หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
ภาคใต้ ข่าวเชิงวิเคราะห์

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2555 12:00 น.
“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
        บ้านหัวลำภู หมู่ที่ 4 ต.หัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งในนับพันชุมชนของนครศรีธรรมราช ที่มีประวัติศาสตร์เป็นมายาวนานกว่า 300 ปี เป็นชุมชนดั้งเดิมขนาดใหญ่ มีการดำรงชีวิต ค่านิยมในการครองชีพปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เช่นเดียวกับเกือบทุกชุมชนในประเทศไทยที่อยู่ในวิถีชีวิตแบบทุนนิยม และแน่นอนว่า ปัญหาได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามมาเยือนแต่ละครอบครัวของชุมชนไม่เว้นหลังคาเรือนใด มากน้อยแตกต่างกันไป

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
       

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
        ชุมชนแห่งนี้จึงได้ริเริ่มรวมตัวกันจัดการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนชุมชนเพื่อจัดการกับปัญหา โดยแบ่งออกเป็นมิติของปัญหาที่สำคัญคือ มิติด้านสุขภาพ ด้านจิตใจ และด้านสังคม ได้ถูกกำหนดออกมาเป็นยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาตามลำดับ จนนำไปสู่ทางออกของปัญหาคือ “สังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องช่วยกันสร้าง” ทุกครอบครัวจึงช่วยกันริเริ่มแก้ปัญหาด้านสุขภาพด้วยการเริ่มจากการบริโภคอาหารที่ปลอดจากสารพิษ ถูกสุขลักษณะ แก้ปัญหาจิตใจด้วยการละเลิกอบายมุขส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามประถิ่น และด้านสังคมด้วยการสร้างศูนย์เรียนรู้ รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างความเข้มแข็ง เชื่อมโยงทั้งชุมชนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จนกลายเป็นชุมชนชนต้นแบบ ด้วยวิธีคิดที่ว่า “มีอยู่ มีกิน มีใช้” โดยไม่เป็นหนี้ เป็นสิน และด้วยวิธีคิดแบบนี้ทำให้ลูกหลานของครอบครัวในชุมชนแห่งนี้หลายคนกลับบ้านมาเพื่อดำรงชีวิตด้วยวิถีที่พอเพียง และมีความสุขที่ล้นเหลือ โดยยอมทิ้งเงินเดือนหลายหมื่นบาทต่อเดือน มาทำงานของครอบครัวที่บ้านด้วยวิถีชีวิตที่เป็นสุข
       
       นายวันเฉลิม คงเล่ห์ อายุ 28 ปี หนึ่งในลูกหลานของครอบครัวในชุมชนนี้ เมื่อกว่า 1 ปีก่อน เคยเป็นพนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตรชื่อดัง ซึ่งมีเงินเดือนสูงถึงเกือบ 50,000 บาทต่อเดือน ได้ตัดสินใจทิ้งเงินเดือน และลาออกมาใช้ชีวิตที่บ้านท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น และเริ่มใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียงบนเนื้อที่เพียง 4 ไร่เศษ สามารถร้างสร้างรายได้ให้กว่า 800 บาทต่อวัน
       
       “ผมคิดว่าสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นของเราเองคือ สิ่งที่มีคุณค่า เมื่อดึงเอามาใช้ย่อมที่จะได้ประโยชน์สูงสุด ยิ่งได้เอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ความคิด วางแผน และจัดการตามขั้นตอน มีปัญหาก็เอามาเป็นโจทย์ในการปรับปรุงแก้ไข”เป็นวิธีคิดที่วันเฉลิมได้นำมาจัดการพื้นที่ดินของเขาเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
       
