จ่อปรับระบบจัดซื้อยาใหม่ ตั้ง คกก.ต่อรองราคายาระดับชาติ ทำหน้าที่แทน สปสช.

โดย MGR Online   
20 เมษายน 2560 16:50 น. (แก้ไขล่าสุด 20 เมษายน 2560 17:33 น.)
จ่อปรับระบบจัดซื้อยาใหม่ ตั้ง คกก.ต่อรองราคายาระดับชาติ ทำหน้าที่แทน สปสช.
        กลุ่มพิทักษ์สิทธิพลเมือง จัดแคมเปญล่ารายชื่อผ่าน Change.org ขอ สปสช. ยกเลิกบทบาททับซ้อน สธ. ชี้ ทำระบบสุขภาพเสียหาย ด้าน รมว.สธ. จ่อปรับระบบจัดซื้อยาใหม่ ตั้ง คกก. ต่อรองราคายาระดับชาติทำหน้าที่ต่อรองราคายาแทน สปสช. ขณะที่ สพศท. เสนอแก้ปัญหา รพ.ขาดทุนระยะยาว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพิทักษ์สิทธิพลเมืองได้มีการสร้างแคมเปญผ่านเว็บไซต์ https://www.change.org เรื่อง เพื่อสุขภาพของผู้ใช้สิทธิบัตรทองขอให้ สปสช. ยกเลิกบทบาทที่ทับซ้อนกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเชิญชวนให้คนไทยร่วมลงชื่อ โดยระบุว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ออกระเบียบในการบันทึกเวชระเบียน (ประวัติการรักษาผู้ป่วย) จัดซื้อยา และโครงการย่อย ที่ทำให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นการรักษาแบบเหมาโหล พฤติกรรมดังกล่าว นับว่า ขาดธรรมาภิบาล ส่งผลเสียหายต่อชีวิตและสุขภาพประชาชน ทำลายคุณภาพมาตรฐานการแพทย์ไทย ทำให้แพทย์ไทยและบุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักจนหมดสภาพ และทำให้โรงพยาบาลของรัฐที่ต้องรักษาผู้ป่วยบัตรทองประสบภาวะขาดทุนมากมายหลายร้อยโรงพยาบาล
       
       สิ่งที่เรียกร้อง ขอให้รัฐบาลรักษาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดย 1. ยกเลิกบทบาทของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ทับซ้อนกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 2. ยกเลิกระเบียบในการบันทึกเวชระเบียน (ประวัติการรักษาผู้ป่วย) จัดซื้อยา และโครงการย่อย ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ทำให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นการรักษาแบบเหมาโหล 3. ยกเลิกโครงการย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้โดยตรง และ 4. ออกมาตรการลงโทษการกระทำที่ผิดทั้งกฎหมายและผิดธรรมาภิบาลนี้
       
       วันนี้ (20 เม.ย.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะเพิ่งทราบเรื่อง ปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนไม่ได้เกี่ยวกับ สปสช. คิดว่าเป็นเรื่องของงบประมาณที่ลงมาไม่พอเพียงแค่นั้นเอง ส่วนเงินงบประมาณกลางที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกว่า 5 พันล้านบาทนั้น ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังร่วมมือกันเต็มที่ คิดว่า จะต้องกระจายให้เร็วที่สุด ถ้าทำได้ภายในเดือนนี้ก็จะทำภายในเดือนนี้ ตอนนี้ทุกคนเตรียมตัวหมดแล้ว
       
       นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า คิดว่า ตอนนี้ ทั้ง สธ. และ สปสช. ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ก็คอยดูผลที่ออกมา ผลเดิมที่เกิดขึ้น กับผลที่ออกมา ณ วันนี้ คิดว่ามีความแตกต่างกันในความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานซึ่งทำประโยชน์เพื่อประชาชนเหมือนกัน ดังนั้น คิดว่า ให้ข้อมูลกันดีกว่าที่จะไปโจมตีกัน และสร้างสิ่งดีๆ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนแทนที่จะมีแต่ความขัดแย้ง ทั้งนี้ ทุกคนอยากให้ระบบสุขภาพของประเทศดีที่สุด ทุกคนมีความเห็นก็ต้องฟังซึ่งกันและกัน เมื่อเอามารวมก็จะเกิดสิ่งที่ดีขึ้นกับประเทศ ไม่ใช้ความเห็นส่วนตัว ส่วนเรื่องกองทุนย่อยตอนนี้ก็มีหลายอย่างที่มีการยกเลิกไปแล้ว และความจริงมีไม่กี่กองทุน ส่วนเรื่องการยกเลิกบทบาทของ สปสช. ที่ทับซ้อนกับ สธ. นั้น พยายามปรับเปลี่ยนอยู่แล้ว ยกตัวอย่างการจัดซื้อยานั้น ภายในงบประมาณหน้าก็จะเลิก ทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบที่ควรจะเป็นไปโดยมีคณะกรรมการต่อรองราคายา” รมว.สธ. กล่าว
       
