับนานาชาติ โดยมี รศ.ดร.พินิติ รตะนานุ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สุพัตรา ผาติวิสันต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสวท. และดร.ชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ ผู้ช่วยนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ สสวท. ร่วมแถลงข่าว
        
        ดร.ชัยวุฒิ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมนานาชาติที่ทำหน้าที่ประเมินผลด้านการศึกษา หรือ ไออีเอ เพื่อประเมินผลเกี่ยวกับการรู้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยสอบถามผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้รับผิดชอบด้านไอซีทีของโรงเรียนในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งมีประเทศที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ ชิลี โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ฮ่องกง เยอรมนี เกาหลีใต้ ลิธัวเนีย เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ สาธารณรัฐสโลวัก สโลวีเนีย รัสเซีย ตุรกี และ ไทย โดยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดที่เข้าร่วมประเมินทั้งสิ้น 59,430 คน ในส่วนของประเทศไทยได้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้น ม.2 ในสถานศึกษาทุกสังกัด 3,646 คน จาก 198 โรงเรียน อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ประเทศอาร์เจนตินา และ แคนาดา ขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ก่อน ส่วนอีก 4 ประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ข้อมูลไม่ครบตามที่โครงการกำหนด จึงถูกตัดสิทธิ์ ส่งผลให้เหลือประเทศที่เข้ารับการประเมินทั้งหมด 14 ประเทศ
       
        ดร.ชัยวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ทางโครงการได้กำหนดให้ค่าคะแนนเฉลี่ยของผลการทดสอบ เท่ากับ 500 คะแนน ซึ่งผลประเมินพบว่า ประเทศที่ได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ อันดับ 1 คือ สาธารณรัฐเช็ก ได้ 553 คะแนน รองลงมาคือ ออสเตรเลีย ได้ 542 คะแนน โปแลนด์ และ นอร์เวย์ ได้ 537 คะแนน เกาหลีใต้ ได้ 536 คะแนน เยอรมนี ได้ 523 คะแนน สาธารณรัฐสโลวัก ได้ 517 คะแนน รัสเซีย ได้ 516 คะแนน โครเอเชีย ได้ 512 คะแนน และ สโลวีเนีย ได้ 511 คะแนน ส่วนประเทศที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ คือ ลิธัวเนีย ได้ 494 คะแนน ชิลี ได้ 487 คะแนน ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 13 ได้ 373 คะแนน ซึ่งเป็นอันดับสองนับจากท้าย ที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ ตุรกี ได้ 361 คะแนน สำหรับประเทศไทยเมื่อจำแนกผลการประเมินตามสังกัด พบว่า นักเรียนในโรงเรียนสาธิต สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้คะแนนเฉลี่ย 518 คะแนน ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติที่ตั้งไว้ และสูงกว่าโรงเรียนในสังกัดอื่นๆ รองลงมา คือโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ 395 คะแนน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เปิดสอนเฉพาะ ม.1 - 6 ได้ 382 คะแนน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้ 377 คะแนน โรงเรียนสังกัดเทศบาล/ท้องถิ่น ได้ 346 คะแนน และโรงเรียนขยายโอกาสสังกัด สพฐ. ได้ 330 คะแนน
        
         ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลการประเมินในแต่ละด้าน พบว่า คะแนนด้านการรู้คอมพิวเตอร์ และสารสนเทศของนักเรียนมีความสำคัญอย่างมาก กับค่าดรรชนีการพัฒนา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของแต่ละประเทศ โดยประเทศที่มีค่าดรรชนีการพัฒนาด้านไอซีทีสูง ก็มีแนวโน้มที่ผลคะแนนจะสูง สำหรับประเทศไทยมีค่าดัชนีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีฯ ต่ำที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่า พื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับคะแนนด้านการรู้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศของนักเรียน ซึ่งถ้าผู้ปกครองมีพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจที่สูง ก็มีแนวโน้มที่นักเรียนจะมีคะแนนสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งประเทศไทยนั้นนักเรียน 61% ผู้ปกครองมีพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำ จึงส่งผลให้คะแนนเฉลี่ยต่ำลงไปด้วย ขณะเดียวกันยังพบว่าครอบครัวที่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน จะทำให้นักเรียนมีคะแนนสูงขึ้น ซึ่งในส่วนของประเทศไทยยังมีครอบครัวที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านอยู่ถึง 28% ปัจจัยต่อมา คือ สัดส่วนนักเรียนต่อคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน พบว่า ยิ่งสัดส่วนนักเรียนต่อคอมพิวเตอร์น้อย คะแนนเฉลี่ยจะยิ่งสูง ประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์ของครู มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยพบว่ามีครูที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ อยู่ 8% ขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่ร่วมประเมินอยู่ที่ 5%
       
