หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | คอลัมน์
คอลัมน์ มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน

โดย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ 4 พฤศจิกายน 2556 14:14 น.
โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
ภาพแนวทางช้างเผือกพาโนรามา ณ หอดูดาวควบคุมระยะไกล Cerro Tololo Inter- American Observatory (CTIO) ประเทศชิลี โดยผู้ถ่ายภาพถ่ายในแนวตั้ง มาทั้งหมด 3 แถว รวมทั้งหมดจำนวน 52 ภาพ และนำภาพมาต่อกันด้วยโปรแกรม Hugin โดยในภาพจะสามารถสังเกตเห็นแนวทางช้างเผือกพาดผ่ายเต็มท้องฟ้า ซึ่งมีดาวศุกร์สุกสว่างอยู่ข้างหอดูดาว รวมทั้งแสง Zodiacal light ได้อย่างชัดเจน และยังมี กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ กับกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก ในภาพด้านซ้ายอีกด้วย (ภาพโดย : วิภู รุโจปการ / Camera : Canon 5D Mark ll / Lens : Canon EF 50mm USM / Focal length : 50 mm. / Aperture : f/2.0 / ISO : 3200 / Exposure : (10s x 52 Images))
       ในช่วงนี้ก็เป็นที่ทราบกันว่าใจกลางทางช้างเผือกนั้น เริ่มจะต่ำใกล้ลับขอบฟ้าหลังดวงอาทิตย์ตกไปทุกที ทำให้การถ่ายภาพใจกลางทางช้างเผือกให้อยู่ในมุมสวยๆ หรือกลางภาพนั้นทำได้ยาก ซึ่งหากใครที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการดูดาวมาแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่าตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกนั้นอยู่ใกล้กับขอบฟ้ามาก ซึ่งช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงสุดท้าย และท้ายสุดของการถ่ายภาพใจกลางทางช้างเผือกในปี 2556 นี้ครับ
       
       เราจะสามารถกลับมาถ่ายภาพทางช้างเผือกที่บริเวณใจกลาง หรือระหว่างกลุ่มดาวแมงป่อง กับกลุ่มดาวคนยิงธนูได้อีก ก็ประมาณช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้าครับ ดังนั้น ช่วงนี้หากอย่างรอเวลาครับ ฟ้าเปิด ใสเคลียร์ เมื่อไหร่ออกไปล่าช้างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไว้เลยครับ เพราะจะอยู่ให้เราได้เห็นถึงวันที่ 5 พ.ย. นี้เท่านั้น หลังจากนี้ก็จะมีแสงของดวงจันทร์รบกวนไปตลอดทำให้ยากต่อการถ่ายภาพแล้วครับ
       
       ถึงแม้ใจกลางทางช้างเผือก ใกล้ลับขอบฟ้าหลังพระอาทิตย์ตกดินเข้ามาทุกที ณ เวลานี้ผมไม่อยากให้ทุกคนสิ้นหวัง หากแต่เราลองมองหาเทคนิคและมุมมองการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ มาประยุกต์เข้าด้วยกัน เราก็อาจได้ภาพที่น่าประทับใจได้เช่นกัน ดังเช่นภาพที่ผมจะกล่าวถึงในคอลัมน์นี้ เป็นการใช้เทคนิคการถ่ายภาพพาโนรามา มาใช้ในการถ่ายภาพเพื่อให้ได้แนวทางช้างเผือกที่พาดกลางท้องฟ้าได้สวยงามเช่นกัน
       
       ทำความเข้าใจกันก่อน
        สำหรับประเทศไทยนั้น ใจกลางทางช้างเผือกอยู่ใกล้บริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู โดยจะปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้ ซึ่งไม่สูงมากนัก หากใครที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศก็จะมีโอกาศสังเกตใจกลางทางช้างเผือกได้ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากทางภาคใต้จะสามารถสังเกตเห็นกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้ได้มากกว่าทางภาคเหนือค่อนข้างมาก
       