       ส่วนหนึ่งนอกจากเขตบ้านแล้ว ได้ถูกแบ่งสร้างเล้าเลี้ยงหมู ทำบ่อปลา ทำบ่อกบ และธนาคารกุ้งนา ทำแปลงปลูกผัก ทุกอย่างหมุนเวียนสามารถนำมาบริโภคในครัวเรือนได้อย่างสบาย และยังนำไปขายได้ทุกวัน วันนี้ ชีวิตของคนที่มีมีลักษณะเช่นเดียวกันกับผมคือ มีอยู่ มีกิน มีใช้ ไม่มีหนี้ไม่ต้องไปห่วงเศรษฐกิจที่มันขึ้นๆ ลงๆ วันเฉลิมอธิบาย
       
       เช่นเดียวกับ บุญธรรม สังผอม ในวัย 50 ปี บอกว่า ชีวิตของเขาต้องระเหเร่ร่อนไปนอกภูมิลำเนาหาเช้ากินค่ำ ถึงขั้นไม่มีกิน ต้องตระเวนขอข้าวเขากิน วันหนึ่งตัดสินใจกลับมาบ้านจัดการที่ดินของบรรพบุรุษ โดยเริ่มจากการขุดบ่อ ยกแปลงแล้วไปรับจ้างด้านนอกมาซื้อพันธุ์ปลา พันธุ์หมู ปลูกผัก เลี้ยงกบ เพาะเห็ด ปลูกข้าว จนมีผลผลิตออกมากินเองได้อย่างปลอดภัยไร้สารพิษ ที่เหลือส่งขายสร้างรายได้ให้ทุกวันจนมีเงินเหลือเก็บ

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
       

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
นายวีรพงศ์ เกรียงสินยศ
        นายวีรพงศ์ เกรียงสินยศ กรรมการสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สสส. บอกว่าชุมชนแห่งนี้ได้เริ่มจากการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ แต่ได้ลึกซึ้งไปกว่านั้นคือ การรวมกลุ่มกันทำให้เกิดการทำงานร่วมกันจากสุขภาพ และพัฒนาไปสู่การเกษตร และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
        อันนี้เป็นวิธีสำคัญที่ทำให้คนละเลิกเหล้าบุหรี่ได้ ด้วยความพร้อมของชุมชน คนมีความสุข สสส.ได้เข้ามาสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มกัน ทำข้อมูล จัดการวางแผน และเมื่อทำขั้นตอนเหล่านี้จะเกิดการมีส่วนร่วมกัน ปัญหาทุกปัญหาจะถูกคลี่คลายเกิดการมีส่วนร่วม นำไปสู่เศรษฐกิจที่ดีตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ควบคุมรายจ่ายที่จำเป็น มีอาหารปลอดสารพิษมีสุขภาพทำให้ชุมชนน่าอยู่ได้ ชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบของชุมชนรอบข้าง เริ่มเข้ามามีส่วนร่วม และนำไปเป็นแบบอย่าง พื้นที่ข้างเคียงหากมีความพร้อมเราสามารถเข้าไปหนุนได้ และแนวคิดชุมชนน่าอยู่พร้อมที่จะนำไปสู่การขยายผล
       
       “แนวคิดในการพึ่งพาตนเองแบบนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นหนทางรอดในยุคปัจจุบัน คิดเล่นๆ ดูว่า หากทุนขนาดใหญ่ล้มลงมาเมื่อไหร่ วิถีเช่นนี้จะเป็นทางรอดของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง” วีรพงศ์กล่าวทิ้งท้าย

