หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์
วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์ โลกพิศวง ??

มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 สิงหาคม 2554 17:05 น.

มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์
ภาพปรากฏการณ์พญานาคเล่นน้ำที่บึงโขงหลง (ภาพจากโต๊ะข่าวภูมิภาค)

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์
ภาพอธิบายการเกิดคลื่นกระแทกกลายเป็นคลื่นนิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ โดย ผศ.ดร.พงษ์ ซึ่งเมื่อคลื่นเข้ากระทบฝั่งจะเกิดคลื่นสะท้อน และเกิดการรวมตำแหน่งของคลื่นที่สวนทางกัน

มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์
ผศ.ดร.พงษ์ สาธิตการเกิดขึ้นคลื่นนิ่ง โดยใช้หลอดกาแฟต่อเข้ากับลำโพงซึ่งทำหน้าที่เป็นต้นกำเนิดของแรงสั่นสะเทือน แล้วจุ่มลงไปในภาชนะบรรจุน้ำ

มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์
(บน) การสาธิตปราฏการ์ณสะท้อนกลับหมดของแสง เมื่อเดินทางผ่านตัวกลาง 2 ชนิด โดยใช้เลเซอร์ส่องผ่านกระจกที่มีดัชนีหักเหต่างจากอากาศ (ล่าง) ภาพแสดงการสะท้อนและการหักเหของแสงเมื่อเดินทางจากน้ำสู่อากาศ โดยเส้นสีเหลืองแสดงหลักการสะท้อนกลับหมด

มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์
ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

มอง “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงในมุมนักวิทยาศาสตร์
ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว (หน้า) และ ผศ.ดร.พงษ์ ทรงพงษ์ (หลัง) ระหว่างเสวนาอธิบายปรากฏการณ์พญานาคเล่นน้ำ

จากเหตุการณ์ที่คนจำนวนมากแห่ไปชมปรากฏการณ์ “พญานาคเล่นน้ำ” ที่บึงโขงหลงใน จ.บึงกาฬ และมีการเผยแพร่ข้อมูลทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ซึ่งคนจำนวนมากเชื่อว่าสิ่งที่เห็นนั้นคือพญานาคจริง อย่างไรก็ดี ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า จะมีความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์อย่างไรบ้าง?
       
       เพื่อเสนออีกข้อมูลอีกด้านหนึ่งต่อปรากฏการณ์ทีเกิดขึ้นทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้เปิดเวที “วิเคราะห์ปรากฏการณ์คลื่นน้ำปริศนาในแบบวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ” ขึ้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค.54 ณ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผศ.ดร.พงษ์ ทรงพงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ และ ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมเสนอมุมมองในทางวิทยาศาสตร์แก่สื่อมวลชนและทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์
       
       ผศ.ดร.เจษฎา ได้หยิบคลิปบันทึกภาพปรากฏการณ์ “พญานาคเล่นน้ำ” ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ มาอธิบายว่า ภาพที่เห็นนั้นมีลักษณะของการเคลื่อนที่บางอย่างที่อยู่กับที่ ซึ่งแม้เขาจะมีคำตอบอยู่ในใจแต่แล้วสิ่งนั้นคืออะไร แต่เขาก็ไม่ขอฟันธง ทั้งนี้จากการแสดงความเห็นในรายการ “เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” เมื่อวันที่ 21 ส.ค.54 นั้นมีคนเชื่อว่าสิ่งที่ปรากฏคือพญานาคถึง 78% ซึ่งเขาจะไม่เปลี่ยนความเห็นของคนกลุ่มนี้ แต่จะมุ่งให้คำอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์ต่อปรากฏการณ์ดังกล่าวแก่คนอีกกว่า 21%
       
       “ปรากฏการณ์ที่เชื่อว่าเป็นพญานาคนั้นมีเกิดขึ้นบ่อย เช่นที่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นลำน้ำโขงจริงๆ ก็ปรากฏเงาดำๆ เคลื่อนที่เป็นระลอกๆ แต่ไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน และให้ภาพชัดเจนกว่าบึงโขงหลง ที่ จ.มุกดาหาร ก็ปรากฏพญานาคเล่นน้ำมุดอยู่ที่ตอม่อสะพาน มีข่าวทีวี วิทยุและหนังสือพิมพ์เขียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีที่ไหนพูดถึงเรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ในห้องหว้ากอของเว็บไซต์พันทิปได้พูดถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง” ผศ.ดร.เจษฎากล่าว
       
