ที่สุดแห่ง "โนเบล" ตระกูล "กูรี" เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ

โดย MGR Online   
8 ตุลาคม 2552 15:11 น.
ที่สุดแห่ง โนเบล ตระกูล กูรี เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ
รูปปั้นอัลเฟรด โนเบลผู้ก่อตั้งมูลนิธิรางวัลโนเบล
        updated - ฤดูกาลแห่งการประกาศผลรางวัลโนเบลประจำปี 2009 เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา และประกาศไปแล้ว 3 สาขาทางด้านวิทยาศาสตร์คือ สรีรศาสตร์หรือการแพทย์, ฟิสิกส์ และ เคมี ส่วนเย็นนี้จะเป็นสาขาวรรณกรรม เริ่มเข้าสู่ด้านสังคมศาสตร์ ตามมาด้วยสาขาสันติภาพ (ที่มีผู้คนลุ้นมากที่สุด) ในเย็นวันศุกร์ และสาขาเศรษฐศาสตร์ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
       
       ขั้นเวลารอการประกาศผลรางวัลที่เหลือ ด้วยสถิติที่น่าสนใจนับแต่มีการมอบรางวัลโนเบลมาตั้งแต่ปี 1901 ตอนนี้มีผู้ที่ได้รับรางวัลไปแล้วมากกว่า 800 คน (และองค์กร) ซึ่งก็ความเป็น “ที่สุด” ที่น่าจดจำดังนี้
       
       อ่อนสุดแค่ 25 ก็รับได้ แก่สุด 90 ปีก็รับไหว
       
       ลอเรนซ์ บรากก์ ได้รับโนเบลในสาขาฟิสิกส์เมื่อปี 1915 ขณะอายุเพียง 25 ปี ถือเป็นผู้ได้รับรางวัลที่มีอายุน้อยสุด ผลงานที่นำเขาไปสู่ทำเนียบผู้ทรงเกียรติคือ การวิเคราะห์โครงสร้างผลึกโดยใช้รังสีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นการศึกษาร่วมกับ เซอร์เฮนรี บรากก์ ผู้เป็นบิดาและได้รับรางวัลนี้ร่วมกัน
       

       ส่วนผู้ได้รับรางวัลมีอายุน้อยสุดในแต่ละสาขานั้น อย่างในสาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของสถิติคือ เคนเนธ แอร์โรว์ ที่ได้รับรางวัลขณะอายุ 51 ปี นอกจากนี้มีผู้ที่ได้รับโนเบลขณะอายุไม่เกิน 35 ปีทั้งหมด 11 คน เป็นผู้ที่อยู่ในสาขาฟิสิกส์ 8 คน และในสาขาสรีรศาสตร์และการแพทย์อีก 3 คน
       
       ขณะที่เลโอนิด เฮอร์วิกซ์ คือผู้ที่มีอายุสูงสุดขณะได้รับรางวัลคืออายุ 90 ปี โดยได้รับรางวัลในสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2007
       
       อีกทั้งก่อนหน้านี้ผู้ครองตำแหน่งอาวุโสสุดคือ เรย์มอนด์ เดวิส จูเนียรส์ รับรางวัลในสาขาฟิสิกส์ในปี 2002 ตอนอายุ 88 ปี ในฐานะเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากการตรวจจับอนุภาค "นิวทริโน" ในอวกาศ ร่วมกับ มาซาโตชิ โคชิบา นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น และหลังจากขึ้นแท่นเป็นนักฟิสิกส์โนเบลที่แก่ที่สุดได้เพียงไม่ 4 ปี เรย์มอนด์ก็เสียชีวิตลง
       
       ขึ้นรับรางวัลบ่อยสุด
       
       แม้ว่าโนเบลจะเป็นสุดยอดเกียรติยศแห่งวงวิชาการแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ที่มีความสามารถได้รับโนเบลถึง 2 ครั้งในชีวิตถึง 4 คนและอีก 2 องค์กรดว้ยกัน
       
