สบส.รอผลตรวจถังไนโตรเจนเป็น “อสุจิ-ไข่-ตัวอ่อน” จริงหรือไม่ ก่อนสาวถึงเจ้าของ-เอเยนซี-คลินิก

โดย MGR Online   
21 เมษายน 2560 15:00 น. (แก้ไขล่าสุด 21 เมษายน 2560 17:24 น.)
สบส.รอผลตรวจถังไนโตรเจนเป็น “อสุจิ-ไข่-ตัวอ่อน” จริงหรือไม่ ก่อนสาวถึงเจ้าของ-เอเยนซี-คลินิก
        สบส. ลงตรวจคลินิกย่านเพลินจิต - ปทุมวัน หลังถูกอ้างพัวพันขน “อสุจิ” ข้ามประเทศ ชี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยง ต้องรอผลตรวจสิ่งของในถังไนโตรเจนก่อน เป็น “อสุจิ - ไข่ - ตัวอ่อน” จริงหรือไม่ ย้ำหากใช่เอาผิดคนนำออก พร้อมสาวถึงเจ้าของ - คลินิก - เอเยนซี ไม่ฟันธงทำอุ้มบุญต่างประเทศ แต่มีความเป็นไปได้ แพทยสภาพร้อมฟัน “หมอ” หากพบเกี่ยวข้องจริง
       
       จากกรณีด่านศุลกากรหนองคายและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ร่วมกันจับกุมชายหนุ่มลอบขนถังไนโตรเจน ซึ่งภายในบรรจุหลอดใส่อสุจิ 6 หลอด ได้ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพ ไทย - ลาว เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายยู ลูกครึ่งไทย - ญี่ปุ่น ให้มาถังไนโตรเจนหมุนเวียนจากคลินิกใน กทม. 4 แห่ง เพื่อนำไปส่งให้คลินิกในลาว
       
       วันนี้ (21 เม.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ สบส. และเจ้าหน้าที่ สบส. ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบคลินิกด้านการช่วยเจริญพันธุ์ย่านเพลินจิตและปทุมวัน หลังผู้ถูกจับกุมอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนถังไนโตรเจน
       
       นพ.ธงชัย กล่าวว่า เมื่อมีการอ้างชื่อ สบส. จึงลงพื้นที่มาตรวจสอบมาตรฐานคลินิก ซึ่งก็ยังไม่ได้พบความผิดใดๆ ซึ่งในส่วนของคลินิกย่านเพลินจิตนั้น ก็พบว่า มีการขึ้นทะเบียนถูกต้องและมีมาตรฐานในการเก็บน้ำเชื้ออสุจิ และยังไม่พบความเชื่อมโยงกับกรณีที่หนองคาย แต่จากการหารือกับแพทย์ประจำคลินิกแจ้งว่า ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
       
       เมื่อถามว่า การเข้าตรวจสอบอาจทำให้มีการเคลื่อนย้ายหลักฐานที่เชื่อมโยงกันหรือไม่ นพ.ธงชัย กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่ จ.หนองคาย ซึ่งต้องรอการตรวจสอบสิ่งที่บรรจุในถังไนโตรเจนก่อนว่า เป็นอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าใช่ แน่นอนว่า ผู้ที่นำออกจากประเทศถือว่ามีความผิดทันที ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีชข่วยการเจริญพันธุ์ พ.ศ. 2558 หรือ พ.ร.บ. อุ้มบุญ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนั้นจึงค่อยมาดูหลักฐานที่มีอยู่เชื่อมโยงไปถึงคนกลาง เอเยนซี ผู้ว่าจ้าง หรือสถานพยาบาลหรือไม่
       
