พาชม "พลังงานเขียว" ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม

โดย MGR Online   
11 กรกฎาคม 2551 14:53 น.
พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
“หัวม้า” หรือดองกี้ปั้มดันน้ำมันดิบขึ้นสู่ผิวดิน สำหรับพื้นที่ที่แรงดันน้ำมันใต้พิภพไม่สูงพอจะดันตัวเองขึ้นสู่ผิวดินได้อย่างประเทศไทย
        ทุกคนกำลังตื่นตัวเรื่องพลังงาน ภาคเอกชนไทยก็ไม่ได้อยู่เฉย แถมหลายรายยังออกตัวไปไกลหลายช่วงตัวแล้ว โดยปลายเดือนมิถุนาฯ ที่ผ่าน ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้ร่วมก๊วนกรีนทริป "โครงการพลังงานเขียวเยียวยาโลก" เยี่ยมชมผู้ประกอบการไทยที่ตอนนี้ไม่ได้นั่งรอแต่ความช่วยเหลือจากรัฐ แต่เดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วย
       
       สำหรับกิจกรรม "โครงการพลังงานเขียวเยียวยาโลก" ครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการ 1 องศา: รวมพลังลดวิกฤติโลกร้อน จัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เพื่อยกปัญหาโลกร้อนและการพัฒนาพลังงานทางเลือกสู่ประเด็นสาธารณะ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยร่วมกันอนุรักษ์พลังงานและมีส่วนพัฒนาพลังงานทางเลือกมากขึ้น
       
       เยี่ยมชม “พีทีทีอีพี 1” แหล่งผลิตน้ำมันดิบสัญชาติไทย
       
       กรีนทริปที่ผู้จัดการวิทยาศาสตร์เข้าร่วมครั้งนี้เริ่มจากการบุกไปชมแหล่งผลิตน้ำมันดิบที่โครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมขนาดเล็ก ณ โครงการสุพรรณบุรี (พีทีทีอีพี 1) ของ ปตท.สผ.ผู้แสวงหาแหล่งน้ำมันดิบสัญชาติไทย ซึ่งถือเป็นโครงการขุดเจาะน้ำมันโครงการแรกที่ดำเนินการโดยคนไทย 100%
       
       นายกิตติศักดิ์ หิรัญญะประทีป ผู้จัดการโครงการพีทีทีอีพี 1 กล่าวว่า ตอนนี้โครงการสุพรรณบุรีมีกำลังการผลิตน้ำมันรวมกัน 450-470 บาร์เรลต่อวัน จากแหล่งผลิต 3 แห่งคือ แหล่งกำแพงแสน อู่ทอง และสังฆจายที่มีอาณาเขตติดต่อกันใน จ.สุพรรณบุรี และ จ.นครปฐม โดยเจาะลงไปใต้พื้นดินลึก 1,500 เมตร และใช้ “หัวม้า” หรือดองกี้ปั้มดันน้ำมันดิบขึ้นสู่ผิวดิน
       
       ผู้จัดการโครงการทีพีพีอีพี 1 เท้าความว่า เริ่มแรกทีเดียว ปตท.สผ.ได้เข้าซื้อแปลงสัมปทานแห่งนี้ต่อจากบริษัท บีพี ปิโตรเลียม ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ประเทศไทย) และผลิตน้ำมันดิบป้อนเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปี 2536 พบว่ามีปริมาณน้ำมันดิบใต้ดินถึง 5.12 ล้านบาร์เรล โดยปัจจุบันได้นำออกใช้แล้ว 4.578 ล้านบาร์เรล จึงเหลือเพียง 5 แสนบาร์เรล ซึ่งดูไม่มากนัก แต่ก็ขุดใช้ได้อีกถึง 5 ปีทีเดียว
       
       “ที่นี่ถือว่าผลิตน้ำมันเข้าระบบได้น้อยมากๆ แค่ 450-470 บาร์เรลต่อวัน เทียบไม่ได้กับความต้องการจริงของคนไทยที่ใช้น้ำมันดิบวันละ 2 แสนบาร์เรล ถ้ารวมแหล่งผลิตของไทยทั้งบนบกและในทะเลก็ยังสนองความต้องการได้อย่างมากแค่ 10-20% แต่อีก 80% เราต้องนำเข้า” นายกิตติศักดิ์ แสดงความกังวลคล้ายจะวิงวอนให้คนไทยเห็นคุณค่าของพลังงานมากขึ้น
       
       ผู้จัดการโครงการทีพีพีอีพี 1 เผยถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะขุดพบแหล่งน้ำดิบเพิ่มด้วยว่า ก็แสนยาก เพราะแต่ละครั้งที่ขุดลงไปใต้พื้นดินจะมีโอกาสพบน้ำมันเพียง 1 ใน 5 หรือ 20% เท่านั้น ทว่าต้องเสียค่าขุดเจาะถึง 40 ล้านบาท
       
