หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | สังคมพันธมิตร
 

วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2555 10:44 น.
วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก
       ศูนย์ข่าวศรีราชา - วิศวกรกตัญญู ลูกคนไข้บัตรประกันสังคมพาเข้ารักษาตัวกับโรงพยาบาลเอกชล 2 ชลบุรี อาการไม่ดีขึ้น พาเข้าฉายเอกซเรย์ตรวจเช็กร่างกายที่ รพ.สมิติเวชศรีราชา ตรวจใหม่เจอกระดูกแตกอีก มีอาการปวดศีรษะด้านท้ายทอย ด้านผู้ใช้บริการบัตรประกันสังคม-บัตรทอง รักษากับโรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา ต่างพากันยกย่องชื่นชมคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ยกให้เป็น รพ.รักษาคนไข้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในชลบุรี
       
       อนุสนธิจากกรณีที่นางอนุลักษณ์ กมลสถิตกุลอายุ 52 ปี คนไข้ใช้บัตรประกันสังคม ได้เข้ารักษาพยาบาลตัวที่โรงพยาบาลเอกชล 2 หลังถูกรถยนต์เก๋งพุ่งชนขณะซ้อนท้ายเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ โดยตัวนางอนุลักษณ์มีอาการสลบเหมือด เพราะหล่นลงกระแทกกับพื้นถนนอย่างแรง ส่วนนายพีระพงษ์ลูกชายผู้ขับขี่จักรยานยนต์บาดเจ็บสาหัส ตามข่าวที่นำเสนอไปนั้น
       
       เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา วิศวกรหนุ่มลูกกตัญญูนายนิธินันท์ กมลสถิตกุล อายุ 27 ปีอาชีพเป็นวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้นำแม่ที่มีอาการเจ็บปวดเป็นเวลาช่วงๆ ที่ชายโครงด้านซ้าย ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนพร้อมกับปวดบริเวณเท้าด้านขวา ซึ่งแพทย์พยาบาล รพ.เอกชล 2 ได้ทำแผลให้ไว้แล้วตรงบริเวณนิ้วโป้ง มาตรวจฉายเอกซเรย์อีกครั้งที่ ร.พ.สมิติเวช ศรีราชา โดยมีนายแพทย์ธีวินท์ ทนุดำรงค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ ตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความชัดเจน

วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก
       เบื้องต้น นายแพทย์ธีวินท์ได้สอบถามถึงสาเหตุที่ได้รับอุบัติเหตุในครั้งนี้ และอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า ที่บริเวณต้นขาขวา, เข่าขวา และเท้าด้านขวายังมีอาการเขียวช้ำและบวม นอกจากนั้น ที่บริเวณทรวงอกของคนไข้ยังเจ็บปวดอยู่ จึงพร้อมส่งคนไข้เข้าไปเอกซเรย์เพื่อตรวจสอบกระดูกภายในอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจน
       
       การตรวจสอบในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นได้นำแผ่นเอกซเรย์มาตรวจสอบหาสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับญาติคนไข้ ต่อมาได้พร้อมชี้แจงให้ญาติทราบว่า ที่บริเวณซี่โครงด้านซ้ายที่คนไข้ยังเจ็บอยู่นั้น เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นกล้ามเนื้อที่บาง เมื่อถูกกระแทกอย่างรุนแรงจึงทำให้เจ็บอยู่ และนอกจากนั้นบาดแผลที่ถูกกระแทกส่วนอื่นยังไม่หายดี โดยเมื่อเวลาหายใจเข้า-ออก อาจจะไปกดทับบริเวณแผลฟกช้ำ จึงทำให้รู้สึกเจ็บอยู่ แต่ไม่น่ามีปัญหาหรือผลกระทบใดๆ
       
       ส่วนที่หวั่นว่ากระดูกอ่อนบริเวณชายโครงหักนั้น ทางแพทย์ได้แจ้งว่าในส่วนของกระดูกอ่อน ไม่สามารถมองเห็นได้จากการเอกซเรย์ แต่กระดูกอ่อนนั้นสามารถฟื้นสภาพในตัวของมันเองได้ โดยภาพรวมแล้วบริเวณกระดูกซี่โครงไม่น่าจะมีส่วนไหนหัก จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าจะไปทิ่มแทงอวัยวะที่อยู่ภายใน เช่น ปอด หรือตับ
       
