หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | คนวงใน
คนวงใน คนวงใน

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
20 พฤศจิกายน 2552 10:03 น.

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
ทุ่งนาข้าวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภาพจาก Kosol Anusim Photomania/farmlandgrab.org)

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
ผศ.ดร.สมชาย รัตนซื่อสกุล

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตน์

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
ระหว่างการสัมมนาเรื่อง "สิทธิบัตรพันธุกรรมข้าวหอมมะลิ : ยุทธศาสตร์คุ้มครองพันธุ์ข้าวไทย" เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 52 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
สิทธิบัตรยีนควบคุมความหอมในข้าว ที่นักวิจัยไทยได้รับจากสหรัฐฯ (ภาพจาก www.wikipatents.com)

“GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช” อีกทางเลือกปกป้องข้าวไทย
รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร (ภาพจากแฟ้ม)

หลังจากที่ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ค้นพบยีนควบคุมความหอมในข้าว และยื่นจดสิทธิบัตรกระบวนการทำให้ข้าวพันธุ์ที่ไม่หอมมีความหอมมากยิ่งขึ้นในหลายประเทศ กระทั่งได้สิทธิบัตรแรกจากสหรัฐฯ ในปี 51 นำมาซึ่งความตื่นตัว และเรียกร้องให้มีการจดสิทธิบัตรพันธุกรรมข้าวหอมมะลิได้ในประเทศไทย เพื่อปกป้องพันธุ์ข้าวของไทย
       
       แต่เรื่องนี้ไม่สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิบัตรของประเทศไทยในปัจจุบัน
       
       แล้วจะมีวิธีใดบ้าง? ที่จะคุ้มครองพันธุ์ข้าวไทยได้ โดยไม่ต้องแก้กฎหมายเดิม ที่อาจเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองทรัพยากรพันธุกรรมของไทย
       
       “สิทธิบัตร” จะคุ้มครองต้องมีความ "ใหม่"
       

       ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่า พันธุกรรมพืช หรือสายพันธุ์หลักของข้าว กฎหมายสิทธิบัตรไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้ เพราะการให้ความคุ้มครองเป็นกฎของทรัพย์สินทางปัญญาสมัยใหม่ ซึ่งปรากฏอยู่ภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)
       
       ทรัพย์สินทางปัญญาสมัยใหม่ สิ่งนั้นจะต้องมีความใหม่ หรือมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิม ที่เกิดจากการแทรกแซงโดยมนุษย์ ถ้าหากไม่เป็นไปตามนี้ จะไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาสมัยใหม่
       
       หากเป็นพืชสายพันธุ์ใหม่ที่จะให้ความคุ้มครอง ก็ต้องเกิดจากมนุษย์เข้าไปแทรกแซงในระดับที่สูงจนทำให้เกิดวิทยาการใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่วิทยาการระดับเดียวกับที่เคยมีปรากฏอยู่ และความใหม่ที่เกิดขึ้นจะต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
       
       "การค้นพบยีน" ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ในบางประเทศ
       

       ดร.เจษฎ์ บอกว่า สายพันธุ์ข้าวต่างๆ เช่น พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ จะไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ เพราะเป็นที่รู้จักและใช้กันแพร่หลายมานานแล้ว
       
       ทว่า การที่มีคนนำข้าวขาวดอกมะลิไปขอรับความคุ้มครองได้ เช่น ในสหรัฐฯ เพราะไม่ได้นำเอาสายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิไป แต่นำเอาพันธุกรรมบางส่วนของขาวดอกมะลิไปขอรับความคุ้มครองแทน
       
       "หากค้นพบหน่วยพันธุกรรม หรือยีนที่แสดงลักษณะพิเศษของข้าว เช่น ยีนควบคุมความหอมในข้าว แล้วนำมันออกมาจากต้นข้าวได้ ถือเป็นการค้นพบสิ่งใหม่ ฉะนั้นการค้นพบนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่โดยธรรมชาติ แต่มีการแทรกแซงโดยมนุษย์” ดร.เจษฎ์อธิบาย
       
       อีกทั้ง ในหลายๆ ประเทศมองการแทรกแทรงโดยมนุษย์ว่า เพราะธรรมชาติไม่สามารถสลัดหน่วยพันธุกรรมให้หลุดออกมา และดำรงอยู่ในสถานะใดสถานะหนึ่งที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ดังนั้นการค้นพบดังกล่าวทำให้เกิดสิ่งใหม่ จึงถือว่าเป็นการประดิษฐ์ คิดค้น หรือคิดทำ
       
       กม.สิทธิบัตรไทยจดได้แค่ "กรรมวิธี"
       

