หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | คนวงใน
คนวงใน คนวงใน

มองทางออกปัญหาข้าวด้วยงานวิจัย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กุมภาพันธ์ 2557 00:25 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มองทางออกปัญหาข้าวด้วยงานวิจัย
ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ

ถ้าไม่ปลูกข้าวขาวที่ปลูกกันทั่วไป ชาวนาจะมีทางเลือกอะไรได้อีกบ้าง เพื่อเลี่ยงปัญหาไม่ได้เงินจากการจำนำข้าว และพึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริง โดยไม่หวังพึ่งพิงนโยบายระยะสั้นแบบ “ลด แลก แจก แถม”
       
       “ความจริงมีชาวนาที่ปลูกข้าวโดยไม่อิงนโยบายอยู่ส่วนหนึ่ง เราจึงเห็นชาวนาที่เลือกปลูกข้าวแบบอินทรีย์ หรือข้าวคุณภาพที่มีมูลค่าสูง” รศ.ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ รองผู้อำนวยการด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าว
       
       ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานสนับสนุนการวิจัย รศ.ดร.จันทร์จรัส กล่าวว่านักวิจัยจะต้องช่วยให้ชาวนาเห็นทางเลือกในการปลูกข้าวที่เหมาะสม และวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนให้ชาวนาได้เปลี่ยนวิธีคิดว่าการปลูกข้าวให้ได้เยอะๆ ไม่ใช่วิธีที่ได้ผล
       
       ทั้งนี้ เมื่อปี 2555 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.ได้รับทุนสนับสนุนแผนการวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศโดยเร่งด่วน ในกลุ่มเรื่องข้าว จาก วช.เป็นเงิน 200 ล้านบาท ซึ่งได้งานวิจัยที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ 21 โครงการ และเป็นองค์ความรู้ 39 โครงการ
       
       ผลงานจากทุนวิจัยในปี '55 ได้จัดแสดงภายในการสัมมนาเสนอรายงานความก้าวหน้าการวิจัยในรอบ 5 เดือน ระหว่างวันที่ 17-18 ก.พ.57 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ซึ่งจัดขึ้นโดย วช.ร่วมกับ สวก.
       
       ตัวอย่างงานวิจัยจากงบประมาณดังกล่าว อาทิ การแปรรูปข้าวเหนียวดำพันธุ์ลืมผัวเป็นขนมปัง ซาลาเปา เต้าฮวย ชาข้าวคั่ว สาโท หรือโยเกิร์ตจากข้าว และการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้มีต้นสูงหรือเตี้ยหรือเปลี่ยนเป็นข้าวเหนียว เป็นต้น
       
       “ข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันนี้เป็นผลผลิตจากการวิจัยที่มีการคัดเลือกพันธุ์มาแล้ว แต่เรากินโดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือผลผลิตจากงานวิจัย” รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ให้ความเห็นแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์และสื่อมวลชน
       
       ด้าน รศ.ดร.จันทร์จรัส เสริมว่า หากชาวนาสามารถเข้าถึงตัวอย่างงานวิจัยที่นำเสนอได้ก็จะเป็นทางเลือกในการปลูกข้าวที่ไม่อิงกับนโยบาย และชาวนาต้องรับผิดชอบโดยเลือกทางเลือกว่าในพื้นที่ของตัวเองนั้นควรจะปลูกชาวแบบไหน
       
       ปัญหาที่เกิดขึ้น รศ.ดร.พีรเดช ชี้ว่า เป็นผลจากการที่ชาวนาเลือกปลูกข้าวที่สร้างปัญหาในที่นี้คือข้าวขาวทั่วไป ซึ่งชาวนาควรจะเลือกปลูกข้าวที่มีมูลค่าสูงขึ้น อย่างเช่นข้าวขาวดอกมะลิ 105 แต่ข้าวดังกล่าวมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่และฤดูกาลปลูก ทว่ามีงานวิจัยที่กำลังปรับปรุงพันธุ์ข้าวดังกล่าวให้ปลูกได้ทั้งปี ซึ่งงายวิจัยจะช่วยสร้างทางเลือกแก่ชาวนา
       
       อย่างไรก็ดี รศ.ดร.พีรเดช กล่าวว่า งานวิจัยที่นำเสนอตอนนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดในวันนี้ได้ และถึงจะนำปัญหาที่เกิดมาศึกษาวิจัยก็ไม่สามารถตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของงานวิจัยที่ต้องยอมรับ
       
       “ข้าวที่มีอยู่ตอนนี้เลยเวลาที่เราจะเข้าไปแก้ปัญหาได้ ข้าวยิ่งเก็บไว้นานก็เสื่อมสภาพ ถึงเราวิจัยในวันนี้ก็แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ และถึงนำไปแปรรูปได้ แล้วจะมีโรงงานไหนที่มีความสามารถในการรองรับการแปรรูปข้าวปริมาณมาก” ผอ.สวก.กล่าว
       