       ในมุมมองทางด้านชีววิทยา ผศ.ดร.เจษฎาได้ลองตั้งสมมติฐานถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งบางคนคิดว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเกิดจากงูขนาดใหญ่ แต่เมื่อเปรียบเทียบภาพการเคลื่อนที่ของงูจะพบความแตกต่าง นั่นคือ งูจะไม่ว่ายน้ำแบบดำผุดดำว่าย แต่จะพยายามยกหัวตลอดเวลาเพื่อหายใจ และไม่อยู่กับที่แต่จะบิดตัวซ้ายขวาแล้วเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรืออาจจะเป็นฝูงปลา ซึ่งฝรั่งก็มีความเชื่อเรื่องสัตว์ประหลาด “โอโกโปโก” (Ogopogo) แต่แท้จริงแล้วคือปรากฏการณที่ปลาว่ายน้ำเป็นฝูง และจะเห็นภาพปลากระเด็นเป็นจุดๆ ด้วย หากแต่ในคลิป “พญานาคเล่นน้ำ” ไม่เป็นเช่นนั้น
       
       “เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นโลมาน้ำจืดหรือในสารคดีของโจ๋ยบางจาก แต่เราก็ไม่เห็นภาพดำผุดดำว่ายหรือไม่เห็นกระโดงหลังของโลมาน้ำจืด และโลมาน้ำจืดก็ไม่อยู่กับที่ซ้ำๆ หรือจะเป็นปลาพญานาค จริงๆ แล้วปลาพญานาคคือ “ปลาออร์” (Oarfish) ที่มีคนบอกว่าหัวเหมือนมังกร มีโหนกๆ ตันๆ มีหงอน และเป็นตัวที่ทำให้เกิดตำนานสัตว์ประหลาดเยอะมาก อย่างภาพทหารจีไอจับปลาตัวนี้มีติดอยู่ตามฝาบ้านในแถบอีสานเยอะมาก แต่จริงๆ ปลาดังกล่าวเป็นปลาทะเลน้ำลึกซึ่งจับได้ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ” ผศ.ดร.เจษฎากล่าว
       
       อีกอย่างที่ ผศ.ดร.เจษฎากล่าวว่าหลายคนลืมคิดคือบึงโขงหลงนั้นเป็นบึงขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกมาจากลำน้ำโขง และเป็นแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งมีคนเข้าไปศึกษาวิจัยกันเยอะ เพื่อเก็บข้อมูลว่าที่บึงดังกล่าวมีนกอะไรบ้าง ปลาอะไรบ้างและสิ่งมีชีวิตอะไรบ้าง ซึ่งจากการอ่านรายงานการวิจัยในบริเวณดังกล่าวยังไม่มีใครพบปลาขนาดใหญ่ในแหล่งธรรมชาตินี้ และยังมีรายงานอีกว่าทั่วโลกมีภาพคล้ายๆ พญานาคเล่นน้ำนี้อยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ เช่น ที่ทะเลสาบเนสซี (Nessie) ในสก็อตแลนด์ ก็มีการบันทึกภาพลักษณะเช่นนี้ได้จำนวนมาก ส่วนภาพ “สัตว์ประหลาดเนสซี” ที่โด่งดังนั้นในภายหลังมีผู้ออกมายอมรับทำปลอมขึ้นจากการติดหุ่นลงบนเรือดำน้ำ
       