        “จากการประเมินครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ควรต้องมีการปรับปรุง สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลาง ที่แสดงให้เห็นกระบวนการและทักษะที่จะเกิดกับผู้เรียนโดยเฉพาะทักษะที่ทำให้เกิดการคิดวิเคราะห์ รวมทั้งควรปรับวิธีการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกันเพราะปัจจุบันครูเน้นสอน และวัดผลแต่โปรแกรมสำนักงาน ไม่ฝึกให้เด็กรู้จักใช้ทักษะและกระบวนการแก้ปัญหา นอกจากนี้ต้องปรับโครงสร้างหลักสูตรวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร มาอยู่ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มสาระการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี ในปัจจุบัน ควรจัดอบรมครูในทุกวิชาให้สามารถใช้ไอซีทีในการเรียนการสอนได้ เปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงไอซีทีเพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน” ดร.ชัยวุฒิ  กล่าว
       
        รศ.ดร.พินิติ กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะนำผลการประเมินครั้งนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่นำไปใช้ในการปฏิรูปการศึกษาภาพรวมของประเทศ โดยต้องนำผลประเมินมาวิเคราะห์และปรับตามข้อเสนอแนะ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ครู นักเรียน และหลักสูตร
       
       ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่
       
       
กำลังโหลด

อย.ทลายแหล่งผลิต-ร้านขายเครื่องสำอางปลอม

ดูบน Instagram


       
       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
Stop Bullying หยุดรังแกกันใน ร.ร.
เด็กไทยรั้งท้ายทักษะไอซีที แนะปรับการเรียนการสอน - อบรมครูทุกวิชา
สศร.ดันผ้าไทยตัดเย็บชุดร่วมสมัย
รวมพลังชุมชนภาษีเจริญ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างปอดใหม่ให้ชุมชน
ร้อง มส.ให้สอบสร้างพระพุทธโสธร
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รมต.อังกฤษสั่งโรงเรียน เลิกใช้แทบเล็ต หันกลับมาใช้ตำรา
เดลิเมล์ - Nick Gibb รมต.กระทรวงปฏิรูปโรงเรียน อังกฤษ กล่าวว่าโรงเรียนทุกระดับชั้นต้องหันกลับมาเอาตำราเรียนเป็นสื่อหลักในการเรียนการสอน แทนที่ชีทและอินเตอร์เน็ต เพราะจากการศึกษาของ Cambridge พบว่าประเทศที่มีประสิทธิภาพการศึกษาดีใช้ตำราเป็นสื่อหลัก เช่น ฟินแลนด์ และสิงคโปร์ ครูคณิตศาสตร์ใช้ตำราเป็นหลักถึง 90% และ 70% ตามลำดับ แต่ครูในอังกฤษใช้ตำราแค่ 10% หากเป็นเช่นนี้ระบบการศึกษาอังกฤษจะตกต่ำไปเรื่อยๆ ผลวิจัยชี้ว่าตำราคุณภาพดีมีผลต่อประสิทธิภาพการเรียน
แทบเล็ต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทดสอบหางบเพิ่มหรือพี่
กระบือ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จบวิศวะคอม วิดยาคอม ไอที เป็นครูสอนคอมไม่ได้

