หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | นวตกรรม
นวตกรรม เทคโนโลยีชาวบ้าน

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2553 13:11 น.

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
แปลงปลูกผักปลอดสารพิษของเกษตรกรบ้านต้นยาง อ.เมือง จ.ลำปาง

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีบ้านผาคับ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน มีรายได้เพิ่มจากการปลูกข้าวสาลีและทำชาข้าวสาลี

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
นางศรีจันทร์ กุลาฝน

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
ผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีบ้านผาคับ มีสรรพคุณต้านโรคเบาหวาน, ความดันโลหิต, มะเร็งลำไส้

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านยู้ ต.จอมพระ อ.ท่าวังผา จ.น่าน แปรรูปหน่อไม้ปี๊บแบบเติมกรด รับรองปลอดภัยไร้พิษโบทูลินัม 100%

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
ฉลากผลิตภัณฑ์หน่อไม้ปี๊บของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านยู้ ที่ผ่านการรับรองจาก อย. แล้ว

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
ผศ.มลิวรรณ์ กิจชัยเจริญ

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
นายบุญธรรม เครือวิเสน และ ผศ.สุมาฬี พรหมรุกขชาติ

ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
รากหางไหลและสารสกัดจากรากหางไหลที่ชาวบ้านก็ทำเองได้ไม่ยาก

กระทรวงวิทย์ลงพื้นที่นำเทคโนโลยีสู่ชุมชน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้านผาคับ พลิกฟื้นพื้นที่สีแดงเป็นแปลงปลูกข้าวสาลีอันดับ 1 ของประเทศ แม่บ้านรวมกลุ่มแปรรูปเป็นชาข้าวสาลีมีมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมเกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษด้วยเทคนิคสกัดสารจากหางไหลกำจัดศัตรูพืช พร้อมแก้ปัญหาหน่อไม้ปี๊บไม่ปลอดภัยให้ได้กินได้ไม่เป็นอันตราย
       
       นางมยุรี ผ่องผุดพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) นำทีมคณะเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูวิถีชาวบ้านในจังหวัดน่านและลำปาง ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกเทคโนโลยี เมื่อปลายปีที่ผ่านมาโดยทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ ติดตามไปด้วย
       
       พื้นที่แรกที่คณะเดินทางไปศึกษาดูงานคือหมู่บ้านผาคับ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งแต่เดิมคือพื้นที่สีแดงของคอมมิวนิสต์ ทว่าปัจจุบันเป็น 1 ใน 30 หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์ฯ โดยมีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 40 หลังคาเรือน และมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร ซึ่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น หอม กระเทียม ข้าวโพด และมะเขือเทศ แต่ผลผลิตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ ข้าวสาลี และชาข้าวสาลี
       
       นางศรีจันทร์ กุลาฝน ประธานกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีบ้านผาคับ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีชาวบ้านผาคับปลูกข้าวบาร์เลย์เป็นพืชเศรษฐกิจตัวหลัก แต่ระยะหลังประสบปัญหาเอกชนยกเลิกการรับซื้อผลผลิต ทำให้ชาวบ้านต้องเลิกปลูกข้าวบาร์เลย์ จึงขาดรายได้ส่วนนั้นไป ต่อมา ดร.ปัทมา ศิริธัญญา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้เข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกข้าวสาลีเป็นพืชหลังนาเพื่อสร้างรายได้ เนื่องจากเป็นพืชที่เจริญเติบโตดีในพื้นที่อากาศหนาวและมีน้ำจำกัด ซึ่งปัจจุบันถือว่า อ.บ่อเกลือ เป็น 1 ใน 3 แหล่งผลิตข้าวสาลีที่ใหญ่ที่สุดในไทย
       
       นอกจากนั้นชาวบ้านผาคับยังได้รับการส่งเสริมการรวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีตั้งแต่ปี 2549 ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง และลดปัญหาการว่างงานของชาวบ้านได้ส่วนหนึ่ง โดยในแต่ละปีกลุ่มเกษตรกรจะแบ่งเมล็ดข้าวสาลีประมาณ 300 กิโลกรัม ไว้สำหรับเพาะต้นอ่อนเพื่อทำชาข้าวลาสี ซึ่งช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้แก่สมาชิกในกลุ่มได้ประมาณ 12,000 บาทต่อปี และผลการวิจัยระบุว่าชาข้าวสาลีมีฤทธิ์ต้านโรคเบาหวาน, ความดันโลหิต, มะเร็งลำไส้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
       
       อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีที่ผลิตได้จำหน่ายให้กับร้านภูฟ้าและเลมอนฟาร์มเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มแปรรูปมีแผนที่จะขยายตลาดผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีให้เป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยทหารพัฒนาชุมชนเคลื่อนที่จำนวน 4 แสนบาท เพื่อสร้างโรงเรือนแปรรูปชาข้าวสาลีที่ได้มาตรฐานในปี 53 พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งจะช่วยให้มีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ชาข้าวสาลีมากขึ้น
       
       นอกจากนั้นชาวบ้านผาคับยังได้รับการส่งเสริมจากศูนย์ภูฟ้าพัฒนาให้ปลูกพืชหลังนาชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้กับครัวเรือน เช่น สตรอเบอรี่ มะเขือเทศสแน็กสลิม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น อีกทั้งในอนาคตอันใกล้นี้ชาวบ้านผาคับจะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีทุ่งข้าวสาลีเป็นเอกลักษณ์
       