       นายแพทย์ธีวินท์กล่าวด้วยว่า อาการบาดเจ็บบริเวณทรวงอกนั้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานประมาณ 2-3 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 1 เดือนได้ เนื่องจากถูกกระแทกแรง ส่วนกระดูกนิ้วเท้าและกระดูกหลังเท้ายังมีรอยแตกร้าว ดังนั้น บริเวณนิ้วเท้าและหลังเท้าอาจจะต้องมีการใส่เฝือกให้

วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก
       สำหรับการฟกช้ำที่บริเวณต้นขา และมีสีเขียวช้ำนั้น คือ เลือดที่ออกใต้ผิวหนัง และจะซึมหายไปเอง แต่จะต้องใช้ระยะเวลา 1-2 เดือนและจะหายไปเอง ซึ่งมีลักษณะเหมือนการถูกต่อยเท่านั้น ส่วนอาการปวดหรือชานั้น เนื่องจากกล้ามเนื้อมีการการบีบรัดตัว จึงมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ในภาพรวมไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง และจะต้องใช้ระยะเวลานานเป็นเดือนถึงจะเข้าสู่สภาพปกติ
       
       ด้านครอบครัวของนางอนุลักษณ์ คนไข้ใช้บัตรประกันสังคมกับ รพ.เอกชล 2 อ.เมืองชลบุรี ยังคงวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลคนไข้บัตรประกันสังคมของ รพ.ได้เห็นใจ เพราะแม่ยังมีสภาพเจ็บมีอาการบอบช้ำภายในอยู่ ยังช่วยตัวเองไม่ได้ โดยหวังว่าผู้เป็นแม่ยังจะได้รับการรักษาที่ใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของชีวิต แทนที่จะให้พาไปทำแผลทุกวันแต่อย่างเดียว
       
       นางอนุลักษณ์ ผู้ป่วยซึ่งขณะนี้อาการทรงตัว กล่าวว่า เมื่อวันก่อนได้มีโทรศัพท์จาก รพ.เอกชล มาเข้าโทรศัพท์มือถือ เสียงในสายบอกว่าเป็นแพทย์ และถามด้วยว่าจะฟ้อง รพ.หรือ นางอนุลักษณ์ตอบไปว่าไม่ฟ้อง และไม่เคยมีความคิดที่จะฟ้อง รพ.แต่อย่างใด
       
       แต่ขณะที่รับโทรศัพท์นั้นเธอปวดที่ชายโครงด้านซ้ายอีก ลูกชายคนเล็กที่นอนเฝ้าไข้แม่อยู่จึงเอาโทรศัพท์จากแม่ไปและรับสายแทน ทำให้ได้ทราบข่าวดีว่าจะมีหน่วยงานทางการแพทย์ของทาง รพ.เอกชล 2 มาเยี่ยมดูคนไข้คือแม่ของตนที่บ้านพักด้วย ซึ่งหากมาจริงก็จะเป็นเรื่องดีแต่ขณะถึงเวลานี้ยังไม่มีมาเยี่ยมดูอาการแต่อย่างใด

วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก
       โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มีนาคม ก่อนที่นายนิธินันท์ วิศวกรหนุ่มลูกกตัญญูจะนำนางอนุลักษณ์ไปเอกซเรย์ตรวจร่างกายที่ รพ.สมิติเวชศรีราชา ได้มีบรรดาเพื่อนบ้านคนสูงอายุที่รักใคร่เมตตามาเยี่ยมให้กำลังใจ รวมถึงเพื่อนพันธมิตรฯ ASTV shop เพื่อนพันธมิตรฯ ต.ห้วยกะปิ เพื่อนพันธมิตรฯ สวนตำหนักน้ำในตัวเมืองชลมาเยี่ยมให้กำลังใจกันมาก นางอนุลักษณ์เป็นผู้ที่มีจิตใจดีเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านและเพื่อนพันธมิตรฯ ที่เคยได้ไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
       
       สำหรับภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ที่นำเสนอนี้เป็นภาพถ่ายขณะนายแพทย์กำลังดูฟิล์มเอกซเรย์ภาพแรกเป็นภาพบริเวณที่เอกซเรย์ตรงชายโครงด้านซ้าย ภาพที่ 2 เป็นบริเวณเท้าขวาที่พบกระดูกแตกอีกจุดหนึ่งแพทย์สั่งใส่เฝือกรักษาไว้ให้แล้ว แต่ระหว่างช่วงเวลานี้ก็รอการมาเยี่ยมของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของ รพ.เอกชล 2 ตามที่ได้พูดมาทางโทรศัพท์ แต่ขณะนี้นางอนุลักษณ์ เริ่มปรารภกับลูกชายกับผู้ที่มาเยี่ยมให้กำลังใจว่าขณะนี้ได้มีอาการปวดที่ศีรษะด้านท้ายทอยเป็นระยะๆ อีกจุดหนึ่งแล้ว ซึ่งทำให้คนในครอบครัว “กมลสถิตกุล” กำลังหารือกันว่าจะหาทางออก อย่างไรดี หากไปเอกซเรย์ตรวจศีรษะสแกนส่วนสมองให้แพทย์เชี่ยวชาญตรวจเช็คค่าใช้จ่ายตรงนี้เป็นเงินสูงพอสมควรและกำลังตัดสินใจกันอยู่
       
       อย่างไรก็ดี ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี ได้ประกาศรายชื่อโรงพยาบาลกับบรรดาคลินิกต่างๆ อันเป็นเครือข่ายสถานพยาบาลรับคนไข้ประกันสังคม แจ้งให้ผู้ประกันตนได้ทราบถึงเรื่องผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ทั้งที่เลือกสถานพยาบาลไว้แล้ว และที่ประสงค์จะเปลี่ยนสถานพยาบาลสามารถยื่นคำร้องตามแบบ สปส.9-02 ต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้น  จังหวัด สาขาอำเภอที่ใดก็ได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2555 จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2555 นี้ ทั้งส่งรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติมาให้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
       
       1. สถานพยาบาลในเขตจังหวัดที่ประจำทำงาน หรือเขตจังหวัดรอยต่อที่ประจำทำงาน หรือ 2. สถานพยาบาลในเขตจังหวัดที่พักอาศัยหรือเขตจังหวัดรอยต่อของจังหวัดที่พักอาศัยและได้แจ้งรายชื่อโรงพยาบาลอันมี

วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก
       โรงพยาบาลในเขตจังหวัดชลบุรี 1. รพ.ชลบุรี 2. รพ.พนัสนิคม 3. รพ.อ่าวอุดมอำเภอศรีราชา 4.รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 5. รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 6. รพ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา 7. รพ.ปิยะเวชช์บ่อวิน 8. รพ.เอกชล 2, 9. พญาไทศรีราชา 10 .รพ.แหลมฉบังอินเตอร์เนชั่นแนล
       
       โรงพยาบาลรอยต่อ จ.ฉะเชิงเทรา มี 1. รพ.จุฬารัตน์ 11 2. รพ.พุทธโสธร 3. รพ.โสธราเวช จ.ระยองมี 1. รพ.ระยอง 2. รพ.มงกุฎระยอง 3. รพ.รวมแพทย์ระยอง ทั้งมีรายชื่อของคลินิกต่างๆอีกจำนวนหนึ่งมาให้ทราบด้วยซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก ซึ่งผู้ประกันตนโทร.สอบถามได้ที่ 0-3828-4420 หน่วยงานมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมชลบุรี
       
       ทางด้านสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพฯ กระทรวงแรงงาน ได้ออกประกาศเรื่องการประกันตนตามแบบของ สปส.9-02 จากต้นปีเดือนมกราคม 2555 จนถึง 30 มีนาคมปีเดียวกันแจ้งว่ามีสถานพยาบาลเข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศ 243 แห่งเป็นของรัฐ 154 แห่ง เป็นสถานพยาบาลเอกชน 89 แห่ง มีออกไม่เข้าร่วมโครงการ5แห่ง แต่ถ้าผู้ใดไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานประกันสังคม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์สารนิเทศประกันสังคม โทร.1506 หรือเข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th
       
       ผู้สื่อข่าวได้สุ่มสัมภาษณ์ผู้ใช้บัตรประกันสังคมจำนวนหนึ่งในชลบุรี พบว่าขณะนี้โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา (สภากาชาดไทย) อำเภอศรีราชา นับเป็นรพ.ตัวอย่าง ที่ประชาชนผู้ใช้บัตรประกันสังคมเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยต่างพากันชื่นชม ยกย่องคณะนายแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ของรพ.แห่งนี้อย่างมาก เช่น นางจุรีย์ แสงเจริญ อาชีพค้าขายซึ่งได้ป่วยฉุกเฉินไส้ติ่งอักเสบแตกไปรพ. แพทย์เวรได้ทำการผ่าตัดช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที หากล่าช้าและทอดเวลาไปอีกนิดเดียวคนไข้รายนี้ก็อาจจะถึงกับเสียชีวิตได้ หลังการผ่าตัดแล้วยังให้การดูแลรักษาอีกระยะหนึ่ง