       พร้อมกันนี้ ผศ.ดร.เจษฎาได้ยกตัวอย่างโฆษณาของธนาคารแห่งหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทีมฟุตบอลเยาวชนที่อาศัยอยู่บนเรือนแพ และไม่มีสนามหญ้าให้ซ้อมฟุตบอล และในจังหวะที่ภาพนำเสนอกลุ่มเด็กๆ กำลังเตะฟุตบอลนั้น ได้เกิดคลื่นน้ำลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในบึงโขงหลงปรากฏขึ้น เขาจึงตั้งข้อสังเกตว่า จริงๆ แล้วปรากฏการณ์พญานาคอาจจะโพล่ไปทุกที เพียงแต่เราไม่ได้สังเกตเท่านั้น และเมื่อไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในเชิงชีวภาพ ก็เป็นไปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์แขนงอื่น ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ “พญานาค” ที่หลายคนเห็นนั้นคือคลื่นกระแทกที่เรียกว่า “เวก” (Wake) ซึ่งมักเกิดขึ้นในทะเลสาบ
       
       ทางด้าน ผศ.ดร.พงษ์ในฐานะนักฟิสิกส์ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ใช้เพียงหลักการสะท้อนแสง การหักเหและการสะท้อนหลับหมด ซึ่งเป็นความรู้ระดับ ม.ปลายก็สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ มีคำถามว่าเราจะเห็นวัตถุใต้น้ำเป็นสีดำได้หรือไม่ ซึ่งจากหลักการหักเหแสงเมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลาง 2 ชนิด จะเกิด “แสงหักเห” ที่ทำมุมมากกว่า “แสงตกกระทบ” เสมอ และจะมีส่วนหนึ่งเป็น “แสงสะท้อน” กลับเข้าไปนั้น และเมื่อตกกระทบของแสงกว้างประมาณ 48 องศา จะไม่มีแสงออกมาจากน้ำเลย
       
       “แล้วถ้ามีตัวอะไรอยู่ใต้น้ำเราจะมองเห็นด้วยมุมเท่าไรได้บ้าง สำหรับคนที่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำคือคนที่มองจากมุมสูงๆ ส่วนคนที่แนวราบหรือริมตลิ่งจะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใต้เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์สะท้อนกลับหมด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เดียวกับที่เกิดขึ้นเส้นใยแก้วนำแสง และยิ่งอยู่ใกล้ผิวน้ำมุมตกกระทบยิ่งกว้าง ยิ่งมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำไม่ได้ เขาจะเห็นแต่เงาสะท้อนจากด้านบน อย่างเงาของเมฆหรือท้องฟ้าด้านบน แต่ไม่เห็นอะไรใต้น้ำ และถ้าเกิดคลื่นกระแทก จะมีบริเวณที่แสงตกกระทบแล้วไม่สะท้อนเข้าสู่ตาเรา ทำให้บริเวณดังกล่าวมืดลงและคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการสะท้อนแสงอาจเข้าใจว่าเป็นตัวอะไรดำๆ” ผศ.ดร.พงษ์กล่าว
       
       แล้วคลื่นกระแทกมาจากไหน ผศ.ดร.พงษ์อธิบายว่า เกิดจากการรวมกันของคลื่นที่เป็นการรวมกันแบบซ้อนทับ (Superposition) เป็นการรวมตำแหน่งของคลื่นลูกที่ 1 และคลื่นลูกที่ 2 แบบเสริมกัน หรือบางกรณีคลื่นรวมกันแบบหักล้างทำให้เห็นเป็นพื้นผิวเรียบ ทั้งที่จริงๆ แล้วมีคลื่นมากมายรวมกัน และการรวมกันของคลื่นนั้นมีบางตำแหน่งอยู่นิ่งกับที่ซึ่งเรียกว่า “คลื่นนิ่ง” (Standing Wave) โดยในธรรมชาตินั้นคลื่นนิ่งอาจเกิดขึ้นจากลมพัด เรือวิ่ง หรือการคลื่นที่ของสัตว์ใต้น้ำ ทั้งนี้ เมื่อเกิดคลื่นใต้น้ำเข้าไปกระทบกับฝั่งจะเกิดคลื่นสะท้อนกลับมารวมกับคลื่นตกกระทบกลายเป็นคลื่นนิ่งอยู่บนผิวน้ำได้ และหากมีสิ่งก่อสร้างอยู่ใต้น้ำจะทำให้เกิดการรวมกันเป็นสันค่อนข้างนิ่งอยู่เหนือบริเวณสิ่งก่อสร้างใต้น้ำนั้นได้
       