       หน่อไม้ปี๊บเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดน่าน แต่เนื่องจากการผลิตหน่อไม้ปี๊บในบางพื้นที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคและสารพิษได้หมด จนทำให้เกิดกรณีผู้บริโภคได้รับสารพิษจากการบริโภคหน่อไม้ปี๊บจนเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน เป็นเหตุให้ชาวบ้านประสบปัญหาการผลิตหน่อไม้ปี๊บไม่ได้มาตรฐาน จนหลายรายต้องเลิกผลิตไป
       
       กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้สนับสนุน ผศ.มลิวรรณ์ กิจชัยเจริญ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.น่าน ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตหน่อไม้ปี๊บแบบเติมกรดให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านยู้ ต.จอมพระ อ.ท่าวังผา จ.น่าน โดยการเติมกรดมะนาวลงไปในหน่อไม้ปี๊บ และควบคุมค่าความเป็นกรดด่างที่ค่าพีเอชน้อยกว่า 4.5 ซึ่งช่วยยับยั้งไม่ให้สปอร์ของเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) ที่ยังหลงเหลือจากการฆ่าเชื้อด้วยการต้มไม่ให้เจริญเติบโตได้อีก และไม่ก่อให้เกิดสารพิษโบทูลินัม จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านยู้ เป็นแหล่งผลิตหน่อไม้ปี๊บที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพียงแห่งเดียวใน จ.น่าน
       
       ทางด้าน ผศ.สุมาฬี พรหมรุกขชาติ จากสถาบันวิจัยและฝึกอบรมเกษตรลำปาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมลงคลล้านนา หัวหน้าโครงการบ่มเพาะเกษตรกรผลิตผักปลอดสารพิษ ได้พัฒนาสารสกัดจากหางไหล 3 สูตร เพื่อเป็นสารชีวภาพกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรบ้านต้นยาง อ.เมือง จ.ลำปาง ปลูกต้นหางไหล เพื่อทำสารสกัดจากหางไหลใช้เอง หรือที่เรียกว่าโล่ติ๊น ซึ่งเกษตรกรสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงนำรากหางไหลมาทุบและแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ในอัตราส่วนรากหางไหล 1 ขีด ต่อน้ำ 10 ลิตร แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำ นำไปฉีดพ่นกำจัดศัตรูพืชในแปลงปลูกพืชผักแทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีราคาสูง
       
       นายบุญธรรม เครือวิเสน ประธานกลุ่มผักปลอดสารพิษบ้านต้นยาง บอกกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ว่า กลุ่มผักปลอดสารพิษเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 49 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 21 คน มีพื้นที่ปลูกผักรวม 3 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง และถั่วฝักยาว ผลผลิตผักปลอดสารพิษส่วนหนึ่งส่งขายให้กับโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง, เทศบาล และส่วนหนึ่งจำหน่ายในท้องตลาดภายในชุมชน ซึ่งก็จำหน่ายหมดทุกวัน และขายได้ในราคาใกล้เคียงกับผักทั่วไปที่ใช้ยาฆ่าแมลง แม้จะดูไม่สวยงามเท่า แต่ปลอดภัยกว่า จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค
       
       "เดิมทีเกษตรกรใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้สารสกัดจากหางไหลตามที่ ผศ.สุมาฬี แนะนำ ก็ช่วยลดต้นทุนได้มาก ระบบนิเวศในแปลงผักก็ดีขึ้นกว่าตอนใช้สารเคมี ส่วนเกษตรกรเองก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย เพราะไม่ต้องสูดดมหรือสัมผัสกับยาฆ่าแมลงโดยตรง" นายบุญธรรม เผย
       
       ผศ.สุมาฬี ยังบอกอีว่าโครงการนี้ มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรเป็นหลัก โดยการให้เกษตรกรลดใช้สารเคมี ส่วนผลผลิตก็จะจำหน่ายภายในชุมชน ให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ สามารถกำหนดราคาผลผลิตได้เอง เพราะมีความปลอดภัยสูงกว่า นอกจากนี้ ผศ.สุมาฬี ยังได้พัฒนาชีวภัณฑ์อัดเม็ดจากเชื้อราสำหรับกำจัดโรคพืชด้วยชีววิธีอีกทางหนึ่ง ซึ่งช่วยลดการใช้สารเคมีได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในอนาคตจะส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกผักปลอดสารพิษกันเพิ่มขึ้น รวมทั้งเผยแพร่สู่เกษตรกรในจังหวัดอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

TAG : ชาข้าวสาลี, หางไหล, ผักปลอดสารพิษ, หน่อไม้ปี๊บ
ข่าวล่าสุด ในหมวด
พัฒนา “โลหะฉลาด" ทำเครื่องจักรกลความร้อนผลิตไฟฟ้า
นวัตกรรมใบมีดชาวสวนยางยืดอายุต้นได้ถึง 50 ปี
ถอดความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำแบบชาวบ้านริมโขง
ลองทำดู! ยืดอายุมะเขือเทศทำได้ไม่ยาก
ก.วิทย์ส่งเทคโนโลยีถึงชาวบ้าน แปรรูปชาข้าวสาลี-น้ำหางไหลกำจัดศัตรูพืช
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
75 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
25 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014