       เปลี่ยนกากอ้อยเป็นพลังงานลดโลกร้อน
       

       ใช่แค่เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เอกชนไทยมุ่งมั่น โดยผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้เกาะติดการใช้พลังงานชีวมวลด้วย ซึ่งกลุ่มมิตรผลได้ดำเนินการเปลี่ยนขุมทรัพย์บนดินจากของเหลือใช้การเกษตรอย่าง “กากอ้อย” เป็นพลังงาน แถมยังได้เม็ดเงินและคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามมา โดยปี 2545 กลุ่มมิตรผลได้ตั้งโรงไฟฟ้าด่านช้างขึ้น
       
       นายณัฐสพล กระจ่างแผ้ว ผอ.โรงไฟฟ้าด่านช้าง เผยว่า ในแต่ละปีทางโรงงานน้ำตาลมิตรผลจะมีกากอ้อยเหลือจากการหีบน้ำหวานออกถึง 4 แสนตัน ถือเป็นวัตถุดิบอย่างดีสำหรับผลิตไฟฟ้า โดยกากอ้อย 2.2 ตันจะเผาได้ไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ชั่วโมง
       
       ขณะนี้ทางโรงไฟฟ้าด่านช้างได้ทำสัญญาผลิตไฟฟ้าส่งขายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแล้วที่กำลังการผลิต 27 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 21 ปี แถมยังมีผลพลอยได้เป็นไอน้ำปั่นไฟสำหรับกระบวนการผลิตน้ำตาล และขี้เถ้าที่เป็นปุ๋ยชั้นเยี่ยมแก่เกษตรกร รวมๆ แล้วโรงไฟฟ้าแห่งนี้สร้างรายได้เข้ากระเป๋ากลุ่มมิตรผลทุกปีถึงปีละ 890 ล้านบาท
       
       ที่สำคัญ โรงไฟฟ้าด่านช้างยังเข้าร่วมกลไกการพัฒนาที่สะอาดเพื่อส่งขายคาร์บอนเครดิต 9.3 หมื่นตันต่อปี โดยกำลังทำเอกสารเพื่อยืนยันการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่คณะกรรมการบริหารกลไกการพัฒนาที่สะอาด (ซีดีเอ็ม อีบี) ณ กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี
       
       “ขี้หมูผลิตไฟฟ้า” ยิงปืนนัดเดียวได้นกเป็นพวง
       
       ถัดจากนั้นเมื่อคณะสื่อมวลชนมุ่งหน้าไปที่ จ.ราชบุรี ยังได้เยี่ยมชมฟาร์มสุกรของนายสมชาย นิติกาญจนา เจ้าของฟาร์มสุกร เอสพีเอ็ม ฟาร์ม ที่วันนี้ขี้หมูที่เคยสร้างความรำคาญและดึงดูดแมลงรบกวนได้เปลี่ยนไปเป็นก๊าซชีวภาพผลิตกระแสไฟฟ้า และได้กากขี้หมูทำปุ๋ยด้วย
       
       เจ้าของฟาร์มหมูผลิตไฟฟ้ารายนี้เผยว่า แต่ก่อนฟาร์มหมูจะเป็นที่รังเกียจรำคาญของชาวบ้านมาก เพราะมีกลิ่นเหม็นรบกวนจากขี้หมู เกิดน้ำเน่าเสีย หนำซ้ำยังนำแมลงรำคาญอย่างแมลงวันเป็นพาหะก่อโรค
       
       เขาจึงหันเข้าหา สนพ.เพื่อขอการสนับสนุนเทคโนโลยีเปลี่ยนขี้หมูให้เป็นไบโอแก๊ส เป้าประสงค์แรกเพื่อกำจัดมลพิษจากขี้หมู ทว่าทำให้เขาสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เอง ส่งบางส่วนขายให้แก่การไฟฟ้า ได้ความร้อนจากเครื่องปั่นไฟสำหรับกกลูกหมู ได้กากขี้หมูจากบ่อแก๊สชีวภาพเป็นปุ๋ยอีนทรีย์แห้ง และยังจะทำให้มีรายได้จากคาร์บอนเครดิต 7-8 ล้านบาทในเร็วๆ นี้ด้วย
       

       ขณะเดียวกัน เขายังมีแผนปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อนำน้ำมันปาล์มที่ได้ไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ โดยมีผลการศึกษาพบว่าน้ำเสียจากขี้หมู 1 ลบ.ม.จะผลิตแก๊สชีวภาพได้ 25-30 ลบ.ม. แต่หากใส่ต้นปาล์มและใบปาล์มหั่นลงไปผสมจะทำให้ได้แก๊สชีวภาพเพิ่มเป็น 200 ลบ.ม.
       