       เริ่มที่มารี กูรี ได้รับรางวัลในสาขาฟิสิกส์เมื่อปี 1903 (ร่วมกับอองตวน อองรี แบกเกอแรล และ ปิแยร์ กูรี ผู้เป็นสามี) จากการศึกษากัมมันตภาพรังสี และได้รับโนเบลในสาขาเคมีเมื่อปี 1911 จากการค้นพบธาตุเรเดียมและโพโลเนียมร่วมกับปิแยร์ กูรี ผู้เป็นสามี (แต่ปิแยร์เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปเมื่อปี 1906 จึงไม่มีสิทธิรับรางวัล)
       
       ขณะที่ จอห์น บาร์ดีน ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2 ครั้ง คือในปี 1956 และปี 1972, ลีนุส คาร์ล พอลลิง ได้รับโนเบลสาขาเคมีในปี 1954 และ ได้รับโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1962 และเฟรดเดอริก แซงเงอร์ ได้รับโนเบลสาขาเคมี 2 ครั้ง คือในปี 1958 และปี 1980
       
       ส่วนสภากาชาดสากล เป็นองค์กรที่ได้รับโนเบลบ่อยที่สุดโดยได้รับโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1917, 1944 และ 1963 ขณะที่สำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) ได้รับโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1954 และปี 1981
       
       "กูรี" ตระกูลแห่ง "โนเบล"
       
       ในบรรดาผู้รับรางวัลทั้งหมดดูเหมือนว่าครอบครัว “กูรี” จะได้รับรางวัลบ่อยสุด เมื่อคลี่รายชื่อผู้ได้รับโนเบลก็จะเห็นความสัมพันธ์ว่า ปิแยร์ กูรี ควงคู่ มารี กูรี ขึ้นรับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1903 และต่อมา อีแรน โฌลิออต-กูรี ควงคู่สามี เฟรเดริก โฌลิออต ขึ้นรับโนเบลเคมีในปี 1935
       
       นอกจากครอบครัวโนเบลอย่างกูรีแล้ว ก็ยังมีสมีภรรยาอีกคู่คือ คาร์ล คอรี ควงคู่ภรรยา เกอร์ที คอรี ขึ้นรับโนเบลแพทย์ในปี 1947
       
       อย่างในปี 2006 ก็เป็นที่ฮือฮากับตระกูล "คอร์นเบิร์ก" ที่โรเจอร์ คอนเบิร์กได้รับโนเบลแพทย์ตามรอยผู้พ่อในสาขาเดียวกัน อาเธอร์ คอนเบิร์กในปี 1959
       
       ในส่วนของครอบครัวพ่อ-แม่ และลูก ที่ได้รับโนเบลนั้นมีอีก 6 คู่คือ อีแรน โฌลิออต-กูรี ซึ่งรับโนเบลเคมีในปี 1935 เป็นลูกสาวของ ปิแยร์ กูรี และ มารี กูรี, เซอร์ เฮนรี บรากก์ กับลูกชายลอเรนซ์ บรากก์ ได้รับโนเบลฟิสิกส์พร้อมกันในปี 1915
       
       นีลส์ บอห์ร ได้รับโนเบลฟิสิกส์เมื่อปี 1922 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ลูกชายเกิด และ อาก นีลส์ บอห์ร ลูกชายคนดังกล่าวก็ได้รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1975, ฮานส์ ฟอน ออยเลอร์ เชลปิน ได้รับโนเบลเคมีในปี 1929 ส่วนลูกชายเขาคือ อูล์ฟ ฟอน ออยเลอร์ ได้รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1970
       
       มันเน ซีกบาห์น ได้รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1924 ส่วน ไค ซีกบาห์น ผู้เป็นลูกชายได้รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1981 และ เจ เจ ทอมสัน ได้รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1906 ส่วนลูกชายคือ จอร์จ ทอมสัน รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1937
       
       นอกจากนี้ ยังมีคู่หูพี่น้อง ที่ได้รับโนเบลคือ แจน ทิงเบอร์เจน ได้รับโนเบลเศรษฐศาสตร์ในปี 1969 ขณะที่น้องชายของเขาคือ นิโคลาส ทิงเบอร์เจน ได้รับโนเบลแพทย์ในปี 1973
       
