หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | นาโนเทคโนโลยี
 

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 ตุลาคม 2557 06:20 น.
เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บและบำรุงผิวหน้า ส่วนผสมสารสกัดจากไขอ้อย
        มองขยะเป็นโอกาส .. เปลี่ยนกากน้ำตาลเป็นสารนำส่งคุณค่าในเครื่องสำอาง ผลิตเป็นลิปสติก ครีมบำรุงเล็บชั้นดีจากไขอ้อย ของเหลือในกากหม้อกรองโรงงานน้ำตาล
       
       เคยทราบกันหรือไม่ ? ว่าเครื่องสำอางที่ใช้แต่งสวยกันอยู่ทุกวันผลิตมาจากอะไร ? ลิปสติกหลากสีที่ ครีมบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื้นที่ใช้กันอยู่ในท้องตลาด ทำมาจากวัตถุดิบอะไร ? แล้ว “อ้อย” จะเข้ามามีบทบาทในวงการความงามนี้ได้อย่างไร ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์จะพาไปหาคำตอบ
       
       ภญ.ดร.อภิรดา สุคนธ์พันธุ์ นักวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการนาโนเวชสำอาง ศุนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัตินุ่มลื่น จำพวกลิปสติก ครีมบำรุงผิว ครีมนวดผมมีส่วนประกอบของไขมันอยู่ ซึ่งไขมันที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจะเป็นไขจากธรรมชาติ ที่เป็นสารในกลุ่มลิพิด (lipid) ที่เป็นเอสเทอร์ของกรดไขมันดับแอลกอฮอล์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง มีจุดหลอมเหลวสูงและอยู่ในสถานะของแข็งเมื่ออยู่ที่อุณหภูมิห้อง
       
       ไขส่วนมากที่ใช้นำมาจากไขของพืช เช่น ไขคาร์นูบาร์ (carnuba) จากปาล์ม ไขแคนเดลิลลา (candedila) ไขจากน้ำมันรำข้าว และไขสัตว์จำพวก ไขผึ้ง (bee wax) ไขจากวาฬ และเชลแล็ก (shellac) ภญ.ดร.อภิรดา ระบุ
       
       ภญ.ดร.อภิรดา เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยทางตรงจากความต้องการของผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลที่อยากให้กากอ้อยจากหม้อกรอง ที่เป็นของเหลือทิ้งปริมาณมากถึง 2 ล้านตันต่อปีจากกระบวนการผลิตน้ำตาลทั่วประเทศ นำมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติมแทนที่การนำไปทิ้ง
       
       จากการวิจัยพบว่า มีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำประโยชน์ และสามารถนำมาแทนที่การนำเข้าไขจากต่างประเทศได้ คือ “ไขอ้อย” ผลลัพธ์ที่ได้จากการสกัดกากหม้อกรองที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน
       -ด้านการแพทย์ในการผลิตอาหารเสริมลดคลอเลสเตอรอล จากสารโพลิโคซานอล (Policosanol)
       -ด้านอาหาร ในการผลิตเป็นสารเคลือบผิวอาหาร สารเพิ่มความหนืด
       -ด้านการขัดเงา ในการผลิตแวกซ์ขัดรองเท้า เคลือบรถ เคลือบเฟอร์นิเจอร์
       -ด้านอุปกรณ์ ในการผลิตไหมขัดฟัน สารเคลือบกระดาษ
       และอีกคุณสมบัติหนึ่งที่ไขอ้อยสามารถนำมาทำได้ คือ การผลิตเป็นเครื่องสำอาง
       
       ดร.ชญานันท์ เอี่ยมสำอางค์ นักวิจัยศูนย์นาโนเทคกล่าวว่า การสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำเป็นต้องใส่สารจำพวกวิตามินเพื่อการบำรุงผิวลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ข้อจำกัดของวิตามิน คือสลายตัวได้ง่าย ไม่มีความคงตัว ดังนั้นการจะนำวิตามินหรือสารบำรุงอื่นๆที่มีความคงตัวต่ำ จึงจำเป็นต้องใช้สารนำส่งที่มีคุณสมบัติเก็บกักวิตามินหรือสารสำคัญ และเพิ่มการออกฤทธิ์ของสารสำคัญเมื่อถึงเวลาได้
       