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
       

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
       

“มหาวิทยาลัยหมู่บ้านหัวลำภู” มีอยู่มีกิน ไม่เสี่ยงตามทุนนิยม
       

       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
“สันติสุข” ที่ชายแดนใต้ไม่มีวันจะเกิดได้ ถ้ารัฐยังใช้ “ความรุนแรง” แก้ปัญหา
มหากาพย์ผลประโยชน์ “ศูนย์การแพทย์ มวล.” กับความสูญเสียของสังคม
ตลิ่งริมคลองท่าดี จ.นครศรีฯ ถูกกัดเซาะหนัก! คาดเหตุจาก อปท.ขุดลอกผิดวิธี
ข่าวยำปักษ์ใต้ มหากาพย์คดีเกาะเต่า ปัญหารถยนต์ภัยใกล้ตัว พระสุเทพ คสช.ชาวบ้านและข้าวสารกับถ่านหิน กฟผ.(ชมคลิป)
“พล.อ.ประยุทธ์..พวกเดียวกับเรา” ชัดไหม! “หลวงลุงกำนัน” ห้ามต้าน
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนหัวไทรมีความคิดสร้างสรรค์ในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง ไม่ตกเป็นทาสของทุนนิยมสามานย์ที่ล้างผลาญวิถีชีวิตเดิมๆ ลงอย่างย่อยยับ ผมคนหนึ่งที่ต่อต้านวิถีทางของความโลภ(แบบไม่รู้จักพอ) ตอนนี้คนไทยไม่รู้ตัวว่าโง่ เพราะมันถูกระบบทุนนิยมฝังรากเหง้าจนถอนตัวไม่ขึ้น หันไปหลงเงินบูชาเงิน รังเกียจวิถีชีวิตพอเพียง ทั้งๆ ที่ความเป็นอยู่แบบนี้มีคุณค่าต่อตัวเองและสังคมส่วนรวมอย่างยิ่ง หากหลายๆ คน หลายๆ ครอบครัวทำแบบนี้ หรือเพียงแค่มีจิตสำนึกแบบวิถีพอเพียง ผมว่าประเทศนี้อยู่รอด คนจะฉลาดขึ้น มองภาพรวมของสังคมกระจ่างชัด ไม่หลงทิศหลงทางไปตามระบบทุน(คนกินคน) มาอยู่กันแบบเอื้ออาทร มีน้ำจิตน้ำใจต่อกัน ช่วยกันเสริมสร้างภูมิปัญญาให้แก่กัน เป็นการช่วยกันพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่อยู่รอให้นักการเมือง(ที่ไม่รู้การเมืองสักนิด)มาแจกเงิน แล้วไปชื่นชมพวกมัน ดียังงั้นดีอย่างงี้ เลิกเสียทีไอ้ภูมิปัญญาแบบไร้สติ ขอให้พี่น้องชาวหัวไทรจงรวมกลุ่มและสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีงามต่อไป ผมขอชื่นชมพวกคุณ
ยม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะใช้ชื่อว่า วิทยาลัยฝึกหัดเลี้ยงหมู
หรือโรงเรียนสารพัดการเกษตร น่าจะดีกว่า

มหาวิทยาลัยหลังคาสังกะสี ดูตลกไปหน่อย
แขกไปใครมา คงมีกลิ่นขี้หมูโชยมา
อธิการบดี ม.ราชพินิจกิจของสงฆ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แมว..สีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูเป็น
ม.1/2
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่างเอ็งนี่คงจบแค่่ ม.แต่หัวดี เท่านั้นละวะ
เหยียด
 
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอชื่นชมครับว่าคิดดีทำดีจริง ๆ นี่แหละแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง หากประชาชนมีความเข้าใจวิถึการใช้ชีวิตแบบนี้จะอยู่รอดปลอดภัยและไม่ตกเป็นทาสนายทุน ไม่ต้องไปดูความหรูหราของที่อื่นครับมันเป็นเพียงแค่ฉากละครหรือลิเกเท่านั้น มันไม่ได้มีอะไรดีจริง ๆ เลยสักนิด การใช้ชีวิตแบบนี้แหละครับคือของแท้แน่นอนแล้วก็ไม่มีใครมาแย่งท่านได้

พวกที่คิดตำหนิเพราะเขามองเห็นว่าไม่สามารถมาหาประโยชน์จากชาวบ้านได้ เขาก็แกล้งว่าไปอย่างนั้น และพวกที่ว่านี่แหละไม่เคยหวังดีกับใครหรอกนอกจากคอยจ้องเอาประโยชน์ใส่ตัว ขอให้เข้มแข็งและเกาะเกี่ยวกันไว้ให้มั่นคง ช่วยกันสร้างความเจริญให้ท้องถิ่นด้วยมือของเราเอง แล้วทุกอย่างจะเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง
ขอแสดงความชื่นชม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014