ต้องจบโน่น คอมพิวเตอร์ศึกษา ราดพัด ถึงจะเป็นครูสอนคอมในโรงเรียนได้
คะแนนติดดิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เด็กในหลายพื้นที่ บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลย เด็กบางคนยังต้องทำงานเลี้ยงพ่อแม่ที่ป่วย
ได้โปรดอย่าพูดถึงเรื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญญาของ ดร. ใน สสวท. วิเคราะห์ได้แค่นี้เหรอ..? อบรมๆๆๆๆ
ข้อมูลระบุว่าที่บ้านเด็กไม่มีคอมพิวเตอร์ โรงเรียนไม่มีคอมพิวเตอร์
อบรมครูแล้วจะให้สอนคอมฯ อย่างไร
ไม่ต้องอบรม ผมเก่งคอม เก่ง ICT แต่ไม่มีอุปกรณ์สอนนักเรียน
ครูใหญ่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตั้งแต่มีโอกาสอบรมครู และผู้บริหารการศึกษาทำให้เข้าใจมากขึ้นถึงสาเหตุที่การศึกษาไทยอ่อนเหลวกว่าชาติใดๆในภูมิภาคเดียวกัน เรามีคนที่ดีแต่พูด สร้างภาพ สมองกรวง และชเลียกันเป็นขั้นๆเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมาเป็นแม่พิมพ์ของชาติ
หมดศรัทธาระบบการศึกษาไทยและเห็นจุดจบของชาติไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องดูเจาะให้ลึกว่าคนพวกนี้เป็นใคร เรียนจบอะไรมา ไอคิวสูงแค่ไหน รุ่นพ่อผมครูจบอักษรจุฬา จบวิทยาศาสตร์จุฬา
เดี๋ยวนี้เป็นไง
 
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันจะเก่งได้ไงในเมื่อมันอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกค่อนประเทศ ความรู้ด้านเทคโนโลยีมันมาจากต่างประเทศเมื่ออ่านไม่ออกทั้งครูทั้งนักเรียนจะเก่งได้อย่างไร?
ภาษาอังกฤษมีส่วนสำคัญมาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จุดนี้ต้องชมแนวคิดของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นอ่อนภาษาอังกฤษ
แต่จ้างนักวิชาการแปลตำราฝรั่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วขายให้นักเรียนถูกๆ
นักเรียนจึงสามารถศึกษาวิชาการฝรั่ง ได้โดยไม่ต้องเก่งภาษาอังกฤษ

แต่ก็มีจุดเสียบ้าง
- ทำให้เด็กญี่ปุ่น ยังคงอ่อนภาษาอังกฤษต่อไป
- บทความวิจัยใหม่ๆ ล้วนเป็นภาษาอังกฤษ
ถ้าอ่านแต่ตำราภาษาญี่ปุ่น ก็จะ update ความรู้ไม่ทันโลก
ผู้บริหารไทยไปดูงาน เที่ยวแต่ดิสนี่ย์โตเกียว
 
ความคิดเห็นที่ 9 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศไทยปฏิรูปการศึกษามาหลายรอบแล้ว แต่ละรอบผู้ได้ประโชชน์คือ ผู้บริหาร และครูผู้สอน เพราะมีการแต่งตั้งตำแหน่งให้สูงขึ้น หาวิธีเพิ่มเงินเดือนและค่าตอบแทนให้มากขึ้น ให้ครูทำผลงานแบบเอาเป็นเอาตาย เป็นเหตุให้ครูเอาเวลาไปทำผลงานหลอก ๆ โดยปล่อยให้นักเรียน "คิดเอง ทำเอง เรียนเอง" ไปตามประสาเด็ก เมื่อเด็กไม่รู้วิชาการ หลังเลิกเรียน วันเสาร์-อาทิตย์ครูก็จัดสอนพิเศษ ครูมีแต่ได้กับได้ แต่เด็กไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
อนึ่ง การให้ครูลาคลอด ลาป่วยได้นานถึง 90 วัน 120 วันลากิจได้ 45 วัน ทำให้ห้องเรียนขาดครูสอน โดยที่ทางราชการไม่ส่งครูไปแทนแต่อย่างใด
ครูมีสิทธิ์ย้าย เมื่อครูคนหนึ่งย้ายไปแล้ว รอนานมากกว่าจะมีครูคนใหม่มาแทน ทำให้ขาดครูสอนเด็ก
เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้เด็กมีผลการเรียนต่ำทั้งสิ้น
ครูไทยคนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คงหาคนเข้ามาอ่านตรงนี้ได้ยากและมีน้อยเพราะตามความจริงที่คุณภาพการศึกษาไทย "ต่ำ"
...และใครวะ...เอากลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ซึ่งแปลว่านักคำนวณ ไปไว้หลังป่าช้า ...เอาไปห้อยท้ายหลังกลุ่มการงานอาชีพซึ่ง...เจ้าหอยที่คิดได้ตามนี้คงแค่มีความรู้แค่หางอึ่งจึงนำวิชาคอมพิวเตอร์เป็นเพียงเครื่องมือรับจ้างพิมพ์รายงานเท่านั้น...ความรอบรู้ในความคิดต่ำตามนั้นจริงๆ น่าเสียดาย...ส่วนครูคอมพิวเตอร์ใหม่ๆก็ไม่ได้เก่งคณิตศาสตร์นะคะ ได้แค่มืดๆมัวๆ การศึกษาไทยจึงหันรีหันขวางลงเหวตลอด...และตอนนี้ที่อันตรายก็คือผู้บริหาร(ทีมกระสือ)เข้ามาเปลี่ยนเงินพัฒนา ICT ที่มีมูลค่าสูง...ให้กลายเป็นตังค์ทอนของพวกมันหมดเกลี้ยง...แสบสุดสุด
ทำตกใสเอาทำมะมาบังหน้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ครูเดี๋ยวนี้เขาแข่งกันมีรถเบนซ์ ว่าใครจะมีก่อนกัน ใครมีดีกว่า ในห้องไม่สอน ให้ไปเรียนกวดวิชาที่บ้านกับครูไม่งั้นสอบไม่ผ่าน ถามเด็กๆดูได้ครับ ในห้องเขาไม่สอนกันหรอก
หมดแล้วประเทศไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้ที่คุณว่ามันก็มี แต่มันเป็นส่วนน้อย อย่าเหมารวม
ครูดีมีมากมาย
 
