หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
ภาคใต้ คอลัมนิสต์

“มอ.” ถูกอำนาจทักษิณละเลงสีแดงระเรื่อแล้วหรือ?!/ปิยะโชติ อินทรนิวาส

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มิถุนายน 2555 12:23 น.
       คอลัมน์ : ด้ามขวานฝ่าซาก
       โดย...ปิยะโชติ อินทรนิวาส
       
       “ยินดีที่ คุณพัทนัย แก้วแพง ได้กลับสู่ตำแหน่งหน้าที่...
       
       ...ต้อนรับ คุณมนตรี แก้วแพง สู่รั้ว มอ.ด้วยความอบอุ่น”
       
       แม้ข้อความข้างต้นจะไม่มีให้เห็นบริเวณหน้าประตูทางเข้า หรือภายในรั้วสถาบันอุดมศึกษาอันเป็นเสาหลักตักศิลาของภาคใต้ แต่ในวันนี้ บุคลากรจำนวนหนึ่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กลับรู้สึกเหมือนกับมีป้ายเช่นนั้นอยู่ทั่วบริเวณ
       
       ทั้งนี้ นางพัทนัย และนายมนตรี คือคู่ สามี-ภรรยา ที่กำลังเป็นที่โจษขานของคน มอ.

“มอ.” ถูกอำนาจทักษิณละเลงสีแดงระเรื่อแล้วหรือ?!/ปิยะโชติ อินทรนิวาส
       นางพัทนัย แก้วแพง คือพยาบาลในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ และมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหอผู้ป่วยกระดูกและข้อหญิงของโรงพยาบาล มอ. เคยสร้างเรื่องวีรกรรมเป็นข่าวครึกโครมด้วยการใช้ตำแหน่งหน้าที่ และใช้หัวกระดาษตราครุฑทำเรื่องในนามประธานชมรมพัฒนาบทบาทเสียงสตรีสงขลา ขออนุญาตใช้ห้องประชุมคณะแพทย์ฯ จัดกิจกรรมตีปี๊บกองทุนสตรีให้แก่แก๊งคนเสื้อแดง หนำซ้ำยังมีการอ้างชื่อนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555
       
       ในวันนั้น คนเสื้อแดงไม่ว่าจะแท้ หรือเทียมเพราะเห็นแก่เงินกู้นับหมื่นที่รออยู่เบื้องหน้า ซึ่งได้เข้าร่วมในจำนวนนับพันคน จึงไม่ต่างจากกองทัพย่อยๆ ที่เคลื่อนพลมาพร้อมๆ กันตามเวลานัดหมาย ทำให้ภายในบริเวณ มอ.โกลาหลไปหมด โดยเฉพาะรอบๆ ห้องประชุมทองจันทร์หงส์ลดารมย์ อาคารเรียนรวมคณะแพทย์ฯ กฎระเบียบจราจร และการจอดรถที่ถูกบังคับใช้เข้มข้น กลับถูกกลุ่มคนเสื้อแดงละเมิดไม่เป็นท่า แม้กระทั่งกฎเหล็กเพิ่งออกใหม่ที่ห้ามรถจักรยานยนต์ของบุคคลภายนอกเข้าสู่รั้ว มอ.ก็ไม่เป็นผล
       
       กิจกรรมตีปี๊บกองทุนสตรีของแก๊งเสื้อแดงที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว มอ.วันนั้น สร้างผลกระทบทั้งต่อการปฏิบัติงาน การเรียนการสอน และโดยเฉพาะโรงพยาบาล มอ.ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องประชุม จึงทำให้มีอันต้องยุติกลางคันภายใต้การสั่งการของผู้บริหารคณะแพทย์ฯ
       
       ว่ากันว่า กิจกรรมที่เริ่มจากนายมนตรี แก้วแพง ในนามที่ปรึกษาชมรมเสียงสตรีจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับวิทยากร และบรรดาคนเสื้อแดง แล้วตามด้วย นางพัทนัย แก้วแพง กล่าวรายงานและแนะนำคณะทำงานชมรม พอถึงช่วงนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ที่อ้างว่าเป็นประธานชมรมเสียงสตรีประเทศไทย อดีต รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคมในรัฐบาลระบอบทักษิณ ขึ้นเวทีจูงจมูกสาวกเสื้อแดงยังไม่จบด้วยซ้ำ ไฟฟ้าในห้องประชุมเกิดดับเสียก่อน ขณะที่คิวของนายสมพงษ์ สระกวี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี อดีต ส.ว.สงขลา ที่มีกำหนดจะแสดงถัดไปก็ถูกยกเลิกโดยปริยาย
       