       “คล้ายๆกับการส่งแก้วทางไปรษณีย์ แก้วมีความเปราะบางจึงจำเป็นต้องใช้กล่องบรรจุที่ดี เพื่อรักษาแก้วไว้ขณะขนส่งแต่ในขณะเดียวกันเมื่อถึงที่หมาย กล่องก็ต้องเปิดออกอย่างง่ายดายเพื่อให้ผู้รับได้รับแก้วโดยไม่ต้องออกแรงเปิดมากอีกด้วย ซึ่งหลักการเป็นการเปรียบเทียบง่ายๆให้เข้าใจหลักของ การนำส่งสารโดยนาโนเทคโนโลยี แบบนาโนสตรักเจอร์ ลิพิต แคริเออร์ (Nanostructured lipid carrier: NLC) คุณสมบัติที่สารนำส่งในผลิตภัณฑ์ความงามที่ดีต้องมี หรือที่อาจจะคุ้นหูกันว่ากระบวนการเอนแคปซูเลชัน (Encapsulation)” ดร.ชญานันท์ อธิบาย
       
       จากการทดสอบเปรียบเทียบไขอ้อย กับไขคาร์นูบาร์ที่ใช้ทั่วไปในท้องตลาด ในการนำส่งวิตามินซีแบบ NLC พบว่า ไขอ้อยให้ผลไม่ต่างกับไขคาร์นูบาร์และมีความปลอดภัยสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นเครื่องสำอางได้
       
       “นอกจากการนำส่งสารสำคัญจะดีแล้ว การทดสอบความคงตัวและความนุ่มของไขอ้อยเปรียบเทียบกับไขคาร์บาร์ยังพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งไขอ้อยยังมีความนุ่มมากกว่าไขคาร์นูบาร์อีกด้วย” ภญ.ดร.อภิรดา กล่าวเสริม
       
       ภญ.ดร.อภิรดา ระบุว่า ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาต้นแบบเครื่องสำอางออกมาเป็น 2 ผลิตภัณฑ์คือ ลิปสติกในรูปแบบลิปบาล์มบำรุงฝีปาก และครีมบำรุงเล็บที่ใช้ไขอ้อยแทนไขคาร์นูบาร์ ซึ่งในอนาคตจะมีการต่อยอดเป็นรูปแบบของลิปสติกสีและผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขณะทำการวิจัย ยังไม่มีขายทั่วไป โดยทางสวทช.จะมีการขยายความรู้แก่ประชาชนผู้สนใจ และอุตสาหกรรมที่เข้ามาติดต่อ เพื่อให้ไขอ้อยเป็นที่รู้จักของตลาด นำไปสู่การใช้ในวงกว้างเพื่อแทนที่ไขนำเข้าอย่างคาร์นูบาให้เม็ดเงินการนำเข้าลดลง
       
       “ขณะนี้ไขอ้อยยังไม่เป็นที่นิยมของตลาดมากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคตไขอ้อยจะเป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นประเทศส่งออกอ้อยอันดับต้นๆของโลก ที่นอกจากจะช่วยลดขยะ เพิ่มรายได้แล้วยังเป็นการลดการนำเข้าไขจากต่างประเทศอีกด้วย” ภญ.ดร.อภิรดา กล่าวกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ไขอ้อย อยู่มากบริเวณเปลือกแข็งด้านนอกของอ้อย
       

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ไขอ้อยที่ใช้ในการนำส่งสารโดยนาโนเทคโนโลยี แบบนาโนสตรักเจอร์ ลิพิต แคริเออร์ (Nanostructured lipid carrier: NLC)
       

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ผลิตภัณฑ์ลิปบาล์มจากส่วนผสมไขอ้อย
       

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากไขอ้อย
       

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ภญ.ดร.อภิรดา สุคนธ์พันธุ์ นักวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการนาโนเวชสำอาง ศุนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค)
       

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ดร.ชญานันท์ เอี่ยมสำอางค์ นักวิจัยศูนย์นาโนเทค
       

เปลี่ยน “ของเหลือ” เป็น “เครื่องสำอาง”
ผู้ร่วมประชุมในงานสัมนาวิชาการให้ความสนใจผลิตภัณฑ์
       

       

       

       
       
       *******************************
       

TAG : ไขอ้อย, นาโนเทค, เครื่องสำอางจากไขอ้อย, นวัตกรรม
ข่าวล่าสุด ในหมวด
"โรงงานสิ่งทอนาโน" เพิ่มมูลค่าผ้าทอเมืองเหนือ
ฉาบนาโนลงร่มบ่อสร้าง
ถวายพระนามาภิไธย “สิรินธร” ขนาดจิ๋ว 80 นาโนเมตร
จับ “ขมิ้นชัน” ใส่นาโนผสมเครื่องดื่ม ลดกลิ่นเครื่องแกง
เปลี่ยนเศษแก้วเหลือทิ้งเป็นหินฟองน้ำไล่ยุงด้วยนาโน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอยกย่องความสามารถของนักวิทย์ไทย จากนาโนเทคทุกคน แต่ต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรการเพิ่มมูลค่าเหล่านี้ " จะกลับไปสู่เกษตรกรผู้ยากจน มิใช่เพิ่มความร่ำรวยแก่โรงงานน้ำตาลแต่ฝ่ายเดียว"
ดีมากเลยครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014