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยอ่านจากที่ไหนไม่รู้ " I hate school, but I like education."
*-*
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมสอนได้นะ นิดๆหน่อยๆ เรียนเพิ่มก็สอนได้อีก
แล้วที่ บรรจุเป็นข้าราชการครู วันๆเขาทำอะไร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปเลย ทำไปเลยอย่ามัวแต่โวประเทศชาติต้องการคนแบบคุณ ....แต่ต้องสอบบรรจุให้ได้ก่อนนะ
คห.5 จอมโว
 
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โง่ทุกวิชา ทุกระดับ
ไม่ใช่โง่แต่เด็ก ครู-อาจารย์ ตั้งแต่ประถม-มหาวิทยาลัยก็โง่
ประเทศโง่กว่าเขมร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รมต.อังกฤษสั่งโรงเรียน เลิกใช้แทบเล็ต หันกลับมาใช้ตำรา
เดลิเมล์ - Nick Gibb รมต.กระทรวงปฏิรูปโรงเรียน อังกฤษ กล่าวว่าโรงเรียนทุกระดับชั้นต้องหันกลับมาเอาตำราเรียนเป็นสื่อหลักในการเรียนการสอน แทนที่ชีทและอินเตอร์เน็ต เพราะจากการศึกษาของ Cambridge พบว่าประเทศที่มีประสิทธิภาพการศึกษาดีใช้ตำราเป็นสื่อหลัก เช่น ฟินแลนด์ และสิงคโปร์ ครูคณิตศาสตร์ใช้ตำราเป็นหลักถึง 90% และ 70% ตามลำดับ แต่ครูในอังกฤษใช้ตำราแค่ 10% หากเป็นเช่นนี้ระบบการศึกษาอังกฤษจะตกต่ำไปเรื่อยๆ ผลวิจัยชี้ว่าตำราคุณภาพดีมีผลต่อประสิทธิภาพการเรียน
แทบเล็ต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศควายซื้อแท็ปเล็ตแจกเด็ก
มันคงคิดว่าวิเศษสุด...พวกนักการเมือง+นักการศึกษาที่มีอำนาจหน้าที่ แต่ความรู้ความคิดแค่ "หางอึ่ง"
อนาถ
 
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่ามาว่าเด็กไทยเลย
รมต เองก็โง่กว่าเด็กไทย
พัฒนาตัวเองก่อนเหอะ ไม่ต้องไปห่วงเด็กหรอก เขาเก่งกว่ามรึงแน่นอน
PSP
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แน่จริงมาแข่งเฟซบุ๊ก ไลน์ เกมส์ออนไลน์ เด่ะ
เด็กไทยสู้ไม่ถอย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เด็กไทยเป็นได้แค่ "ติ่ง" เศษหำความคิดชาติอื่น...
โดยเฉลี่ย
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014