       ไม่เพียงกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาหนาหูเท่านั้น ถัดไปเพียงวันเดียวคือ วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 ยังมีคำสั่งของคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มอ. ให้ตั้งกรรมการสอบนางพัทนัย แก้วแพง พร้อมๆ กับปลดให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วยกระดูกและข้อหญิงของโรงพยาบาล มอ. แถมพกด้วยการขึ้นบัญชีดำทั้งสามี และภรรยาคู่นี้ ห้ามไม่ให้ใช้ห้องประชุมหรือใช้พื้นที่จัดกิจกรรมใดๆ ได้อีก
       
       สาเหตุสำคัญๆ ที่มีการลงโทษทัณฑ์นางพัทนัย แก้วแพง เป็นเพราะไม่ทำตามข้อตกลงที่ขออนุญาตใช้สถานที่ไว้ แต่นำไปบิดเบือนทำกิจกรรมทางการเมืองที่สร้างความเสื่อมเสียแก่สถาบัน เอาเวลาราชการไปช่วยสามีทำงานการเมืองให้แก่พรรคเพื่อไทย แถมยังกะเกณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาไปบริการแก๊งเสื้อแดงอีกต่างหาก
       
       หากอยากรู้ว่าอารมณ์ และความรู้สึกของผู้คนในรั้ว มอ.และสังคมไทยที่มีต่อเรื่องนี้อย่างไร ลองติดตามไปที่นี่เลยครับ http://www.manager.co.th/Politics/viewnews.aspx?NewsID=9550000062771 กับ http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9550000062965 และ http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9550000063872
       
       แต่ใครเลยจะคาดคิดว่า สิ่งต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นชนิดคนที่เป็นลูกพระบิดา และชาวบ้านร้านตลาดก่นด่ากันเสียงขรมเวลานั้น ณ ห้วงเวลานี้ในรั้ว มอ.กับดูเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับผัว-เมียคู่นี้เลย
       
       เนื่องเพราะเพียงเวลาชั่วสัปดาห์จากที่ถูกตั้งกรรมการสอบ นางพัทนัย แก้วแพง ก็ได้กลับคืนสู่หน้าที่การงานในตำแหน่งอย่างที่หลายคนยังงงๆ ไม่หาย ด้านนายมนตรี แก้วแพง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็มีคนพบเห็นเดินเชิดหน้าระรื่นอยู่ในรั้ว มอ. ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเขาก็คือลูกหม้อของคณะแพทย์ฯ และเคยกินตำแหน่งถึงหัวหน้าหน่วยซักรีดโรงพยาบาล มอ. ที่ผันตัวออกมาทำธุรกิจก่อสร้าง และบ้านจัดสรร หลังประสบปัญหาต้มยำกุ้งก็หันไปซุกปีกก๊วนการเมือง เล่นการเมืองท้องถิ่นไปได้ดีพอสมควร แต่เมื่อลงสมัคร ส.ส.สงขลาในนามพรรคเพื่อไทยสมัยที่แล้ว กลับมีทีท่าว่าน่าจะตีบตันอยู่ไม่น้อย
       
       กล่าวกันว่า ภายหลังเกิดเรื่องแก๊งเสื้อแดงบุก มอ.เป็นข่าวครึกโครม ได้มีพลังอำนาจรัฐที่เหนือกว่าบีบคั้น และกดดันให้ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์อย่างหนัก ถึงขั้นก่อนพ้นวาระเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คนที่เคยเซ็นคำสั่งลงโทษแดงแฝงเร้นในคณะ ยังต้องออกคำสั่งใหม่ ห้ามบุคลากรในสังกัดใช้เวลาราชการไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือไม่ให้สนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อสีใดๆ ทั้งสิ้นด้วย ซึ่งได้สร้างความกังขาอยู่ไม่น้อย
       