       2 รายเมินโนเบล ปฏิเสธไม่รับเฉย
       
       ปิดท้ายกันด้วยผู้ห้าวหาญปฏิเสธรางวัลอันเป็นที่ปรารถนาของใครหลายๆ คน ซึ่งมี 2 คนคือ ฌอง ปอล ซาร์ต ซึ่งปฏิเสธโนเบลวรรณกรรมในปี 1964 และ เล ดุ๊ก โถ ซึ่งปฏิเสธโนเบลสันติภาพในปี 1973
       
       นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับแรงกดดันทางการเมืองให้ปฏิเสธรางวัล โดย 3 คนแรกเป็นชาวเยอรมันในยุคนาซีเรืองอำนาจคือ ริชาร์ด คุห์น, อดอล์ฟ บูเทนอันดต์ ทั้งคู่ในสาขาเคมี และ เกอร์ฮาร์ด โดมักก์ ในสาขาการแพทย์ ซึ่งพวกเขา 3 คนได้ขอรับรางวัลในภายหลัง ซึ่งได้แต่เหรียญและประกาศนียบัตรแต่ไม่ได้เงินรางวัล
       
       ขณะที่บอริส พาสเทอนัค ที่ได้รับรางวัลในสาขาวรรณกรรม ปี 1958 ตอบรับรางวัลแล้ว แต่ต้องปฏิเสธในภายหลังเพราะรัฐบาลของสหภาพโซเวียตในขณะนั้น
       
       ที่น่าสนใจคือตั้งแต่มีการมอบรางวัลโนเบลมา 107 ปี (ยังไม่รวมปีนี้ที่กำลังประกาศกันอยู่) ให้แก่บุคคล 793 ราย เป็นผู้ชาย 757 ราย ส่วนผู้หญิงมีเพียง 35 รายเท่านั้น ที่มีโอกาสรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้
       
       แต่ปีนี้ก็มีประวัติศาสตร์ใหม่ให้บันทึกว่า มีผู้หญิงรับรางวัลพร้อมกัน 2 คนในสาขาสรีรศาสตร์หรือการแพทย์ อีกทั้งในสาขาเคมีก็ผู้หญิงได้รับร่วมอีก 1 อย่างน้อยสถิติเพศหญิงในโนเบลนี้ก็เพิ่มขึ้นอีก 3 คน
       
       ส่วนรายละเอียดเรื่องรางวัลโนเบลในปี 2009 นี้สามารถติดตามได้ที่ http://mgr.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000117399

ที่สุดแห่ง โนเบล ตระกูล กูรี เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ
เหรียญรางวัลโนเบล นับเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับงานในวงวิชาการ
       

ที่สุดแห่ง โนเบล ตระกูล กูรี เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ
ครอบครัวโนเบลจากซ้ายไปขวา ปีแอร์ กูรี (ฟิสิกส์ปี 1903) มารี กูรี (ฟิสิกส์ 1903 และเคมี 1911) อีแรน กูรี (เคมี 1935) และ ดร.กูรีบิดาของปิแยร์
       

ที่สุดแห่ง โนเบล ตระกูล กูรี เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ
มารี กูรี ยอดหญิงแห่งโนเบล รับรางวัลถึง 2 สาขา
       

ที่สุดแห่ง โนเบล ตระกูล กูรี เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ
ลูกชาย (ซ้าย) เคยตามพ่อไปรับโนเบลแพทย์ในปี 1959 ให้หลังมาอีก 47 ปีผู้เป็นพ่อ (ขวา) ได้ร่วมแสดงความยินดีกับลูกชายกับรางวัลในสาขาเดียวกัน พาตระกูลคอร์นเบิร์กเป็นครอบครัวโนเบล
       

ที่สุดแห่ง โนเบล ตระกูล กูรี เหมาทั้งพ่อแม่ลูก แถมด้วยใครอ่อนสุด-เมินไม่รับ
ฌอง ปอล ซาร์ต นักปรัชญาแนวอัตถิภาวนิยมซึ่งปฏิเสธโนเบลวรรณกรรม (ภาพ James Andanson/Apis/ Sygma/Corbis )
       

จำนวนคนโหวต 21 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 20 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017