       ด้าน รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ นักวิชาการคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หากนักวิจัยจะยื่นจดสิทธิบัตรกระบวนการควบคุมความหอมในข้าว ด้วยข้อถือสิทธิเดียวกับสิทธิบัตรที่ได้จากสหรัฐฯ ก็สามารถทำได้ โดยถือเป็นสิทธิบัตรในกรรมวิธี
       
       แต่หากต้องการให้มีการคุ้มครองถึงตัวยีนด้วย กฎหมายสิทธิบัตรในประเทศไทยไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้ เพราะยีนไม่ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ
       
       อย่างไรก็ตาม หากได้รับสิทธิบัตรคุ้มครองกรรมวิธีหรือพันธุกรรม ผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรจะมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ผู้อื่นจะใช้กรรมวิธีหรือพันธุกรรมนั้นไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นจะถือเป็นการละเมิดสิทธิบัตร และสิทธิบัตรนั้นจะคุ้มครองเฉพาะในประเทศที่ให้สิทธิบัตรเท่านั้น
       
       เมื่อหมดอายุคุ้มครองของสิทธิบัตร กรรมวิธีหรือพันธุกรรมดังกล่าว จะตกเป็นสมบัติสาธารณะ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ในขณะที่ยังอยู่ในระยะเวลาการคุ้มครองของสิทธิบัตร คนอื่นสามารถคิดค้นวิธีอื่นที่ทำให้ข้าวมีความหอมขึ้นได้โดยไม่เป็นการละเมิดสิทธิบัตร
       
       นอกจากนั้น ยังมีความกังวลกันด้วยว่า หากแก้ไขกฎหมายไทยเพื่อให้สามารถจดสิทธิบัตรพันธุกรรมข้าวได้ อาจช่วยคุ้มครองได้ระดับหนึ่ง แต่ผลเสียอาจมีมากว่า เพราะอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ต่างชาติที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่า เข้ามาขอจดสิทธิบัตรพันธุกรรมพืชหรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีอยู่ในประเทศไทย
       
       2 ระบบให้คุ้มครองพันธุกรรม แต่แนวคิดขัดกัน
       
       ด้านนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ให้การรับรองสิทธิแต่ละประเทศจัดการพันธุกรรมที่มีอยู่ภายในดินแดนของตัวเอง โดยให้แต่ละชาติออกแบบเองว่าจะคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพในประเทศด้วยระบบหรือกฎหมายอะไร
       
       ต่อมาองค์การการค้าโลกระบุในข้อตกลงทริปส์ (TRIPS Agreement) ว่าให้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนของพันธุกรรม โดยให้ภาคีสมาชิกเลือกว่า จะใช้ระบบสิทธิบัตรหรือกฎหมายเฉพาะ ซึ่งไทยได้เลือกใช้กฎหมายเฉพาะ และออกมาเป็น พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ทว่าการเจรจาภายใต้องค์การการค้าโลกระยะหลังได้มีการเรียกร้อง ให้เหลือเฉพาะระบบสิทธิบัตรเท่านั้น
       
       "ปัญหาคือไทยเป็นภาคีสมาชิกทั้ง 2 องค์กร ซึ่งมีทั้งแนวคิดของระบบสิทธิบัตรเพื่อการแข่งขันในเวทีโลก และระบอบที่ให้มีกฎกติกาการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน เคารพสิทธิของชุมชนท้องถิ่น แต่ทั้ง 2 ระบบนี้มีหลายส่วนที่ขัดแย้งกัน แต่บางส่วนอาจไปด้วยกันได้ แล้วยุทธศาสตร์การคุ้มครองพันธุกรรมของไทยจะเป็นอย่างไร?" นายบัณฑูรตั้งคำถาม
       
       "GI-พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช" ทางเลือกปกป้องข้าวไทย
       
       นายบัณฑูร กล่าวว่า ยังมีทางเลือกอื่นในการคุ้มครองพันธุ์ข้าวไทย นอกเหนือจากระบบสิทธิบัตร เช่น กฎหมายคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือจีไอ (GI), กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ภายใต้ระบบกฎหมายเฉพาะของข้อตกลงทริปส์ รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ที่แยกย่อยเป็นสิทธิเกษตรกร ซึ่งน่าจะมีการออกกฎหมายย่อยว่าด้วยเรื่องสิทธิชุมชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรม
       