       แนวของทางช้างเผือกนั้นพาดผ่านกลุ่มดาวสว่างเช่น กลุ่มดาวค้างคาว (แคสสิโอเปีย) กลุ่มดาวเพอร์เซอุส กลุ่มดาวสารถี กลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาวกางเขนใต้ กลุ่มดาวแมงป่อง กลุ่มดาวคนยิงธนู กลุ่มดาวนกอินทรี และกลุ่มดาวหงส์ ซึ่งสามารถดูแผนที่ดาวประกอบ โดยแกนหมุนของโลกทำมุมเอียง กับระนาบของกาแล็กซีประมาณ 60 องศา และโลกก็หมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงมองเห็นทางช้างเผือกพาดยาวข้ามขอบฟ้า โดยมีทิศทางการวางตัวบนท้องฟ้า เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ตลอดเวลา บางเวลาก็อยู่ในแนวเหนือ-ใต้ บางเวลาก็อยู่ในแนวเฉียง

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
จากภาพแนวทางช้างเผือกพาดผ่านทั่วท้องฟ้าเหนือพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ บริเวณยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นแนวทางช้างเผือกที่พาดผ่านจากกลุ่มดาว คนยิงธนู นกอินทรี กลุ่มดาวหงส์ แคสสิโอเปีย และเพอร์เซอุส ซึ่งหากลองสังเกตดูดีๆ ภาพนี้จะเห็นกาแล็กซี อยู่ 2 กาแล็กซี ครับ คือ กาแล็กซีทางช้างเผือก + กาแล็กซีแอนโดนเมดา มุมบนด้านขวา เล็กๆ และแสง Zodiacal Light รวมอยู่ด้วย (ภาพโดย : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ / Camera : Canon 5D Mark ll / Lens : Canon EF 16-35mm f/2.8L II USM / Focal length : 16 mm. / Aperture : f/2.8 / ISO : 3200 / Exposure : (30s x 18 Images))
       

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
       ช่วงนี้ตอนเย็นท้องฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ใสเคลียร์เมื่อไหร่ ให้สังเกตดาวสว่าง (ดาวศุกร์) ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ตั้งแต่หัวค่ำขณะที่ท้องฟ้ายังไม่มืด ตรงนั้นแหล่ะครับใจกลางทางช้างเผือก..รีบออกไปจับช้างกันเถอะครับ... เพราะว่าใจกลางทางช้างเผือกจะมีเวลาถ่ายถึงแค่วันที่ 5-6 พ.ย.นี้เท่านั้น ครับ หลังจากนี้แสงดวงจันทร์จะรบกวนและดวงอาทิตย์ก็จะเคลื่อนเข้าใกล้ใจกลางทางช้างเผือก
       
        ส่วนใครที่พลาดการถ่ายภาพทางช้างเผือกในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ต้องรอไปอีกประมาณ 3 เดือนกว่า ในปลายเดือนกุมพาพันธ์ของปีหน้า ใจกลางทางช้างเผือกก็จะโผล่ออกมาทางทิศตะวันออกอีกครั้งหนึ่งในช่วงรุ่งเช้า โดยเราจะสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกบริเวณกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู ซึ่งเป็นบริเวณของใจกลางทางช้างเผือก
       
        สำหรับช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุดคือ ช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนตุลาคม โดยเราจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกเป็นแนวผาดบริเวณกลางฟ้าในช่วงดึกของเดือนดังกล่าว
       
       เทคนิคและวิธีการ
        ในการถ่ายภาพทางช้างเผือกนั้นมีวิธีการที่คล้ายกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ทั่วไปแต่จะแตกต่างกันตรงที่ เป็นการถ่ายในเวลากลางคืนซึ่งมีแสงน้อยกว่ามากเท่านั้น เราเรียกภาพประเภทนี้ว่าภาพแนว Skyscape และหากใครที่มีกล้องดิจิตอลที่สามารถเพิ่มความไวแสงได้มากๆ ก็จะได้เปรียบในเรื่องความสว่างของภาพและการควบคุม Noise ในภาพอีกด้วย เพราะสามารถเก็บแสงได้เร็วกว่าในเวลาอันสั้น สำหรับการถ่ายภาพทางช้างเผือกแบบพาโนรามานั้นเรามีเทคนิคและวิธีการง่ายๆ ดังนี้ครับ
       
