หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | นวตกรรม
นวตกรรม สิ่งประดิษฐ์-เทคโนโลยี

"บ้านพอเพียง" นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2553 11:09 น.

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
"บ้านพอเพียง" หลังต้นแบบจากการต่อยอดงานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่ที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
รศ.ดร.วรสัณฑ์ บูรณากาญจน์

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
บ้านพอเพียงหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอย 140 ตารางเมตร สร้างเสร็จได้ภายใน 90 วัน

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เพราะไม่มีเสา ไม่มีคาน ผนังบ้านกันความร้อนได้ดี

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
พื้นที่ใช้สอยในบ้านพอเพียงจัดเป็นสัดส่วนน่าอยู่

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
ห้องนั่งเล่นริมสวน ติดประตูกระจกลามิเนทกันรังสียูวี

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
หน้าต่างกระจกบริเวณที่พักบันไดช่วยลดใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
ห้องนอนชั้นบนกว้างโล่งภายใต้หลังคาที่ไร้ขื่อและแป

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
ระเบียงชั้นบนมีหลังคากันฝนแต่ติดกระจกไว้รับแดด

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
กรอบประตูและหน้าต่างยูพีวีซี ทนทาน แข็งแรง ระบบล็อคหลายชั้น

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
ไม้ทรงสูงให้ร่มเงา ไม้พุ่มเตี้ยช่วยลดความร้อน

บ้านพอเพียง นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน
การปรับภูมิทัศน์ภายนอกอาคารช่วยให้ภายในบ้านเย็นสบายกว่า

"บ้าน" คือที่ที่เราอยู่แล้วมีความสุขทั้งทางกายและทางใจ แต่ถ้าจะให้ดียิ่งกว่าและทันสมัยยิ่งขึ้น บ้านในยุคนี้ต้องช่วยเจ้าของบ้านประหยัดพลังงานได้ และทำให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีอายุยืนยาวขึ้นด้วย
       
       ต่อยอดความรู้ 40 ปี สู่ต้นแบบ "บ้านพอเพียง"
       
       หลายปีที่ผ่านมามีการพูดถึงภาวะโลกร้อนและวิกฤตพลังงานกันอย่างหนาหู มีการศึกษาวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีรวมถึงการออกแบบอาคารบ้านเรือนที่ช่วยลดการใช้พลังงานกันไม่น้อย แต่ก็มีอยู่ไม่มากที่องค์ความรู้จะถูกหยิบเอามาปั้นแต่งให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น หนึ่งในนั้นคือ "บ้านพอเพียง" ที่อยู่อาศัยที่เข้ากับยุคประหยัดพลังงาน
       
       รศ.ดร.วรสัณฑ์ บูรณากาญจน์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการวิจัยแบบบูรณาการต่อยอดองค์ความรู้ประหยัดพลังงานสู่บ้านพอเพียง เปิดเผยว่า บ้านพอเพียงเกิดขึ้นจากการต่อยอดองค์ความรู้งานวิจัยสาขาต่างๆ ของจุฬาฯ ที่สะสมมานานกว่า 40 ปี ให้เกิดเป็นรูปธรรมและทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ปานกลาง
       
       "เราคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นหลัก โดยนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ผสมผสานกับการออกแบบ วัสดุ ระบบอาคาร และการแปลงทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลกับสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย" อาจารย์สถาปนิกกล่าว
       
       ปรับภูมิทัศน์เพื่อประหยัดพลังงาน
       
       รศ.ดร.วรสัณฑ์ ให้ข้อมูลว่า ภูมิอากาศของประเทศไทยในปัจจุบันร้อนขึ้นเฉลี่ย 2-3 องศาเซลเซียส ทุกฤดูกาลเมื่อเทียบกับในสมัยรัชกาลที่ 5 และเดือนที่ร้อนที่สุดเปลี่ยนจากเดือน พ.ค. มาเป็นเดือน เม.ย. ส่วนพื้นที่ที่จัดอยู่ในเขตเย็นสบาย (อุณหภูมิประมาณ 21.1-27.8 องศาเซลเซียส) ที่พบได้ทั่วไปในสมัยนั้นไม่มีเหลืออยู่แล้วในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เราจึงต้องเปลี่ยนแปลงการออกแบบที่อยู่อาศัยให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
       
       สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบบ้านพอเพียงคือ การปรับสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร โดยการปลูกต้นไม้ทรงสูงเพื่อให้ร่มเงาและป้องกันแสงแดดจากดวงอาทิตย์ ปลูกไม้พุ่มเตี้ยและพืชคลุมดินเพื่อลดการสะสมความร้อนและลดอุณหภูมิพื้นผิวจากการระเหยของน้ำ เพิ่มบ่อน้ำทางด้านทิศใต้เพื่อช่วยลดอุณหภูมิอากาศจากกระแสลม รวมถึงการปรับกระแสและทิศทางลม
       
       ส่วนตัวบ้านนั้นออกแบบให้ลดพื้นที่ผิวอาคาร เพื่อลดพื้นที่การถ่ายเทความร้อน และออกแบบระบบผนังให้เป็นโครงสร้างของบ้านด้วยเพื่อให้รองรับน้ำหนักบ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเสาและคานรองรับ ทำให้พื้นที่ใช้สอยในบ้านโล่งกว้าง สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
       
