หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | สุขภาพ
สุขภาพ ข่าว

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เด็กไทยฉลาด/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มิถุนายน 2556 13:32 น.
       แทบไม่น่าเชื่อว่า หากเด็กได้รับปริมาณสารเกลือแร่ไม่เพียงพอจะทำให้มีไอคิว และคะแนนการอ่านที่ต่ำกว่าปกติได้ จากการศึกษาวิจัยที่เพิ่งค้นพบเร็วๆ นี้ กล่าวว่า การได้รับเกลือแร่ที่ไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่ทำให้สมองของเด็กถูกทำลาย และอาจส่งผลให้สูญเสียชีวิตได้ งานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าสารไอโอดีน คือเกลือที่อยู่ในครัวบ้านเราจะทำให้เราฉลาดขึ้น และมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์และทารก โดยงานวิจัยกล่าวอีกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูกและทำให้เด็กมีไอคิวต่ำอีกด้วย

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เด็กไทยฉลาด/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
       งานวิจัยนี้ทำในประเทศอังกฤษและลงพิมพ์ในนิตยสาร LANCET พบว่าคุณแม่และเด็กมากกว่า 1,000 คน ซึ่งในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ และได้รับปริมาณเกลือแร่ที่ไม่เพียงพอ (ดูจากผลการตรวจปัสสาวะ) เมื่อเด็กอายุ 8 ขวบจะมีคะแนนทางภาษาต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และมีคะแนนการอ่านที่ต่ำกว่าปกติเมื่ออายุ 9 ขวบ
       
       นอกจากนี้แล้วยังมีงานวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย จากมหาวิทยาลัย Tasmania ยืนยันตรงกันว่าสารไอโอดีนส่งผลต่อทารกในครรภ์ และหลังจากคลอดออกมาด้วย
       
       การได้รับสารไอโอดีนจะทำให้ IQ ของเด็กเพิ่มขึ้นถึง 17 จุด จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตัน พบว่าโดยปกติคุณแม่ตั้งครรภ์จะการได้รับปริมาณสารไอโอดีนที่ไม่เพียงพอในช่วงการตั้งครรภ์ในไตรมาส 1 และ 2 และจะส่งผลที่เป็นอันตรายกับเด็ก มีเด็กทารกที่เกิดประมาณ 38 ล้านคนทั่วโลก และหากได้รับผลกระทบจากการขาดสารไอโอดีนนี้ จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย
       จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็ก
       
       -ร่างกายต้องการสารไอโอดีนในปริมาณเท่าไหร่
       องค์การด้านสุขภาพ (ODS) แนะนำให้ผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่มีอายุ 14 ปีขึ้นไปต้องได้รับในปริมาณ 150 ไมโครกรัม (150 MCG) ต่อวัน และในเด็กที่ต่ำกว่านั้นต้องการ 90-120 ไมโครกรัมขึ้นอยู่กับอายุ ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการ 220 ไมโครกรัมต่อวันและต้องการ 290 ไมโครกรัมต่อวัน ในขณะให้นมลูก เป็นสิ่งจำเป็นที่ร่างกายต้องกายสารไอโอดีน เพราะไอโอดีนเป็นสารที่จำเป็นต่อต่อมไทรอยด์ ซึ่งช่วยในการไหลเวียนของโลหิตและการการทำงานอย่างเป็นปกติของตัวอ่อนในครรภ์
       
       -เราจะหาสารไอโอดีนได้จากไหน
       เพราะว่าร่างกายไม่สามารถผลิตสารไอโอดีนออกมาได้ ดังนั้นอาหารที่เรารับประทานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การทานยาหรืออาหารเสริมอาจทำให้ร่างกายได้รับสารไอโอดีนมากเกินความจำเป็นและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นเราสามารถหาสารไอโอดีนได้ง่ายๆ จาก

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เด็กไทยฉลาด/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
       1.อาหารทะเล ปลาทะเล (ปลาคอด ปลาทูน่า) สาหร่าย กุ้ง หรืออาหารทะเลอื่นๆที่เป็นแหล่งของสารไอโอดีน
       2.ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ไข่แดง นม เนย เพราะผลิตภัณฑ์จากนมมีปริมาณเกลือแร่ที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่น เนื่องจากไก่และหมู ได้รับสารไอโอดีนจากอาหารที่เลี้ยง (ข้อมูลจาก Medscape) อย่างไรก็ดีจากการศึกษาใหม่พบว่านมปลอดสารพิษจะมีสารไอโอดีนน้อยกว่านมปกติ 40%
       3.แป้งสาลี เช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวซ้อมมือ ต่างๆ เป็นต้น
       4.ผักและผลไม้
       5.เกลือไอโอดีน ในการปรุงอาหาร
       
       เกลือเป็นสารอาหารที่มีคุณค่า และการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเพียงจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ เหมือนคำกล่าวที่ว่า YOU ARE WHAT YOU EAT กินอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ
       
       ข้อมูลอ้างอิง
       http://health.yahoo.net/experts/dayinhealth/five-cent-mineral-makes-kids-smarter

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ระวัง! อึนกแหล่งเพาะเชื้อราสุดอันตราย แค่หายใจก็เสี่ยงติดเชื้อ
“โรคเนื้อเน่า” เหตุไม่รักษาแผล จนติดเชื้อแบคทีเรีย
ยันกินปลาได้ตามปกติ แม้มีแบคทีเรียกินเนื้อคน แต่ต้องทำให้สุก
เสี่ยงมะเร็ง! แฉขบวนการฟอกน้ำมันเก่าลงขวดใหม่ ก๊อบยี่ห้อดัง ขายตามตลาดนัด
รางวัล R2R ดีเด่น ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงบริการ แก้ปัญหาสุขภาพ-งานประจำ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
86 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
14 %
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
You are what you eat !
yes
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014