พบ “สตูว์ผัก” อายุกว่า 10,000 ปี มีส่วนผสมพืชตระกูลโป๊ยกั๊ก-ต้นจันทร์เทศ

โดย MGR Online   
21 ธันวาคม 2559 05:09 น.
พบ “สตูว์ผัก” อายุกว่า 10,000 ปี มีส่วนผสมพืชตระกูลโป๊ยกั๊ก-ต้นจันทร์เทศ
ภาพวาดยุคโบราณที่พบในหินกำบังที่ทาการ์โกริ แสดงภาพมนุษย์โบราณกำลังเก็บพืช (HO / The Archaeological Mission in the Sahara of the Sapienza University of Rome / AFP)
        พบร่องรอยอดีต “สตูว์ผัก” อายุกว่า 10,000 ปี ในชามดินเผาที่นำพืชป่ามาทำอาหาร มีส่วนผสมโป๊ยกั๊ก-ต้นจันทร์เทศ เป็นหลักฐานบ่งบอกมนุษย์รู้จักนำผักมาปรุงเป็นอาหารตั้งแต่ก่อนรู้จักทำการเกษตร
       
       ภาชนะบรรจุอาหารดังกล่าวถูกพบในลิเบีย ซึ่งเอเอฟพีรายงานว่ามีร่องรอยของหญ้าป่า อย่างหญ้าหางแมว (cattail) หรือหญ้าหงอนไก่ (cockspur) รวมถึงใบและผลจากต้นมะเดื่อฝรั่ง และตระกูลพืชอบเชย ต้นจันทร์เทศและโป๊ยกั๊ก อีกทั้งยังมีพืชน้ำ ซึ่งบางชนิดยังมีบริโภคมาถึงทุกวันนี้
       
       การเรียนรู้ที่จะปรุงอาหารนับเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญของมนุษย์ ทำให้เรากินอาหารได้หลากหลายขึ้นและสร้างแหล่งพลังงานใหม่ๆ ให้แก่ร่างกาย
       
       ทั้งนี้พบว่าพืชจำนวนมากมีความเป็นพิษหรือไม่สามารถย่อยได้เมื่อกินสดๆ
       
       ทว่าไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า เมื่อไหร่ที่บรรพบุรุษของเราเริ่มย่างเนื้อให้สุกบนกองไฟ แต่มีหลักฐานว่าภาชนะเซรามิกส์ทนความร้อนเก่าแก่ที่สุดนั้นมีอายุประมาณ 15,000 ปีมาแล้ว รวมถึงมีหลักฐานอยู่มากมายว่าหลังจากนั้นไม่นานมนุษย์โบราณได้ต้มผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ทั้งเนื้อและนม
       
       อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างมากที่ไม่มีร่องรอยทางเคมีในภาชนะปรุงอาหารที่บ่งชี้ว่ามีการใช้พืชปรุงอาหารในแบบเดียวกัน
       
       “จนถึงทุกวันนี้เรายังเห็นความสำคัญของพืชในฐานะอาหารยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่น้อย สิ่งที่เราพบเป็นหลักฐานโดยตรงหลักฐานแรกของการปรุงพืชเป็นอาหาร ซึ่งดูเหมือนจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ภาชนะดินเผาถูกประดิษฐ์ขึ้นในแอฟริกาเหนือ” จูเลีย ดันเน (Julie Dunne) หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอล (University of Bristol) ในอังกฤษให้ความเห็น
       
       งานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์แพลนท์ส (Nature Plants) หลังทีมวิจัยได้วิเคราะห์ชิ้นส่วนที่แตกหักของภาชนะดินเผาราว 110 ชิ้น ซึ่งพบ 2 จุดในทะเลทรายซาฮาราทางเขตลิเบีย ที่เรียกว่า ทาการ์โกริ (Takarkori) และยูอันอาฟูดา (Uan Afuda) ที่น่าจะเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์และน่าจะเป็นเหมือนโอเอซิสในช่วงเวลานั้น
       
       หินกำบังทาการ์โกริเป็นหนึ่งในไม่กี่บริเวณที่มีบันทึกการเปลี่ยนผ่านจากนักล่าและนักเก็บกิน ซึ่งเคยรุ่งเรืองในยุค 8,200 ถึง 6400 ปีก่อนคริสตศักราช มาสุ่การเลี้ยงสัตว์และทำเกษตร
       
       สำหรับเทคนิคที่ใช้ตรวจตราพืชในภาชนะโบราณนั้นเรียกว่า “การวิเคราะห์เศษตกค้างอินทรีย์” (rganic residue analysis) ซึ่งจะตรวจหาโมเลกุลสำคัญที่ซึมเข้าภาชนะดินเผาที่ไม่ได้เคลือบ
       
       การค้นพบการปรุงพืชและผลไม้เป็นอาหารของมนุษย์หลังยุคหินนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาคือมังสวิรัติ โดยดันเนระบุว่า บางภาชนะนั้นดูเหมือนจะใช้ปรุงเฉพาะพืช บางภาชนะใช้ปรุงเฉพาะเนื้อ และก็มีบางภาชนะที่ใช้ปรุงทั้งสองอย่างรวมกัน
       
       ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การประดิษฐ์ภาชนะดินเผานั้นเกิดขึ้น 2 ครั้งในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ โดยที่ไม่ได้มีอิทธิพลต่อกัน ครั้งแรกเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเมื่อประมาณ 16,000 ปีมาแล้ว และอีกครั้งเกิดขึ้นอีก 4,000 ปีให้หลังในแอฟริกาเหนือ
       
       “ภาชนะดินเผาเป็นการประดิษฐ์เชิงเทคนิคที่สำคัญ ซึ่งช่วยการปรุงอาหารได้ในหลายรูปแบบ” ดันเนกล่าว

พบ “สตูว์ผัก” อายุกว่า 10,000 ปี มีส่วนผสมพืชตระกูลโป๊ยกั๊ก-ต้นจันทร์เทศ
ร่องรอยของพืชผักในอดีตที่หลงเหลือบริเวณหินกำบังที่ทาการ์โกริ หาอายุย้อนกลับไปได้ประมาณ 9,500 ปี (HO / The Archaeological Mission in the Sahara of the Sapienza University of Rome / AFP)
       

       

       
       

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016