       ใช้วัสดุผสมผสาน กันชื้น กันร้อน กันยูวี
       
       ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนและความชื้นเข้าสู่ตัวอาคารจึงเป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของบ้านพอเพียง ผนังบ้านทั้งหมดจึงใช้วัสดุเม็ดโฟมคอนกรีตที่ทำจากโฟมรีไซเคิล มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ต้านทานแรงลมได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นฉนวนกันความร้อนและความชื้นได้ดีกว่าผนังอิฐมวลเบาหรือก่ออิฐฉาบปูน 10-12 เท่า
       
       ประตูและหน้าต่างทุกบานเป็นกระจกให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้าสู่ตัวบ้านและลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน โดยใช้กระจกลามิเนตติดฟิล์มป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ต (ยูวี) และมีคุณสมบัติเดียวกับกระจกรถยนต์ คือ ไม่แตกง่าย เมื่อแตกแล้วเศษกระจกจะไม่กระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กรอบประตูและหน้าต่างทำจากพลาสติกยูพีวีซีที่แข็งแรง ทนทานต่อรังสียูวีมากกว่าพีวีซีธรรมดา และมีระบบล็อคหลายจุดที่มีความปลอดภัยต่อการงัดแงะสูงกว่า
       
       หลังคาเป็นระบบผสมผสานโครงสร้าง ฝ้าเพดาน และคุณสมบัติฉนวนกันความร้อนที่กันความร้อนได้ดีกว่าหลังคากระเบื้องคอนกรีตถึง 24 เท่า โดยไม่ต้องมีโครงสร้างขื่อและแป จึงสร้างได้รวดเร็ว น้ำหนักเบากว่า 10 เท่า ไม่มีปัญหาน้ำรั่วซึม และสามารถใช้พื้นที่ภายในใต้หลังคาได้ทั้งหมด โดยใช้เวลาเพียง 90 วัน ก็สามารถสร้างบ้านพอเพียงได้ 1 หลังที่มีขนาด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องพระ 1 ห้องรับแขก และ 1 ห้องรับประทานอาหาร บนพื้นที่ใช้สอยราว 140 ตารางเมตร และมีน้ำหนักอาคารลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับบ้านทั่วไปขนาดเดียวกันที่ต้องใช้เวลาก่อสร้างนาน 240-360 วัน
       
       "แม้ว่าค่าวัสดุก่อสร้างบ้านพอเพียงจะสูงกว่าวัสดุก่อสร้างทั่วไป แต่ข้อดีของการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่ทำให้ก่อสร้างได้รวดเร็วกว่าบ้านทั่วไปมาก จึงช่วยประหยัดค่าแรงได้ ทำให้ต้นทุนต่างกันไม่มากเท่าไร" รศ.ดร.วรสัณฑ์ เผยข้อดี และจุดเด่นอีกประการของบ้านพอเพียงคือใช้วัสดุที่ผลิตได้ภายในประเทศทั้งหมด
       
       ลดใช้พลังงาน ลดค่ารักษาพยาบาล
       
       บ้านพอเพียงติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาด 18,000 บีทียู แค่เครื่องเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้บ้านทั้งหลังเย็นสบาย เพราะใช้ระบบท่อกระจายความเย็นถึงทุกห้องภายในบ้าน สามารถเปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่เปลืองไฟ และทำให้ในบ้านมีอุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียสตลอดปี เพราะผนังและหลังคาบ้านที่มีคุณสมบัติกันความร้อนได้ดี และการปรับสภาพแวดล้อมภายนอกบ้านให้มีอุณหภูมิต่ำลงกว่าปกติ ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า 60%
       
       นอกจากช่วยประหยัดพลังงานแล้ว อุณหภูมิภายในบ้านพอเพียงยังค่อนข้างคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย มีอากาศบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา และไม่มีรังสียูวีเล็ดลอดเข้าสู่ในบ้าน ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยน้อยลง สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย
       
       "ปัจจุบันประเทศไทยต้องใช้งบประมาณไปกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยปีละไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และส่วนใหญ่ต้องนำเข้ายาจากต่างประเทศ หากเราสามารถลดอัตราการเจ็บป่วยของประชากรได้ จะช่วยให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้อย่างมหาศาล" รศ.ดร.วรสัณฑ์ กล่าว
       
       โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ วิทยาเขตบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา อนุเคราะห์พื้นที่ในการสร้างบ้านต้นแบบ และจะมีการแสดงแบบจำลองบ้านพอเพียงให้ผู้สนใจชมกันในงานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์
******************

       
       
เปรียบเทียบบ้านพอเพียงและบ้านทั่วไป

       
       

       


TAG : บ้านพอเพียง, วช.
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น
ผันน้ำเข้านาด้วย “อินเวอร์เตอร์” ดึงพลังแดดได้ทุกช่วงแสง
ไม่ต้องพึ่งเยอรมัน! เครื่องทดสอบ “พลาสติกวิศวกรรม” ผลงานไทย
เปิด SafeMate งานวิจัยเช็กขับขี่ปลอดภัยรับสงกรานต์ (คลิป)
ลดฝุ่นถนนลูกรังด้วยน้ำทิ้งโรงงานกระดาษสา
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 94 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 84 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 10 คน
10 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมสนใจมากครับ
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับบ้าน "บ้านพอเพียง" นวัตกรรมยุคประหยัดพลังงาน

1.ราคาประมาณเท่าไร? งบประมาณที่สามารถปลูกได้ครับ
2.มีแบบแปลนแจกหรือเปล่าครับ
3.ถ้าต้องการปลูกติดต่อช่างได้ที่ใหนครับ
4.รายละเอียดเพิ่มที่สามารถให้ได้ครับ

ขอบคุณครับ
suraditn@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014