       “ใครบอกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่ผมจะบอกว่าไม่ใช่ ผมยิงปืนนัดเดียวแต่ได้นกเป็นฝูงเลย ได้ทั้งไฟฟ้า ได้เงินจากการขายไฟฟ้า ได้ความร้อนกกลูกหมู ได้ปุ๋ย แล้วยังขายคาร์บอนเครดิตได้ด้วย" นายสมชายกล่าว
       
       รีสอร์ทสีเขียวตามรอยเท้าพ่อฯ
       

       ทั้งนี้ ก่อนปิดท้ายกรีนทริป สนพ.ยังนำคณะสื่อไปพักผ่อนที่คำแสดรีสอร์ท พร้อมเยี่ยมชมศูนย์กสิกรรมธรรมชาติและเทคโนโลยีผสมผสานคำแสด ที่ซึ่งพนักงานได้ยึดหลักธรรมในพุทธศาสนาควบคู่กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงในการดำรงชีวิต ผู้ที่ไปพักผ่อนจึงมีโอกาสสัมผัสกับวิถีการพึ่งพิงตนเองของคำแสดรีสอร์ทไปพร้อมๆ กัน
       
       วิถียั่งยืนของคำแสดรีสอร์ท เช่น การผลิตไบโอดีเซลบี 100 จากน้ำมันพืชใช้แล้วอย่างง่ายๆ เพื่อใช้กับเครื่องตัดหญ้า เครื่องปั่นไฟ และรถกระบะดีเซล, การผลิตไบโอแก๊สจากเศษอาหารของแขก, การทำน้ำส้มควันไม้เพื่อไล่ปลวกและแมลงรบกวน ที่ทำให้ได้ถ่านไม้คุณภาพดีเป็นผลพลอยได้ด้วย
       

       ไม่เพียงเท่านี้ ภายในคำแสดรีสอร์ทยังมีการปลูกผักอินทรีย์ไว้รับรองแขกของโรงแรม, การเก็บใบไม้และกิ่งไม้จากการตัดแต่งสวนมาทำปุ๋ยหมัก, รวมถึงการเก็บดอกปีบและใบหมี่ที่ร่วงหล่นในรีสอร์ทมาจัดทำแชมพูและน้ำหอมเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน ซึ่งหากผู้ใดสนใจก็สามารถซื้อหาติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนฝูงได้ในราคาไม่ถูกไม่แพง
       
       นายบุญชนะ ผลเงาะ วิทยากรจากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติและเทคโนโลยีผสมผสานคำแสด ยืนยันว่า โครงการเหล่านี้ล้วนเกิดจากการศึกษาค้นคว้า และลองผิดลองถูกเองทั้งสิ้น จนไปสู่ผลงานที่สามารถใช้การได้จริงแม้นักวิชาการมักค่อนแคะว่าไม่ได้มาตรฐานก็ตาม
       
       “ทว่าก็เป็นผลงานที่ใช้ได้จริง ปลอดภัย และอยู่ในระดับที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงเพื่อพึ่งพาตัวเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้” ปราชญ์ชาวบ้านทิ้งท้าย
       
       ไม่ว่าเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศภายในปี 2554 ที่ปรับจาก 8% ไปเป็น 12% จะเป็นจริงได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการสร้างภาพที่ไม่มีทางไปถึงของรัฐบาล ทว่าหลังร่วมก๊วนกรีนทริปครั้งนี้แล้ว ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ก็แอบหวังลึกๆ ว่าจะเห็นโครงการพลังงานก้าวเล็กๆ จากน้ำพักน้ำแรงคนไทยเพิ่มมากขึ้นต่อไป.

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
นายกิตติศักดิ์ หิรัญญะประทีป ผู้จัดการโครงการพีทีทีอีพี 1
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
โรงไฟฟ้าด่านช้าง ของกลุ่มมิตรผลที่เปลี่ยนของเหลือการเกษตรไปเป็นพลังงาน
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
นายณัฐสพล กระจ่างแผ้ว ผอ.โรงไฟฟ้าด่านช้าง
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
ภูเขากากอ้อยที่ต้องเก็บไว้ใช้จนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวครั้งหน้าช่วงธันวาคม 2551 ถึงเมษายน 2552
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
ภูเขาขี้เถ้ากากอ้อยจากโรงไฟฟ้าด่านช้าง
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
บ่อพักขี้หมูของเอสพีเอ็ม ฟาร์ม จ.ราชบุรี
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
นายสมชาย นิติกาญจนา เจ้าของฟาร์มสุกร เอสพีเอ็ม ฟาร์ม
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
น้ำหลังการบำบัดขี้หมูแล้ว (ฉีดจากสายยาง) ซึ่งใสสะอาดเพียงพอจะใช้ล้างมือล้างไม้ได้ เทียบกับน้ำก่อนการบำบัดในรางน้ำด้านขวาของภาพ
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
สถานีน้ำส้มควันไม้ของคำแสดรีสอร์ท
       

พาชม พลังงานเขียว ธุรกิจไทยผลิตใช้เองไม่รอรัฐอุ้ม
ผลิตไบโอดีเซลใช้กันเองอย่างง่ายๆ
       

จำนวนคนโหวต 31 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 30 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
3 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017