วิศวกรกตัญญูลูกคนไข้ประกันสังคม พาแม่เอกซเรย์พบกระดูกเท้าขวาแตกอีก
       เมื่อแผลผ่าตัดสนิทดีแล้วจึงให้กลับบ้านได้ ซึ่งนางจุรีย์บอกผู้สื่อข่าวว่า ถึงเวลาจะผ่านไปแล้วเป็นปี ก็ยังคงยกย่องชื่นชมคณะแพทย์ผู้บริหาร รพ.-พยาบาลกับเจ้าหน้าที่ รพ. ที่ได้ช่วยชีวิตไว้ทันท่วงที เช่นเดียวกับคนไข้สูงวัยอีกราย (ขอสงวนนาม) บอกว่าใช้บัตรทองรักษาทุกโรคไปรพ.นี้ ได้รับการรักษาเหมือนกับคนไข้ที่เสียเงินอย่างไรก็อย่างนั้น จึงของยกย่องแสดงความชื่นชมต่อคณะนายแพทย์ผู้บริหารกับพยาบาลและเจ้าหน้าที่ไว้เช่นกัน
       
       สำหรับประชาชนที่บัตรประกันสังคมนั้น หากถ้าดูเงื่อนไขหลังบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ตามข้อความปรากฏด้านหลังบัตร คำเตือนมีว่า
       
       1. แสดงบัตรนี้และบัตรประจำตัวประชาชนกับโรงพยาบาลทุกครั้งที่เข้ารับการบริการ หรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้
       
       2. กรณีเกิดอุบัติเหตุ/ฉุกเฉินและไม่สามารถเข้าโรงพยาบาลได้ตามบัตร สามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลอื่นได้ โดยให้แจ้งให้ทางโรงพยาบาลตามบัตรทราบโดยด่วน ค่ารักษาเบิกจ่ายจากสำนักงานประกันสังคมตามประกาศกำหนด
       
       3. เมื่อย้ายไปทำงานจังหวัดอื่นให้เปลี่ยนบัตรได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดทุกจังหวัดหรือสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ทุกเขต 4. เมื่อออกจากงานแล้วให้แจ้งให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ได้ทุกแห่งเพื่อเปลี่ยนบัตรโดยด่วนและลงท้ายว่า มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิการรักษาพยาบาลสอบถามได้ที่สายด่วนโทร.1506 สำนักงานประกันสังคมกระทรวงแรงงาน หากอ่านดูข้อ2แล้วดูดีที่คนไข้กรณีเกิดอุบัติเหตุ/ฉุกเฉิน น่าจะได้รับการรักษาที่ดีสมน้ำสมเนื้อ แต่สิ่งที่ได้เกิดขึ้นเป็นคนละเรื่องกัน
       
       แต่บัดนี้บ้านเมืองอยู่ในช่วงการบริหารงานยุคของ “นารีขี่ม้าบักจ้อน..” มีคนของพรรคการเมืองของนารี...คุมกระทรวงแรงงานดูแลสำนักงานประกันสังคมอยู่ น่าจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีแทนที่จะปล่อยให้ประชาชนต้องแสวงหาการรักษาพยาบาลที่ดีเอาเอง ซึ่งหลายคนจ่ายเงินประกันสังคมมาเป็นเวลาคนละหลายปี โดยมีนายจ้างจ่ายสมทบอีกส่วนหนึ่ง หลายคนไม่เคยไปรักษาตัวเลยก็มี แต่พอเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือเจ็บป่วยในบางครั้งกลับต้องออกมาร้องขอความเห็นใจทั้งๆที่แสดงความจำนงจ่ายเงินส่วนเกินถ้าจะมีให้ด้วยความเต็มใจ
       