       “ปีงบประมาณนี้ทำไปแล้วก็ทำไป แต่ปีงบประมาณใหม่จะมีคณะกรรมการต่อรองราคายาระดับชาติซึ่งตั้งโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบยา ที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นประธาน ก็ทำหน้าที่ในการต่อรอง โดยผู้ที่มีหน้าที่ซื้อก็จะทำหน้าที่ซื้อ ส่วน สปสช. ที่เคยทำหน้าที่ซื้ออยู่เพราะมีระบบบริหารจัดการที่ทำให้ซื้อได้ราคาถูกนั้น ก็ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ซื้อทำหน้าที่ซื้อ และต้องซื้อในราคาที่ไม่แพงกว่าเดิม ต้องถึงมือประชาชนเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม นี่คือหลักการที่เราให้ไว้ ในปีงบประมาณใหม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน” รมว.สธ. กล่าว
       
       ด้าน นพ.ประดิษฐ์ ไชยบุตร ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า การจัดสรรงบกลางปี 5 พันล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหา รพ. ขาดสภาพคล่อง อยากให้ผู้บริหารกำชับผอ.รพ. ทุกแห่งในการให้ความสำคัญกับบุคลากรในเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนตามผลปฏิบัติงาน (พีฟอร์พี) ด้วย ซึ่ง สธ. จะจัดสรรให้ รพ. ไปจ่ายค่าตอบแทนพีฟอร์พี 1,000 ล้านบาทนั้น ก็น่าจะช่วยได้ ส่วนระยะยาวจะทำอย่างไรให้ยั่งยืน คือ 1. ต้องปรับระบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างเรื่องการจัดสรรเงิน 3 กองทุนสุขภาพภาครัฐ โดยเฉพาะงบบัตรทอง สธ. กับ สปสช. ต้องหารือกันว่าจะจัดสรรงบอย่างไรให้รายได้ที่เข้ามา รพ. ใกล้เคียงกับรายจ่ายมากที่สุด และ 2. เปิดโอกาสให้ รพ. หารายได้เพิ่มเติม ซึ่งนอกเหนือจากการเปิดให้บริการนอกเวลาแล้ว สธ. อาจเสนอให้มีการปรับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในเรื่องการจัดซื้อยา หรือวัสดุในหลายระดับ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยที่สามารถจ่ายเองจ่ายเพิ่มได้ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่มองว่าเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่มีความสามารถในการจ่ายและต้องการสิ่งที่เขาคิดว่าดีกว่าสำหรับตัวเอง ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถทำได้ใน รพ.รัฐ เงินที่เข้ามาก็ต้องเข้าเงินบำรุงอยู่แล้ว ซึ่งมีระเบียบเงินบำรุงอยู่ สามารถตรวจสอบได้ ผลดี คือ ประชาชนมีทางเลือก โรงพยาบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น และเอาเงินมาพัฒนาการดูแลรักษาประชาชนให้ดียิ่งขึ้นได้
       
       นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. กล่าวว่า สำหรับการจัดแก้ระเบียบพัสดุตามข้อเสนอนั้น จริงๆ ในเรื่องการจัดซื้อยา จะมีคณะกรรมการจัดซื้อยาของหน่วยบริการแต่ละแห่ง เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว ว่า ต้องใช้ยาในกลุ่มยาบัญชียาหลักอย่างไรบ้าง การจะไปซื้อยานอกบัญชียาหลัก จะเป็นการสิ้นเปลือง และเป็นการใช้ยาไม่สมเหตุสมผลมากกว่า

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017