หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
 

เลขาฯเจ้าอาวาสตรังแฉ จนท.เรียกเงินตั้งวัดนับหมื่นร้องเรียนแต่ไม่คืบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2552 16:45 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เลขาฯเจ้าอาวาสตรังแฉ จนท.เรียกเงินตั้งวัดนับหมื่นร้องเรียนแต่ไม่คืบ

เลขาฯเจ้าอาวาสตรังแฉ จนท.เรียกเงินตั้งวัดนับหมื่นร้องเรียนแต่ไม่คืบ

เลขาฯเจ้าอาวาสตรังแฉ จนท.เรียกเงินตั้งวัดนับหมื่นร้องเรียนแต่ไม่คืบ

เลขาฯเจ้าอาวาสตรังแฉ จนท.เรียกเงินตั้งวัดนับหมื่นร้องเรียนแต่ไม่คืบ

ตรัง - เลขาธิการเจ้าอาวาสที่พักสงฆ์ป่าพรหมประทาน ร้องเรียนถูกดองเรื่องขออนุญาตสร้างวัดป่าพรหมประทาน ในสังกัดนิกายธรรมยุต พื้นที่จังหวัดตรัง พร้อมแฉเจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่งรีดไถเงินสำนักสงฆ์ แห่งละประมาณ 10,000-15,000 บาท
       

       วันนี้ (30 มิ.ย.) นายดลชัย ชุณห์อรรถกิจ เลขาธิการเจ้าอาวาสที่พักสงฆ์ป่าพรหมประทาน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ว่า ตนได้ดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดป่าพรหมประทาน ในสังกัดนิกายธรรมยุต กับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการดำเนินการขออนุญาตจัดสร้างวัดตามขั้นตอน และตามลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้องทุกอย่าง แต่จนถึงขณะนี้เรื่องทั้งหมดก็ยังคงติดอยู่ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง เนื่องจากยังมิได้มีการนำเรื่องนี้เสนอไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
       
       ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง อ้างว่า ไม่สามารถส่งเรื่องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อความสามัคคีในชุมชน และสร้างความแตกแยกให้แก่ประชาชนในท้องที่ จนทำให้เกิดปัญหาแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย
       
       เรื่องดังกล่าวทางผู้ดำเนินการก่อสร้างวัดป่าพรหมประทาน และประชาชนที่มีความนับถือในพระพุทธศาสนา สังกัดนิกายธรรมยุต เชื่อว่า เป็นการกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่บางคน เนื่องจากตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ปี 2539 ที่พักสงฆ์ป่าพรหมประทาน ได้ดำเนินกิจกรรมทางศาสนามาอย่างต่อเนื่อง
       
       นอกจากนั้น การจัดกิจกรรมทางศาสนายังถือว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่ และผู้เคารพนับถือในนิกายธรรมยุตจากจังหวัดต่างๆ ที่ได้เดินทางเข้าร่วมในการปฏิบัติวิปัสสนา จนกระทั่งได้รับการสมทบทุนในการจัดสร้างกุฏิพระ โรงครัว หอฉันท์ และโบสถ์ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างความแตกแยกให้แก่ชุมชน เพราะตลอดระยะเวลาในการดำเนินการต่างๆ ประชาชนในพื้นที่และผู้นำท้องถิ่นต่างให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี อีกทั้งในหนังสือขออนุญาตสร้างวัดป่าพรหมประทาน ก็ได้รับการลงชื่ออนุญาตทั้งจากกำนันตำบลในควน ปลัดอำเภอย่านตาขาว และนายอำเภอย่านตาขาว รวมทั้ง นายสุรพล วิชัยดิษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นที่เรียบร้อย
       
       นอกจากนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ยังได้อ้างว่า การลงความเห็นและการลงนามของรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ไม่ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนทางราชการ ซึ่งถือเป็นข้ออ้างที่ไม่สามารถยอมรับรับได้ ทั้งๆ ที่การลงนามของรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังดังกล่าว ถือเป็นการปฏิบัติราชการแทน นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามระบบราชการไทย
       
       ส่วนกรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ได้อ้างอีกว่า พระสังฆาธิการที่ลงนามในฐานะเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ในสังกัดนิกายธรรมยุตนั้น ไม่ปรากฎในแถลงการคณะสงฆ์ ซึ่งถือว่าไม่เป็นความจริงและสามารถตรวจสอบได้ เพราะอยู่ในข้อบัญัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเช่นเดียวกัน
       
       ขณะเดียวกัน การดำเนินการจัดสร้างวัดป่าพรหมประทาน ก็ถูกต้องตามข้อกฎหมายที่กำหนดไว้คือ ทิศเหนือ มีวัดช่องหาย ตั้งอยู่บ้านช่องหาย หมู่ที่ 8 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว ระยะห่าง 3.8 กิโลเมตร มีพระภิกษุประจำ 3 รูป สามเณร 1 รูป ทิศใต้ มีวัดควนมะนาวศรี ตั้งอยู่บ้านควนมะนาวศรี หมู่ที่ 4 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว ระยะห่าง 4 กิโลเมตร มีพระภิกษุประจำ 8 รูป สามเณร 1 รูป ทิศตะวันออก มีวัดปากคลอง ตั้งอยู่บ้านปากคลอง หมู่ที่ 6 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว ระยะห่าง 8.1 กิโลเมตร มีพระภิกษุประจำ 2 รูป สามเณร 1 รูป และทิศตะวันตก มีวัดนิกรรังสฤษฏิ์ ตั้งอยู่บ้านย่านตาขาว หมู่ที่ 1 ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว ระยะห่าง 2.5 กิโลเมตร มีพระภิกษุประจำ 6 รูป สามเณร 3 รูป
       
       สำหรับกรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ได้ทำหนังสือส่งกลับไปยังนายอำเภอย่านตาขาว เพื่อให้จัดทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดป่าพรหมประทานใหม่ทั้งหมด และในหนังสือจะต้องเว้นช่องให้ผู้ว่าราชการตรัง ลงความเห็นชอบด้วยตนเองนั้น อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใหญ่ในหน่วยงานราชการจังหวัดตรังท่านหนึ่ง ได้ประสานขอเป็นคนกลาง เพื่อเจรจาพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อให้อนุญาตในการดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดต่อไปได้ โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตจัดสร้างวัดใหม่ เพราะการดำเนินการทั้งหมดได้ทำมาอย่างถูกต้องแล้ว
       
       ทั้งนี้ ทางคณะผู้ดำเนินการจัดสร้างวัดป่าพรหมประทาน เห็นว่า หากระยะเวลาผ่านไปแล้วการดำเนินการทุกอย่างไม่มีความคืบหน้า ก็จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอความยุติธรรม เนื่องจากเคยได้ยินเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านและสำนักสงฆ์หลายแห่ง ในพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ว่า มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหนึ่ง มีพฤติกรรมรีดไถเงินจากพระภิกษุ โดยอ้างว่าจะช่วยดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดให้ ซึ่งจะรีดไถเงินสำนักสงฆ์แห่งละประมาณ 10,000-15,000 บาท จึงอยากจะให้ทางจังหวัดตรังช่วยดำเนินการติดตามพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ไม่ใช้ปล่อยให้ดำเนินตามอำเภอใจ โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่มาหากิน
       
       นายหรีม หลงขาว กำนันตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กล่าวว่า สำนักสงฆ์ป่าพรหมประทาน เริ่มต้นตั้งขึ้นมาจากการเป็นสำนักวิปัสสนา ในสังกัดนิกายธรรมยุต นับตั้งแต่ปี 2539 โดยที่คนในพื้นที่ไม่ได้แสดงความรังเกลียด หรือแบ่งแยกศาสนาแต่อย่างใด จึงไม่ถือเป็นการสร้างความแตกแยกให้แก่คนในชุมชน ตามข้ออ้างในหนังสือของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ที่ส่งเรื่องกลับมาให้ดำเนินการขออนุญาตใหม่ หลังจากที่กระทำการตามขั้นตอนมาแล้วตั้งแต่เมื่อปลายปี 2551
       
       ตลอดการตั้งเป็นสำนักสงฆ์ป่าพรหมประทานนั้น ทางคณะผู้ดำเนินการและพระภิกษุในวัด ต่างมีสัมพันธ์กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยการเอื้อไมตรีในการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การสนับสนุนด้านการศึกษาหรืองบประมาณในการพัฒนาตามโครงการต่างๆ โดยไม่แยกชาวไทยพุทธหรือชาวไทยมุสลิม เนื่องจากในพื้นที่ตำบลในควนมีประชาชนทั้ง 2 ศาสนาอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงถือว่าเป็นสำนักสงฆ์หนึ่งที่มีศาสนสัมพันธ์กับชาวบ้านมาโดยตลอด และโดยส่วนตัวมองว่าการที่จะมีวัดขึ้นมาเป็นจำนวนมากนั้น ถือเป็นสิ่งที่ดีแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่เพื่อเป็นการที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และไม่ได้เป็นการสร้างความเสียหายให้แก่สังคมแต่อย่างใด
       
       พระครูอรรถธรรมเมธี เจ้าคณะอำเภอจังหวัดพังงา และจังหวัดตรัง กล่าวว่า หลังจากนี้ไปในการดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างวัด ทางคณะสงฆ์ในนิกายธรรมยุตทั้งหมด จะไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะปล่อยให้ฝ่ายประชาชนเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด
       
       ส่วนแนวทางการดำเนินการต่อไปนั้น คาดว่า น่าจะดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ 1.ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้เสนอแนะคือ ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังจังหวัดตรัง 2.ทำหนังสือร้องขอความชอบธรรมไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา และ 3.ทำหนังสือร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอความยุติธรรมตามความประสงค์เดิมของประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางคณะสงฆ์มองว่าแนวทางดังกล่าวไม่ควรกระทำ เพราะจะทำให้เรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ก็คงต้องปล่อยให้ประชาชนดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ข่าวล่าสุด ในหมวด
สีสันมินิแฟชั่นโชว์ Cool by Wacoal เย็นอก ก็เย็นใจ(ชมคลิป)
ปัตตานีเตรียมจัดแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี ครั้งที่ 27
ฉก.ปัตตานี 25 จัดเวทีเสวนาโครงการพาคนกลับบ้าน
ปราศรัยใส่คลิป 8...อย่าปล่อยให้ “ปฏิรูปประเทศ” แบบครึ่งๆ กลางๆ แต่ต้องร่วมกันดึงลงให้ถึงทุกชุมชนได้ประโยชน์
หวิดดับหมู่ เบนซ์มาเลย์ชนรถตู้สรรพากรสงขลา โชคดีไร้เจ็บ
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014