       “ยอมรับว่า การตรวจสอบไม่ใช่เรื่องง่ายว่า อสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน นั้น เป็นของใคร และมีการซื้อขายจริงหรือไม่ แต่หากพบว่า คนกลางมีการรับผลประโยชน์ หรือชี้ช่องทางให้มีการตั้งครรภ์แทน อย่างกรณีที่เกิดขึ้นมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลที่เรียกว่า คุณยู ก็ต้องมาตรวจสอบว่าเป็นตัวแทนในการจัดส่งเรื่องนี้หรือไม่ หรือเป็นเอเยนซี ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. อุ้มบุญ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากมีการโยงมาถึงสถานพยาบาล ก็จะตรวจสอบว่าทำตามกฎหมายและทำตามมาตรฐานหรือไม่ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนย้ายถังไนโตรเจนบรรจุอสุจิเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเป็นการนำออกไปเพื่อทำอุ้มบุญยังต่างประเทศ เพราะไทยมีกฎหมายเข้มงวด นพ.ธงชัย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ แต่กฎหมายก็ระบุไว้แล้วว่า ไม่สามารถนำไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อนออกนอกประเทศ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังไม่มีกฎหมายลักษณะนี้ จะมีก็เพียงแค่จีนและสิงคโปร์ และอาจเพราะไทยมีศักยภาพในเรื่องเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มากกว่า อย่างไรก็ตาม กรณีที่หนองคายยังไม่ทราบว่าเป็นการนำอสุจิไปทำอุ้มบุญจริงหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ถังไนโตรเจนเป็นเชื้ออสุจิ
       
       ด้าน ทพ.อาคม กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอหลักฐานจากทางพื้นที่ก่อนว่า เป็นอสุจิ ไข่ ตัวอ่อนหรือเป็นอะไร ซึ่งขณะนี้มีการส่งไปตรวจสอบที่ขอนแก่น ซึ่งหากพบว่าเป็นหนึ่งใน 3 อย่าง ก็จะส่งหลักฐานต่อมายัง สบส. เพื่อตรวจสอบหาต้นทางที่ส่งไป ซึ่งสามารถดูได้จากโอพีดีการ์ดในถังไนโตรเจน ซึ่งจะระบุชื่อเจ้าของ มารักษาด้วยอาการอะไร ช่วงไหน เวลาไหน และทราบว่าเป็นคลินิกไหน ก็จะทำให้เข้าไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไปได้
       
       ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าในถังไนโตรเจนเป็นอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน หรือไม่ หากตรวจพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงถือว่าผิดกฎหมาย แพทย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดนแน่นอน ซึ่งนอกจากผิดกฎหมายแล้วก็จะผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพด้วย อาจจะต้องเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
       
       เมื่อถามว่า มีข้อมูลปรากฏว่าเคยมีคลินิกที่เคยทำผิดเกี่ยวกับการทำอุ้มบุญมาก่อนด้วยถือว่าโทษต้องรุนแรงขึ้นหรือไม่ นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าทำผิดแม้ครั้งเดียวก็ผิด เป็นการเจตนา จงใจกระทำผิด ก็ถือว่าเป็นโทษร้ายแรง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังต้องมีการตรวจสอบก่อน
       
       นพ.สมชายโชติ ปิยวัชว์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า สบส.ได้แจ้งว่าให้ทำการส่งถังไนโตรเจนไปตรวจกับทางโรงพยาบาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น แทนที่จะส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เนื่องจากโรงพยาบาลขอนแก่น ใกล้กว่าและมีเครื่องมือที่สามารถทำการตรวจได้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการขนส่งถังไนโตรเจนไปให้กับโรงพยาบาลขอนแก่น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะทราบผลตรวจภายใน 1 สัปดาห์

สบส.รอผลตรวจถังไนโตรเจนเป็น “อสุจิ-ไข่-ตัวอ่อน” จริงหรือไม่ ก่อนสาวถึงเจ้าของ-เอเยนซี-คลินิก
       

สบส.รอผลตรวจถังไนโตรเจนเป็น “อสุจิ-ไข่-ตัวอ่อน” จริงหรือไม่ ก่อนสาวถึงเจ้าของ-เอเยนซี-คลินิก
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ระดมแพทย์เชี่ยวชาญกว่า 200 ชีวิต จัดหน่วยแพทย์อาสารักษา “โรคซับซ้อน” ฟรี เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๑๐
สงกรานต์พบ “ธุรกิจเบียร์” ครองแชมป์ทำผิด กม.ร้องร่วมรับผิดชอบสถิติเจ็บตาย
ศูนย์ซูพีเรียฯ รับของกลางลอบขน “อสุจิ” ข้ามชาติ เป็นของคลินิก แจงเจ้าของส่งตัวแทนมาถอนออกไป
ร้อนนี้ระวัง! เด็กติดเชื้อไวรัส “หูดข้าวสุก” ง่าย แกะเกาทำบวม อักเสบ
เทศบาลนครรังสิต จัดระบบดูแลผู้สูงอายุครบวงจร
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017