       อย่างไรก็ดี การเปิดเวทีให้ข้อมูลในมุมวิทยาศาสตร์ต่อปรากฏการณ์ “พญานาค” ที่หลายคนสนใจนั้น ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ให้ความเห็นว่า จัดเวทีดังกล่าวขึ้นโดยไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ความเชื่อหรือฟันธงลงไปว่าพญานาคมีจริงหรือไม่ หากแต่เพียงต้องการนำเสนอว่ามีความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์อย่างไรบ้าง ส่วนพญานาคจะมีจริงหรือไม่นั้นอยู่ที่ดุลพินิจของแต่ละคน
       
       

       
คลิปปรากฏการณ์พญานาคเล่นน้ำที่ปรากฏในสื่อ

       
       
       

       
คลิปอธิบายการเคลื่อนที่ของงูในน้ำ

       
       
       

       
ปรากฏการณ์คลื่นคล้ายพญานาคในโฆษณาของธนาคารแห่งหนึ่ง ในนาทีที่ 1.03

       
       
       

       
คลิปการทดลองสาธิตกำเนิดคลื่นนิ่ง

       


TAG : พญานาค, บึงโขงหลง, คลื่นกระแทก, เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, พงษ์ ทรงพงษ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนเรือนแสนแห่เข้าบึงกาฬชม “พญานาคเล่นน้ำ”กลางบึงโขงหลง
ข่าวล่าสุด ในหมวด
จริงนะ! ประท้วงตัดถนนผ่านแดนภูเขาไฟ หวั่นกระทบถิ่นอาศัย “เอลฟ์”
ชัดๆ เอเลี่ยนไม่ได้ทำ!
ไขปริศนาตัวอะไรชักใยอยู่ที่เปรู?
มุมมองของแมว
ใยปริศนาที่เปรู...นักวิทย์ยังไม่รู้คืออะไร?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 67 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 57 คน
86 %
ไม่เห็นด้วย 10 คน
14 %
ความคิดเห็นที่ 17 +126 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พญานาคฟังธรรม
ทีนี้มากล่าวถึงยุคสมัยเมื่อไม่นานมานี้ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ท่านมีความเกี่ยวข้องกับพวก “พญานาค” อยู่อย่างลึกลับ

จากข้อความในหนังสือประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งเรียบเรียงโดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน กล่าวไว้ว่า

ในสมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่นออกเที่ยวแสวงวิเวกอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรในภาคเหนือและภาคอีสาน ตลอดจนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ขณะที่ท่านพักบำเพ็ญเป็นสุขวิหารธรรมอยู่สบายในป่าในเขาที่สงัดปราศจากผู้คนทั้งกลางวันกลางคืน

พระอาจารย์มั่นมีการติดต่อกับพวกกายทิพย์ เช่น เทวบุตร เทวธิดา อินทร์ พรหม พญานาค ครุฑ ยักษ์ กุมภัณฑ์ คนธรรพ์ วิทยาธร และภูตผีปิศาจที่มาจากที่ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ

ท่านถือเป็นเรื่องธรรมดา เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ติดต่อกับมนุษย์ชาติต่าง ๆ ในโลกนี้เพื่อผลประโยชน์ ซึ่งกันและกัน

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ เล่าว่า

ขณะที่ท่านกำลังแสดงธรรมอบรมพระเณรตอนกลางคืน ที่หมู่บ้านสามผง นครพนม ได้มีพญานาคอยู่แถบลำแม่น้ำสงครามได้แอบมาฟังเทศน์ท่านแทบทุกคืน โดยเฉพาะวันพระ พญานาคมาทุกคืน ถ้าไม่มาตอนท่านอบรมพระเณร พญานาคก็มาตอนดึกขณะที่ท่านเข้านั่งสมาธิภาวนา

ส่วนเทวดาทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างมีมาห่าง ๆ ไม่เหมือนอยู่ที่อุดรฯ หนองคาย