       แม้ระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะมีความได้เปรียบมากกว่าระบบสิทธิบัตร เพราะให้ความคุ้มครองในระยะยาว แต่ยังพบปัญหาในบางกรณี เช่น ข้าวสังข์หยดพัทลุง หรือข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งในการจดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะต้องมีการระบุเขตพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งนั้น โดยประชาพิจารณ์เพื่อจะขอยื่น GI แต่อาจเกิดความไม่ทั่วถึง ทำให้หลายชุมชนที่ปลูกข้าวพันธุ์ดังกล่าวมานาน แต่กลับอยู่นอกเขตพื้นที่และถูกตัดสิทธิในสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้
       
       ส่วน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้คุ้มครองได้ทั้งพันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์พืชใหม่ รศ.ดร.สุรวิช บอกว่า ยังไม่มีกฎหมายลูกในการคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองออกบังคับใช้ ไม่สามารถให้ความคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองใดได้ แต่หากนักวิจัยคนใดสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวหรือพันธุ์พืชใหม่ได้ ก็ขอรับความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ได้
       
       ผศ.ดร.สมชาย รัตนซื่อสกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อธิบายเสริมว่า ลักษณะการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ภายใต้กฎหมายนี้ จะใกล้เคียงกับระบบทรัพย์สินทางปัญญา เพราะผู้คิดค้นพัฒนาพันธุ์ใหม่ขึ้นมาจะมีสิทธิในพืชพันธุ์ใหม่แต่เพียงผู้เดียว ขณะที่สิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์จะไม่เข้มข้นมากเท่ากับเจ้าของสิทธิบัตร
       
       (เก็บความจากวงสัมมนาเรื่อง "สิทธิบัตรพันธุกรรมข้าวหอมมะลิ : ยุทธศาสตร์คุ้มครองพันธุ์ข้าวไทย" เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.))


       
//////////////////////////////////////

       
       สิทธิบัตรยีนข้าวหอม
       
       รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมกับนักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ค้นพบยีนควบคุมความหอมในข้าวตั้งแต่ปี 48 และได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองยีนดังกล่าวในสรัฐฯ ทันทีในปีเดียวกัน ตามด้วยการยื่นจดสิทธิบัตรในอีก 9 ประเทศ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาพันธุ์ข้าว ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย ฝรั่งเศส ยุโรป (EPO) และไทย
       
       กระทั่งวันที่ 15 ม.ค.51 ทีมนักวิจัยจึงได้รับสิทธิบัตรจากสหรัฐฯ สำหรับผลงานวิจัยเรื่อง “Transgenic rice plants with reduced expression of Os2AP and elevated levels of 2-acetyl-1-pyrroline” เป็นประเทศแรก โดยให้ความคุ้มครองการเพิ่มความหอมในข้าวด้วยการกดการทำงานของยีนควบคุมความหอม
       
       นักวิจัยหวังว่าการได้รับสิทธิบัตรจากสหรัฐฯ จะทำให้ได้สิทธิบัตรจากประเทศอื่นเร็วขึ้น รวมทั้งไทยด้วย ซึ่งก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวทั้ง 2 ด้าน ด้านหนึ่งต้องการให้ประเทศไทยรับจดสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองยีนความคุมความหอมของข้าว เพราะข้าวหอมเป็นเอกลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของไทย และในบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ ยังให้สิทธิบัตรคุ้มครองพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ขณะที่อีกด้านหนึ่งคัดค้านเรื่องนี้เพราะอาจเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าไทยเข้ามาขอจดสิทธิบัตรเพื่อยึดครองทรัพยากรพันธุกรรมในไทย

TAG : ข้าว, ยีน, พันธุกรรม, สิทธิบัตร, กฎหมาย, สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิจัยไทยเร่งพัฒนา "ซูเปอร์จัสมิน" หวั่น "แจ๊สแมน" ข้าวหอมมะกันเขย่าบัลลังก์ใน 3 ปี
ชี้สิทธิบัตรคุมความหอมในข้าว ส่งข้าวไทยตีตลาดโลก
ก.วิทย์แจงไม่แก้กฎหมายให้เอื้อจดสิทธิบัตรยีนข้าวแน่นอน
ค้านไทยแก้กฎหมายรับจดสิทธิบัตรยีนข้าวหอม หวั่นเปิดทางต่างชาติกอบโกย
เปิดสิทธิบัตร "วิธีควบคุมยีนข้าวหอม" เผย "ออสเตรเลีย" คู่แข่งที่น่ากลัว
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สมเด็จพระเทพฯ “เจ้าฟ้านักดาราศาสตร์”
มีไหม? งานวิจัยไทยเกาะเทรนด์ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่ 2015”
รู้เท่าทัน "หินสี"
กว่าโลกจะได้สรรเสริญ “อลัน ทูริง” วีรบุรุษสงครามโลก
ภาพวัยเยาว์ “อลัน ทูริ่ง” เกย์ผู้ช่วยหยุดสงครามโลก
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015