       ถึงตรงนี้ ผมอยากให้เราลองไปทบทวนภาพของ มอ.กันสักนิดนะครับ นับตั้งแต่ปี 2548 ที่เกิด “ปรากฏการณ์สนธิ” แล้วพัฒนาเป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ลุกขึ้นขับไล่นักโทษหนีคุกทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่องสู่การสู้รบกับระบอบทักษิณจนเดี๋ยวนี้ แม้จะไม่มีการประกาศ แต่ก็เป็นที่รับรู้ของผู้คนว่า มอ.คือ “มหา’ลัยสีเหลือง”
       
       เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่ผ่านมาที่พันธมิตรฯ รณรงค์โหวตโน สีเหลืองอาจจะเจือจางลงไปด้วยมี “สีฟ้า” ปรากฏขึ้นมาทาบทับ แต่ทั้งหมดทั้งปวงแล้วภาพของ มอ.แทบไม่เคยมีใครสามารถไปแต่งแต้มหรือป้าย “สีแดง” ให้สังคมได้เห็น
       
       ทว่า หลังจากระบอบทักษิณได้อำนาจรัฐไปไว้ในกำมืออีกครั้ง ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดให้น้องสาวสัมภเวสีหนีตะแลงแกงขึ้นไปกุมบังเหียน กลุ่มคนเสื้อแดงในรั้ว มอ.ที่เคยมีอยู่น้อยนิดก็สบช่องที่จะหาหนทางแสดงศักยภาพเพื่อโอกาสแห่งผลประโยชน์ขึ้นมาได้บ้าง จึงไม่แปลกที่จะเกิดเหตุการณ์กองทัพเสื้อแดงบุกตะลุยสถาบันการศึกษา และกลายเป็นข่าวใหญ่โตช่วงปลายเดือนก่อน
       
       เวลานี้ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร มอ.ชุดใหม่ แต่ไฉนบรรดาลูกพระบิดาจำนวนมากกลับรู้สึกถึงภาพลักษณ์ของสถาบันกำลังถูกทำให้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางพัทนัย-นายมนตรี แก้วแพง ดังที่กล่าวมาแล้วเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี
       
       หรือว่าเวลานี้ มอ.ได้ถูกระบอบทักษิณละเลงสีแดงระเรื่อไปเสียแล้ว??!!
       
       ผู้ที่จะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดน่าจะเป็น รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มอ.คนใหม่หมาดๆ นั่นเอง

ข่าวล่าสุด ในหมวด
มองดูความจริงซิพี่น้องผองเพื่อน : เรื่องสัมปทานปิโตรเลียมไทยหลุมเล็กๆ! / ประสาท มีแต้ม
อำนาจเบ็ดเสร็จของ คสช.ใช่จะทำให้ไฟใต้มอดดับได้?! / เมือง ไม้ขม
ชม MV “บอกรักทะเล” รวมเพลง “ต่อต้านถ่านหิน” ของ “ศิลปินไม่เอาถ่าน”
ไม่มีใครเอียงข้างประชาชน / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย
ฟังเรื่องรันทดของ “ซาร่า” กับ “โกสิงห์” โศกนาฏกรรมความรักจาก “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” (ชมคลิป)
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
I heard that Dr. Chusak is a red shirt, but I hope he still have academic mind to consider what is good for this country.
Moror too
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปล่อยเขาไปเถอะครับ วันใดที่รู้ตัว ก็คงจะฝ่อตายไปเอง
ซากร่างแดง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื่นชมคณบดีคณะแพทย์มาก ท่านทำูถูกต้อง คนเหมือนท่านหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ดิฉันเห็นว่าประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์น่าจะใช้กับคุณหมอดีที่สุด แต่เห็นมอ.เอาคำนี้มาใช้ไปทั่วแต่ต้องให้ดิฉันและคนที่มาธุระเอารถเครื่องจอดไว้ที่ยามและเดินเป็นกิโล
แถมค่าเช่าที่ก็เก็บแพงจัง ญาติดิฉันไปขายดอกไม้วันรับปริญญาก็โดนไล่ ใจร้ายจัง
แม่ค้าโรงบาลชอบคนตงฉิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะจงรัก ภักดีมั่น จะร่วมสร้างสรรในสิ่งดี
จะอุทิศชีวิตพลีเพื่อชาติไทย

เดี๋ยวนี้มอ.ยังเป็นอย่างนี้หรือปล่าว
ฝากดร.ชูศักดิ์ ไว้ด้วยนะคะ
ลูกหม้อ มอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014