ยิ่งวันเข้าพรรษาและวันกลางพรรษา และวันปวารณาออกพรรษาด้วยแล้ว ไม่ว่าท่านพระอาจารย์มั่นจะพักจำพรรษาอยู่ที่ไหน แม้แต่ในตัวเมือง ก็ยังมีพวกเทวดาทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ชั้นใดชั้นหนึ่ง และที่ใดที่หนึ่งมาฟังธรรมเทศนาท่านมิได้ขาด เช่น ที่วัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น

เมื่อครั้งพระอาจารย์มั่นธุดงค์ไปบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าเชิงเขาใหญ่ลูกหนึ่งฝั่งไทย ทางทิศตะวันตกนครหลวงพระบาง ภูเขาลูกนี้อยู่ชายฝั่งแม่น้ำโขง

พระอาจารย์มั่นเล่าว่า

ที่ใต้เชิงเขาลูกนั้น มีเมืองพญานาคตั้งอยู่ ใหญ่โตมาก หัวหน้าพญานาคพาบริวารมาฟังธรรมของท่านเสมอ และมักมากันมากมายในบางครั้ง พวกพญานาคไม่ค่อยมีปัญหาซักถามมากเหมือนพวกเทวดา พวกเทวดาทั้งเบื้องต้นและเบื้องล่างมักมีปัญหามากพอ ๆ กัน หมายถึงปัญหาข้อสงสัยทางธรรมะ

ส่วนความเลื่อมใสในธรรมะนั้นพวกพญานาคและเทวดามีความเลื่อมใสพอ ๆ กัน
เชื่ออริยะสงค์ครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +116 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรูว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงมากกว่าพญานาคซะอีก
กุ่ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +75 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นในรายการเรื่องจริงผ่านจอที่เอามาแฉใหม...??

คนแห่ไปเฝ้าดู ปู่อือลือ พยานาคบึงโขงโหลง จนแล้วจนรอด ก็ไม่ยอมปรากฎกายสักทีตามคำบอกเล่าว่าจะมา 4 โมงเย็น แล้วจู่ๆ ก็มีเรือหางยาวมาจากใหนไม่รู้แล่นผ่านหน้าผู้ชม จึงเกิดคลื่นขึ้นที่เรือหางยาวแล่นผ่าน รูปร่างเหมือนพยานาคในข่าวเป๊ะ .......!! พวกหางแดงที่ไปเฝ้าดู กรี๊ด กันใหญ่ เวรกำประเทศไทย ก็เห็นอยู่ตำตาว่าคลื่นจากเรือยางยาว........
เด็กบึงโขง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 57 +67 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่ากล่าวว่า '' งมงาย'' เลยครับ

ยิ่งพูดเหมือนยิ่ง ลบหลู่ '' พระพุทธเจ้า ''

คนไม่ได้ศึกษาธรรมะ อย่างถ่องแท้ เข้าวัดเพียงแค่ จุดธูป ขอโน่น ขอนี่ แล้วดูพระพุทธรูป ว่าโอ้ สวยจัง แล้วกลับบ้าน

แต่ถ้าท่านได้ศึกษาธรรมะอย่างแท้จริงจะรู้ว่าเรื่องพวกนี้มีจริง แต่ไม่ควรไปยึดติดหรือให้ความสำคัญ เพราะ สิ่งที่สำัคัญและมีค่า นั่นคือ '' คำสอนของพระพุทธเจ้า ''
คนพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 86 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมมีข้อแย้งความเห็นที่ปฏิเสธการมีอยู่ของพญานาค และสิ่งลี้ลับอื่น ๆ อันเชื่อมโยงกับพุทธศาสนา ดังนี้

1. หากท่านเป็นชาวพุทธท่านไม่สามารถปฏิเสธพญานาคได้

ท่านเชื่อในพระพุทธเจ้าหรือไม่ ท่านเชื่อในพระอริยสงฆ์หรือไม่ หากครบถ้วนตามนี้แล้ว ท่านไม่สามารถปฏิเสธการมีอยู่ของพญานาคได้ (ในที่นี้จะพิจารณาโดยแคบแค่พญานาค) เพราะมีสิ่งที่เหนือกว่าพญานาคมาก เช่น การได้อภิญญา หรือแม้แต่การบรรลุนิพพาน