        1. เมื่อทราบแนวทางช้างเผือกแล้ว โดยในช่วงนี้ใช้ดาวศุกร์ เป็นจุดสังเกตตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือก ในการถ่ายภาพอาจรอจนท้องฟ้าเริ่มมืด ไม่มีแสงทไวไลท์แล้ว จึงเริ่มถ่ายภาพ ไม่อย่างงั้นคุณจะเก็บแสงท้องฟ้ามาด้วยจนภาพอาจสว่างโอเวอร์
       
        2. การปรับระยะโฟกัสของเลนส์ควรศึกษาระยะไกลสุด (อินฟินิตี) และปิดระบบโอโตโฟกัสเพราะกล้องจะไม่สามารถหาโฟกัสได้ในตอนกลางคืน รวมทั้งปิดระบบกันสั่นของเลนส์ด้วย
       
        3. เวลาในการถ่ายภาพ โดยใช้เวลาในการเปิดหน้ากล้องนานไม่ควรเกิน 30 วินาที เนื่องจากที่องศาการรับภาพมุมกว้าง เช่น เลนส์ขนาด 18 mm.ซึ่งมีองศาในการรับภาพประมาณ 100 องศา นั้นเวลา 30 วินาทีจะยังคงไม่ทำให้ดาวยืดเป็นเส้น ทั้งยังไม่ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนมากเกินไปด้วย
       
        4. รูรับแสงยิ่งกว้าง ยิ่งได้เปรียบ สำหรับการถ่ายภาพทางช้างเผือกควรเลือกใช้ค่ารูรับแสงของเลนส์ที่กว้างที่สุด เพื่อให้กล้องมีความไวแสงในการสร้างภาพได้ดีมากที่สุด เนื่องจากเราจะเปิดหน้ากล้องในการถ่ายภาพไม่เกิน 30 วินาที
       
        5. สำหรับเลนส์มุมกว้าง ส่วนตัวผมแนะนำให้ถ่ายภาพในแนวตั้ง และค่อยๆ แพนกล้องจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันตก หรือจากซ้ายไปขวา เพราะแนวทางช้างเผือกใจกลางจะอยู่ที่ตำแหน่งเกือบใกล้ขอบฟ้า ดังนั้นเราต้องรีบถ่ายบริเวณใจกลางทางช้างเผือกก่อนที่จะเคลื่อนที่ลับขอบฟ้าไป เพราะแนวทางช้างเผือกจะพาดยาวข้ามขอบฟ้า โดยมีทิศพาดจากทิศใต้ผ่านกลางท้องฟ้าขึ้นไปยังทิศเหนือ และเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ตลอดเวลา

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
ตัวอย่างการถ่ายภาพทางช้างเผือกแบบพาโนรามา ในแนวตั้งโดยเริ่มถ่ายจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันตก หรือจากซ้ายไปขวา ซึ่งผมถ่ายเป็นมุมกว้างกว่า 180 องศา จำนวนทั้งหมด 18 ภาพ โดยจำนวนภาพนั้น ขึ้นอยู่กับความกว้างและความสูงของสิ่งที่เราต้องการถ่ายครับ กว้างมากถ่ายมาก กว้างน้อยถ่ายน้อย และถ้าสิ่งที่เราจะถ่ายทั้งกว้าง ทั้งสูง ก็อาจต้องถ่ายมากกว่า 1 แถว
       6. แต่หากใครที่ใช้เลนส์ที่ไวแสงมากๆ ซึ่งทำให้เราใช้เวลาในการถ่ายภาพเร็วมากขึ้น เช่น f/1.4 ซึ่งมักมีมุมรับภาพไม่กว้างมาก ตัวอย่างเช่นเลนส์ 50mm. f/1.4 ผมแนะนำให้ถ่ายภาพในแนวตั้งเป็นแถวๆ โดยเริ่มต้นถ่ายจากทางทิศของใจกลางทางช้างเผือก แล้วกวาดไป-มา ดังตัวอย่างภาพด้านล่าง

