พบหลักฐานดาวหางพุ่งใส่ “ดาวแคระขาว” ครั้งแรก

โดย MGR Online   
13 กุมภาพันธ์ 2560 16:58 น.
พบหลักฐานดาวหางพุ่งใส่ “ดาวแคระขาว” ครั้งแรก
ภาพจำลองดาวหางพุ่งสู่ดาวแคระขาว (HO / ESA/Hubble / AFP)
        กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลในอวกาศบันทึกข้อมูลวัตถุคล้ายดาวหางพุ่งใส่ชั้นบรรยากาศ “ดาวแคระขาว” แตกเป็นเสี่ยงๆ ครั้งแรก บ่งบอกมีดาวเคราะห์ที่ยังมองไม่เห็นดึงกลุ่มก้อนน้ำแข็งให้ก้อนน้ำแข็งเหวี่ยงสู่อดีตดาวฤกษ์ที่เผาไหม้หมดแล้ว
       
       รายงานซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ของนาซานั้นได้พบวัตถุก้อนมหึมาที่ประกอบขึ้นเป็นดาวหางนั้น ถูกแยกเป็นเสี่ยงๆ และกระจายในชั้นบรรยากาศของดาวแคระขาว (white dwarf) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่เผาไหม้จนหมด แล้วยุบตัวเล็กลงกลายเป็นดาวแคระขาวที่หนาแน่น
       
       ก่อนหน้านี้พบว่ามี 25-50% ของดาวแคระขาว ที่เกิดมลพิษในชั้นบรรยากาศจากตกใส่ของเศษซากในอวกาศ อย่างหินอวกาศ วัตถุคล้ายดาวเคราะห์น้อย แต่รายงานระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบว่าวัตถุที่ประกอบขึ้นจากน้ำแข็งคล้ายดาวหางนั้น ได้สร้างมลพิษขึ้นในชั้นบรรยากาศของดาวแคระขาว
       
       วัตถุคล้ายดาวหางดังกล่าว มีองค์ประกอบคล้ายดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet) แต่มีมวลมากกว่าถึง 100,000 เท่า และมีน้ำในปริมาณที่มากกว่าหลายเท่า อีกทั้งยังมีธาตุจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งไนโตรเจน คาร์บอน ออกซิเจน และซัลเฟอร์
       
       วัตถุน้ำแข็งนี้เป็นวัตถุมีองค์ประกอบคล้ายดาวฮัลเลย์วัตถุแรกที่พบนอกระบบสุริยะของเรา ซึ่งทีมวิจัยใช้ดาวหางที่โด่งดังนี้เป็นตัวเปรียบเทียบ เนื่องจากเป็นดาวหางที่ได้รับการศึกษาอย่างทะลุปรุโปร่ง
       
       ส่วนดาวแคระขาวที่สังเกตนั้นอยู่ห่างจากโลก 170 ปีแสง เมื่อสังเกตท้องฟ้าจะอยู่ในกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes) โดยดาวแคระขาวนี้ยังได้รับการบันทึกครั้งแรกเมื่อปี 1974 และยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบดาวคู่ ที่มีดาวคู่อยู่ห่างในระยะ 2,000 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์
       
       การค้นพบครั้งนี้เป็นหลักฐานของแถบวัตถุคล้ายดาวหางที่โคจรไปรอบๆ ดาวแคระขาว ซึ่งคล้ายคลึงกับไคเปอร์ (Kuiper Belt) ในระบบสุริยะของเรา และวัตถุน้ำแข็งเหล่านี้ดูจะรอดพ้นจากการวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ที่เปลี่ยนจากดาวยักษ์แดงที่ขยายตัวจากนั้นยุบตัวเล็กลงจนกลายเป็นดาวแคระขาวที่หนาแน่น
       