       ประชาชนจึงอยากเห็นยุคของ “นารีขี่ม้าบักจ้อน” ที่กำลังบริหารงานประเทศอยู่นี้ ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้
       ...........................................
       *รายงานข่าวภาพโดย ไทย เอกราช และทีมข่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
พบคุณย่า 76 ชูภาพ “ในหลวง” บอกรักพระองค์ท่านยิ่งชีวิต ส่ว นCoconut Oil “โก..โลด” ขายดี!
รุมซื้อน้ำมันมะพร้าว MANATURE ช่วย “ชาว ASTV”
คนไทยรักชาติ (พธ.) ร่วมบริจาค-หนุน "สินค้า ASTV"
พลังคนไทยรักชาติ แอล.เอ. เดินขบวนประจานรัฐบาลมือเปื้อนเลือด “ยิ่งลักษณ์”
ศิลปินแห่งชาติมอบประติมากรรม “นกหวีด” ให้คนไทย แอล.เอ.ทำเสื้อระดมทุน
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 20 [Ipad] +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งง
แฟนพันธ์ุแท้ astv
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีนะครับ ตีแผ่เรื่องที่เกิดขึ้นในสังคม สังคมเราจะได้พัฒนาขึ้นไป และู้ผู้ป่วยคนอื่นๆจะได้ใช้สิทธิประกันตนได้อย่างอุ่นใจ เป็นประโยชน์ ดีมากๆ
numtee@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่ได้ก็รากหญ้า ขลบุรีนั่นหละ บังเอิญมาเจอกับพธม.พอดี
ก็เลยต้องสะกิดนิดหน่อย แล้วก็ประชาสัมพันธ์ ไห้ด้วยว่าทางเลือกการเปลี่ยน รพ.
พวกงงนี่คงไม่ได้ใช้บริการแบบนี้(ผมก็ไม่ได้ใช้ บ.จ่ายไห้ฮ่า ฮ่าแต่ตอนนี้ลาออกแล้วต่อไปต้องจ่ายเองฮือ ฮือ)
เรื่องไม่ใหญ่แต่สําคัญสําหรับรากหญ้าผู้ไช้บัตรโว๊ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กูรูเรียนจบประถม4ยังอ่านข้อความนี้ยังรู้เรื่องเลยทำไมพวกท่านถึงโง่นัก
pa-panun
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกมืนส์อ่านแค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกเหรอทำไมโง่นัก
pa-panun
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขียนข่าวหรือหนังสือใบ้หวยวะ อ่านไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ บ้าบอ
ควายเขียน ควายเข้าใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ญาติคนเขียนข่าวหรือเปล่า....เลยเขียนซะ..
เข้าใจว่าอยากจะเชิดชูคนทำดี แต่ทำแบบนี้คนจะ งง ว่า คนเขียนข่าวกำลังทำอะไรอยู่...

เขียนข่าวแบบกลางๆหน่อยก็ดี...

แค่คำว่า "อนุสนธี" ผมก็เลิกอ่านละ...
คุณเอจครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มัวแต่ย้ำว่าลูกกตัญญู ลูกกตัญญู เลยลืมใส่สาระสำคัยไปเลย
หอคอย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรูอ่านแล้วก็งง มันจะสื่ออะไรกันแน่ว่ะ ก็แค่บาดเจ็บแล้วไปรักษาตัวตามสิทธิประกันสังคม เออ ถ้าโรงพยาบาลเขาปฏิเสธไม่สนใจจะรักษาหรือปล่อยคนไข้ทิ้งค่อยมาลง แล้ว เออขอโทษนะ ไอ้ที่ต้องบอกว่าเป็นที่รักของพันธมิตรนะ น้อยๆ หน่อยเถอะครับ เดี๋ยวก็จะเหมือนไอ้พวกเสื้อแดงหรอก ที่ใช้สื่อในการอวยกันเอง นับวันจะยิ่งเสื่อมลงเรื่อยๆ พิจารณาเนื้อข่าวดูก่อนที่จะลงด้วย รักนะจึงเตือน เพราะจะกลายเป็นว่าเสื้อแดงเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เสื้อเหลืองก็เป็นซะเอง
พธม. ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +37 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข่าวจะบอกอะไรกันแน่ ชวน งง ..
งง..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ข่าวแบบนี้ได้มีการตามอย่างต่อเนื่องจนถึงที่สุด ไม่เช่นนั้นข่าวจบ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การแขวนชีวิตไว้บนบัตรประกันสังคมก็ยังคงดำเนินไปแบบนี้ น่าจะตามเรื่องไปถึงประกันสังคมที่ทางรัฐบาลประโคมกันหนักหนาว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ....แล้วกรณีศึกษานี้จะถือว่าเป็นกรณียกเว้นของบัตรประกันสังคมหรือไม่
คนบ้านเดียวกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โฆษณาชวนเชื่อ หรือข่าว
123456789
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014