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
ตัวอย่างภาพถ่ายพาโนรามาด้วยเลนส์มุมที่แคบลงมา คือ เลนส์ 50 mm. f/1.4 โดยถ่ายภาพในแนวตั้ง มาทั้งหมด 3 แถว รวมทั้งหมดจำนวนกว่า 52 ภาพ ซึ่งถ่ายโดยการแพนกล้องไป-มา ดังลูกศรในภาพ
       7. การตั้งขาตั้งกล้อง ต้องให้ขาได้ระดับไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะเราต้องถ่ายภาพโดยการแพนกล้องในมุมที่กว้างกว่า 180 องศา เนื่องจากแนวทางช้างเผือกนั้นมีความกว้างพาดผ่านอยู่เต็มท้องฟ้า
       
        8. อาจเริ่มต้นใช้ค่าความไวแสง ISO ที่ 1600 ก่อน หรือหากท้องฟ้ามืดมากๆ จัดไปเลยครับ ISO 3200 ขึ้นไปหรือมากกว่านั้นหากกล้องควบคุมสัญญาณรบกวน (Noise) ได้ดี
       
        9. ปรับตั้งค่าสมดุลสีขาว (White Balance) โดยอุณหภูมิสีของท้องฟ้าในช่วงกลางคืน ผมจะเลือกใช้ที่ 3600 - 4000 K หรืออาจเลือกใช้ในโหมดการปรับค่า White Balance เป็นแบบฟลูออเรสเซนต์ก็ได้ เพื่อให้ได้ภาพท้องฟ้าที่ไม่อมสีแดงมากเกินไปครับ
       
        10. ใช้สายลั่นชัตเตอร์บนขาตั้งกล้องที่มั่นคงในการถ่ายภาพเพื่อลดความสั่นไหว หรืออาจใช้วิธีถ่ายภาพแบบหน่วงเวลาก็ได้หากไม่มีสายลั่นชัตเตอร์
       
        11. การบันทึกข้อมูลควรเลือกรูปแบบไฟล์เป็น RAW format เพื่อความยืดหยุ่นในการปรับภาพเพิ่มเติมในภายหลังได้อีกด้วย
       
        การสังเกตทางช้างเผือกนั้น นอกจากบริเวณอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่อยู่บนยอดเขาสูงๆ แล้วนั้น ตามชนบทที่อยู่ห่างจากแสงไฟและมลภาวะทางแสง และมีทัศนวิสัยของท้องฟ้าที่ดี ก็สามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกเป็นแนวพาดบนท้องฟ้าได้ดีเช่นกัน

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
ภาพพาโนรามาทางช้างเผือกที่มีแสง Zodiacal Light รวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นลำแสงที่พุ่งออกไปเป็นรูปสามเหลี่ยมทางซ้ายของภาพ (ภาพโดย : ธนกฤต สันติคุณาภรต์ / Camera : Nikon D800 / Lens : Nikon 14-24 mm / Focal length : 24 mm. / Aperture : f/2.8 / ISO : 6400 / Exposure : (36s x 17 Images))
       จากภาพข้างต้นเรามักเห็นว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ มักใช้แต่กล้องดิจิตอลแบบฟลูเฟรมกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว กล้องดิจิตอลแบบ A-PSC หล่ะถ่ายได้มั้ย ผมขอยกตัวอย่างภาพของน้องชายผมคนนี้เลยครับ ไปถ่ายด้วยกัน สถานที่เดียวกัน ห่างกันเพียงไม่กี่สิบก้าว แต่ภาพที่ได้ออกมาเรียกได้ว่าสวยไม่แพ้กันเลย โดยคนส่วนใหญ่มักคิดว่า “ปัญหาของการถ่ายภาพทางช้างเผือกคือ เรื่องของเลนส์ การที่มีเลนส์มุมกว้างที่สามารถเปิดรูรับแสงกว้างๆ อาจจะเป็นความต้องการของหลายๆ คน” หากแต่เทคนิคและวิธีการต่างหากที่ทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของอุปกรณ์ที่เรามักคิดกันไปเอง ซึ่งผมขออนุญาตยกเอาประโยคเด็ดของน้องชายคนนี้ที่กล่าวว่า
       