       ผลของการค้นพบครั้งนี้ยังบ่งบอกว่ามีดาวเคราะห์ที่เหลือรอดและยังมองไม่เห็น ซึ่งอาจจะรบกวนแถบวัตถุน้ำแข็ง และทำหน้าที่เป็นกลุ่มก้อนที่ชักนำให้วัตถุน้ำแข็งเข้าสู่ดาวแคระขาว และเป็นไปได้ว่าดาวฤกษ์ที่เผาไหม้หมดนี้อาจจะมีดาวคู่ ซึ่งอาจจะรบกวนแถบวัตถุน้ำแข็ง และเป็นเหตุให้แถบน้ำแข็งพุ่งเข้าหาดาวฤกษ์ที่มอดไหม้ไปแล้วนี้
       
       สื่อ ไช้ยี่ (Siyi Xu) จากหอดูดาวยูโรเปียนเซาเทิร์น (European Southern Observatory) ในการ์ชิง เยอรมนี เป็นผู้นำทีมสำรวจในครั้งนี้ จากข้อมูลองเขานี่เป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบไนโตรเจนในเศษซากดวงดาว ซึ่งตกสู่ดาวแคระขาว
       
       “ไนโตรเจนเป็นธาตุที่มีความสำคัญมากๆ สำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างที่เรารู้กันอยู่ วัตถุนี้ค่อนข้างอุดมไปด้วยไนโตรเจน ซึ่งมากกว่าวัตถุอื่นๆ ที่เราสังเกตพบในระบบสุริยะของเรา” สื่ออธิบาย
       
       สำหรับแถบไคเปอร์ของเราซึ่งขยายกว้างออกไปจากวงโคจรของดาวเนปจูนนั้น เป็นแหล่งที่อยู่ของดาวเคราะห์แคระ (dwarf planets) ดาวหางและวัตถุเล็กๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งวัตถุเหล่านี้หลงเหลือมาจากการกำเนิดของระบบสุริยะ และดาวหางจากแถบไคเปอร์อาจจะนำน้ำและองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตมายังโลกเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
       
       การค้นพบล่าสุดนี้ยังเป็นหลักฐานเชิงสังเกตการณ์ที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า มีวัตถุน้ำแข็งในระบบดาวเคราะห์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน และยังคงเหลือรอดผ่านช่วงเวลาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ที่เป็นศูนย์กลาง
       
       ในการศึกษาบรรยากาศของดาวแคระขาวนี้ ทีมวิจัยใช้ทั้งกล้องฮับเบิลและหอดูดาวดับเบิลยูเอ็มเคค (W. M. Keck Observatory) โดยใช้กล้องฮับเบิลเพื่อวัดไนโตรเจน คาร์บอน ออกซิเจน ซิลิกอน ซัลเฟอร์ เหล็ก นิกเกิลและไฮโดรเจน ซึ่งกล้องวัดสเปกตรัมคอสมิคออริจิน (Cosmic Origins Spectrograph: COS) ในย่านอัลตราไวโอเลตของกล้องฮับเบิลนั้น ช่วยให้ทีมวิจัยทำการวัดในสิ่งที่ไม่สามารถทำได้จากบนพื้นโลก ส่วนหอดูดาวเคคนั้นใช้วัดแคลเซียม แมกนีเซียม และไฮโดรเจน
       
       สำหรับกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลนั้นเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่างนาซาและองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) โดยศูนย์อวกาศกอดดาร์ด (Goddard) ของนาซารับผิดชอบบริหารจัดการกล้องโทรทรรศน์ ส่วนสถาบันวิทยาการกล้องโทรทรรศน์อวกาศ (Space Telescope Science Institute: STScI) ในบัลติมอร์ แมรีแลนด์ นำการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วยฮับเบิล :ซึ่งสถาบันดังกล่าวดำเนินงานให้นาซา โดยสมาคมมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยทางด้านดาราศาสตร์ (Association of Universities for Research in Astronomy) ในวอชิงตัน ดีซี

       

       

       
       

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017