หากตั้งตรรกะว่าพญานาคไม่มีเพราะไม่เคยเห็น ท่านก็อาจจะพูดพล่อยได้ว่า นิพพาน ไม่มีจริง เช่นนั้นก็ป่วยการจะเป็นชาวพุทธ และแท้ที่จริงคนกลุ่มนี้ก็อาจจะคิดไปได้ว่า พระพุทธเจ้าไม่มีจริงเพราะไม่มีใครเคยเห็น

2. การกล่าวตู่ว่าพระไตรปิฏกที่ว่าชำระกันมามากครั้งแล้ว เชื่อถือไม่ได้ การกล่าวเช่นนี้ เป็นเรื่องน่าเศร้าของชาวพุทธ เพราะคัมภีร์นี้ชำระโดยพระอรหันต์ในครั้งแรก และต้องเป็นพระอรหันต์ที่ได้อภิญญาเท่านั้น (มีสัญญาระลึกได้ว่าพระพุทธเจ้าตรัสอะไร)

พระไตรปิฎกยังใช้การท่องจำกันมา มุขปาฐะ หากสวดเป็นหมู่ย่อมจะต้องตรงกัน จะผิดพลาดไม่ได้ ดังนั้นพระสงฆ์จะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ แม้ในชั้นที่อาจารย์ต่าง ๆ มีความเห็น ก็แยกไว้ต่างหาก ตือเป็นอรรถกถา หรือ ฎีกา ไม่ปะปนกับพระสูตรต่าง ๆ

3. ตรรกะของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติจึงไม่มีพญานาค นั้น เป็นการใช้ตรรกะที่ผิด นำเอาข้อสรุปย่อยไปเหมารวมภาพใหญ่

4. ท่าทีละเปลือกเลือกแก่น เป็นการดูแคลนขอบเขตความจริง ท่าทีชาวพุทธที่ถูกต้องมิได้หลงใหลในสิ่งลี้ลับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริง

5. การยกกาลามสูตรมาอ้างว่า ไม่ควรเชื่อ หากจะอ้างแบบตีขลุมว่าไม่ควรเชื่อสิ่งใด ในโลกนี้ก็ไม่ควรอะไรทั้งนั้น ซึ่งกลายเป็นการตีความอย่างเขลา แท้จริงแล้ว การจะบรรลุธรรมอรหันต์ได้ต้องละสังโยชน์ ที่ว่า วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย (ในศีล ในธรรม.....)

ดังนั้น หากเลือกเชื่อโดยไม่มีหลักคิด ก็ไม่ต่างจากการทึกทักเอาตามที่ตัวเองพอใจโดยไม่มีการพิสูจน์พระสัทธรรมของพระพุทธองค์
*-*
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +27 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่มีเครื่องมือพิสูจน์คือ สิ่งที่ตาเนื้อมองไม่เห็นเช่น นรก เปรต อสูรกาย เทวดา พรหม
มันถึงทำให้คนส่วนหนึ่งไม่เชื่อวาชาติหน้าจะมีจริงหรือไม่ ถึงได้กอบโกยโกงกินทั้งๆที่ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้แม้สตางค์เดียว แต่สิ่งที่ติดไปกับจิตก็คือกรรมชั่ว และที่ไปก็หนีไม่พ้นอบายภูมิ
น่าสงสารคนพวกนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอสนับสนุนบทความที่ท้าทายความเชื่องมงายอย่างนี้ครับ ไม่ใช่อะไรๆ ก็เชื่อ อะไรประหลาดนิดประหลาดหน่อยก็กราบไหว้ขอหวยกับบ้าบอคอแตก

จิ้งจกออกมาหลายหางก็ไหว้ งูสองหัวก็ไหว้ มะพร้าวมีหงอนมีหัวอะไรคล้ายพญานาคก็ไหว้ จุดธูปขอหวยกัน

แล้วไม่ใช่ว่าที่ไปกราบทไปไหว้กันนี่ จะถูกหวยกันทุกคนหรอกนะ ที่เห็นๆ ก็ถูกกินกันทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มีอะไรแปลกๆ ประหลาดๆ ออกมา ก็เอาอีก กราบกันอีกอะไรกันอีก
ถูกต้มกันทั้งนั้น แล้วชีวิตนี้ไม่คิดจะพิสูจน์อะไรกันบ้างเลยเหรอ