       ในความเห็นส่วนตัวของ รศ.ดร.พีรเดช มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้าวของชาวนานั้นแยกเป็น 2 ส่วน คือ ข้าวดีและข้าวเสีย ในส่วนของข้าวดีนั้นรัฐบาลควรรีบระบายออกให้เร็วที่สุด ส่วนข้าวเสียไม่สามารถฟื้นคืนได้ บางคนเสนอว่าเอาไปทำปุ๋ยหรือแอลกอฮอล์ซึ่งไม่คุ้ม แต่ก็ต้องเลือกว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไร
       
       “แต่หากทำแอลกอฮอล์ก็จะกระทบโรงงานผลิตแอลกอฮอล์จากอ้อยและมันสำปะหลังที่มีอยู่เดิม เหมือนว่าจะเจอทางตัน ซึ่งงานวิจัยจะช่วยดักทางปัญหาเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทำให้ชาวนามีทางเลือก ไม่ปลูกข้าวที่สร้างปัญหา” รศ.ดร.พีรเดชให้ความเห็นส่วนตัว
       
       พร้อมกันนี้ รศ.ดร.จันทร์จรัส ยังกล่าวถึงประโยชน์จากการลงทุนวิจัย โดยยกตัวอย่างการลงทุนวิจัยข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 1 เมื่อ 40 ปีที่แล้วเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท ซึ่งผลจากการวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่ามีอัตราผลตอบแทนภายใน (internal rate of return) ถึง 70% ซึ่งเป็นตัวอย่างแรกที่มีการศึกษาตัวเลขอย่างชัดเจน
       
       ทางด้าน ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ต้องดึงความรู้เก่าจากการวิจัยมาใช้ แต่ต้องเร่งกำหนดออกมาเป็นนโยบาย และอีกแนวทางหนึ่งคือการทำวิจัยเชิงนโยบายว่าหาทางแก้ว่าควรจะทำนโยบายแบบไหน จะรับจำนำหรือประกันราคาผลิตผลทางการเกษตร
       
       

       

       
       

TAG : ข้าว, งานวิจัย
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มองทางออกปัญหาข้าวด้วยงานวิจัย
อธิบาย "รัก" ด้วยเคมี
เขาจะสร้าง “พรีเมียร์ลีก” วงการหุ่นยนต์ไทย
2 นักวิจัยหญิงไทยเริ่มเก็บตัวอย่าง-ลงดำน้ำแอนตาร์กติกาเป็นครั้งแรก
2 นักวิจัยหญิงไทยถึงขั้วโลกใต้แล้ว
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
40 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
60 %
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้าวดีให้ขาย ตรงกับที่หมอ อี.ที. แนะนำให้อีปูแก้ไขให้เปลี่ยนการขาย เพราะอีปูขายเก่ง ไปประเทศไหนก็ไปขายหน้าทุกที่ ถ้าเปลี่ยนจาก ขายหน้า มา ขายข้าว ชาวนาไทยก็รอดแล้ว แต่งานนี้ อี.ที.ก็คงเหนื่อยเปล่า เพราะอีปูนี่ไม่มีสมอง มันคงไม่เข้าใจสิ่งที่หมอพูดหรอก
มันดีแต่แด๊ะ แด๊ะ ต่อไป
เวรกรรม ป.ท.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วยเหลือชาวนา พยุงราคาข้าว สูงกว่าตลาด
ตันละพัน สองพันบาท

สร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเพิ่มมูลค่า
สร้างลงทุนสัก ร้อยสองร้อยโรงงาน

ผลักดันตลาด สร้างตัวแทนค้า ร่วมลงทุน
ส่งข้าวไทยไปวางขายทุกประเทศ

อันธรรมดา ตกปลาก็ต้องเกี่ยวเหยื่อ
ไม่ลงทุน แต่คิด จะทำงานใหญ่

ไม่รู้ว่า ถึงวันนั้น ข้าวไทยจะพอหรือเปล่า
อันนี้ ต้องขึ้นกับเจ้าภาพ ขยันหน่อย
เก็บอย่างเดียว จะมีอนาคตได้ยังไง
ข้าวไทยพัฒนา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยคิดอยากให้ข้าวไทย อยู่ในคลังอาหารสำรอง
หรือคลังอาหารฉุกเฉิน ที่ตั้งอยู่ทุกประเทศ
อาจเป็น ข้าวกระป๋อง ข้าวตู ข้าวตัง
เราต้องวิจัยผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เก็บไว้กินได้นานๆ
ประเทศเราสามารถรับเป็นเจ้าภาพ คลังอาหารโลก
คลังอาหารโลก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014