       “ในเมื่อเราไม่มี (ทุนทรัพย์น้อย) เราก็ต้องพยายามใช้อุปกรณ์ที่เรามีอยู่สร้างสรรค์ภาพออกมาให้ได้ครับ อย่าหยุดที่จะสร้างสรรค์ภาพ” และที่สำคัญอย่าปล่อยให้ปัญหาเรื่องอุปกรณ์เข้ามามีผลกับแนวคิดในการถ่ายภาพของคุณครับ” ผมพอแล้ว “โดนใจผุดๆ ครับ”

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
ภาพพาโนรามาทางช้างเผือก โดยการถ่ายภาพแบบพาโนรามา จำนวน 3 แถว แถวละ 10 ภาพ รวมทั้งหมด 30 ภาพ มาต่อกันด้วยโปรแกรม Photoshop (ภาพโดย : ธีรยุทธ์ ลอยลิบ / Camera : Nikon D7000 / Lens : Nikon 18-105 mm / Focal length : 18 mm. / Aperture : f/3.5 / ISO : 2000 / Exposure : (30s x 30 Images))
       หลังจากที่อ่านบทความนี้จบแล้ว วันนี้ก็อาจเป็นวันสุดท้ายของการถ่ายภาพทางช้างเผือกก็ได้ ดังนั้นควรรีบเตรียมอุปกรณ์ล่าช้างของท่านให้พร้อม “เพราะโอกาสมักเป็นของคนที่พร้อมเสมอ” สวัสดีครับ

โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
       

       เกี่ยวกับผู้เขียน
       
       ศุภฤกษ์ คฤหานนท์
       
       สำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
       
       ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่สารสนเทศทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร., เคยทำวิจัยเรื่อง การทดสอบค่าทัศนวิสัยท้องฟ้าบริเวณสถานที่ก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ มีประสบการณ์ในฐานะวิทยากรอบรมการดูดาวเบื้องต้น และเป็นวิทยากรสอนการถ่ายภาพดาราศาสตร์ในโครงการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ประจำปี 2554 ของ สดร.ในหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์ในเมืองไทย”
       
       “คุณค่าของภาพถ่ายนั้นไม่เพียงแต่ให้ความงามด้านศิลปะ แต่ทุกภาพยังสามารถอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย”
       
       อ่านบทความ ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน
       
       

       

       
       

TAG : ทางช้างเผือก, พาโนรามา
ข่าวล่าสุด ในหมวด
กล้องคอมแพคสำหรับถ่ายดาว
ฤดูกาลแห่งการล่าดาวหาง
โอกาสสุดท้ายล่า “ทางช้างเผือก” ทิ้งทวน
เก็บแสงดาวใต้แสงจันทร์
โอกาสทองเก็บภาพ "แสงจักราศี" พร้อม "ทางช้างเผือก"
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
* Rear visibility
chaussure de foot
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ahh นึกว่าดาวเหนือที่แท้ดาวศุกร์นี่เองที่เห็นสว่างๆ
แมท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต่างกับถ่ายครั้งเดียว ตรงที่ซูมแล้วละเอียดกว่า

ถ้าย่อให้ pixel เท่ากัน ถ่ายครั้งเดียวก็พอ
สมทรง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นั่งอ่านข้ออมูล เห็นใช้เลนส์ 50 มม. แค่นั้น เราก็นึกว่ามีกล้องกับขาตั้งกล้องสักตัว ก็น่าจะพอได้แระ แต่มาดูรูป อุเหม่ จัดชุดใหญ่เลย เลยชักปอดๆว่าจะได้ภาพดีอย่างนี้มั้ย แต่ภาพสวยจริงๆครับ ขอยกย่องเลย
ต้องลองไปหาท้องฟ้ามืดๆ ใสๆ ถ่ายดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013