นักข่าวอ่านข่าวสองคนนี่ก็เหมือนกัน หน้าตาก็ทันสมัยดีหรอก ก็เออออห่อหมกกันไปด้วย ไทยรัฐอีกฉบับหนึ่งตัวดีเลย ชอบนักออกข่าวอะไรอย่างนี้ ไม่สงสารชาวบ้านเลยเหรอว่าคุณกำลังทำร้ายเขา

แล้วมีมั้ย สักสื่อหนึ่ง สำนักข่าวสักช่องนึง ที่มีกึ๋นพอที่จะเข้าไปพิสูจน์ ตั้งแต่เด็กจนโต ก็เห็นยังวนเวียนอยู่กับความงมงายไม่ไปไหนของสื่อไทย

ก็เห็นๆนะว่าเป็นพญานาค ทำไมไม่มีใครนั่งเรือไปดูใกล้ๆ ซะเลยหละ จะได้รู้ๆ ไปเลยว่าจริงไม่จริง
โง่งมงา่ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 66 +20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณพงษ์ ทรงพงษ์

ช่วยส่งนิสิตไปพิสูจน์ข้อสมมุติฐานของคุณด้วยนะจ๊ะ
ถ้าเป็นเพียงคลื่นแบบที่คุณจินตนาการ

สิ่งที่เป็นหลักฐานคือ มันจะต้องมีครบ 365 วันในหนึ่งปี
คุณต้องพิสุจน์ว่าอะไรเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดคลื่นบ้าง
เช่นลม แรงกระแทกน้ำมาจากไหน

เพราะการทดลองของคุณใช้หลอดกาแฟที่นำคลื่นมาจากสื่อที่คุณสร้างขึ้น

คุณต้องตอบให้ได้ว่า พญานาคที่พระพุทธเจ้ากล่าวถึง มีหรือไม่มี อย่าให้นักเลงคีย์บอร์ดมาสรุปเอาเองว่า พญานาคไม่มีจริงจากตรรกะห่วยๆ

ถ้าส่งเฮลิคอปเตอร์เครื่องบินขนากเล็ดบังคับวิทยุพร้อมกล้องวิดีโอไปแล้วมันจะพิสูจน์สิ่งที่คุณจินตนาการได้

ถ้าไม่มีงบประมาณก็แนะนำให้ขอจาก คณบดีได้ครับ

และช่วยกรุณาสรุปเรื่องบั้งไฟพญานาคด้วยจะดีมาก
จุฬา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 63 +19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศาสนาพุทธ ศาสนาที่ลึกกว่าวิทยาศาสตร์
หลายอย่างที่พุทธพูดไว้นาน แต่วิทยเพิ่งค้นพบ เฉพาะนั้นอย่าด่วนปฏิเสธ เรื่องที่คุณยังไม่รุ้ และก็ไม่ควรสรุปด่วนเชื่ออะไรอย่างฝั่งหัว
ปัญญา (โพสจนเหนื่อยและคิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้ขึ้น)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 45 +18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"ไม่เชื่อ อย่าลบหลุ่"

ไม่ได้หมายความว่าไม่เชื่อผี ไม่เชื่อพญานาค แล้วไปลบหลู่ผีหรืออะไรพวกนั่น

แต่หมายถึง เราอย่าไปลบหลู่ คนที่เขาเชื่อ เขาจะเชื่ออะไรถึงมันจะผิดจะถูกก็อย่าไปลบหลู่ดูหมิ่นเขา มีวิธีเยอะแยะ ที่ทำให้เขาเข้าใจ ถ้าเขายังเชื่อก็ต้องปล่อยเขาไป สิทธิ์ ของเขา
แคร์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พญานาค มีกายทิพย์ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มิใช่กายหยาบ คุณไม่เชื่ออย่าลบหลู่ท่านเลยครับ เขาเชื่อของเขา ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ได้ไปฆ่ารันฟันแทงใคร เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คุณไม่เชื่อก็ว่าเขางมงาย กรุณาให้เกียรติคนอื่นเขาบ้าง
chanin_guy@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014